เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 - ราชินีเพลงก็โดนเร่งแต่งงาน

บทที่ 50 - ราชินีเพลงก็โดนเร่งแต่งงาน

บทที่ 50 - ราชินีเพลงก็โดนเร่งแต่งงาน


บทที่ 50 - ราชินีเพลงก็โดนเร่งแต่งงาน

ค่าตัวร้องเพลงของหลินเฟยสามล้าน

หรือว่าในใจอีกฝ่าย โปรดิวเซอร์ลึกลับที่เพิ่งปั้นเด็กใหม่สองคนจนดังและทำให้ราชินีเพลงกลับมาทวงบัลลังก์ได้คนนี้ จะมีสถานะเทียบเท่าราชินีเพลง?

ซ่งเต้าส่ายหน้าในใจ รู้ว่าเป็นไปไม่ได้

เขาน่าจะได้รับอานิสงส์จากจางอี้

เพราะราคานี้มันมีนัย

เกากวินไม่ค่อยได้ทำหนัง แต่ในวงการละครโทรทัศน์เขาคือเบอร์หนึ่ง

เป็นที่รู้กันว่าในห่วงโซ่อาหารผู้กำกับ ผู้กำกับภาพยนตร์คือราชันผู้สูงส่ง

คือไข่มุกบนยอดมงกุฎ

ถ้ากองถ่ายเงินหนา การที่เกากวินให้ราคานี้ ก็อาจจะมีความคิดอยากงัดข้ออยู่หน่อยๆ

แต่ก็ไม่น่าเกลียด

ไม่งั้นถ้าให้สักสามล้านหนึ่งสองแสน อันนั้นจงใจกวนประสาทชัดๆ

ราคานี้ทั้งซ่งเต้าและหลินเฟยพอใจมาก

"รับไหม?" หลินเฟยถาม

"รอดูข้อมูลที่ส่งมาก่อนดีกว่า"

ต่อให้รู้ว่าระบบแม่นยำแค่ไหน แต่โจทย์บังคับระดับสูงแบบนี้ เผื่อทางหนีทีไล่ไว้หน่อยดีกว่า

หลินเฟยพยักหน้า "แล้วก็เรื่องสามก๊กของผู้กำกับจางเธอก็ใส่ใจหน่อย ถึงจะเพิ่งเตรียมงาน แต่เขาถ่ายงานเร็วมากนะ"

ซ่งเต้ารับคำ

สามคนดื่มไปคุยไป พอเริ่มเหนื่อยก็แยกย้ายกันดูรายการสุดยอดนักร้องผู้แต่งเพลงตอนที่สองในมือถือ

รายการที่ถูกยกให้เป็นวาไรตี้เพลงที่ไร้สาระที่สุดในประวัติศาสตร์ ยังคงรักษามาตรฐานความฮาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

เพียงแต่รอบนี้ไม่ได้ปล่อยเพลงก่อน แต่ปล่อยเพลงลงโซนพิเศษในเพนกวินมิวสิกพร้อมกับรายการที่กำลังฉาย

เพลงที่สองที่ซ่งเต้าร้องคือ "รักฉันอย่าทำร้ายฉัน"

ซึ่งก็เป็นเพลงฮิตที่เคยเปิดกันสนั่นเมืองในสมัยนั้นเช่นกัน

ไฮไลท์ของตอนนี้คือวินาทีที่ซ่งเต้าดีดกีตาร์ขึ้นอินโทร แล้วสีหน้าของแขกรับเชิญคนอื่นเปลี่ยนไป

รวมถึงหลินเฟยด้วย ในที่นี้ไม่มีใครเล่นกีตาร์ไม่เป็น

ฝีมืออาจจะมีสูงมีต่ำ แต่สายตาดูออกแน่นอน

แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเทคนิคที่สะอาดหมดจดของซ่งเต้า แสดงให้เห็นว่าเขาเชี่ยวชาญเครื่องดนตรีชนิดนี้ไม่ธรรมดา

