เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - คะนึงหา

บทที่ 30 - คะนึงหา

บทที่ 30 - คะนึงหา


บทที่ 30 - คะนึงหา

เพลง 'ความรักชั่วนิรันดร์ของคนคนเดียว' ดังระเบิดแบบปุบปับ

เหมือนดอกไม้ไฟสีสวยสด

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ 'เซียนกระบี่ถามรัก' ครองจอ และ 'เงียบงันมาตลอด' กำลังฮิตติดลมบน มันกลับพุ่งทะยานขึ้นฟ้าแล้วระเบิดตูมออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!

น้ำเสียงและเทคนิคการร้องของหูเหว่ย อารมณ์ที่เปี่ยมล้นจนถึงขีดสุด และพลังการส่งต่อความรู้สึกที่น่ากลัว ล้วนเป็นสิ่งที่มอบจิตวิญญาณให้กับเพลงนี้

เมื่อเทียบกันแล้ว สองเพลงของซ่งเต้าที่เพิ่งจะเริ่มมีชื่อเสียง ก็แทบจะถูกโยนทิ้งไว้ข้างหลังในทันที

แถมยังโดนบางคนเอามาเปรียบเทียบ

"เห็นไหม นี่สิเพลงรักอกหักของจริง!"

"ฉันว่าสองเพลงของพี่หมาก็ไม่เลวนะ อย่าเหยียบหนึ่งอวยหนึ่งเลย พูดตามตรง ก็คนละสไตล์กัน"

"ความรักชั่วนิรันดร์ฯ คือเพลงดีของจริง ตั้งกระทู้เป็นพยานเลย เพลงนี้ดังได้อีกหลายปี! ขึ้นหิ้งคลาสสิกแน่นอน!"

"ก่อนหน้านี้เพลงพี่หมาก็ทำให้ฉันอินนะ แต่พูดตรงๆ ฟังเพลงนี้แล้วขนลุกซู่เลยแม่ เอ๊ย โคตรแทงใจ ยิ่งคิดยิ่งจุก!"

"ชอบเพลงนี้มาก ไล่ระดับจากต่ำไปสูงเหมือนกำลังเล่าเรื่อง ทำให้คนจมดิ่งลงไป เหมือนได้เป็นตัวเอกที่ผ่านความรักอันแสนเศร้า หรือเหมือนคนผ่านทางที่ได้รับฟังเรื่องราวความรักที่งดงามแต่เจ็บปวด"

"กูโสดแท้ๆ ฟังเพลงนี้จบทำไมรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านความรักอันดูดดื่มมาหมาดๆ วะ?"

นักวิจารณ์ชุยลั่ว: นี่คือเพลงที่ดีจริงๆ ผมอยากรู้จักอาจารย์สุ่ยจีซานเชียนมาก

นักวิจารณ์ในซื่อติงและหว่อซิ่ว ก็ดาหน้าออกมาพูด

"ทำไมจู่ๆ รู้สึกเหมือนวงการเพลงเซี่ยฟื้นคืนชีพแล้วนะ?"

"ว่ากันตามตรง ซ่งเต้าก็โอเค! แต่ข่งซีกับหูเหว่ยดีกว่า นี่สิคือสิ่งที่วงการเพลงควรจะเป็น"

"วงการเพลงเซี่ยรอดแล้ว!"

"วิเคราะห์เจาะลึก ความรักชั่วนิรันดร์ของคนคนเดียว"

"ข่งซีบอกว่าเป็นเพลงฮีลใจ ฉันเห็นด้วย..."

...

ภายในบริษัทเฟยหยางเยว่จาง

เสียงหัวเราะดังลั่น!

ทุกคนเหมือนโดนฉีดเลือดไก่ ตื่นเต้นตะโกนโหวกเหวก

ผลอันดับชาร์ตเพลงใหม่สองเพลงถูกเขียนไว้บนไวท์บอร์ดใหญ่ของบริษัท

เงียบงันมาตลอด

ชาร์ตพุ่งแรง: อันดับ 5

ชาร์ตเพลงใหม่: อันดับ 6

ชาร์ตดัชนีความนิยม: อันดับ 5

โดยไม่ได้จ่ายเงินโปรโมตสักแดงเดียว ก็สามารถล้มเพลงขยะที่ค่ายใหญ่ทุ่มเงินโปรโมตได้ราบคาบ

ความรักชั่วนิรันดร์ของคนคนเดียว

ชาร์ตพุ่งแรง: อันดับ 10

ชาร์ตเพลงใหม่: อันดับ 11

ชาร์ตดัชนีความนิยม: อันดับ 10

เงินสองแสนที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ ไม่ได้ใช้เลยสักบาท!

