- หน้าแรก
- นักแต่งเพลงอัจฉริยะกับระบบเพลงฮิตติดหู
- บทที่ 290 - สาวแซ่บ
บทที่ 290 - สาวแซ่บ
บทที่ 290 - สาวแซ่บ
บทที่ 290 - สาวแซ่บ
คืนนี้
ฮอตเสิร์ชทุกแพลตฟอร์มระเบิด
เริ่มจากเฟิงซิ่วซาน โปรดิวเซอร์ทองคำจากฮ่องกงที่เดินออกจากงานกลางคัน โพสต์บทความยาวเหยียดในสุ่ยโป๋ส่วนตัว
พุ่งขึ้นฮอตเสิร์ชอย่างรวดเร็ว
#โปรดิวเซอร์ดังเฟิงซิ่วซานถล่มรางวัลเพลงภาษาเซี่ย#
"สวัสดีครับ ผมเฟิงซิ่วซาน คนทำเพลงที่คิดว่าตัวเองพอมีชื่อเสียงอยู่บ้าง
เข้าวงการมาหลายปี ก็แต่งเพลงที่คนร้องตามได้ไม่น้อยให้ดาราดังๆ หลายคน
เป็นเพื่อนที่ดีกับศิลปินที่ทุกคนคุ้นหูมากมาย
ผมเป็นปุถุชนคนธรรมดา
ชอบเงิน ชอบสาวสวย ชอบชื่อเสียง
แต่ในขณะเดียวกัน ผมคิดว่าตัวเองเป็นคนมีกระดูกสันหลัง มีมโนธรรม
อันไหนควรเป็นของผม แดงเดียวก็ห้ามขาด
อันไหนไม่ใช่ของผม เฟื้องเดียวผมก็ไม่เอา!
หลายปีมานี้ ผมเจอเพื่อนร่วมวงการที่เก่งกาจมากมาย
เพื่อนร่วมวงการหลายคนที่ตอนหนุ่มๆ ผมไม่ค่อยยอมรับ พอพวกเขาเติบโตขึ้นเป็นเจ้าพ่อวงการเพลง ผมก็นับถือหมดใจ
เพราะนั่นคือความจริง
และความจริงไม่เปลี่ยนไปตามใจใคร และแก้ไขไม่ได้
วันนี้ในงานประกาศรางวัลเพลงภาษาเซี่ย ผมอยากพูด แต่น่าเสียดายโดนตัดไมค์
ในเมื่อไม่ให้พูดที่นั่น ผมก็พูดที่นี่
ผมคิดว่า สุ่ยโป๋คงไม่ถึงกับปิดปากผมไม่ให้พูดหรอกนะ?
รางวัลบุคคลแห่งปี ผมไม่คู่ควร
ถ้าเป็นช่วงพีคที่สุดของผม ปีหนึ่งแต่งเพลงเป็นร้อย ปั้นราชาเพลงราชินีเพลง ซูเปอร์สตาร์ออกมาหลายคน
ผมจะรับไว้อย่างยินดี
แต่ในช่วงสองปีมานี้ที่เพลงทุกเพลงที่ผมแต่ง โดนคนคนหนึ่งกดจนโงหัวไม่ขึ้น แล้วมามอบถ้วยรางวัลนี้ให้ผม
ผมอยากถามคำเดียวว่า: พวกคุณดูถูกใครวะครับ?
จงใจจะแกล้งผมให้คลื่นไส้ใช่ไหม?
ผมเป็นบุคคลแห่งปีตรงไหน?
ถ้าคุณตั้งรางวัล 'บุคคลเจ้าชู้แห่งปี' ขึ้นมา บางทีผมอาจจะหน้าด้านรับไว้
เพราะผมมันเป็นผู้ชายเจ้าชู้ เสเพลแบบนั้นแหละ
ในใจผม วงการเพลงสองปีนี้ คนที่มีคุณสมบัติได้รับรางวัลนี้มีแค่คนเดียว
แบบไม่มีใครเทียบได้
มีแค่ซ่งเต้า!
สุ่ยจีซานเชียนก็ไม่ได้!
สุ่ยจีซานเชียนได้รางวัลนักแต่งเพลงยอดเยี่ยมสมศักดิ์ศรี
แต่บุคคลแห่งปี ต้องเขาคนเดียว!
ผมไม่รู้ว่าที่ผมเขียนแบบนี้ จะส่งผลเสียต่อคุณซ่งเต้าไหม
ถ้ามี ผมขอโทษ
พร้อมกันนี้ขอประกาศว่า สิ่งที่ผมพูด เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับใครทั้งสิ้น
ลูกผู้ชาย ยอมก้มหัวเพื่อเงินห้าถังข้าวสารได้ ยอมก้มหัวให้ผู้มีอิทธิพลบางคนได้
แต่จะให้ขี้ขลาดตาขาวจนไม่กล้าพูดความจริงสักคำ คงไม่ได้
สุดท้ายนี้ ผมฝากคำพูดถึงรางวัลเพลงภาษาเซี่ยไว้ประโยคหนึ่ง: หลายคนบอกว่ารางวัลต่างๆ ในช่วงหลังๆ นี้น่าสะอิดสะเอียนขึ้นเรื่อยๆ
แต่พวกคุณคือรางวัลที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุดเท่าที่ผมทำงานมาหลายปี ไม่มีใครเทียบได้!
รางวัลอื่นอย่างน้อยยังรู้จักแบ่งเค้กกันกิน พวกคุณเล่นไม่เหลือแม้แต่น้ำแกงให้คนที่สมควรได้รางวัลกิน
เน่าเฟะขนาดนี้ รางวัลปาหี่ยังดีกว่าพวกคุณร้อยเท่า ยังกล้าเรียกตัวเองว่ารางวัลสูงสุดและมืออาชีพที่สุดของประเทศเซี่ย
ไสหัวไปไกลๆ ตีนเลยไป!"
ตอนเฟิงซิ่วซานโพสต์ข้อความนี้ น่าจะยังไม่รู้เรื่องที่ซ่งเต้าเปิดเผยตัวว่าเป็นสุ่ยจีซานเชียน
ในบทความเลยยังพูดถึงเหมือนเป็นสองคน
แต่ไม่เป็นไร
หมอนี่ด่าได้เจ็บแสบพอกัน
คนไม่มีกิเลสย่อมแข็งแกร่ง
ในฐานะคนทำเพลงระดับพีระมิดของวงการเพลงภาษาเซี่ย เฟิงซิ่วซานไม่ขาดทั้งชื่อเสียงเงินทองและสาวสวย
อาศัยอยู่ฮ่องกงถาวร ชีวิตสุขสบาย
มีดีกรีเหนือกว่าฉู่เพ่ยหนิงเสียอีก สามารถเมินเฉยต่อเรื่องยุ่งเหยิงในแผ่นดินใหญ่ได้สบายๆ
ต่อให้โดนแบนเพราะคำพูดนี้ เขาก็ไม่สน
ดังนั้นบทความยาวเหยียดนี้เพิ่งโพสต์ไม่นาน ก็ระเบิดเถิดเทิง
เรื่องบันเทิงแบบนี้ สุ่ยโป๋จะไปบล็อกทำไม? เพิ่มยอดวิวแทบไม่ทันต่างหาก!
ผู้บริหารสุ่ยโป๋คงโทรบอกฝ่ายเทคนิคว่า: เพิ่มเซิร์ฟเวอร์ด่วน คืนนี้แตกแตนแน่!
ตามมาติดๆ คือคำพูดสุดห้าวของฉู่เพ่ยหนิงบนเวทีประกาศรางวัล
#ฉู่เพ่ยหนิงฉีกอกรางวัลเพลงภาษาเซี่ย#
ขณะที่คนนึกว่านี่คือแตงที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ของแรงกว่าก็มา
#สุ่ยจีซานเชียนคือนามปากกาซ่งเต้า#
#ซ่งเต้าแฉความดำมืดรางวัลเพลงภาษาเซี่ย#
#ซ่งเต้าประกาศถอนตัวจากทุกงานประกาศรางวัล#
#ซ่งเต้า...#
และในช่องคอมเมนต์ของฮอตเสิร์ชเหล่านี้
บ้าคลั่งไปแล้ว
เทียบกันแล้ว ข่าวราชาเพลงคบชู้ ราชินีเพลงโดนซ้อม ท็อปสตาร์บ้านพัง กลายเป็นเรื่องเด็กเล่นขายของไปเลย!
"พระเจ้าช่วย วงการเพลงประเทศเซี่ยจะเกิดแผ่นดินไหวเหรอเนี่ย?"
"ถ้าจำไม่ผิด เจ้าภาพรางวัลเพลงภาษาเซี่ยคือกระทรวง xx ใช่ไหม?"
"เฟิงซิ่วซานเดินออกกลางงาน โพสต์ด่ายับ; ฉู่เพ่ยหนิงประกาศลั่นเวที: ห้ามตัดไมค์ฉัน แล้วฉีกอกรางวัลเพลงภาษาเซี่ย; พี่หมายิ่งโหด แฉแม้กระทั่งเรื่องเปลี่ยนรางวัลหน้างาน... บ้าไปแล้ว บ้ากันไปหมดแล้ว!"
"ขอเรียกคนกลุ่มนี้ว่าผู้กล้า และในบรรดาผู้กล้า พี่หมาซ่งเต้าคือแม่ทัพผู้กล้าหาญที่สุด!"
"สุดยอด สุดยอดจริงๆ ค่ำคืนนี้ โคตรมันส์ที่สุดเท่าที่เคยเจอมา อยู่มาสามสิบกว่าปี ไม่เคยได้กินเผือกวงการบันเทิงที่มันส์ขนาดนี้มาก่อน"
"คำพูดของฉู่เพ่ยหนิงในงาน ทำให้เลือดลมเดือดพล่านขนลุกซู่ คำพูดของซ่งเต้า ทำเอาวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง พี่ชาย อนาคตไม่เอาแล้วเหรอ?"
"เป็นห่วงซ่งเต้าจัง คำพูดคืนนี้ จะทำให้เขาโดนแบนไหม?"
"แบน? เอาอะไรมาแบน? เขาพูดอะไรผิด?"
"เรื่องวงการบันเทิง อย่าไปจริงจังมาก ต่อให้เบื้องหลังรางวัลเพลงภาษาเซี่ยจะยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็แค่แขวนป้ายชื่อไว้เฉยๆ ผลงานเพลงของซ่งเต้าหลายเพลง เป็นหน้าเป็นตาของประเทศเราทั้งนั้น ขอแค่ไม่ทำผิดหลักการร้ายแรง ใครก็แบนเขาไม่ได้!"
"รางวัลเพลงภาษาเซี่ยครั้งนี้เกินไปจริงๆ เล่นงานตระกูลเฟยหยางซึ่งหน้า ขนาดคนนอกยังทนดูไม่ได้ เฟิงซิ่วซานเกี่ยวอะไรด้วย? แต่เขายังทนรับรางวัลไม่ไหว ต้องออกมาด่า คิดดูว่ามันเน่าเฟะขนาดไหน? แล้วจะไม่ให้ซ่งเต้าตอบโต้บ้างเหรอ?"
...
สตูดิโอชีวิตที่ยุ่งเหยิง
เหยียนอวี้ที่ดูถ่ายทอดสดตลอดรายการ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหลายครั้ง อยากจะโทรหาหลี่ผิง
พี่สาวจอมเผด็จการโกรธตั้งแต่รางวัล "นักร้องร็อกยอดเยี่ยม" รางวัลแรกแล้ว
แล้วก็โกรธขึ้นเรื่อยๆ
ตัวแดงไปหมด
แต่สุดท้าย เธอก็ไม่ได้โทรหาหลี่ผิง
เพราะไม่มีประโยชน์
คนบงการอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เธอเกือบจะมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคือหลี่ผิง
ดูจากผลลัพธ์ นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจธรรมดา แต่เต็มไปด้วยความแค้นส่วนตัว
ประเด็นคือ กรรมการของรางวัลเพลงภาษาเซี่ย คนที่มีอำนาจตัดสินรางวัล ก็กล้าจริงๆ!
แม้ในสายตาเบื้องบน วงการบันเทิงจะมีประโยชน์แค่ให้ความบันเทิง และช่วยจ่ายภาษีได้บ้าง
หลายปีมานี้ไม่ว่าวงการบันเทิงจะมีเรื่องดำมืดแค่ไหน นอกจากเรื่องผิดกฎหมาย เคยเห็น "ทีมชาติ" ลงมาแทรกแซงเมื่อไหร่?
พูดน่าเกลียดหน่อย ก็แค่เรื่องของพวกเต้นกินรำกิน
ส่วนใหญ่ก็แค่หมากัดกัน
คนดูก็แค่ดูความสนุก
ข่าวฉาวใหญ่โตแค่ไหน ก็สู้ข่าวคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญในท้องถิ่นไม่ได้
ชาวบ้านมองวงการบันเทิง ก็แค่กินเผือก
แต่เหยียนอวี้ขยะแขยงกับเหตุการณ์ครั้งนี้จริงๆ
เหมือนบทความยาวของเฟิงซิ่วซานนั่นแหละ
สิ่งที่รางวัลเพลงภาษาเซี่ยทำครั้งนี้ มันหน้าด้านถึงขีดสุด
คือไม่แอ๊บแล้ว
หงายไพ่เล่นเลย
รางวัลใหญ่ทั้งหมด ไม่ให้คนตระกูลเฟยหยาง
ทำไม?
มีปัญหาเหรอ?
ศิลปะไม่มีที่หนึ่ง พวกคุณคิดว่า "ในนามของพระบิดา" เจ๋ง คิดว่า "ลายคราม" สุดยอด
แต่ฉันไม่ชอบ!
ผิดตรงไหน?
ถ้าไม่มีเฟิงซิ่วซานออกมาฉะ ไม่มีฉู่เพ่ยหนิงออกมากราดยิง ต่อให้ชาวเน็ตตะโกนดังแค่ไหน จะมีประโยชน์อะไร?
อย่างมากก็แค่คนที่ชอบตระกูลเฟยหยาง ด่ากราดไปสักพัก
รอข่าวใหญ่อันต่อไปมา ก็ไม่มีใครจำเรื่องที่ตระกูลเฟยหยางเจอในงานประกาศรางวัลเพลงที่อ้างว่าสูงสุดของประเทศเซี่ยได้แล้ว
ก็เพราะเฟิงซิ่วซานกับฉู่เพ่ยหนิงเปิดฉากยิงถล่ม ทำให้บางคนเริ่มกลัว
แม้ก่อนหน้านี้จะใจกล้าห่อฟ้า แต่พอเจอวิกฤตจริงๆ ก็รู้จักรนราน
เลยรีบแก้เกม
คาดว่าถ้าเวลาทัน เพลงยอดเยี่ยม นักร้องชายหญิงยอดเยี่ยม ก็น่าจะมีการปรับเปลี่ยน
แต่จังหวะที่พวกเขารู้ตัวว่าแย่แล้ว อยากจะแก้เกม ดันเหลือรางวัลใหญ่รางวัลสุดท้ายพอดี!
เลยจำใจต้องขีดชื่อเฉินซงทิ้ง
ใช่แล้ว ใครที่พอรู้เรื่องรางวัลเพลงภาษาเซี่ย ก็ดูออกทั้งนั้น
"วันฟ้าใส" ได้เพลงยอดเยี่ยม เฉินซงคนแต่งก็ต้องได้นักแต่งเพลงยอดเยี่ยม
พวกเขาคิดว่ามอบรางวัลนี้ให้ซ่งเต้า ก็ถือเป็นการปลอบใจตระกูลเฟยหยาง และให้คำตอบกับกระแสสังคมที่เดือดพล่านได้บ้าง
แต่ฝันไปเถอะ ว่าซ่งเต้าที่อายุยังน้อย และยังมีอนาคตสดใสรออยู่
จะห้าวได้ขนาดนี้
ยอมทุบหม้อข้าวตัวเอง เพื่อจะลากพวกเขาลงนรกไปด้วยกัน เจาะฟ้าให้เป็นรู
ล้มโต๊ะ ทุบจนแหลกละเอียด!
ไม่มีใครรู้ว่าวินาทีนั้น พี่สาวจอมเผด็จการถึงกับน้ำตาซึม!
ไม่ได้กลัว เธอไม่สนหรอก
เธอรวย!
ต่อให้ซ่งเต้าไม่ทำอะไรเลยจากนี้ไป เธอก็ไม่แคร์
อย่าว่าแต่ซ่งเต้า ต่อให้รวมพี่เฟย เมียน้อยอีกคนมาด้วย เธอก็เลี้ยงไหว!
เธอเต็มใจ!
เรื่องแค่นี้เอง?
ที่เธอร้องไห้ เพราะตื้นตัน!
มันต้องอย่างนี้สิ!
ทำไมต้องยอมโดนรังแก แล้วสุดท้ายรับรางวัลที่ขีดชื่อคนอื่นทิ้งมาให้อย่างกับของเหลือเดน
ผู้ชายของฉันต้องให้พวกแกมายอมรับเหรอ?
ไม่มีถ้วยรางวัลของพวกแก ซ่งเต้าที่เปิดเผยตัวตนว่าเป็นสุ่ยจีซานเชียน จะไม่ใช่เจ้าพ่อดนตรีเหรอ?
ไม่มีนักร้องชายยอดเยี่ยม เขาจะไม่ใช่ราชาเพลงเหรอ?
หรือว่า ถ้าไม่มีการยอมรับจากพวกแก เขาจะก้าวสู่เวทีระดับโลกไม่ได้?
พวกแกเป็นใครกันวะ?
เหยียนอวี้เจ็บใจแค่ตัวเองไม่ได้อยู่ในงาน ไม่ได้เห็นความห้าวหาญของผู้ชายตัวเองกับตา
ตอนนี้การถ่ายทอดสดของช่องสามจบลงแล้ว
แล้วรายละเอียดที่น่าสนใจกว่าก็มาถึง
พวกเขากำลังเปิด MV "ในนามของพระบิดา" ของซ่งเต้า
คนตัดต่อน่าจะเป็นเด็กยุค 2000
ฉลาดเป็นกรด
เปิดมาก็เสียงปืน "ปัง ปัง ปัง ปัง" ห้านัด!
สุดยอด!
เห็นแบบนั้น เหยียนอวี้ก็ปิดทีวี
ไม่มีอะไรน่าห่วง
ต่อให้เธอไม่ลงมือ ซ่งเต้าก็ไม่เป็นไร!
ท่าทีของช่องสาม ก็ถูกชาวเน็ตตาดีสังเกตเห็น
แล้วเอาไปโพสต์ลงเน็ต
เกิดการถกเถียงกันยกใหญ่
ชัดเจน
นี่คือการใช้การกระทำ สนับสนุนซ่งเต้า!
กำลังจะโทรหาซ่งเต้า ถามว่าคืนนี้มีแผนยังไง ข้อความของซ่งเต้าก็เด้งมาหาเธอก่อน
"อาจารย์อิ่นบอกให้ไปรวมตัวที่บ้านแก เธอไปไหม?"
เหยียนอวี้ตอบทันที "ไป!"
...
บ้านสี่ประสานของอิ่นหง
แสงดาวระยิบระยับ
ดาราดังที่มาร่วมงานประกาศรางวัลคืนนี้ เกือบทั้งหมดถูกเชิญมาที่นี่
แม้แต่หวังเสี่ยวปั๋วกับซุนข่าย... ก็มา!
อิ่นหงวันนี้ไม่ได้พูดอะไรเกินเลยบนเวที แต่ไม่ได้แปลว่าในท้องไม่มีไฟ
ฉู่เพ่ยหนิงปกป้องเขา
เขารู้ดี
แต่ความจริง เขาไม่ต้องการการปกป้องขนาดนั้น
ตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ ตันหมดแล้ว ไม่มีที่ให้ขยับขึ้นแล้ว
แน่นอนถ้าเป็นเขาพูด อาจจะนุ่มนวลกว่านี้หน่อย
ไม่โหดเหี้ยมเท่าฉู่เพ่ยหนิง
แต่ที่ซ่งเต้าล้มโต๊ะตอนท้าย เป็นสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง ก็อดห่วงน้องรักคนนี้ไม่ได้
การเชิญทุกคนมาที่บ้าน ก็ถือเป็นการแสดงจุดยืน
เพราะพวกเขาไม่ได้หลบซ่อน
รถของคนกลุ่มนี้มากันเป็นขบวน ขับแห่กันมาถึงที่นี่ รถสื่อมวลชนตามมาเป็นพรวน
รุ่นพี่กลุ่มนี้ ตอนนี้กำลัง "ตำหนิ" ซ่งเต้า
ฉู่เพ่ยหนิงมองซ่งเต้าอย่างอ่อนใจ "ฉันช่วยเธอแซะไปตั้งขนาดนั้นแล้ว เธอจะขึ้นไปด่าพวกเขาซ้ำทำไม?"
ถานหลิน "น้องชาย ฉันไม่น่าให้เธอดูรายชื่อบนกระดาษนั่นเลย เธอเล่นล้มโต๊ะซะ..."
ฟางเจ๋อซี "ใจร้อนไปหน่อย ถึงสิ่งที่พวกเขาทำจะน่ารังเกียจ แต่เธอทำแบบนี้ก็สร้างศัตรูมากไป"
ลวี่เหว่ย "อาจารย์ซ่งของผม เราไม่ร่วมสังฆกรรมกับเขาก็พอแล้ว หันกลับไปชาร์ตใหญ่คุณก็เป็นผู้ชนะสูงสุดอยู่แล้ว เฮ้อ คุณนี่โหดเกินไป"
เซี่ยเสี่ยวเฟิ่งยิ้ม "ถานหลิน เจ๋อซี พวกเธอสมัยหนุ่มๆ ก็เอาแต่ใจไม่ใช่เหรอ บอกไม่ร่วมงานประกาศรางวัล ก็ไม่ร่วมอีกเลย?"
ฟางเจ๋อซี "แฟนคลับตีกันหนักเกินไป ช่วยไม่ได้ ไม่เหมือนกรณีของอาจารย์ซ่ง"
เจียงอิ่งยิ้มแทรก "ล้มก็ล้มไปสิ จริงๆ ก็ไม่มีอะไรใหญ่โต"
ทุกคนมองเธอ
เจียงอิ่งบอก "พวกคุณอยู่ฮ่องกง อาจจะไม่เข้าใจสถานการณ์ที่นี่ดีนัก คนพวกนั้นจ้องเล่นงานพวกเรามาตั้งนานแล้ว ต่อให้ไม่มีเรื่องวันนี้ ก็ต้องมีเรื่องอื่น"
เจ๊ใหญ่ที่ลุยวงการมานานจุดยืนชัดเจน ไม่เคยเป็นนกสองหัว ก้นนั่งฝั่งไหน ก็เชียร์ฝั่งนั้น
รวมถึงคำพูดบนเวทีของเธอ ถ้าไม่มีฉู่เพ่ยหนิง ซ่งเต้า เฟิงซิ่วซาน ที่ระเบิดลงตูมตามกว่า ก็คงได้ขึ้นฮอตเสิร์ชเหมือนกัน
ความจริงคำ "ตำหนิ" ของรุ่นพี่เหล่านี้ ส่วนใหญ่มาจากความห่วงใยซ่งเต้าจากใจจริง
พวกเขากลัวจริงๆ ว่าซ่งเต้าจะได้รับผลกระทบแย่ๆ จากเรื่องนี้
ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน อัจฉริยะที่โดนกดหัวมีเยอะแยะ
กวียิ่งใหญ่กี่คนที่ต้องตรอมใจตายเพราะกระดูกแข็งเกินไป ล่วงเกินคนไปทั่ว จนไม่ได้ดิบได้ดีตลอดชีวิต
ซ่งเต้าที่รวมร่างกับสุ่ยจีซานเชียน ในใจพวกเขาคืออัจฉริยะระดับท็อปของยุค
คือคนที่จะถูกจารึกชื่อในหน้าประวัติศาสตร์
ประเด็นคือยังอยู่ในวงการเพลง ความสำเร็จหลักอยู่ที่ดนตรี
ในฐานะรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จ ถ้าต้องทนดูอัจฉริยะแบบนี้ร่วงหล่น ใจมันเจ็บจริงๆ
ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงตอบรับคำเชิญของอิ่นหงทันทีโดยไม่ลังเล
แม้แต่หวังเสี่ยวปั๋วกับซุนข่ายที่ "สงบเสงี่ยมเจียมตัว" แล้ว ก็ทนสายตาเหมือนมองคนบ้าของผู้จัดการ ยอมตามมาด้วยโดยไม่ลังเล
บางครั้ง ไม่ต้องพูดอะไรมาก ท่าทีก็คือการสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ประเด็นคือสองท็อปสตาร์นี่กลัวโดนด่าจนตาย
รางวัลเพลงภาษาเซี่ยที่ถูกฉู่เพ่ยหนิง เฟิงซิ่วซาน และซ่งเต้า พูดง่ายๆ คือเพราะตระกูลเฟยหยาง ถีบลงเหว กลายเป็นรางวัลไก่กาไปแล้ว พวกเขาคือ "ผู้ชนะสูงสุด" ในค่ำคืนนี้
ไม่ต้องรอพรุ่งนี้ แค่คืนนี้ในฮอตเสิร์ชท็อป 10 ทุกแพลตฟอร์ม
ก็โดนด่าเละเป็นโจ๊กแล้ว!
ดีที่สองคนนี้เก็บตัวเงียบ เป็นเด็กดี และภายใต้การควบคุมของหัวหน้าแฟนคลับ แฟนๆ ก็ไม่ซ่ามาก
พยายามปั่นกระแสไปทาง: พี่ชายก็จนใจ ไม่ใช่ว่าพวกเขาอยากได้รางวัล ทุนเบื้องหลังมันดันต่างหาก
ถึงพอจะยันสถานการณ์ไว้ได้บ้าง
ไม่อย่างนั้น
ภาพลักษณ์พวกเขาคงพังพินาศป่นปี้
เหมือนที่เฟิงซิ่วซานโพสต์ยาวเหยียด: พวกมึงจะทำให้กูคลื่นไส้ไปถึงไหน? ต่อหน้าซ่งเต้า กูจะเป็นบุคคลแห่งปีได้ไง?
เพราะคนเยอะเกินไป
นอกจากขาใหญ่วงการเพลง ยังมีศิลปินในค่ายเฟยหยางอีกเพียบ
อิ่นหงเลยไม่ได้ทำกับข้าว
จัดปาร์ตี้บุฟเฟต์ค็อกเทลในห้องรับแขกใหญ่ของบ้านสี่ประสานแทน
ตอนเหยียนอวี้มาถึง อิ่นหงกำลังเดินชนแก้ว
ทักทายคนกันเองด้วยรอยยิ้ม แล้วแวบไปหาหลินเฟยกับซ่งเต้า
"ก่อนอื่นยินดีต้อนรับทุกคน เรื่องคืนนี้ ไม่ต้องพูดเยอะ บอกตรงๆ นี่คือความอัปยศของวงการเพลงภาษาเซี่ย!"
"แต่ช่วยไม่ได้ เหมือนที่เพ่ยหนิงบอก วงการบันเทิงมันโหดร้าย วงการเพลงภาษาเซี่ยก็โหดร้าย"
"หลายเรื่อง ไม่เป็นไปตามใจคน เราอยากจะเปลี่ยน อยากจะผลักดันอะไรบางอย่าง มันยากจริงๆ"
"คำพูดของเพ่ยหนิงไม่มีปัญหา การแสดงออกของซ่งเต้าก็ไม่มีปัญหา"
"ถ้าจำเป็น ผมจะออกมาพูด แต่ไม่บังคับ และไม่แนะนำให้ทุกคนรีบออกมาพูดอะไรตอนนี้"
"รอดูก่อน ถ้าจำเป็น ค่อยว่ากัน"
"ผมอยากจะบอกว่า ไม่ว่าเมื่อไหร่ พวกเรากลุ่มนี้ ควรจะสามัคคีกันจริงๆ"
อิ่นหงถือแก้วเหล้า เปรยด้วยความรู้สึก "ข้างนอกเรียกตระกูลเฟยหยาง ตอนนี้ก็เรียกกันติดปากแล้ว แต่ทุกคนเคยคิดไหม ตระกูลเฟยหยางคืออะไร?"
ดาราดังในงาน ต่างทำหน้าครุ่นคิด
อิ่นหงไม่เล่นลิ้น พูดต่อ "ตระกูลเฟยหยางในสายตาผม ก็แค่กลุ่มคนดนตรีที่ตั้งใจสร้างสรรค์และร้องเพลง สะอาด บริสุทธิ์ ไม่มีเรื่องสัพเพเหระ ไม่มั่วซั่ว ไม่เละเทะ"
"เพื่อนๆ ที่นี่น่าจะรู้ดี วงการบันเทิงกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยที่เละเทะเป็นยังไง"
"ดังนั้นทำไมผมถึงชอบซ่งเต้า? ชอบคนตระกูลเฟยหยาง? ไม่ต้องให้ผมพูดเยอะ พวกคุณเข้าใจ"
"ซ่งเต้าประกาศถอนตัวจากทุกรางวัลในอนาคต แม้จะน่าเสียดาย แต่ผมเข้าใจและเคารพ"
"ต่อให้นายไม่ใช่สุ่ยจีซานเชียน นายก็ไม่ต้องการรางวัลใดๆ มาพิสูจน์ ตรงกันข้าม รางวัลพวกนี้ต่างหาก ที่ต้องอาศัยการมีอยู่ของนาย เพื่อพิสูจน์ความขลังของตัวเอง!"
"คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้... เฮ้อ บางคนบ้าคลั่งถึงขนาดไม่กลัวที่จะเปิดเผยด้านที่โง่เขลาที่สุดออกมา"
"รางวัลวงการเพลงภาษาเซี่ยในอนาคต ลำบากแน่!"
เดิมทีตอนอิ่นหงพูด ทุกคนถือแก้วเหล้าฟัง
แต่พอพูดจบ ทุกคนวางแก้ว ปรบมือดังสนั่น
เซี่ยหงที่ติดธุระไม่ได้ไปงาน เพิ่งรีบมาพร้อมเหยียนอวี้ ตะโกนเชียร์เสียงดัง
"พูดได้ดี! ไม่ใช่ซ่งเต้าต้องการรางวัลพวกนั้น แต่รางวัลพวกนั้นต้องการซ่งเต้า!"
เจ๊ใหญ่ทำหน้าเสียดาย เอาไหล่กว้างๆ กระแทกฉู่เพ่ยหนิงเบาๆ "คืนนี้ฉันไม่อยู่ ถ้าฉันอยู่ ฉันด่าแรงกว่าเธอแน่ เรื่องด่าคนฉันถนัด พี่สาวผู้เรียบร้อยอ่อนหวานอย่างเธอไม่เหมาะทำเรื่องนี้หรอก!"
ฉู่เพ่ยหนิงแค่นเสียง "ใครบ้างไม่ใช่สาวแซ่บ?"
ซ่งเต้ามองอิ่นหง "ขอโทษที่ขัดจังหวะครับ พี่ฉู่ เดี๋ยวผมแต่งเพลง 'สาวแซ่บ' ให้พี่เพลงหนึ่ง!"
"เยี่ยม!"
ทุกคนในงานโห่ร้องชอบใจ
ยังไงก็อยู่ในบ้านสี่ประสานที่ไม่รบกวนชาวบ้าน
ปล่อยผีกันได้เต็มที่
อิ่นหงยกแก้ว มองซ่งเต้า "เขียน ต้องเขียน เขียนแล้วปล่อยคืนนี้เลย! อีกอย่าง ในเมื่อนายยอมรับว่าเป็นสุ่ยจีซานเชียนแล้ว เขียนเพลงอย่างเดียวไม่ได้ นายต้องเขียนกลอนสักบท ให้พวกเราเปิดหูเปิดตาหน่อย!"
ทุกคนส่งเสียงเชียร์อีกรอบ
เฉินถิ่งที่เป็นประทัดลูกใหญ่พอกัน กระดกเหล้าในแก้วหมดรวดเดียว
แล้วแซว "ฉันจะไม่รู้นิสัยนายเหรอ? นายอยากได้ลายพู่กันซ่งเต้าล่ะสิ!"
ฉินหล่างเสริม "พูดเหมือนนายไม่อยากได้งั้นแหละ!"
หวังเสี่ยวปั๋วกับซุนข่ายที่ร่วมกิจกรรม "ตระกูลเฟยหยาง" ครั้งแรก มึนตึ้บ
ปาร์ตี้วงการนี้ นอกจากจะสะอาดและสนุก ยังไฮโซขนาดนี้เชียวเหรอ
แม้จะเป็นท็อปสตาร์ ในที่สาธารณะพวกอิ่นหงฉู่เพ่ยหนิงเจอหน้าก็ยิ้มทักทาย
แต่การจะแทรกซึมเข้าสู่แวดวงของขาใหญ่กลุ่มนี้ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
เมื่อก่อนท็อปสตาร์หลายคนก็มีความหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง
พวกคุณไม่ให้เล่นด้วย ฉันก็เล่นของฉันเอง ในวงของฉันฉันเลือกนางสนม ปาร์ตี้ สนุกสุดเหวี่ยงเหมือนกัน
แล้วหลายคนก็พังเพราะเรื่องนี้
ไม่มีความรู้พื้นฐาน ไม่มีประสบการณ์สังคมที่มากพอ มีแค่ความนิยมดาดๆ แค่ดัง ยากจะเข้ากลุ่มอิ่นหงได้จริงๆ
อิ่นหงไม่ได้พูดเล่น
ไปหยิบสมุดโน้ตมา
สนทำไมฮอตเสิร์ชคืนนี้จะเป็นยังไง สนทำไมข้างนอกพายุจะโหมกระหน่ำแค่ไหน
ช่างหัวมัน!
ซ่งเต้าตั้งแต่เดบิวต์ ก็บอกแล้วว่า ดนตรีคือการเล่นสนุก
จนถึงวันนี้ ไม่สนภาพลักษณ์ ไม่เล่นระบบแฟนด้อม กลายเป็นท็อปสตาร์ในสายตาขาใหญ่ทุกคน ซ่งเต้ายังคงรักษาเจตนารมณ์เดิมไว้
นี่หายากเกินไป และน่าเคารพมาก
ซ่งเต้านั่งลงปุ๊บ ก็มีคนหยิบมือถือมาถ่ายวิดีโอทันทีหลายคน
ซ่งเต้าตวัดปากกา เขียนคำว่า "ล่าเม่ยจื่อ" (สาวแซ่บ) สามคำ
เพื่อนเก่าที่เคยเห็นซ่งเต้าแต่งสดมาหลายครั้ง ก็ยังเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
พรสวรรค์เด็กคนนี้มันน่ากลัวจริงๆ!
โดยเฉพาะความนิ่งที่ไม่หยิ่งผยองนี้ น่าเหลือเชื่อมาก
เปลี่ยนเป็นคนอื่น เจอเรื่องใหญ่คืนนี้ ยังจะมานั่งแต่งเพลงนิ่งๆ แบบนี้ได้เหรอ?
ฝันไปเถอะ!
แล้วตอนนั้นเอง
ในบ้านสี่ประสาน ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญโผล่มาอีกคน
โจวเชี่ยน!
หลายคนเห็นเธอแวบแรก งงไปเลย
หลายคนรู้ว่าเธอสนิทกับซ่งเต้า
นับถือกันเป็นพี่น้อง
แต่คิดไม่ถึงว่า ในสถานการณ์ละเอียดอ่อนแบบนี้ แถมหน้าบ้านมีสื่อดักรอเพียบ
เธอก็ยังมา
แม้แต่เซี่ยเสี่ยวเฟิ่ง ฟางเจ๋อซี ถานหลิน และห้าจตุรเทพ ก็ยังรีบทักทายเธอเบาๆ ทันที
โจวเชี่ยนยิ้มตาหยี โบกมือ บอกทุกคนไม่ต้องเกรงใจ
แล้วเดินไปหาซ่งเต้า
"พี่? พี่มาได้ไงครับ?"
ซ่งเต้าเงยหน้าเห็นโจวเชี่ยน แปลกใจนิดหน่อย จะลุกขึ้น
"ไม่ต้องลุก เขียนของเธอไป อย่าให้พี่ทำลายสมาธิ พี่แค่แวะมาดูเธอเฉยๆ"
โจวเชี่ยนโบกมือ
ไม่ได้เข้ากล้อง
แต่ท่าทีสนับสนุนแบบ "โจ่งแจ้ง" ขนาดนี้ ทุกคนในงานสัมผัสได้หมด
บางคนที่กังวลอยู่บ้าง
พอโจวเชี่ยนปรากฏตัว ก็วางใจทันที
นั่นสิ
อาจารย์ซ่งที่โดนรางวัลเพลงภาษาเซี่ยเล่นงานอย่างบ้าคลั่ง ขี่คอด่ากราด ก็ไม่ใช่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้านะ!
แม้โจวเชี่ยนจะแค่มายืนยิ้มๆ
แต่ทุกคนเหมือนได้ยินเสียงแค่นหัวเราะ——
แบน?
แบนใคร?
แกแบนให้ดูสักคนซิ!
สิบกว่านาทีต่อมา
ซ่งเต้าส่งสมุดโน้ตให้ฉู่เพ่ยหนิง แล้วรับกีตาร์จากอิ่นหง
ไหนๆ ก็เล่น สนุกๆ ไม่ต้องเป๊ะมาก เอามาทำดนตรีประกอบได้แน่นอน
ความจริงด้วยฝีมือฉู่เพ่ยหนิง ร้องสดเปล่าๆ ก็เพราะพริ้งอยู่แล้ว
ฉู่เพ่ยหนิงรับสมุดโน้ตไปอย่างเบิกบาน ดูเนื้อเพลง "สมกับเป็นสาวแซ่บ แซ่บจริงๆ!"
เซี่ยหงที่ "อิจฉาริษยา" ขยับเข้าไปเกาะแขนดูด้วย
ตกใจ "ตายจริง ทุกประโยคมีคำว่า 'เผ็ด' (แซ่บ) หมดเลย? แล้วเธอเพิ่งไปฉีกอกคนมาทางโน้น หันมามาร้องเพลงนี้ ไม่ทำเอาบางคนเส้นเลือดในสมองแตกตายเลยเหรอ?"
คนที่ยังไม่เห็นเนื้อเพลง ต่างทำหน้าอยากรู้
"พี่แดงอย่าพูดมั่ว ฉันแค่ร้องเพลง เกี่ยวอะไรกับคนอื่น?"
ฉู่เพ่ยหนิงกระแอม "เพลงนี้ร้องง่าย รบกวนอาจารย์ซ่ง น้องชายแสนดีของพี่เล่นดนตรีให้หน่อย!"
ซ่งเต้ายิ้มพยักหน้า จากนั้นดีดสายเบาๆ เสียงกีตาร์ใสกังวานดังขึ้น
เล่นตามทำนองง่ายๆ พอถึงจุดหนึ่ง สบตากับฉู่เพ่ยหนิง
เสียงใสสะท้อนก้องของฉู่เพ่ยหนิงดังขึ้นทันที
"อัย~"
"สาวแซ่บเผ็ด สาวแซ่บเผ็ด สาวแซ่บสาวแซ่บเผ็ด เผ็ด เผ็ด..."
กลิ่นอายพลังเสียงระดับเทพพุ่งเข้าใส่หน้า
ฉู่เพ่ยหนิงที่ดื่มไปนิดหน่อย หน้าแดงระเรื่อ สีหน้าท่าทางจัดเต็ม
นั่งข้างซ่งเต้า โยกตัวท่อนบนเบาๆ พร้อมไม้ไม้เมือง แสดงความแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่าออกมาได้ถึงพริกถึงขิง
ที่สำคัญคือเสียงเธอดีจริงๆ!
ถือเป็นความสุขอย่างยิ่ง!
ทุกคนในงาน วางแก้วเหล้า ตบมือตามจังหวะ
สืออวี้เหยียน ปี้เสวี่ยเฟิง จางหวั้น โหวเทียนเวย เทพและตัวท็อปที่เข้าเฟยหยางแล้วแต่ยังไม่ได้เพลง มองซ่งเต้าด้วยสายตาเหมือนมองพระเจ้า!
สัมผัสความน่ากลัวของนักรบวงกลม เจ้าพ่อดนตรีได้อย่างชัดเจนที่สุด
น่ากลัวจริงๆ น่าทึ่งจริงๆ
ทางตันของการสร้างสรรค์คืออะไร?
ไม่มีอยู่จริง!
"สาวแซ่บไม่เคยกลัวเผ็ด สาวแซ่บโดยกำเนิดไม่กลัวเผ็ด สาวแซ่บออกจากบ้านกลัวไม่เผ็ด คว้าพริกกำมือหนึ่งมาพูดจา~"
เนื้อเพลงดูง่ายๆ แต่กลับรู้สึกว่าเขียนได้เฉียบขาด!
ประเด็นคือเพลงนี้เหมาะกับฉู่เพ่ยหนิงเกินไปแล้ว
ต่อให้นั่งอยู่ตรงนั้น ทั้งเสียงทั้งลมหายใจ ไม่ได้รับผลกระทบเลย
ร้องเพลงนี้จน "มีชีวิต" จริงๆ!
เปลี่ยนเป็นคนอื่น ต่อให้เป็นหลินเฟยหรือเซี่ยเสี่ยวเฟิ่งที่พลังเสียงเทพเหมือนกัน ก็ร้องไม่ได้ฟีลนี้
ในงานนอกจากสองท็อปสตาร์ เกือบทั้งหมดเป็นนักร้องอาชีพ
มีแต่คนกลุ่มนี้ ถึงจะเข้าใจความเก่งกาจของฉู่เพ่ยหนิงและ... ความน่ากลัวของซ่งเต้าอย่างแท้จริง!
ทำไมเขาถึงทำให้ชิวซินเหยา เจียงอิ่ง ราชินีเพลงรุ่นเก่ากลับมาดังได้ง่ายๆ?
ไม่ใช่แค่เพลงดี
ที่สำคัญกว่าคือ เหมาะสม!
เพลงที่เขาเขียน ให้ใครร้อง แม้แต่เพลง "ไม่เป็นไร" ที่ให้หม่าเซิน ก็เหมาะสมที่สุด!
ไม่มีความสามารถนี้ จะเรียกว่าเจ้าพ่อดนตรีได้ไง?
จงอวี่ถงกับเซวียหลิน ข่งซี หูเหว่ย และคู่หูตำนานหงส์เพลิง เซี่ยงรุ่ยกับเหลิ่งซู่หนิง มุงดูกันอยู่ มองซ่งเต้าดีดกีตาร์และฉู่เพ่ยหนิงร้องเพลง
ในใจลึกๆ สงบนิ่ง
เหลือบมองสายตาหลงใหลของข่งซี แล้วถอนหายใจเบาๆ
ยายซีนี่โชคดีจริงๆ!
อาจารย์มีเสน่ห์เหลือเกิน ฆ่าเรียบทั้งชายหญิง!
ที่ที่เขาอยู่ คือศูนย์กลาง
ศิลปินอาวุโสระดับตำนานปฏิบัติต่อเขาด้วยคำเดียว——โอ๋!
ฉู่เพ่ยหนิงร้องอย่างมีความสุขและสนุกสนาน
บนใบหน้าที่ดูแลอย่างดีและยังคงความสวยนั้น มองไม่เห็นร่องรอยของคนที่เพิ่งไปฉีกอกรางวัลเพลงภาษาเซี่ยมาเมื่อกี้เลย
เหมือนพี่สาวคนหนึ่งที่ร้องเพลงอย่างมีความสุขในงานปาร์ตี้
สถานะของเธอ คำเดียว——เจ๋ง!
ร้องจบ เสียงปรบมือดังสนั่น
เหยากั๋วหัวอดทึ่งไม่ได้ "เพลงของอาจารย์ฉู่ ดีจริงๆ ไม่กล้าขึ้นเวทีด้วยเลย"
เฉินหมิงชวนยิ้ม "ขึ้นเวทีเดียวกันยังพอไหว แต่ถ้าร้องเพลงเดียวกันนี่ทรมานแย่!"
คำพูดนี้ไม่เกินจริง
เห็นเป็นระดับราชาเพลง แต่เรื่องพลังเสียง โดนฉู่เพ่ยหนิงตบกลิ้งจริงๆ
ในห้าจตุรเทพ มีแค่ลู่หลีที่พลังเสียงโหดสุด พอจะรับมือฉู่เพ่ยหนิงร้องเพลงเดียวกันไหว
แต่นั่นก็ต้องให้เจ๊ฉู่ออมมือให้หน่อย
ถ้าเอาจริง ก็โดนเป่ากระจุยเหมือนกัน
คนพวกนี้อัดวิดีโอเสร็จ ก็ส่งให้ไป๋เยว่ที่อยู่ในงานแต่ทำตัวเป็นอากาศธาตุทันที
คนที่มาถึงระดับนี้ เบียดเข้ามาในวงสังคมเฟยหยางได้ ต่อให้ EQ ไม่สูง IQ ก็ไม่ต่ำ
วิดีโอนี้ มีแค่สองคนโพสต์ที่เหมาะสมที่สุด
หนึ่งคือซ่งเต้า หนึ่งคือฉู่เพ่ยหนิง
ส่งให้ไป๋เยว่ก่อน เพื่อให้ตัดต่อและจัดการ
ซ่งเต้าบอก "เดี๋ยววิดีโอนี้ตัดต่อเสร็จ ส่งให้ทุกคน ใครอยากโพสต์ก็โพสต์เลย!"
มีเรื่องดีแบบนี้ด้วย?
ทุกคนอดโห่ร้องดีใจไม่ได้
ต่อให้ยอดวิวจะกระจายกันไป แต่ด้วยกระแสตอนนี้ ต่อให้เซวียหลินโพสต์ ยอดวิวยังไม่น้อยเลย!
ที่ซ่งเต้าพูดแบบนี้ เพราะเขาเห็นว่าค่าชื่อเสียงของเขา ใกล้จะแลกหนังสือสามเล่มที่เหลือได้แล้ว!
เพื่อนดีๆ (เครื่องมือ) เยอะขนาดนี้ ไม่ใช้ประโยชน์ก็น่าเสียดายแย่?
และสำหรับคนเหล่านี้ ทุกคนก็อยากจะโพสต์วิดีโอนี้ลงบัญชีตัวเองจริงๆ
โดยเฉพาะซุนข่ายกับหวังเสี่ยวปั๋ว
แทบจะรอไม่ไหว!
สองคนนี้ไม่สนรางวัลวงการเพลงแล้วจริงๆ
และเมื่อกี้ผู้จัดการของแต่ละคน หลังจากตั้งสติและขอคำสั่งจากบริษัท ก็ให้ "คำแนะนำ" ล่าสุดมา
ร่วมงานก็ร่วมไปเถอะ อย่าพูดจาซี้ซั้วก็พอ
เพราะทีมงานของทั้งคู่ ประเมินจากกระแสในเน็ตแล้ว ตัดสินใจถูกต้องที่สุด
นั่นคือ ล่วงเกินรางวัลเพลงภาษาเซี่ย ดีกว่าล่วงเกินแก๊งเฟยหยางล้านเท่า!
นี่ไม่เท่าไหร่
ที่สำคัญคือภาพลักษณ์ในเน็ตของทั้งคู่!
เพราะรางวัลเพลงยอดเยี่ยมกับนักร้องชายยอดเยี่ยม โดนด่าจนเละเป็นโจ๊กแล้ว
แสดงความสนิทสนมกับซ่งเต้า "เทพเจ้า" คนนี้ออกมาอย่างเหมาะสม จะช่วยลดแรงด่าที่มีต่อพวกเขาได้เยอะมาก
พวกเขากินข้าวหม้อแฟนคลับ
ไม่ได้กินข้าวหม้อรางวัลเพลงภาษาเซี่ย
ต้องรู้ว่าชามข้าวใครสำคัญกว่า
[จบแล้ว]