คนที่เก่งที่สุดในกลุ่มนี้คือหม่าเซิน และเขาก็ภูมิใจในเรื่องนี้มาก

ถึงขั้นเคยประกาศว่า นอกจากมือกีตาร์ระดับเทพที่ได้รับการยอมรับไม่กี่คน เขาไม่ยอมรับใครทั้งนั้น

คนรู้จริงแค่ขยับมือ ก็รู้ว่ามีของหรือเปล่า

สีหน้าหม่าเซินเปลี่ยนไปทันที

เขารู้อยู่แล้วว่าซ่งเต้าเล่นกีตาร์ได้

แต่คลิปวิดีโอตอนนั้นถ่ายไกลมาก เสียงก็ไม่ดี

พอมาเห็นกับตา ถึงได้สัมผัสถึงความร้ายกาจของฝีมือไอ้หนุ่มนี่

พอเพลงจบ เขาก็มองซ่งเต้าแล้วพูด

"ซ่งเต้า"

"เชิญครับอาจารย์หม่า"

"ฝีมือกีตาร์คุณสูงมาก!"

"ขอบคุณครับอาจารย์หม่า"

"แต่ผมก็ยังไม่ชอบเพลงของคุณอยู่ดี"

หม่าเซินลังเลเล็กน้อย "ความหมายผมคือ ด้วยความสามารถของคุณ คุณน่าจะสร้างสรรค์ผลงานที่ดีกว่านี้ได้! ไม่ใช่เพลงที่คนทั่วไปฟังแล้วเพราะ แต่จริงๆ แล้วเป็นเพลงตลาดแบบนี้ ไม่งั้นเสียของแย่!"

"ขอบคุณคำแนะนำของอาจารย์หม่าครับ ครั้งหน้าจะพยายามครับ!"

พอฉากที่รายการไม่ตัดออกแม้แต่วินาทีเดียวนี้ฉายออกมา ชาวเน็ตขำกันกลิ้ง

"ทำไมล่ะจ๊ะ พี่หมาบ้านฉันคนตงเป่ย (อีสานจีน) ก็ชอบเดินร้องเพลงท่ามกลางหิมะตกหนักบนถนนหนาวๆ แบบนี้แหละ!"

"ฮ่าๆๆ พี่หมาเจ๋งมาก พวกนายเห็นหน้าหม่าเซินตอนเขาบอกว่าครั้งหน้าจะพยายามไหม?"

"ครั้งหน้าจะพยายาม!"

"ขำจะตาย แต่พูดก็พูดเถอะ เพลงที่พี่หมาแต่งเพราะจริง ปูเสื่อรอลงคาราโอเกะ"

"ปูเสื่อรอ +1!"

"คุณไม่ชอบ แล้วคุณเป็นใครครับ?"

"ทุกคนสังเกตไหมว่าพี่เฟยตามใจซ่งเต้ามาก?"

"นั่นตามใจเหรอ? นั่นชอบแล้วมั้ง! สายตาที่มองไม่เหมือนมองคนอื่นเลย!"

"อย่ามั่ว พี่เฟยเบอร์ไหนซ่งเต้าเบอร์ไหน? ก็แค่เจ้านายพาศิลปินในสังกัดมาออกรายการแล้วดูแลตามปกติ!"

"เมนต์บนดิ้นทำไม?"

ดูคอมเมนต์ที่พูดถึงตัวเอง ซ่งเต้าที่เป็นเจ้าของเรื่องยังพูดไม่ออก

ไม่รู้ชาวเน็ตผู้รอบรู้พวกนี้ใช้ดวงตาตาทิพย์ข้างไหนมองเห็นว่าหลินเฟยชอบเขา

บางทีในสายตาคนพวกนี้ ขอแค่เป็นเพศตรงข้าม... ไม่สิ เพศเดียวกันก็ได้!

ขอแค่สนิทกันหน่อย มีปฏิสัมพันธ์กันเยอะหน่อย ก็เป็นความรักไปหมด?

หลินเฟยชอบเขาไหม ตัวเขาเองจะไม่รู้สึกเลยเหรอ?