ถึงตรงนี้ หลินเฟยรู้แล้วว่า เธอพนันถูก

การร่วมมือทางธุรกิจที่ถ้าพูดออกไปคงโดนคนหัวเราะเยาะจนฟันร่วง อย่างการให้ซ่งเต้าได้รับผลตอบแทนระดับโปรดิวเซอร์เหรียญทอง คุ้มเกินคุ้ม!

และที่คุ้มยิ่งกว่า

คือเพลง 'คะนึงหา' เพลงนั้น!

...

เมื่อวานเธอไปพบผู้กำกับจาง

ตอนนั้นมีรองผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และนายทุนอยู่ด้วย

โปรดิวเซอร์เป็นผู้หญิง

ทุกคนเรียกเธอว่าเจ๊หวัง เป็นหญิงเหล็กผู้ทรงอิทธิพลในวงการ

หลินเฟยไปถึง ก็ร้องสดให้ฟังต่อหน้าทุกคน

ในสภาพที่ไม่มีดนตรีประกอบ ไม่มีแม้แต่กีตาร์สักตัว เธอก็ร้องจนโปรดิวเซอร์หญิงฉายาหญิงเหล็กคนนี้ร้องไห้

คนวงการบันเทิงที่เป็นระดับบิ๊กและมีอายุหน่อย ใครบ้างตอนหนุ่มสาวจะไม่เคยเจ้าชู้ประตูดิน?

ในใจลึกๆ ใครบ้างไม่มีเรื่องที่ค้างคาใจ?

เพลงรักโบราณสไตล์นี้สำหรับวัยรุ่นอาจจะไม่อินมากนัก

อาจจะเฉยๆ

อย่างมากก็แค่รู้สึกว่าเพราะดี

แต่สำหรับคนที่มีประสบการณ์ชีวิตโชกโชน มีเรื่องราวในใจ เพลงแบบนี้ก็เหมือนกระบี่ที่แทงทะลุหัวใจ

[ถั่วแดงเกิด ณ แดนใต้ เป็นเรื่องราวที่แสนไกล]

[ความคะนึงหาคือสิ่งใด ไม่มีใครใส่ใจมานาน]

[เมามายในเมืองที่ไม่เคยหลับใหล แสงไฟนีออนสว่างไสว]

[ในแก้วเหล้าสะท้อนภาพความรักฉาบฉวยดาดดื่น]

[พร้อมจะลืมบทกวีโบราณ พร้อมจะมองข้ามความคะนึงหา]

[เก็บรักไว้ก็กลัวคนหัวเราะเยาะ และกลัวคนมองออก]

[วสันต์เวียนมาเห็นถั่วแดงบาน กลับไร้คนรักมาเก็บเกี่ยว]

[ดอกไม้ไฟโอบกอดความเจ้าสำราญ แต่ไร้ซึ่งรักแท้]

เนื้อเพลงสวยงามมาก เต็มไปด้วยบทกวี

ที่สำคัญคือแม้จะเป็นเพลงรัก แต่กลับมีกลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่โอ่อ่า

สามารถอธิบายอารมณ์ "คะนึงหา" ในมุมมองแบบนี้ ด้วยวิธีแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงฝีมือคนแต่งเนื้อร้อง

ที่สำคัญกว่านั้น พลังการร้องของหลินเฟยสุดยอดมาก!

เสียงจริง เสียงหลีก เสียงลม ทุกเสียงเข้าหู

ลื่นไหล พลิ้วไหว

เธอที่ไม่ได้ร้องเพลงในที่สาธารณะมานาน พอเปิดปาก ก็ทำเอาทุกคนตะลึง!

ถ้าไม่ใช่เพราะคนที่นั่งอยู่ล้วนเป็นบิ๊กเนมที่มีหน้ามีตา คงอดใจไม่ไหวหยิบมือถือมาถ่ายคลิปแล้ว

เพลงแบบนี้สำหรับพวกเขา คือไม้ตายก้นหีบ

เจ๊หวังปาดน้ำตาที่หางตา จับมือหลินเฟยไว้ "อาจารย์หลินร้องดีมาก เพลงก็ดี ดีไปหมด! ดีมากๆ!"

รองผู้กำกับหน้าตาตื่นตะลึง "เพลงนี้โคตรเทพ! ผมนึกว่าการใช้ถั่วแดงสื่อถึงความคะนึงหาเป็นไอเดียที่ผู้กำกับจางคิดค้นขึ้นคนแรก เอ้ย ใช่ ผู้กำกับจางคิดคนแรก แต่เนื้อเพลงนี้มันสมบูรณ์แบบเกินไปไหม? ผู้กำกับจาง คุณนี่ยอดจริงๆ!"

ก่อนหน้านี้ที่จางอี้บอกพวกเขาว่าจะให้หลินเฟยแต่งเพลง เขาและอีกหลายคนรู้สึกว่าไร้สาระ

พวกเขาไม่ได้คิดว่าหลินเฟยเป็นราชินีจอมปลอม แต่ปัญหาคือ ถ้าเอาเพลงดีระดับท็อปออกมาได้จริง ก็คงไม่โดนคนนินทาขนาดนั้น

'เงียบงันมาตลอด' พวกเขาเคยฟัง แต่สไตล์มันไม่เข้ากับ 'รักของปีศาจ' ของจางอี้เลย!

ทำไมถึงมั่นใจนักว่าสุ่ยจีซานเชียนจะทำได้?

ต่อหน้าก็บอกไปแล้วว่าผู้กำกับจางหมอม้าตายรักษาเหมือนม้าเป็น (จนตรอกเลยต้องลองทุกทาง)

จางอี้ตอนนั้นแค่หัวเราะ บอกว่าไม่เป็นไร ลองดูไม่เสียหาย ทาง 'เซียนกระบี่ถามรัก' ก็ไม่คิดเหมือนกันนี่ว่าการหาเน็ตไอดอลมาร้องเพลงเพื่อเรียกกระแส จะได้ผลลัพธ์เกินคาดขนาดนี้?

อันนี้เรื่องจริง

ผู้กำกับเซียนกระบี่ฯ ก็อยู่แก๊งปักกิ่ง เคยบอกก่อนหน้านี้ว่าหาข่งซีมาร้องเพลงแค่เพื่อสร้างจุดขาย

ผลคือเพลงออกมา ประกอบกับเนื้อเรื่องตอนนั้น ระเบิดตู้ม

คนเขาว่าวงการบันเทิงเชื่อเรื่องดวง ก็จริงตามนั้น

ในเมื่อสุ่ยจีซานเชียนแต่งเพลงให้เซียนกระบี่ฯ ได้ ทำไมจะแต่งให้รักของปีศาจไม่ได้ล่ะ?

และจางอี้ก็เหมือนที่หลินเฟยคาดการณ์ไว้ ไม่ได้หาแค่เธอคนเดียว

หลังไมค์เขาก็ใช้เส้นสาย เชิญเจ้าพ่อวงการเพลงมาช่วยหลายคน

ยังไงซะใครดีกว่าก็เอาคนนั้น

ถ้าไม่ได้ใช้ก็ไม่ให้เสียเที่ยว จ่ายค่าเหนื่อยสักแสนสองแสน ทุกคนก็แฮปปี้

จางอี้พอใจกับเพลงนี้มาก

ต้องบอกว่าพอใจสุดๆ!

เขายิ้มพูดว่า "'เก็บถั่ว เก็บถั่ว ใส่ตะกร้า ใส่กระบุง' ในคัมภีร์ซือจิง บทเสี่ยวหยา ตอนเก็บถั่ว มีบรรยายไว้แบบนี้ แต่ 'ถั่ว' ในที่นี้หมายถึงถั่วทั่วไป ไม่ได้เจาะจงว่าถั่วแดง และไม่ได้สื่อถึงความคะนึงหา

แต่ตอนนั้นผมคิดว่า จะใช้อะไรมาแสดงความคะนึงหาตลอดห้าร้อยปีของคู่รักปีศาจอู๋จือฉีกับเสือขาวดีนะ?

เลยนึกถึงถั่วแดง!

อย่างแรกคือมันสวย มองแล้วรู้สึกชอบใจ แต่มักจะเป็นของที่ประทับใจแบบนี้แหละ ที่กระตุ้นความคิดและความทรงจำได้ง่าย

เช่น ตอนนั้นเคยนั่งชมถั่วแดงด้วยกัน..."

พอพูดเรื่องนี้ ผู้กำกับจางก็ภูมิใจ โม้ไม่หยุด

ทุกคนมองเขาด้วยความนับถือ

คนมีความรู้นี่นะ ต่อให้โม้ก็น่าฟัง

โดยเฉพาะเพลงที่หลินเฟยนำมา มันเข้ากันสุดๆ

เท่ากับช่วยบัฟไอเดียของผู้กำกับจางให้เทพขึ้นไปอีก!

ความจริงก่อนที่หลินเฟยจะร้อง เธอก็รู้แล้วว่างานนี้ผ่าน

พูดให้ถูกคือวินาทีที่ได้เพลงนี้มา เธอก็รู้ว่าต้องผ่านแน่

ซ่งเต้าเก่งมาก เก่งจนน่ากลัว!

ตอนรองผู้กำกับบอกว่าผู้กำกับจางเป็นคนแรกที่คิดเรื่อง "ใช้ถั่วแดงสื่อถึงความคะนึงหา" หัวใจเธอยังกระตุกวูบ

ผู้กำกับจางอาจจะคิดได้ก่อน แต่ซ่งเต้าที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน... ก็คิดได้เหมือนกัน!

ไม่เพียงคิดได้ ยังเหนือชั้นกว่าด้วยการแต่งกลอนห้าพยางค์เลียนแบบของเก่าขึ้นมาด้วย!

กลอนบทนั้น... ในสายตาเด็กจิงต้าอย่างเธอ ถึงขั้นบรรจุลงแบบเรียนได้เลย!

จางอี้พูดไปพูดมา เห็นหลินเฟยเหมือนจะเหม่อ เลยยิ้มแก้เก้อ "ขอโทษทีอาจารย์หลิน ผมพอได้พูดแล้วก็ยาวเลย"

หลินเฟยยิ้ม "เปล่าค่ะผู้กำกับจาง เมื่อกี้รองผู้กำกับสวีบอกว่าคุณเป็นคนแรกที่คิดเรื่องใช้ถั่วแดงสื่อความคะนึงหา ฉันก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้พอดี"

"โอ้?" จางอี้ตาเป็นประกาย

ก่อนได้ฟังเพลงนี้ เขาไม่ค่อยเชื่อว่าจะมีคนใจตรงกันกับเขา แต่เนื้อเพลงนี้มันสวยงามเกินไป!

และเข้ากับพล็อตเรื่อง 'รักของปีศาจ' เกินไป

เป็นไปได้ไหมว่า คนแต่งเพลงนี้ อาจารย์สุ่ยจีซานเชียน ก็มีแนวคิดเรื่องถั่วแดงมาก่อนแล้ว?

ไม่น่าจะบังเอิญขนาดนั้นมั้ง?

หลินเฟยยิ้มเล่า "คืออย่างงี้ค่ะ ตอนนั้นฉันไปหาอาจารย์ซานเชียน ขอให้เขาลองแต่งดู ผลคือ..."

เธอเล่าเรื่องราวคร่าวๆ แล้วเปิดมือถือ กางจอพับออกเหมือนแท็บเล็ตเครื่องเล็ก เข้าหน้าบัญชี 'สุ่ยจีซานเชียน'

โชว์ให้ทุกคนดู

"ฉันเองยังไม่อยากเชื่อว่าโลกนี้จะมีเรื่องบังเอิญขนาดนี้ จริงๆ ผู้กำกับจางน่าจะจำวันที่มาหาฉันได้ แล้วลองดูวันที่เขาโพสต์กลอนบทนี้สิคะ"

จางอี้รับมือถือหลินเฟยมาอย่างระมัดระวัง แซวขำๆ ว่า "ได้ยินว่าเจ้านี่ทับฝาถ้วยบะหมี่ได้ทีเดียวสองถ้วยเลยเหรอ?"

ทุกคนหัวเราะครืน แล้วยื่นหน้าเข้ามาดูด้วยความอยากรู้

"ถั่วแดงเกิด ณ แดนใต้ ยามวสันต์ผลิกิ่งก้านไสว หวังให้ท่านเก็บเกี่ยวไว้ สิ่งนี้ไซร้สื่อรักคะนึงหา"

ซู้ด!

คนในที่นี้ รวมถึงนายทุนที่เงียบมาตลอด ไม่ใช่คนไร้การศึกษา

ต่อให้ไม่มีความรู้เรื่องวรรณกรรมสูงส่ง แต่กลอนบทไหนเพราะไม่เพราะ ก็แยกแยะได้

"สรุปเพลงนี้อาจารย์สุ่ยจีซานเชียนเป็นคนแต่งจริงๆ เหรอ? แล้วกลอนห้าพยางค์เลียนแบบของเก่าบทนี้... เขาก็แต่งเองเหรอ?"

ดวงตาจางอี้เป็นประกายมองหลินเฟย

ความรู้สึกเหมือนเจอเนื้อคู่ (ทางความคิด)

หลินเฟยพยักหน้า "ใช่ค่ะ"

เธอกลัวจางอี้อยากเจอสุ่ยจีซานเชียน เลยรีบดักคอ "อาจารย์ซานเชียนค่อนข้างเก็บตัว ไม่ค่อยชอบเจอผู้คน ฉันกับเขาก็คุยกันทางโทรศัพท์เป็นส่วนใหญ่"

"ฮ่าๆ คนมีพรสวรรค์มักจะมีนิสัยแปลกๆ เป็นเรื่องปกติ แต่ยังไงก็ฝากอาจารย์หลินขอบคุณเขาแทนผมด้วย เพลงนี้สุดยอดมาก! กลอนก็สุดยอด ผมต้องกลับไปคิดดูดีๆ ว่าจะถ่ายซ่อมเพิ่มฉากใส่กลอนนี้เข้าไปได้ไหม!"

จางอี้เสียดายนิดหน่อย แต่ก็ตื่นเต้นขึ้นมาอีก "ถ้าเอาไปใช้ ผมจะจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่มให้!"

ผู้กำกับใหญ่ทำงาน ใจป้ำแบบนี้แหละ

ถ้าเป็นคนอื่น คงฉกไปใช้ดื้อๆ เผลอๆ ไม่ให้เครดิตด้วยซ้ำ

หลังจากตกลงกันเรียบร้อย จางอี้ก็ตัดสินใจเด็ดขาดตรงนั้นเลยว่างานดนตรีประกอบทั้งหมดของ 'สามก๊ก' จะมอบให้เฟยหยางเยว่จางทำ

แถมยังถามอีกว่าเพลงของสามก๊กมีแววบ้างหรือยัง

พอได้รับคำตอบปฏิเสธก็ไม่ผิดหวัง ยังไงก็ยังมีเวลาอีกเยอะ

ตั้งตารอไปก่อน

...

ฟังเสียงคุยจ้อกแจ้กจอแจข้างนอก หลินเฟยที่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวก็มีความคิดมากมาย

เธอชอบร้องเพลงจริงๆ

ไม่งั้นคงไม่ซ้อมร้องเพลงทุกวันทั้งที่ออกจากวงการไปหลายปี

เธอเคร่งครัดเรื่องนี้ยิ่งกว่าการดูแลรูปร่างตัวเองเสียอีก

ใช้เวลาหลายปีที่เงียบสงบนี้ ทุ่มเทศึกษาดนตรีหลากหลายแนวและเกร็ดความรู้ต่างๆ

จะบอกว่าวิทยายุทธแก่กล้าจนบรรลุขั้นสูงแล้ว ก็ไม่เกินจริงเลย

เพียงแต่ก่อนจะเจอซ่งเต้า มีกำลังภายในท่วมท้นแต่ไม่มีที่ระบาย

โปรดิวเซอร์เก่งๆ ถ้าไม่เกษียณไปเลี้ยงหลาน ก็จ้องจะกินตับเธอ มีเจตนาแอบแฝง

เธอไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่ง จะมีโอกาสกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง

ไม่รู้ทำไม ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกประหม่าขึ้นมา

เผลอหยิบมือถือขึ้นมา เปิดดูบัญชีสุ่ยจีซานเชียนของซ่งเต้า กะจะดูกลอนบทนั้นอีกรอบ

แต่ต้องตกใจเมื่อพบว่า บัญชีนั้นจู่ๆ ก็มีคนติดตามเพิ่มเป็นแสนกว่าคน

เกิดอะไรขึ้น?

เธอรีบกดดูโพสต์เดียวที่มีอยู่

คอมเมนต์ข้างใน ทำเอาเธอตกใจแทบสิ้นสติ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 30 - คะนึงหา

คัดลอกลิงก์แล้ว