- หน้าแรก
- นักแต่งเพลงอัจฉริยะกับระบบเพลงฮิตติดหู
- บทที่ 320 - เยือนถิ่นฮ่องกงและลายพู่กันทองคำ
บทที่ 320 - เยือนถิ่นฮ่องกงและลายพู่กันทองคำ
บทที่ 320 - เยือนถิ่นฮ่องกงและลายพู่กันทองคำ
บทที่ 320 - เยือนถิ่นฮ่องกงและลายพู่กันทองคำ
หลินเฟยเอ่ยขึ้น "ไหนๆ ก็ยุ่งมาตลอด ครั้งนี้มาฮ่องกงแล้ว แวะไปหาคุณตาคุณยายที่กวางโจวหน่อยไหม ท่านก็อายุมากแล้ว"
เหยียนอวี้เสริม "พวกเราถือวิสาสะซื้อของขวัญเตรียมไว้แล้ว ถ้าคุณยุ่งจนไปไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวฉันส่งพัสดุไปให้ก็ได้"
พี่สาวทั้งสองไม่ได้แค่ชอบเขา
แต่เข้าใจเขาด้วย!
แม้จะเข้าใจผิดคิดว่าเขายังทำใจเรื่องการจากไปกะทันหันของพ่อแม่ไม่ได้
แต่ก็เดาถูกว่าซ่งเต้ามีอาการหลีกเลี่ยงที่จะไปพบญาติสนิทกลุ่มนี้อยู่บ้าง
แต่ก็น่าจะปลดล็อกได้แล้ว
ไม่งั้นคงไม่พาเซียวอี้ซวนมาอยู่ข้างกาย
ดังนั้นพวกเธอไม่ได้ถือวิสาสะ
แค่ช่วยผลักหลังผู้ชายของตัวเองเบาๆ
แววตาของซ่งเต้าลังเลอยู่ครู่เดียว ก่อนจะพยักหน้า "ขอบคุณพี่สาวทั้งสองที่คิดเผื่อ ไปด้วยกันสิครับ เดี๋ยวผมจะบอกพวกท่านว่า ทั้งสองคนเป็นแฟนผม รับรองพวกท่านดีใจตาย!"
"บ้าเหรอ"
"ห้ามพูดนะ..."
สองสาวพูดขึ้นพร้อมกัน
เหยียนอวี้มองซ่งเต้า "เดี๋ยวคนแก่ตกใจหัวใจวาย"
หลินเฟยค้อนขวับ "หาเงินได้เยอะแล้วปีกกล้าขาแข็งเลยนะ"
เหยียนอวี้ลูบหัวซ่งเต้า "น้องชายเด็กดี เรื่องนี้เราไม่ป่าวประกาศ พี่สาวเลี้ยงเธอเอง!"
ซ่งเต้ายิ้ม "ครับ ฟังพวกพี่"
เขามีส่วนพูดเล่น แต่ก็เป็นการบอกสองสาวที่ทุ่มเทเพื่อเขาว่า: ขอแค่พวกคุณยินดี ผมพร้อมเปิดตัวกับทางบ้านเสมอ
เหยียนอวี้กับหลินเฟยฉลาดเป็นกรด ย่อมเข้าใจความคิดซ่งเต้า
สำหรับพวกเธอ แค่เขามีใจก็พอแล้ว
...
ประมาณสี่โมงเย็น
รถของมหาวิทยาลัยฮ่องกงก็มารับ
รถมินิบัสสุดหรูรับทั้งสามคนและผู้ช่วยอย่างไป๋เยว่ไปด้วยกัน
เหยียนอวี้ในฐานะ ‘แขกรับเชิญพิเศษ’ ก็มีการแสดงหนึ่งชุด
ระหว่างทาง
ซ่งเต้าถามยิ้มๆ "เทพธิดาชุดแดงห่างหายไปนาน จะขึ้นเวทีอีกครั้ง ตื่นเต้นไหม"
เหยียนอวี้ทำหน้าเชิด "เรื่องแค่นี้เอง อีกอย่าง ฉันก็แค่มือกลอง มีอะไรต้องตื่นเต้น"
หลินเฟยถาม "ถงถงมาถึงหรือยัง"
ซ่งเต้าดูมือถือ "สิบนาทีที่แล้วส่งข้อความมาบอกว่าถึงแล้ว นักศึกษาต้อนรับดีมาก"
อาจเป็นเพราะเพลง ‘พันเส้นทางพันบทเพลง’ สร้างกระแสฮือฮาในฮ่องกง
ปีนี้มหาวิทยาลัยฮ่องกงนอกจากเชิญหลินเฟย ยังเชิญซ่งเต้ากับจงอวี่ถงด้วย
พวกเขาไม่ได้เจ๋งเหมือนวิทยาลัยดนตรีจงยางที่เชิญแค่ศิษย์เก่า
ต่อให้ไม่ให้เงิน ศิษย์เก่าก็ยินดีไป
มหาวิทยาลัยฮ่องกงให้เงิน!
และให้ในเรตค่าตัวปกติของการแสดงโชว์ตัว
จริงใจสุดๆ!
แต่สำหรับซ่งเต้ากับหลินเฟยที่ขี้เกียจรับงาน เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นหลัก
แค่เบื่อๆ อยากออกมาเที่ยว
ส่วนจงอวี่ถง ได้เงินค่าตัวปกติแถมได้มาแสดงในมหาวิทยาลัยแบบนี้ รู้สึกดีจะตาย
ห้าโมงครึ่ง
รถเข้าสู่เขตมหาวิทยาลัยฮ่องกง
แล่นไปจอดหน้าหอประชุม พบว่ามีนักศึกษามารออยู่เพียบ
แม้เวลานี้อากาศยังร้อนระอุ
แต่หนุ่มสาวพวกนี้ยอมยืนเหงื่อท่วมเพื่อรอ
ปกติแล้ว ดาราดังแค่ไหน พอเข้ามหาวิทยาลัย ความขลังจะลดลง
ยิ่งเป็นมหาลัยดัง นักศึกษายิ่งมีความหยิ่งในศักดิ์ศรี
แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเป็นใคร
ไม่ว่าซ่งเต้าหรือหลินเฟย มีอิทธิพลต่อวัยรุ่นเซี่ยสูงมาก!
โดยเฉพาะซ่งเต้า มีป้ายแปะตัวเต็มไปหมด!
ไม่มีใครมองเขาเป็นแค่นักร้อง หรือคนทำดนตรีธรรมดา
แค่บทกวีพวกนั้น กับลายพู่กันจีนที่ทำเอาปรมาจารย์พู่กันจีนตะลึง
ก็พอให้เด็กกลุ่มนี้บูชาแล้ว
ยังไม่นับสถานะประธานบริษัท คนเขียนบท และอื่นๆ อีก
พอทุกคนลงรถ เหยียนอวี้ที่สวมหมวกและหน้ากากพร้อมไป๋เยว่ก็แอบชิ่งหนี
ซ่งเต้ากับหลินเฟยหยุดเดิน
เผชิญหน้ากับนักศึกษาที่กระตือรือร้น ให้ความอดทนเต็มที่
แจกลายเซ็น ถ่ายรูปหมู่ จัดให้หมด
กว่าจะเข้าถึงด้านในหอประชุม ก็ปาเข้าไปหกโมงกว่า
เหงื่อซึมหน้าผากทั้งคู่
หลังจับมือทักทายผู้บริหารมหาลัย อธิการบดีขอให้ซ่งเต้าเขียนพู่กันจีนให้มหาลัย
ตอนนี้งานยังไม่เริ่ม
บัณฑิตนั่งประจำที่กันเยอะแล้ว
ซ่งเต้าไม่ปฏิเสธ
การได้ทิ้งลายมือไว้ในสถาบันการศึกษา ถือเป็นเกียรติอย่างหนึ่ง
พอเขาตกลง อธิการบดีก็สั่งให้คนยกโต๊ะตัวยาวขึ้นไปบนเวที
พร้อมอุปกรณ์พู่กันกระดาษหมึกครบชุด
ซ่งเต้าชะงัก "เตรียมไว้พร้อมเลยเหรอครับ"
พิธีกรสาวสวยที่เป็นบัณฑิตสวมชุดราตรีเปิดไมค์พูด "ลายมือครูซ่ง พวกเราชอบกันมาก เลยเตรียมการล่วงหน้า ถ้าครูตกลง เราก็ยกโต๊ะขึ้นมาเลย"
ภาพถูกฉายขึ้นจอใหญ่ คำพูดพิธีกรชัดเจน
นักศึกษาฮากันครืน ตามด้วยเสียงปรบมือเกรียวกราว
เห็นซ่งเต้าจะพูด พิธีกรชายสุดหล่อรีบส่งไมค์ให้
ซ่งเต้ายิ้ม "เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ"
เสียงปรบมือดังกระหึ่ม หลายคนถึงกับโห่ร้อง
หลินเฟยกับเหยียนอวี้ที่นั่งข้างล่าง แววตาเต็มไปด้วยความภูมิใจ
นี่แหละความต่างของครูซ่งกับดาราคนอื่น
ในอดีต มีแค่ศิลปินอาวุโสไม่กี่คนที่จะได้รับเกียรตินี้
พูดง่ายๆ คือ เด็กรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ โดยเฉพาะพวกไอดอลที่ถูกปั้นมาแต่เด็ก อย่าว่าแต่พู่กันจีนเลย ลายมือปากกายังเขียนได้เหมือนไก่เขี่ย
ลายเซ็นที่ฝึกมานานก็ดูเหมือนยันต์กันผี หลายคนขี้เกียจฝึกถึงขั้นออกแบบลายเซ็นภาษาอังกฤษไปเลย...
ขึ้นเวที ซ่งเต้าเลือกกระดาษเซวียนจื่อขนาดหกฟุต เลือกพู่กันด้ามใหญ่สุด คิดครู่หนึ่ง
จุ่มหมึก ตวัดเขียนอักษรสไตล์กึ่งหวัดคำว่า ‘หมิง’ (สว่าง/ปัญญา)
จากนั้นจุ่มหมึกต่อ เขียนรวดเดียวจบสี่คำ — หมิงเต๋อเก๋ออู้ (คุณธรรมกระจ่างแจ้ง เข้าถึงแก่นแท้สรรพสิ่ง)
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ
นักเรียนที่ฝึกคัดลายมือหรือรู้เรื่องศิลปะการเขียนพู่กันตาเป็นประกาย
การลงน้ำหนัก หนักเบา จังหวะจะโคน
ต่อให้คนดูไม่เป็น เห็นลายมือซ่งเต้า ก็ยังรู้สึกสบายตา
พลังลมปราณต่อเนื่อง เป็นธรรมชาติ!
ผู้บริหารมหาลัยข้างๆ เห็นสี่คำนี้ ยิ้มแก้มปริ
อัจฉริยะก็คืออัจฉริยะ ไม่เหมือนใครจริงๆ
ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน แต่เขียนคำขวัญที่แฝงปรัชญาขงจื๊อลึกซึ้งออกมาได้ทันที
หมิงเต๋อ: เน้นการขัดเกลาคุณธรรมและบุคลิกภาพ ปลูกฝังให้นักเรียนใฝ่หาคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
เก๋ออู้: การแสวงหาความรู้จากความเป็นจริง ส่งเสริมให้ค้นหาแก่นแท้ของสรรพสิ่ง แสวงหาสัจธรรมและความรู้
พอเขียนเสร็จ เรื่องน่าสนุกกว่าก็ตามมา
มีนักศึกษาถือกล่องผ้าไหมหลายกล่องเข้ามา
เปิดออกดู ข้างในเป็นตราประทับแกะสลักจากหินชั้นดี
อธิการบดียิ้ม "ไหนๆ ก็เชิญครูซ่งมาเขียนพู่กัน เราก็เตรียมของขวัญเล็กน้อยไว้ เป็นตราประทับจากฝีมือปรมาจารย์ในฮ่องกง..."
ซ่งเต้าดูแล้ว ตราประทับทุกชิ้นสวยงามมาก หินคุณภาพเยี่ยม ฝีมือแกะสลักชั้นครู
เขาเลือกอันที่เหมาะ ประทับตราลงไป
แล้วยิ้มกล่าว "ขอบคุณครับ สิ้นเปลืองแย่เลย"
ในเมื่อมีฝีมือพู่กันระดับนี้ สายตาย่อมไม่ธรรมดา
ตราประทับหินต่างชนิดเจ็ดแปดชิ้นนี้ แค่ค่าวัสดุก็ไม่ต่ำกว่าล้านแล้ว
"ฮ่าๆ ครูซ่งคงไม่ค่อยได้ติดตามมูลค่าผลงานตัวเองเท่าไหร่ ผมฟังเพื่อนวงการประมูลบอกว่า บทกวี ‘มองภูเขาไท่ซาน’ ที่คุณเขียนในรายการวาไรตี้ หลังเปิดเผยตัวตนว่าเป็นสุ่ยจีซานเชียน มีเศรษฐีเสนอราคาแปดหลักปลายๆ แต่ภาพนั้นยังแขวนอยู่ที่เขาไท่ซาน เขาไม่ขาย!"
ผู้บริหารคนหนึ่งพูดกลั้วหัวเราะ
"แพงขนาดนั้นเลยเหรอครับ" ซ่งเต้าตกใจ
คิดในใจว่าฟอกเงินหรือเปล่า
ลายมือเทพแห่งอักษรหวังซีจือดีแน่ แต่เขาไม่ใช่เทพแห่งอักษรนี่นา
ไม่ว่ายุคไหน มูลค่าภาพวาดพู่กันจีน ขึ้นอยู่กับว่าคนเขียนเป็นใคร และมีใครดันราคา
ด้วยชื่อเสียงตอนนี้ ตารางฟุตละล้านก็พอเป็นไปได้
แต่บทกวีบทหนึ่ง อย่างมากก็เก้าฟุต ราคาหลายสิบล้าน... มันออกจะเวอร์ไปหน่อย
"ฮ่าๆ ครูซ่งไม่รู้สถานะตัวเองในวงการพู่กันจีนจริงๆ ภาพนี้มูลค่ามหาศาลเหมือนกัน แต่วางใจได้ เราไม่ขายแน่นอน เดี๋ยวจะใส่กรอบแขวนไว้ที่โถงตึกอำนวยการ!" อธิการบดีหัวเราะร่า
เทียบกันแล้ว ตราประทับไม่กี่อันนี้ จิ๊บจ๊อยมาก
เห็นสี่คำนี้ ผู้บริหารหลายคนถึงขั้นมีความคิดจะเอามันไปบรรจุเป็นคำขวัญประจำมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ
เพราะมันดีจริงๆ!
กล้องจับภาพตัวอักษรขึ้นจอใหญ่ เสียงปรบมือดังสนั่นอีกครั้ง
อะไรคือไอดอลคุณภาพ?
นี่แหละ!
ลายมือขั้นเทพ ความสามารถทางวรรณกรรมเป็นเลิศ
[จบแล้ว]