เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - กระแสร้อนแรงทะลุปรอท

บทที่ 28 - กระแสร้อนแรงทะลุปรอท

บทที่ 28 - กระแสร้อนแรงทะลุปรอท


บทที่ 28 - กระแสร้อนแรงทะลุปรอท

[ทิวทัศน์ถนนที่ว่างเปล่า]

[อยากหาใครสักคนระบายความรู้สึก]

[ตัดสินใจแบบนี้]

[คือยอมให้ความเหงามาเป็นเพื่อนบ้าน]

เมื่อเสียงร้องที่เงียบสงบแต่แฝงความเศร้าสร้อยของข่งซีดังขึ้น คอมเมนต์บนหน้าจอเพนกวินวิดีโอก็ระเบิดทันที!

"เศร้าจัง!"

"เสี่ยวเยว่น่าสงสารเกินไปแล้วไหม?"

"รักแท้แพ้ใกล้ชิดเหรอ? หรือมาก่อนก็แพ้มาทีหลัง?"

"ความรักไม่มีคำว่ามาก่อนมาหลัง แต่มันเจ็บปวดจังเลย!"

"เพลงนี้... ฉันร้องไห้หนักมาก!"

"น้ำตาซึมแล้ว"

"ว้าว เสียงซีซีเพราะมาก แต่เพลงนี้เศร้าเกินไป น้ำตาเริ่มไหลเองแล้ว..."

โดยเฉพาะฉากที่นางรองเดินไปที่ริมสะพานเล็กๆ คนเดียว เหม่อมองพระอาทิตย์ตกดินในระยะไกล

ละครเรื่องนี้คัดนักแสดงได้เทพมาก หน้าตาและการแสดงออนไลน์ทุกคน

หญิงสาวที่อ่อนโยนและงดงาม ใบหน้าด้านข้างที่สวยหมดจด แววตาเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวอ้างว้างจางๆ

เพลงร้องมาถึงท่อน [ชัดเจนว่าเป็นหนังของคนสามคน แต่ฉันกลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมีชื่อในเรื่องราว] พอดี

วินาทีนี้ แม้แต่ซ่งเต้ายังรู้สึกสะเทือนใจ ความรู้สึกเปรี้ยวจี๊ดแล่นขึ้นมาในอก

แต่เขาก็ยิ้มออกมาในทันที

เขารู้ว่า เพลงนี้ดังแน่!

ในขณะเดียวกัน

เหยียนอวี้ที่กำลังเกาะติดละครอยู่ที่สตูดิโอเหรินเซิงเหลียวเฉ่า เห็นฉากนี้ผ่านจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ น้ำตาก็ไหลพรากออกมาทันที

พึมพำว่า "เมื่อก่อนแค่คิดว่าเป็นเพลงที่ดี ตอนนี้ถึงรู้ว่า พอมาคู่กับเนื้อเรื่อง มันเรียกน้ำตาได้ขนาดนี้เลยเหรอ!"

กลั้นไม่อยู่ กลั้นไม่อยู่จริงๆ

หลินเฟยที่รอฟังเพลงนี้อยู่ที่บริษัทเฟยหยางเยว่จางเช่นกัน ก็ขอบตาแดงก่ำ สูดจมูกฟุดฟิดแรงๆ

คืนนี้ ข้อมูลเรตติ้งทั้งทางทีวีและออนไลน์ของ 'เซียนกระบี่ถามรัก' ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งคู่

เรตติ้งระเบิดเถิดเทิง!

และสิ่งที่ตามมาคือ เพลง 'เงียบงันมาตลอด' ดังระเบิด!

โดยที่เฟยหยางเยว่จางไม่ได้ทุ่มเงินโปรโมตแม้แต่แดงเดียว ชั่วข้ามคืนเดียว ก็พุ่งทะยานเข้าสู่ท็อปเทนของชาร์ตพุ่งแรงและชาร์ตเพลงใหม่!

แถมยังติดท็อปเทนชาร์ตดัชนีความนิยมที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ด้วย!

แม้แต่ซ่งเต้าตื่นมาเห็นข้อมูลตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ยังอดอิจฉาไม่ได้

นี่แหละคืออานุภาพของละครฮิต!

ไม่ต้องรอสั่งสม ไม่ต้องรอเวลา ขอแค่ปรากฏตัวในฉากที่ใช่ ในเวลาที่เหมาะสม

มันก็จะดัง!

บนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ก็เต็มไปด้วยคำชมที่มีต่อข่งซีและเพลง 'เงียบงันมาตลอด'

"เมื่อก่อนคิดว่าเธอก็แค่เด็กสาวที่โชคดี แม้จะจบตรงสาย ร้องเพลงดี แต่เพลงแมวตีลังกานั่นฟังไม่ไหวจริง แต่เพลงนี้ต่างออกไป เงียบสงบ แต่แทงใจดำสุดๆ ถ้าข่งซีร้องเพลงมาตรฐานนี้ได้ตลอด ฉันจะเปลี่ยนสถานะจากคนทั่วไปเป็นแฟนคลับเลย!"

"เมื่อคืนดูละคร พอเพลงนี้ขึ้น น้ำตาก็ไหลพราก ทีแรกนึกว่าอินกับเนื้อเรื่อง เลยไปหาฟังในเพนกวินมิวสิก สรุปฟังแล้วก็ร้องไห้อีก ฮือๆ ทำไมเหมือนไวน์แดงเลย ตอนดื่มรสชาตินุ่มนวล แต่เมาหลังรุนแรงขนาดนี้?"

"สมัยเรียนเคยแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง เสียดายเขามีแฟนแล้ว ได้แต่แอบมองอยู่ห่างๆ ตอนดูละครเรื่องนี้เลยรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเสี่ยวเยว่มาก ในใจมันเจ็บแปลบ พอเพลงนี้ขึ้นมา แม่เจ้าเอ๊ย แทงใจดำ..."

"เรียนจบมาห้าปีแล้ว ยังลืมความรักครั้งนั้นไม่ได้เลย มันค้างคาใจจริงๆ ชัดเจนว่าเป็นหนังของคนสามคน แต่ฉันกลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมีชื่อในเรื่องราว!"

"หลายคนบอกว่าข่งซีเป็นแค่นักร้องเน็ตไอดอล หลังเพลงนี้ใครยังกล้าพูดแบบนั้นอีก?"

"เสี่ยวลี่ เสี่ยวฟาง เสี่ยวฮุ่ย เสี่ยวเสวี่ย... พวกเธอสบายดีไหม? เรามาเล่นหนังหลายคนกันได้นะ กลับมาเถอะ ฉันคิดถึงพวกเธอ!"

ความสามารถในการปั่นกระแสของชาวเน็ตยุคนี้ไม่ต้องสงสัยเลย

เพลงนี้ก็เช่นกัน

มีทั้งพวกที่ระบายความในใจจริงๆ และพวกที่ปั่นมุกตลก แต่ด้วยกระแสละครที่ดังระเบิด เพลง 'เงียบงันมาตลอด' ก็ดังเปรี้ยงตามไปด้วย

เสียงชื่นชมล้นหลาม

กระแสดีจนคนสงสัยว่าจ้างหน้าม้ามาอวยหรือเปล่า

ซ่งเต้าเองก็อยากรู้

เลยแหกกฎ เข้าบริษัทไปดูสักหน่อย

...

พอเดินเข้าประตูมา ก็เห็นกลุ่มสาวน้อยจับกลุ่มคุยกันจ้อกแจ้กจอแจ

พวกเธอไม่รู้ว่าซ่งเต้าคือสุ่ยจีซานเชียน แต่รู้ว่าเพลงนี้เป็นผลงานของบริษัทตัวเอง

ต่อให้ไม่เคยเห็นหน้า อาจารย์ซานเชียนก็คือคนกันเอง!

"ซีซีร้องเพราะมาก เห็นฉากนั้นแล้วน้ำตาไหลไม่หยุดเลย"

"อาจารย์ซานเชียนสุดยอด ฉันก็ร้อง..."

"จะขอให้อาจารย์ซานเชียนแต่งเพลงให้ฉันบ้างได้ไหมนะ? ฉันไม่เอาส่วนแบ่งเลยก็ได้!" เด็กฝึกคนหนึ่งเพ้อฝัน

"พี่เต้ามาแล้ว พี่จะแต่งเพลงแนวนี้ได้เหมือนอาจารย์ซานเชียนไหมคะ?"

"ใช่ค่ะพี่เต้า หวังว่าพี่จะแต่งเพลงแนวนี้ได้บ้าง ฉันจะขอตามพี่ไปทุกที่เลย" เด็กฝึกอีกคนทำหน้าคาดหวัง

เมื่อเผชิญหน้ากับเพื่อนร่วมงานที่กระตือรือร้น ซ่งเต้ายิ้มตอบรับ เดินไปที่หน้าห้องทำงานหลินเฟย

ยังไม่ทันเคาะประตู หลินเฟยที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็ออกมาพอดี

พอเห็นว่าเป็นซ่งเต้า ใบหน้าก็เผยรอยยิ้ม

"เชิญเข้ามา!"

เธอผายมือเชิญซ่งเต้าเข้าไป

เมื่อเจอกับคำถามของซ่งเต้า หลินเฟยหัวเราะร่า บอกว่า "ไม่ได้โปรโมต ฉันไม่ได้โง่นะ

เซียนกระบี่ถามรักกระแสแรงขนาดนี้ ซีซีแม้จะไม่ใช่ระดับท็อป แต่แฟนคลับก็เยอะ

แค่คนกลุ่มนี้ก็พอจะทำให้ข้อมูลของเราสวยหรูแล้ว"

พูดพลางเชิญซ่งเต้านั่ง หยิบน้ำโซดามาให้ขวดหนึ่ง

หลินเฟยที่นั่งลงบนโซฟาเดี่ยวดูอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด "ฉันกะว่าจะให้ซีซีเปิดไลฟ์คืนนี้ โปรโมตละคร ดึงแฟนคลับใหม่ๆ แล้วก็ถือโอกาสดันเพลงใหม่ของศิษย์พี่ร่วมค่ายไปด้วยเลย"

ผู้หญิงล้างผลาญคนนี้ก็ฉลาดเหมือนกันแฮะ รู้จักยืมแรง

ซ่งเต้ามองพิจารณาพี่สาวคนสวยที่ดูสดใสราวกับเด็กสาว ในใจคิดว่าจะพูดเรื่องเพลงนั้นยังไงดี

หลินเฟยกลับถามขึ้นก่อน "จริงสิ อาจารย์ซ่ง เรื่องเพลงของผู้กำกับจางพอมีเค้าโครงบ้างหรือยังคะ?"

เธอแค่ถามไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้คาดหวังอะไรเลยสักนิด

เธอเชื่อว่าซ่งเต้าแต่ง "โจทย์ตามสั่ง" ได้ไม่ยาก แต่จะแต่งให้ได้ดั่งใจผู้กำกับจางในเวลาสั้นๆ มันไม่ง่ายเลย

ผลคือซ่งเต้ากลับมองเธอแล้วพูดว่า "แต่งเสร็จแล้วครับ พี่เฟยจะร้องไหม?"

หลินเฟย: "......"

วันนี้เธอแต่งตัวค่อนข้างเป็นทางการ สูทกระโปรงสีดำ เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาว ถุงน่องสีดำ

รองเท้าส้นสูงแบบเปิดส้นเท้าโชว์เท้าเรียวสวย

ผมเกล้าขึ้นรับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวแบบสาวทรงเสน่ห์ บนดั้งจมูกถ้ามีแว่นกรอบทองสักอัน...

ตอนนี้ใบหน้าเล็กๆ ของหลินเฟยเต็มไปด้วยความตกใจ มองซ่งเต้าอย่างไม่อยากเชื่อ "แต่งเสร็จแล้ว?"

"บอกไว้ก่อนนะครับ เพลงของผมให้ใครร้อง ผมให้ส่วนแบ่งได้มากสุดแค่สองส่วน" ซ่งเต้าละสายตากลับมา พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

หลินเฟยหลุดขำ ทั้งขำทั้งโมโห

"ยังไงคะ? อาจารย์ซานเชียนมั่นใจขนาดนั้นเชียวเหรอ ว่าคนออกจากวงการมาหลายปีอย่างฉัน จะยอมร้องเพลงของคุณ?"

ซ่งเต้ายิ้ม "พี่ไม่ร้อง ให้พี่เหมาเหมาร้องก็ได้ เธอชอบแน่นอน"

"แหมๆๆ ฉันไม่เชื่อหรอก ไหนเอามาดูซิ!" หลินเฟยเลิกคิ้ว มองซ่งเต้า "ถ้าทำให้ฉันหวั่นไหวได้จริง ฉันไม่เอาสักแดงเลยก็ได้!"

"แบบนั้นจะไม่ดีมั้งครับ?" ซ่งเต้าลองเชิง

หลินเฟยทำหน้าเอือม

คนปกติที่อารมณ์มั่นคงอย่างเธอ ตอนนี้เริ่มคันไม้คันมืออยากตีคน

คนอะไรจะหน้าเงินได้ขนาดนี้?

ต่อให้เป็นอัจฉริยะก็ต้องกินต้องใช้ แต่ขอร้องเถอะ คุณไปขาดทุนกับแฟนเก่ามา ช่วยอย่ามาเอาคืนกับพวกเราได้ไหม?

หลินเฟยสูดหายใจลึก ยื่นมือออกไป "เอาเพลงมาดูก่อน"

ซ่งเต้ายื่นมือถือรุ่นเก่ากึ๊กที่เคสเริ่มลอกแล้วของตัวเองไปให้อย่างใจกว้าง

หลินเฟยรับมาอย่างรังเกียจนิดๆ มองดูโน้ตเพลงบนหน้าจอ

ครู่ต่อมา

สีหน้าเธอเริ่มจริงจัง

ผ่านไปไม่กี่นาที หลินเฟยเงยหน้าขึ้น มองซ่งเต้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

"นี่คือเพิ่งแต่งออกมาไม่กี่วันนี้?"

ซ่งเต้าพยักหน้า พูดว่า "ความจริงก่อนพี่จะมาบอกผมเรื่องนี้ ผมก็พอมีแรงบันดาลใจอยู่บ้างแล้ว แล้วก็แต่งกลอนบทเล็กๆ ไว้บทหนึ่ง

บังเอิญมาก กลอนบทนี้ดันไปเข้ากับหนังเรื่อง 'รักของปีศาจ' ของผู้กำกับจางพอดีเป๊ะ

วันที่พี่ส่งข้อมูลมาให้ คืนนั้นผมก็มีโครงร่างคร่าวๆ ในหัวแล้ว

ไม่กี่วันนี้เลยเอามาขัดเกลา แล้วทำดนตรีประกอบเสร็จพอดี"

หลินเฟย: "......"

เธอไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ

ในใจรู้สึกว่าเรื่องมันเหลือเชื่อเกินไป

นี่มันนักดนตรีอัจฉริยะที่ไหน?

นี่มันปีศาจทางดนตรีชัดๆ!

คนแต่งเพลงเสร็จในไม่กี่นาทีเธอเคยเห็น ครูต่งฮุยก็เคยแสดงให้ดูสดๆ มาแล้ว

แต่ปัญหาคือ เพลงนี้คุณภาพมันสูงมาก!

และมันเข้ากับหนังของผู้กำกับจางมากเกินไป!

ต่อให้เขาบอกว่ามีแรงบันดาลใจมาก่อน แต่มันจะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ?

แถมยังแต่งกลอนไว้อีก?

คนแต่งเพลงเนื้อร้องส่วนใหญ่มีทักษะทางวรรณกรรมดี ข้อนี้เธอยอมรับ

แต่ถ้าบอกว่าแต่งเนื้อเพลงได้แล้วจะแต่งกลอนได้ด้วย มันออกจะเว่อร์ไปหน่อย

"ฉันขอดูหลอนบทนั้นหน่อยได้ไหม?" เธอพยายามสงบสติอารมณ์ลง

เพลงที่ซ่งเต้าเพิ่งให้เธอดูเมื่อกี้ มันระเบิดมาก!

มิน่าเขาถึงบอกว่าส่งให้รุ่นใหญ่อย่างพี่เหมาเหมาก็ต้องชอบ

ไม่ได้โม้เลย

เธอเห็นปุ๊บก็อยากร้องปั๊บ!

เป็นผลงานที่เธอใฝ่ฝันอยากจะได้มาครอบครองมาตลอด

แม้จะยังไม่ได้ร้องสักแอะ แต่ในหัวเริ่มมีทำนองพร้อมดนตรีประกอบลอยขึ้นมาแล้ว

จินตนาการไปถึงตอนที่ตัวเองยืนร้องเพลงนี้บนเวทีได้เลย

ตื่นเต้นจนอยากจะร้องไห้

ในใจปั่นป่วนดั่งคลื่นยักษ์ เต็มไปด้วยความตกตะลึง ทึ่ง และดีใจ

ต้องคุมสติไว้

จะเสียอาการต่อหน้าเขาไม่ได้

เลยรีบเปลี่ยนเรื่อง

"ค้นหา สุ่ยจีซานเชียน ในสุยโป๋... ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันหาให้ดู"

บัญชีนั้นยังไม่ได้ยืนยันตัวตน คนชื่อคล้ายกันมีเป็นตับ

ตอนเขาลงทะเบียน ต้องเติมเครื่องหมายถูกต่อท้ายชื่อถึงจะผ่าน

รับมือถือคืนมา สลับไปที่บัญชีสุ่ยจีซานเชียน แล้วส่งคืนให้หลินเฟยอีกครั้ง

หลินเฟยรับมา มองหน้าจอแล้วอ่านเสียงเบา "ถั่วแดงเกิด ณ แดนใต้ ยามวสันต์ผลิกิ่งก้านไสว หวังให้ท่านเก็บเกี่ยวไว้ สิ่งนี้ไซร้สื่อรักคะนึงหา"

"ถั่วแดงเกิด ณ แดนใต้..."

อ่านจบหนึ่งรอบ ก็อ่านซ้ำอีกรอบ

แล้วก็เงียบไป

ถ้าบอกว่าเพลงนั้นทำให้เธอทึ่งในความสามารถของซ่งเต้า ยกระดับซ่งเต้าจากอัจฉริยะทางดนตรีเป็นปีศาจทางดนตรี กลอนบทนี้ก็สร้างความสะเทือนใจให้เธอยิ่งกว่าเพลงนั้นเสียอีก!

มีแค่ยี่สิบคำ แต่กลับถ่ายทอดความรู้สึกคะนึงหาที่ซับซ้อนและลึกซึ้งออกมาได้อย่างเรียบง่ายและกินใจ

ทุกคำช่างวางไว้ได้อย่างลงตัว

ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ

ดูชื่อกลอนสิ ชื่อเดียวกับเพลง

คะนึงหา! ถ้าเธอเป็นแค่นักร้องไม่มีความรู้ เห็นกลอนแบบนี้อย่างมากก็ชมว่าเก่งจัง นายแน่มาก

แต่เธอจบจิงต้า

กลอนห้าพยางค์ที่คนสมัยใหม่แต่งขึ้นมาบทนี้ ความงดงามที่ซ่อนอยู่ในตัวอักษรทำให้ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าสุดยอด

พลังทำลายล้างที่มีต่อเธอมันรุนแรงเกินไป!

กลั้นไว้ แทบจะกลั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ

เธอไม่พูด ซ่งเต้าก็ไม่พูด

ในใจคิดว่า ที่เธอบอกว่าไม่เอาสักแดง คงแค่พูดไปงั้นๆ แหละ!

คำพูดผู้หญิงเชื่อไม่ได้

พวกเธอหลอกคนเก่งที่สุด

ยังไงก็ต้องให้สองส่วนแหละน่า...

ผ่านไปเนิ่นนาน

จู่ๆ หลินเฟยก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยจ้องมองซ่งเต้า

"ฉันสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง"

"ครับ?"

"แฟนเก่าคุณโง่หรือเปล่า?"

ซ่งเต้าพูดไม่ออก

"เธอคิดอะไรอยู่กันแน่? ถึงทิ้งหุ้นศักยภาพสูงอย่างคุณไปหาตาลุงวัยกลางคนน่ารังเกียจ?"

ซ่งเต้าไม่ใช่หุ้นศักยภาพสูงแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่ร้องในงานเลี้ยงจบการศึกษา หรือความสามารถที่แสดงออกมาติดๆ กันหลังจากนั้น

สำหรับคนหนุ่มคนหนึ่ง มันเจิดจรัสเกินไปแล้ว

"หรือว่าตอนที่คุณคบกับเธอหลายปีนั้น มัวแต่... มัวแต่มีความรัก? ไม่ได้แสดงความสามารถออกมาเลยสักนิด?"

หลินเฟยทำหน้างุนงง

ซ่งเต้าจับประเด็นสำคัญได้ ถามว่า "ทำไมคุณรู้ว่าเธอไปกับตาลุงวัยกลางคนน่ารังเกียจ?"

ความจริงจนถึงตอนนี้ ในเน็ตยังมีคนเดากันไปต่างๆ นานาว่าเหมียวซิ่วนอกใจไปหาใคร

ข้อมูลรถเก๋งคันนั้นถูกขุดออกมาแล้วว่าเป็นรถบริษัทซื่อไต้มีเดีย คนใช้รถคือลู่เหวินก็โดนแฉแล้ว

แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าคนที่เหมียวซิ่วไปหาคือเขาแน่นอน

ชาวเน็ตพูดมั่วได้ แต่ระดับหลินเฟยไม่น่าจะพูดพล่อยๆ

หลินเฟยแปลกใจยิ่งกว่า "คุณไม่ได้ดูข่าวในเน็ตเหรอ?"

เห็นซ่งเต้าทำหน้างง เธอเลยหยิบมือถือสามทบรุ่นใหม่ล่าสุดของตัวเองออกมา กางออกแล้วกดเปิดข่าวข่าวหนึ่ง ส่งให้ซ่งเต้าดู

พาดหัวข่าวตัวเบ้อเริ่ม: ลู่เหวิน รองประธานอาวุโสซื่อไต้มีเดีย ถูกแอบถ่ายขณะนัดพบสาวน้อยในโรงแรม

ที่แท้เขาก็คือเจ้าของรถเก๋งคันนั้น!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 28 - กระแสร้อนแรงทะลุปรอท

คัดลอกลิงก์แล้ว