ก็แค่การพูดคุยกันปกติเท่านั้นเอง

หลินเฟยก็กำลังเสพข่าวตัวเองเหมือนกัน

แถมยังถามหลี่ชิงชิง "พี่ฉิง คนพวกนี้มั่วเก่งจัง คิดได้ไงว่าฉันชอบซ่งเต้า?"

หลี่ชิงชิงกลอกตา "เรื่องนี้เธอไม่ถามตัวเอง มาถามฉันทำไม?"

หลินเฟยไปไม่เป็น หน้าเริ่มแดงขึ้นมานิดหน่อย

ซ่งเต้าพูดแทรก "เดิมทีชาวเน็ตก็มั่วไปเรื่อย พอพี่ฉิงพูดแบบนี้ บรรยากาศชักจะกำกวมแล้วนะเนี่ย"

หลี่ชิงชิงหลุดขำ "ไม่ สมมตินะ ฉันแค่สมมติ ต่อให้มีบรรยากาศกำกวมจริงๆ ก็โดนประโยคเมื่อกี้ของเธอทำลายไปหมดแล้ว! ฉันดูออกแล้ว เธอไม่ได้คิดจะมีความรักเลยใช่ไหม?"

หลินเฟยรีบเปลี่ยนเรื่องที่เกือบจะทำให้ตัวเองขายหน้า "ฉันว่าจงอวี่ถงดูเหมือนจะมีใจให้เธอนะ เธอไม่ลองรุกดูหน่อยเหรอ?"

ซ่งเต้าส่ายหน้า "ผมว่าอยู่คนเดียวก็ดี สบายใจ เป็นอิสระ"

หลี่ชิงชิงถาม "แล้ววันหน้าเธอจะแต่งเพลงรักยังไง?"

"แต่งเพลงรักต้องมีความรักด้วยเหรอ?" ซ่งเต้ามองเธอ กวาดตามองหัวจรดเท้า "งั้นพี่ลองไปมีแฟนดูไหม เอาแบบผู้ชายเฮงซวยนะ ตอนอกหักมาแชร์ความรู้สึกให้ผมฟัง เผื่อผมจะมีแรงบันดาลใจ"

"ไปตายซะ!" หลี่ชิงชิงค้อนวงใหญ่

...

บ่ายวันที่ 17

พวกเขากลับถึงปักกิ่ง

พอเครื่องลงหลินเฟยก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้กำกับจาง

เชิญเธอและสุ่ยจีซานเชียนไปงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ

หนึ่งเดือนผ่านไป หนังตำนานพื้นบ้านเรื่องนี้ทำลายสถิติรายได้สูงสุดตลอดกาลของวงการภาพยนตร์เซี่ยไปแล้ว

หกพันห้าร้อยล้าน!

เป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก

ได้ขยายเวลาฉาย และมีบริษัทหนังต่างประเทศมากมายเข้ามาเจรจาซื้อลิขสิทธิ์

จางอี้กลายเป็นราชาแห่งภาพยนตร์เซี่ยอย่างสมภาคภูมิเพราะหนังเรื่องนี้

หลายคนถึงขั้นมองว่าหลังจาก 'รักของปีศาจ' เข้าฉายต่างประเทศ มีลุ้นติดท็อป 10 หนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของโลก

ไม่ว่าจะยังไง การที่หนังเรื่องนี้ระเบิดความดัง ก็ช่วยปลุกความมั่นใจให้คนทำหนังชาวเซี่ยได้อย่างมหาศาล

ตอนนี้มีโปรเจกต์แนวเดียวกันผุดขึ้นมาเท่าไหร่ไม่รู้ แต่แค่โปรเจกต์ที่มาขอเพลงขอสกอร์กับเฟยหยางเยว่จางก็ปาเข้าไปสิบกว่าเรื่องแล้ว

ไม่ใช่แค่แนวเทพเซียน แนวอื่นๆ ก็มี

รักโรแมนติกในเมือง สงคราม ไซไฟ กำลังภายใน...

พอตลาดคึกคัก ดอกไม้ร้อยชนิดบานสะพรั่งคือผลลัพธ์ที่แน่นอน

โลกคู่ขนานการตรวจสอบค่อนข้างผ่อนปรน ความต้องการลงทุนของนายทุนพุ่งสูงปรี๊ดตามความดังของ 'รักของปีศาจ'

"ถ่ายหนังนี่รวยจริงๆ แฮะ!" ซ่งเต้าเปรย

"แหงสิ หนังเรื่องเดียวดังก็สบายไปทั้งชาติ!" หลี่ชิงชิงที่นั่งข้างคนขับพูดเสริม "แต่วงการนี้ลึกมาก อย่าไปยุ่งง่ายๆ"

หลินเฟยมองซ่งเต้า "เดี๋ยวเธอไปไหนต่อ?"

ซ่งเต้าส่ายหน้า "ไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายวัน กลับไปนอนยาวๆ สักตื่น"

"โอเค" รู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ไป

เธอรู้ว่าที่ซ่งเต้าใช้นามปากกาแต่งเพลงให้คนอื่น เพราะไม่อยากโดนรบกวน

บางทีในสายตาหลายคน ความคิดนี้อาจจะแปลกประหลาด แต่เธอที่ผ่านคลื่นลมมาแล้วเข้าใจดี

ไม่มีฐานที่มั่นคงพอ ก็อยู่ให้ห่างจากวังวนเข้าไว้

แม้แต่ดาราดังระดับเธอ เวลาเผชิญหน้ากับนายทุนยังรู้สึกไร้เรี่ยวแรงบ่อยๆ

ที่เธอยอมไปออกรายการสุดยอดนักร้องผู้แต่งเพลงที่เป็นแค่วาไรตี้ออนไลน์ ค่าตัวเยอะ ต้องการพื้นที่สื่อเพื่อรักษาความนิยมก็ส่วนหนึ่ง

จริงๆ ยังมีเหตุผลสำคัญอีกข้อ เธออยากดันซ่งเต้า

น้องชายคนนี้ไม่เพียงมีความสามารถน่าหลงใหล ภาพลักษณ์ยังเป็นไอดอลเกรดพรีเมียม

เธอหวังว่าคนหนุ่มผู้เปี่ยมพรสวรรค์คนนี้จะดังได้ด้วยรายการนี้ หาเงินได้เยอะๆ

รีบสร้างต้นทุนและฐานที่มั่นให้แข็งแกร่ง

จะได้ตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานคลาสสิกออกมาได้อีกเยอะๆ

เพราะเธออยากจะปลุกวงการเพลงเซี่ยให้ตื่นขึ้นมาจริงๆ

หลังจากให้คนขับรถไปส่งซ่งเต้าที่บ้าน เธอกับหลี่ชิงชิงก็บึ่งไปงานเลี้ยงฉลองของผู้กำกับจางทันที

เพราะระยะทางไกล บวกกับรถติด คนขับรถเลยยกฉากกั้นห้องโดยสารขึ้น หวังให้เจ้านายได้งีบสักหน่อย

แต่สุดท้ายก็ไม่ได้นอน

เพิ่งจะคุยเล่นกับหลี่ชิงชิงที่ย้ายมานั่งข้างหลังได้สองสามประโยค โทรศัพท์ก็ดัง

"แม่?"

หลินเฟยรับสายอย่างแปลกใจ

สองแม่ลูกที่พึ่งพาอาศัยกันมาตั้งแต่เด็กสนิทกันมาก

ถ้าไม่มีแม่ที่ปกป้องเธอสุดชีวิต ตอนที่เจอเรื่องพวกนั้นเธอคงพังไปแล้ว

หลายปีมานี้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ชีวิตแม่ก็สบายขึ้น

ไม่ต้องไปทำงานหนัก

ว่ายน้ำฟิตเนสทุกวัน กิจกรรมยามว่างเพียบ

เวลาไม่อยู่บ้านแม่ไม่ค่อยโทรหา

กลัวรบกวนเธอ

ปกติจะคุยผ่านแอปนกพิราบ

"เฟยเฟย สะดวกคุยไหมลูก?" ปลายสายทำเสียงลึกลับ

"สะดวกค่ะ มีอะไรเหรอแม่?" หลินเฟยงง

"เรื่องที่เขาพูดกันในเน็ตจริงหรือเปล่า?" แม่ถาม

"เรื่องอะไรจริงไม่จริงคะ?" หลินเฟยมึน หันไปมองหลี่ชิงชิงตามสัญชาตญาณ

หลี่ชิงชิงทำปากพะงาบๆ: ซ่งเต้า!

แถมยังทำนิ้วชี้สองข้างมาชนกัน (จิ๊จ๊ะกัน) อย่างน่าหมั่นไส้

หลินเฟยกลอกตา

แม่พูดต่อ "ก็พ่อหนุ่มที่ชื่อซ่งเต้านั่นไง แม่ดูรายการสุดยอดนักร้องผู้แต่งเพลง ในคอมเมนต์บอกว่าลูกสองคนมีซัมติงกัน จริงเหรอ? ลูกรัก แม่มีแฟนแล้วเหรอ?"

"จะเป็นไปได้ยังไงคะ!" หลินเฟยหน้ามืด

หลี่ชิงชิงแอบขำอยู่ข้างๆ

"ไม่มีจริงเหรอ? แม่ว่าพ่อหนุ่มนั่นก็ดีนะ..." น้ำเสียงแม่ผิดหวังอย่างแรง

"ฉันแก่กว่าเขาห้าปี ห้าปีเต็มๆ นะคะแม่ แม่เลิกจับคู่มั่วซั่วเถอะ..." หลินเฟยจนใจ

"ห้าปีแล้วไง?" แม่เสียงดัง "ในวงการพวกเธอห่างกันเป็นสิบปีก็มีถมเถ ถ้าชอบกันจริง อายุไม่เป็นปัญหาหรอก แม่หัวสมัยใหม่นะ!"

"พอแล้วๆ แม่หยุดพูดเถอะ เขาเพิ่งอกหักมาไม่นาน ไม่มีกะจิตกะใจหรอก หนูเองก็ไม่อยากมี แค่นี้นะแม่ หนูมีธุระต้องวางแล้ว..."

"ขนาดอาจารย์หลี่ยังเร่งลูก..."

แม่พูดยังไม่ทันจบ หลินเฟยก็วางสาย

ทำแก้มป่อง บ่นพึมพำ "วันๆ เชื่อแต่อะไรก็ไม่รู้?"

หันไปมองหลี่ชิงชิงที่แอบขำ พูดเสียงดุ "ขำอะไรยะ"

หลี่ชิงชิงมองเธอขำๆ "เธอว่าถ้าแฟนคลับเธอรู้ว่าราชินีเพลงผู้ยิ่งใหญ่ก็โดนเร่งให้แต่งงาน จะมีปฏิกิริยายังไง?"

"พวกเขาก็รู้กันหมดแล้วไม่ใช่เหรอ? ปู่หลี่ก็นะ ตาแก่บ้า ว่างนักหรือไงมาเร่งให้ฉันมีความรัก? ทีนี้แม่ฉันรู้เรื่องจนได้"

หลินเฟยปรับเบาะเอนนอน ราบไปอย่างเกียจคร้าน

"เธอนั่นแหละ อย่ากลัวความรักและการแต่งงานนักเลย" หลี่ชิงชิงเตือน

"กล้าพูดเนอะ ตัวเองก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? จะว่ารีบ น้าที่บ้านเธอน่าจะรีบกว่าแม่ฉันอีก!" หลินเฟยย้อน

"ฉัน? ฉันไม่เหมือนกัน ฉันบรรลุแล้วเรื่องความรักเรื่องชีวิต เธอที่ไม่เคยผ่านมาไม่มีทางเข้าใจหรอก" หลี่ชิงชิงปรับเบาะนอนบ้าง พูดเสียงลอยๆ

"ไม่อยากผ่าน แล้วก็ไม่สนด้วย!"

หลินเฟยพูดอย่างแง่งอน หลับตาพริ้มลง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 50 - ราชินีเพลงก็โดนเร่งแต่งงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว