เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 - คำเชิญจากงานชุนหว่าน

บทที่ 100 - คำเชิญจากงานชุนหว่าน

บทที่ 100 - คำเชิญจากงานชุนหว่าน


บทที่ 100 - คำเชิญจากงานชุนหว่าน

"ไม่ทาย!"

ซ่งเต้าที่กำลังกินกบผัดพริกปฏิเสธทันควัน

ช่วงนี้เขาขุดเจอร้านใหม่ที่ทำอร่อยมาก ต้องสั่งมากินทุกสองสามวัน

แถมยังแชร์พิกัดให้ลูกศิษย์ทั้งสองคนด้วย

ข่งซีบอกว่าจะไปหัดทำ แล้วจะทำให้ซ่งเต้ากิน!

ซ่งเต้ารีบห้ามเสียงแข็ง

"เธอออกจะยุ่ง อย่าเอาเวลาไปทิ้งกับเรื่องไร้สาระพวกนี้เลย"

เขากลัวโดนศิษย์ทรยศวางยาพิษ

ส่วนหูเหว่ยบอกว่าเขาทำเป็น แถมยังเตือนซ่งเต้าว่าอาหารเดลิเวอรีไม่สะอาด กินเผ็ดบ่อยๆ ไม่ดีต่อคอ

ซ่งเต้ามองค่าชื่อเสียงที่พุ่งเอาๆ จนใกล้จะได้ยาอม "เสียงทอง" เต็มที

แล้วตอบกลับไปอย่างใจเย็นว่าไม่เป็นไร

คนเสฉวนกินเผ็ดทุกวัน ไม่มีนักร้องเกิดเลยหรือไง?

"ทายหน่อยน่า!" หลินเฟยคะยั้นคะยอ

"ไม่!" ซ่งเต้ายืนกราน

"เธอนี่น่าเบื่อจริงๆ..." เห็นซ่งเต้าไม่เล่นด้วย หลินเฟยปลายสายก็บ่นอุบอิบเล็กน้อย

ก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงดีใจ "ฉันเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากทีมงานชุนหว่านค่ะ!"

"จริงดิ?" ซ่งเต้าชะงัก

"จริงค่ะ เพิ่งวางสายเมื่อกี้ เขาบอกให้รอประกาศ แล้วอีกไม่กี่วันให้เข้าไปรายงานตัว" หลินเฟยเล่า

ต้องบอกว่า นี่เป็นข่าวดีที่น่าตื่นเต้นจริงๆ

ถึงปีนี้จะเป็นปี 2025 แล้ว คนดูชุนหว่านน้อยลงเรื่อยๆ

แต่เรตติ้งของมันก็ยังไร้เทียมทาน!

งานกาล่าระดับซูเปอร์ที่อยู่คู่การเติบโตของคนหลายรุ่น กลายเป็นความผูกพันทางใจไปแล้ว

ปากก็ด่ากันไป แต่พอถึงคืนส่งท้ายปีเก่า ก็ยังเปิดทีวีทิ้งไว้อยู่ดี

อาจจะไม่ได้นั่งเฝ้าหน้าจอพร้อมหน้าทั้งครอบครัวเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังชำเลืองดูบ้าง

เจอการแสดงดีๆ ก็รีบเรียกกันมามุง

"ดีเลยครับ!" ซ่งเต้ายินดีกับเธอจากใจจริง

หลินเฟยดังขนาดนั้นในสมัยก่อน แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ขึ้นเวทีชุนหว่านเลย

สมัยนั้นดาราเบอร์ใหญ่เยอะเกินไป!

ถ้าไม่มีแบ็กกราวนด์แข็งๆ ก็ยากจะถึงคิวเธอ

แน่นอน ถ้าไม่เกิดเรื่องคราวนั้นขึ้น การได้ขึ้นชุนหว่านก็คงเป็นเรื่องของเวลา

กำลังคิดเพลินๆ หลินเฟยก็พูดต่อ "ยังมีเธอด้วยนะ!"

"ห๊ะ?"

คราวนี้ซ่งเต้าตกใจจริง

"มีผมด้วย?"

"ทางนั้นไม่มีเบอร์เธอ เลยโทรมาที่ฉัน ให้ฉันช่วยแจ้งเธออีกที"

หลินเฟยหัวเราะเบาๆ ปลายสาย "เป็นไง? แบบนี้ถือเป็นข่าวดีไหม?"

"ดีสิครับ ทำไมจะไม่ดีล่ะ?"

พูดตามตรง ซ่งเต้า (ผู้มีประสบการณ์ชีวิตเหมือนห่าวฉุน) ตื่นเต้นจริงๆ

ใช้ชีวิตมาสองชาติ ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสได้ขึ้นเวทีระดับนี้

คืนนั้น คนแทบทั้งประเทศจะได้เห็นคุณ!

อย่าเห็นว่าตอนนี้ดังแค่ไหน แต่คนที่ไม่สนใจโลกออนไลน์ ไม่ดูรายการวาไรตี้ อาจจะเคยฟังเพลงเขา แต่ไม่คุ้นชื่อเขาก็มี

อย่าดูถูกอานุภาพของกะลาครอบข้อมูล

โดยเฉพาะแพลตฟอร์มอย่างซื่อติงหรือหว่อซิ่ว อัลกอริทึมมันแม่นยำมาก คนเรามักจะดูแต่วิดีโอประเภทเดิมๆ

ไถดูสาวเต้นเซ็กซี่แป๊บเดียว หน้าฟีดก็จะมีแต่คอนเทนต์แบบนั้นโผล่มาเต็มไปหมด!

แต่ชุนหว่านไม่เหมือนกัน ไอ้เจ้านี่มันครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายของจริง

สมัยก่อนหลินเฟยโดนค่อนขอดว่าไม่คู่ควรกับคำว่าราชินีเพลง ข้อหาไม่เคยขึ้นชุนหว่านก็เป็นหนึ่งในนั้น

เวทีระดับสูงสุดคุณยังไม่เคยขึ้น ต่อให้ได้รางวัลระดับประเทศระดับโลก ได้ขึ้นปกนิตยสารชั้นนำ เป็นพรีเซนเตอร์สินค้าไฮเอนด์แล้วยังไง?

อย่างมากก็แค่พิสูจน์ว่าคุณดัง

ถ้าใช้ศัพท์นิยายกำลังภายในก็คือ: คุณยังไม่บรรลุธรรม!

วางสายจากหลินเฟย

จู่ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นได้

การรุมสกรัมจากค่ายใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ จะเกี่ยวกับคำเชิญชุนหว่านหรือเปล่า?

เรื่องแบบนี้ ทีมผู้กำกับต้องประชุมหารือกันก่อน

พอนิ่งแล้วถึงจะโทรแจ้งศิลปิน

ในเมื่อมีการประชุม ก็ต้องมีคนรู้มากกว่าสองสามคน

ข่าวรั่วไหลใน "วงใน" จึงเป็นเรื่องปกติ

"ตอนแรกนึกว่าเป็นเพราะยึดชาร์ตเพลง มองมุมนี้ เป็นไปได้สูงว่าเกี่ยวกับคำเชิญชุนหว่านด้วย..." ซ่งเต้าพึมพำ

วันที่วุ่นวายนี้ แม้เขาจะรักษาความเสถียรของอารมณ์ได้ดี

แต่ก็ยังหงุดหงิดอยู่บ้าง

ต่อให้รู้ว่าความร้อนแรงนี้จะเปลี่ยนเป็นค่าชื่อเสียงมหาศาล

แต่ใครโดนคนปั่นกระแสด่าขนาดนั้น อารมณ์คงไม่ดีเท่าไหร่

แต่ตอนนี้ เมฆหมอกในใจสลายไปในพริบตา!

พร้อมกันนั้นก็รู้สึกว่า ภายใต้พายุอารมณ์แบบนี้ ทีมผู้กำกับชุนหว่านยังไม่เปลี่ยนใจ ช่างกล้าหาญจริงๆ!

นึกถึงบทสนทนาที่บ้านปู่หลี่จวิน

ซ่งเต้าครุ่นคิด หรือว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกัน?

ถึงเขาจะมั่นใจว่าตัวเองไม่เสียภาพลักษณ์เพราะเพลงแค่นั้น

ไม่ใช่เพลงแรงๆ อย่าง "มือที่สาม " สักหน่อย จะกลัวอะไร?

และนี่ไม่ใช่ยุคที่อินเทอร์เน็ตยังไม่พัฒนา ที่ผู้มีอำนาจพูดอะไรคนก็เชื่อไปหมด

ละครพลิกล็อกมีเยอะแยะ ชาวเน็ตไม่ได้หลอกง่ายขนาดนั้น

แน่นอนว่าคนโง่คนเลวที่ชอบฟังความข้างเดียวและตัดตอนเนื้อหาก็ยังมีเยอะ

แต่ยุคที่คนกลุ่มน้อยผูกขาดความจริง อยากทำลายใครก็ทำลายได้แบบ "เผด็จการคำพูด" มันผ่านไปแล้ว

แต่ก็ต้องยอมรับว่า ไอ้พวกอันธพาลที่ไม่กล้าและหาช่องเล่นงานหลินเฟยไม่ได้ เลยแห่กันมารุมกินโต๊ะเขาหวังทำลายเฟยหยางเยว่จาง การบุกโจมตีรอบนี้รุนแรงจริงๆ!

เห็นในเน็ตเถียงกันคอแตก ฉีกหน้ากันเละเทะ

แถมสื่อทางการยังแอบช่วยอยู่เนืองๆ ดูเหมือนฝ่ายเราจะไม่เพลี่ยงพล้ำ

แต่ข้อครหาคือข้อครหา

พอมันผุดขึ้นมา ก็ยากจะสงบลงได้เร็วๆ

เผลอๆ จะมีพวกเป็นกลางจอมปลอม โดดออกมาพูดว่า: ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ถ้าไม่มีมูลเขาจะมาด่าทำไม ทำไมเขาไม่โจมตีคนอื่น เจาะจงแต่คุณ?

ผู้กำกับใหญ่ชุนหว่านไม่มีทางไม่อ่านข่าวออนไลน์

ข่าวขึ้นเทรนด์วันนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ผ่านหู

ต่อให้ไม่อ่านข่าวจริงๆ ก่อนตัดสินใจเชิญ คนรอบข้างก็ต้องเตือนต้องบอก

ในสถานการณ์แบบนี้ ยังกล้าเชิญ?

คงไม่ใช่แค่เพราะยอมรับในฝีมืออย่างเดียว

จะลองถามปู่หลี่ดูดีไหม?

คิดไปคิดมา ซ่งเต้าตัดสินใจไม่ถาม

ถ้าใช่ ถ้าเขาอยากบอก เดี๋ยวเขาก็บอกเอง

ในเมื่อไม่พูด ก็ต้องมีเหตุผล

ถ้าไม่ใช่ ถามไปจะหน้าแตกเปล่าๆ

...

บ้านตระกูลหลิน

หลินเฟยที่มาสก์หน้าอยู่ วางขาเรียวยาวขาวผ่องสองข้างพาดไว้บนโต๊ะรับแขกอย่างเกียจคร้าน

วางโทรศัพท์ลง ดวงตาบนใบหน้าสวยหมดจดทอประกายยิ้มสดใสที่เจ้าตัวแทบไม่รู้ตัว

แม่หลินถือจานผลไม้เดินเข้ามา มองลูกสาวด้วยความสงสัย

แม่หลินวัยห้าสิบกว่า สมัยสาวๆ ก็เป็นคนสวยจัด

แต่เพราะชีวิตแต่งงานล้มเหลว บวกกับตอนสาวๆ ลำบากตรากตรำส่งลูกเรียนดนตรี

ต่อให้ช่วงหลังจะดูแลตัวเองดีแค่ไหน ก็ยังดูมีอายุ

เธอวางจานผลไม้ข้างขาหลินเฟย แล้วเอามือปัดๆ อย่างรังเกียจ

"ขยับไปหน่อย"

"ทำไมอ่า!" หลินเฟยบ่นอุบอิบ

หดขาเรียวยาวกลับมา นั่งขดตัวบนโซฟา ท่าทางเหมือนคนไม่รู้จะเอาแขนขาไปวางไว้ตรงไหน

"โทรหาเสี่ยวซ่งเหรอ?" แม่หลินนั่งลงข้างๆ ถาม

หลินเฟยหุบยิ้มทันที กลับมาทำหน้านิ่งเย็นชา

"ทำไมคะ?"

มองลูกสาวที่สวยปานนางฟ้า แม่หลินยิ้ม ทั้งภูมิใจและปวดใจลึกๆ

พูดเสียงอ่อนโยนว่า "จริงๆ แม่ไม่เคยคิดจะบังคับลูกเรื่องหาแฟน เรื่องแบบนี้ต้องดูบุพเพฯ ไม่งั้นจะเป็นเหมือนแม่..."

เธอส่ายหน้าเบาๆ "แม่แค่ไม่อยากให้ลูกเหงา"

สีหน้าหลินเฟยอ่อนลง ซบไหล่แม่ "เรื่องนี้แม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว หนูไม่เหงาสักนิด!"

แม่หลินจับมือลูกสาว "ได้ แม่ไม่ยุ่งเรื่องนี้ แค่ลูกเดินออกมาจากเงามืดในอดีตได้ ก็เก่งมากแล้ว อะไรที่ไม่แน่นอน ก็อย่าไปคิดมัน"

หลินเฟยรับคำในลำคอ

แล้วก็ได้ยินแม่พูดต่อ "วันไหนลูกชวนเสี่ยวซ่ง... กับเหยียนเหยียน ชิงชิง เสี่ยวข่ง มากินข้าวที่บ้านสิ?"

หลินเฟย "..."

โลกนี้ไม่มีใครอ่านใจใครได้ แต่เจตนาของแม่หลิน หลินเฟยอ่านขาดในวินาทีเดียว

นี่คือยังไม่ตัดใจสินะ!

แต่เธอก็คิดดู ชวนทุกคนมาสังสรรค์ที่บ้าน คึกคักหน่อย ดูเหมือน... จะไม่มีข้อเสียอะไร

"ไว้ดูวันว่างก่อนนะคะ" เธอตอบ

...

เช้าวันรุ่งขึ้น

ซ่งเต้าไปวอร์มเสียงที่สวนสาธารณะเหมือนเดิม แล้ววิ่งห้ากิโล

กลับบ้านอาบน้ำ กินมื้อเช้าง่ายๆ แล้วขับรถไฟฟ้าคันที่ไม่ค่อยได้ขับไปบริษัท

เมื่อคืนหลินเฟยไม่ได้พูดรายละเอียดในโทรศัพท์ ยังไงก็ต้องคุยกันต่อหน้า

นี่คืองานชุนหว่าน ซ่งเต้าต้องตื่นตัวร้อยเปอร์เซ็นต์เพื่อรับมือ

จริงๆ เพลงที่เหมาะกับชุนหว่านมีเยอะแยะ แต่จะเอาแต่ใจตัวเองไม่ได้

ต้องดูความต้องการของทางนั้นด้วย

เนื่องจากข่าวยังต้องปิดเป็นความลับ คนภายนอกยังไม่รู้เรื่องนี้

ตอนมาถึงบริษัท น้องสาวคนสวยที่เคาน์เตอร์เลยรีบฟ้องด้วยความเดือดดาลแทนเขา

"พี่ เมื่อคืนหนูฉะกับพวกงี่เง่านั่นทั้งคืนเลย!"

ซ่งเต้ามองขอบตาดำที่คอนซีลเลอร์ก็ปิดไม่มิดของเด็กสาว แล้วบอกว่า "ไม่ต้องโกรธหรอก พวกมันทำอะไรพี่ไม่ได้หรอกน่า"

"ไม่ได้พี่ จะยอมให้พวกมันใส่ร้ายไม่ได้!"

พูดจบเธอก็หยิบซองจดหมายจากเคาน์เตอร์ส่งให้ซ่งเต้า

"จริงสิพี่ มีจดหมายถึงพี่ฉบับนึง"

จดหมาย?

ซ่งเต้าชะงัก สมัยนี้ยังมีคนเขียนจดหมายอีกเหรอ?

แถมส่งมาถูกที่เป๊ะที่บริษัทเฟยหยางเยว่จาง?

เขาไม่ได้ใส่ใจมาก ถามผ่านๆ ว่า "พี่เฟยมาหรือยัง?"

น้องพยักหน้า "มาแล้วค่ะ อยู่ในห้องทำงาน"

ซ่งเต้ารับคำ ชูจดหมายในมือ "ขอบใจนะ ไม่ต้องไปทะเลาะกับพวกนั้นหรอก โมโหไปเสียสุขภาพเปล่าๆ"

น้องตอบกลับอย่างร่าเริง "ไม่เป็นไรพี่ หนูเวลาด่าคนไม่เคยเก็บมาใส่ใจ!"

ซ่งเต้า: เยี่ยม

เดินมาเคาะประตูห้องทำงานหลินเฟย

เห็นหลินเฟยนั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์รัวๆ เหมือนกำลังคุยแชทกับใครอยู่

เธอโบกมือให้เขา ชี้ไปที่ตู้เย็น

บอกนัยๆ ว่าอยากดื่มอะไรหยิบเอง

ซ่งเต้าส่ายหน้า เดินไปนั่งที่โซฟา

แกะซองจดหมายดู พบว่าข้างในไม่ใช่กระดาษเขียนจดหมาย แต่เป็น... ใบโอนเงิน! (ธนาณัติ)

ซ่งเต้าตกใจ นี่มันเรื่องอะไรกัน?

เดี๋ยวนี้เขารับเงินไม่มีเช็คแล้ว นอกจากสองเพลงแรกที่เพนกวินมิวสิกโอนเข้าบัญชีส่วนตัว ที่เหลือก็ผ่านบัญชีบริษัทหมด

หยิบออกมาดู ยอดเงินห้าหมื่นหยวน!

ระบุชื่อเขาถูกต้องชัดเจน

แต่ไม่มีที่อยู่ผู้ส่ง เขียนแค่ว่าไปรษณีย์เขต xx

จะว่าไป ต่อให้ตอนนี้เขามีเงินในมือเกินล้าน ห้าหมื่นก็ไม่ใช่เงินน้อยๆ

สำหรับคนชอบของฟรี เงินหล่นทับแบบนี้อาจจะเก็บเข้ากระเป๋าไปแล้ว

ก็ไม่ได้ขโมยใครมา ต่อให้มีคนมาทวง ก็อ้างได้ร้อยแปด อย่างมากก็คืนไป

แต่ซ่งเต้ารู้สึกพิกล ในใจเกิดความระแวงขั้นสุด

จู่ๆ มีใบโอนเงินโผล่มาในจังหวะนี้ ดูยังไงก็เหมือนมีแผนร้าย

ตอนนั้นเองหลินเฟยก็เคลียร์งานเสร็จ ใบหน้าประดับรอยยิ้มจางๆ เดินมานั่งลง

"เพิ่งคุยกับทางนั้น ฉันมีเพลงเดี่ยวหนึ่งเพลง แล้วก็เพลงคู่กับเธอหนึ่งเพลง เธอว่าร้อง 'พระจันทร์' หรือ 'บทแห่งอนาคต' ดี?"

"ต้องแล้วแต่ผู้กำกับหรือเปล่าครับ?" ซ่งเต้าพูดพลางอดถามไม่ได้ "ทางนั้นกล้าเชิญผมได้ไงเนี่ย?"

หลินเฟยส่ายหน้า "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้สึกว่าอาจจะเป็นอาจารย์หลี่ แต่เรื่องแบบนี้ถามลำบาก แต่ผู้กำกับนัดเราไปดื่มน้ำชาตอนบ่าย เจอหน้าก็คงรู้เอง"

พูดอยู่ มือถือเธอก็มีข้อความเข้า

เธอก้มดู แล้วบอกซ่งเต้าว่า "น่าจะปิดคดีได้แล้วค่ะ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 100 - คำเชิญจากงานชุนหว่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว