- หน้าแรก
- นักแต่งเพลงอัจฉริยะกับระบบเพลงฮิตติดหู
- บทที่ 21 - บาร์เหล้า
บทที่ 21 - บาร์เหล้า
บทที่ 21 - บาร์เหล้า
บทที่ 21 - บาร์เหล้า
แถวมหาวิทยาลัยดนตรีจงยาง
วัยรุ่นสี่คนนั่งเก้าอี้พับล้อมโต๊ะใต้เต็นท์ร้านอาหารข้างทาง ข้างๆ มีเบียร์วางอยู่สองลัง
บนโต๊ะเต็มไปด้วยของปิ้งย่างที่เพิ่งมาเสิร์ฟกองพะเนิน
"พี่เต้าเอาไตย่างสักไม้ไหม?"
"ฉันว่าเขาคงไม่ต้องใช้หรอกมั้ง!"
"เชี่ย อย่าคิดว่าพี่เต้าดังแล้วจะเอามาล้อเล่นได้นะเว้ย เกิดตอนนี้ยังช้ำรักอยู่ทำไง?"
"ช้ำกับผีสิ ตอนนี้รุ่นน้องสวยๆ เอ๊าะๆ จ้องตาเป็นมัน เพียบเลยที่มาขอคอนแทกต์เขากับฉัน!"
เพื่อนร่วมห้องหยอกล้อกันเฮฮา
ซ่งเต้าพูดไม่ออก
เขาสวมหมวกแก๊ป กดปีกหมวกต่ำ ไม่อยากให้ใครจำได้
แถวนี้ใกล้จงยาง แล้วยังไม่ปิดเทอม คนมากินส่วนใหญ่ก็นักศึกษาทั้งนั้น
ความจริงตอนนี้อาจจะมีคนจำเขาได้แล้ว กำลังชะเง้อมองมาทางนี้บ่อยๆ
"พวกแกสองคนเบาๆ หน่อย นานๆ ทีจะรวมตัวกัน อย่าให้เดี๋ยวรุ่นน้องแห่กันมาขอซิ่นเกอพี่เต้า ขัดจังหวะกินเหล้า แถมยังทำให้พวกเราอิจฉาตาร้อนเปล่าๆ!"
คังเผิงที่เป็นคนนัดซ่งเต้าออกมาพูดด่าขำๆ
เขาอายุมากสุดในกลุ่ม เป็นคนปักกิ่งแท้ๆ
สนิทกับเจ้าของร่างเดิม แต่ไม่ชอบนิสัยทาสรักของหมอนั่นตอนอยู่กับเหมียวซิ่ว
แต่คนโตๆ กันแล้ว เขาพูดมากไม่ได้ ตอนนี้เลิกกันสักที แถมซ่งเต้ายังดังแบบงงๆ ในบรรดาเพื่อนร่วมห้อง เขาดีใจที่สุด
ซ่งเต้ายกแก้วเหล้า พูดเบาๆ ว่า "ขอบใจพวกนายที่เป็นห่วง ไม่พูดเยอะ เอ้า ชน!"
จริงๆ ในทางความรู้สึก เขาไม่ได้ผูกพันกับเพื่อนกลุ่มนี้เท่าไหร่
เพราะเขามีแค่ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม
เหมือนกับเหมียวซิ่ว ก็แค่เกลียดและรังเกียจในมุมมองบุคคลที่สาม ไม่ถึงกับแค้นเข้ากระดูกดำ
แต่ยังไงก็เพื่อนร่วมห้อง จะหลบหน้าตลอดไปก็ไม่ได้
ต่อให้ไม่มีเรื่องที่พวกเขาช่วยแฉในเน็ต ถ้าไม่ยอมเจอหน้า เดี๋ยวจะหาว่าดังแล้วลืมเพื่อน
มีมีความทรงจำครบถ้วน การคุยกับพวกนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร
มาโลกนี้ มื้อดีๆ มื้อแรกกินที่บ้านเหยียนอวี้ แต่มื้อเมาๆ มื้อแรก คือที่นี่
ตอนนี้ปัญหาปากท้องคลี่คลาย ซ่งเต้าก็สบายใจขึ้น
ดื่มผ่อนคลายบ้างก็ดี
...
ซ่งเต้าโดนจำได้จริงๆ เพราะช่วงนี้เขาดังมากในจงยาง
ข่งซีดังก็จริง แต่มีเพลงฮิตเพลงเดียว
เขาเล่นปล่อยเพลงคุณภาพดีสองเพลงรวดในเวลาแค่ครึ่งเดือน
อาจารย์ในจงยางหลายคนยังเอาไปสอนในคาบว่า ความรักคือตัวเร่งปฏิกิริยาการแต่งเพลง การอกหักยิ่งใช่
เด็กมหา'ลัยส่วนใหญ่หน้าบาง
ยกเว้นเด็กสายศิลป์
เจอรุ่นพี่ที่มีความสามารถขนาดนี้ ใครไม่อยากรู้จัก?
ถ้าสนิทกัน วันหน้าขอเพลงได้สักเพลง เผลอๆ ชีวิตเปลี่ยน
ดังนั้นพอสี่คนดื่มไปได้สักพัก เริ่มจะกรึ่มๆ ก็มีคนเข้ามาทักซ่งเต้าไม่ขาดสาย
ทักทาย ซ่งเต้าก็ทักตอบอย่างสุภาพ แต่พอขอแอดซิ่นเกอ เขาปฏิเสธหมด
กลัวอะไรได้อย่างนั้น
คังเผิงกับเพื่อนก็เริ่มรำคาญ เลยตัดบท
"ไป ไปต่อที่บาร์กัน กินอยู่นี่ต่อเดี๋ยวคนจะหาว่าพี่เต้าหยิ่ง"
คังเผิงลุกไปจ่ายเงิน แล้วโบกมือ รถตู้หรูที่จอดอยู่ริมถนนไม่ไกลก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามา
อย่าว่าแต่ซ่งเต้า อีกสองคน จูเสี่ยวกับซุนเหวยอี เห็นรถคันนี้ยังชะงัก
"เฮ้ยพี่เผิง นี่เลิกแอ๊บแล้ว หงายการ์ดเลยเหรอ?" จูเสี่ยวมองสำรวจรถพลางเดาะลิ้นถาม
รู้กันอยู่แล้วว่าบ้านไหนมีรถตู้ MPV ส่วนใหญ่ไม่ใช่รถคันแรกของบ้านแน่
"รถตู้ในประเทศธรรมดานั่นแหละ บ้านไหนก็มีกันทั้งนั้น!" คังเผิงบอกปัด ให้ทุกคนขึ้นรถ
ซ่งเต้าไม่อยากไป เขาไม่ชอบที่เสียงดัง
คังเผิงลากเขาไว้ "ที่นั่นไม่หนวกหูหรอก จูเสี่ยวกับเหวยอีอีกกี่วันก็จะกลับบ้านนอกแล้ว รวมตัวกันไม่ง่าย เห็นนายยังดื่มไม่สะใจ ไปต่อกันหน่อยน่า"
"ร้านเมื่อวันก่อนเหรอ?" ซุนเหวยอีถามแทรก
คังเผิงพยักหน้า
ซุนเหวยอีมองซ่งเต้าคะยั้นคะยอ "ไปเถอะพี่เต้า ที่นั่นมีเซอร์ไพรส์!"
ซ่งเต้าปฏิเสธลำบาก เลยเดินตามไป
คังเผิงนั่งข้างคนขับ ซุนเหวยอีชิงนั่งเบาะหลังสุด เหลือที่นั่งตรงกลางสองที่ให้จูเสี่ยวกับซ่งเต้า
"ลูกรักสองคนรู้ใจพ่อจริงๆ!" จูเสี่ยวหัวเราะแหะๆ ยักคิ้วให้ซ่งเต้าขึ้นก่อน
คังเผิงที่ยืนอยู่ประตูหน้าขมวดคิ้วนิดหน่อยแต่ไม่พูดอะไร
รอประตูไฟฟ้าปิด บอกคนขับรถให้ออกรถ
ยังไงวันนี้ผ่านไปก็แยกย้าย ขอแค่ไม่มีปัญหากับทางซ่งเต้าก็พอ
หอพักไหนก็มีปัญหาทั้งนั้น คนเขาว่าหอหญิงหนักกว่า
จริงๆ ก็พอๆ กัน แค่ผู้ชายรู้สึกว่าเอาเรื่องพวกนี้ไปนินทามันน่าอาย เลยขี้เกียจพูด
อย่างสี่คนนี้ กินข้าวแป๊บเดียว ก็เห็นปัญหาเพียบ
อย่างตอนแรกที่ซุนเหวยอีแซวเรื่องไตย่าง คำตอบของจูเสี่ยวก็ค่อนข้างแรง แฝงความอิจฉา
หรือเมื่อกี้ คังเผิงนั่งหน้าเป็นการให้เกียรติเพื่อน
ซุนเหวยอีอายุน้อยสุด ไปนั่งเบาะหลังที่แคบกว่า ก็เหตุผลเดียวกัน
ถ้าจูเสี่ยวรู้ความ ควรขึ้นไปก่อน ให้ที่นั่งที่สะดวกที่สุดกับซ่งเต้า
เพราะมื้อนี้ จัดขึ้นเพื่อ "ฉลอง" ที่ซ่งเต้าโสด (เลิกเป็นทาสรัก)
หัวข้อสนทนาทั้งคืนก็วนเวียนอยู่รอบตัวเขา
ซ่งเต้าคือพระเอกของงาน
แต่จูเสี่ยวกลับทำตัวสบายๆ เก็บความสะดวกไว้กับตัว
ซ่งเต้าไม่ได้โง่
ความใจกว้างและมารยาทของคังเผิง ความถ่อมตนของซุนเหวยอี เขารับรู้ได้
จูเสี่ยวที่ปากบอกยินดี แต่ใจดูถูกปนอิจฉาริษยา เขาก็รู้ดี
แม้คืนนี้จะไม่มีใครพูดว่าใครเป็นคนตั้งกระทู้แฉ แต่ซ่งเต้าเดาได้แล้ว
คังเผิงชัวร์!
ส่วนจูเสี่ยว หมอนี่ไม่แอบสมน้ำหน้าตอนเจ้าของร่างเดิมอกหักก็บุญแล้ว
เขาไม่ถือสาหรอก
แม้แต่คังเผิงที่เป็นคนปักกิ่ง ถ้าไม่ได้ทำงานสายเดียวกัน อนาคตคงห่างเหินกันไปเอง
"พี่เต้า บาร์ที่เราจะไปโคตรเจ๋ง!" ซุนเหวยอีที่นั่งข้างหลังพูดขึ้น
คังเผิงที่นั่งหน้าด่าขำๆ "หุบปากเน่าๆ ของแกไปเลย กูจะเก็บไว้เซอร์ไพรส์พี่เต้า..."
พูดยังไม่ทันจบ จูเสี่ยวก็พูดแทรกขึ้นมาลอยๆ "พวกนายไม่บอกซ่งเต้าก็เดาได้ป่ะ? ก็แค่บาร์นั่นมีคนร้องเพลงของเขา"
คังเผิงหุบปากทันที ซุนเหวยอีก็หน้าเจื่อน นึกเสียใจที่เปิดประเด็น
มีแต่จูเสี่ยวที่พูดต่ออย่างไม่ใส่ใจ "ซ่งเต้าดังจริง แต่มันเกี่ยวกับพวกเราตรงไหน? เขาจะดังก็เรื่องของเขา จะลากพวกเราดังไปด้วยได้หรือไง?"
คังเผิงที่นั่งหน้าอ้าปากพะงาบๆ สุดท้ายก็ไม่พูดอะไร ซุนเหวยอีข้างหลังได้แต่หัวเราะแห้งๆ
จูเสี่ยวหันมามองซ่งเต้า "ฉันพูดถูกไหมพี่เต้า?"
ซ่งเต้ายิ้ม "ถูก"
...
สี่คนนั่งเงียบมาตลอดทางจนถึงบาร์
ลงรถ คังเผิงทำท่าเหมือนหลับมาตลอดทาง ขยี้ตาหาววอด
"ป่ะ ไปดื่มเหล้าส่งท้ายกัน!"
ซุนเหวยอี "คืนนี้ไม่เมาไม่เลิก ครั้งหน้าจะได้เจอกันเมื่อไหร่ก็ไม่รู้"
จูเสี่ยวโดนลมเป่าสร่างเมาไปบ้าง คงรู้ตัวว่าเมื่อกี้พูดจาไม่เข้าหู
เลยพูดว่า "รอดูว่าใครจะแต่งงานก่อน ถ้าเป็นฉัน พี่เต้าต้องมานะ ต้องขึ้นเวทีร้องสักเพลงด้วย!"
"ถึงตอนนั้นพี่เต้าจะว่างหรือเปล่ายังไม่รู้ ต่อให้ไปได้ จะให้ขึ้นร้องก็คงยาก..." คังเผิงยิ้มเหน็บ "ดีไม่ดีตอนนั้นค่าตัวพี่แกร้องเพลงนึงหลายแสน จะมาเปิดปากร้องง่ายๆ ได้ไง?"
จูเสี่ยวตาโต "ล้อเล่นน่า?"
คังเผิงแค่หัวเราะ หึๆ ไม่ต่อความยาว
ซ่งเต้าเริ่มมองคังเผิงใหม่ เพื่อนปักกิ่งคนนี้ฉลาดและมีสติดี
กำลังจะเดินเข้าไป เงาร่างคุ้นตาในความมืดไม่ไกลดึงดูดความสนใจซ่งเต้า
"พวกนายเข้าไปก่อน ฉันไปซื้อของร้านข้างๆ แป๊บ เดี๋ยวส่งโลเคชั่นมานะพี่เผิง" ซ่งเต้าพูดพลางเดินไปร้านสะดวกซื้อข้างๆ
พวกคังเผิงไม่คิดอะไร เดินเข้าบาร์ไป
ซ่งเต้าซื้อน้ำเปล่าขวดนึง เปิดฝากระดกไปสองอึก แล้วค่อยเดินไปทางนั้น
พอเข้าไปใกล้ถึงเห็นว่ามีอีกคนอยู่ด้วย เลยยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปสี่ห้าเมตร
ต้นไม้ใหญ่พอบังตัวมิด บวกกับไฟถนนตรงนี้สลัว ทางนั้นเลยไม่เห็นเขา
"หูเหว่ย นายทำแบบนี้มีอะไรดี?"
"เธอทำแบบนี้ยิ่งไม่มีอะไรดี" เสียงแหบเสน่ห์ของหูเหว่ยดังขึ้น
"เราไม่ได้เอากันมาสองปีแล้ว นายไม่คิดถึงฉันเหรอ?" ปลอดคน ผู้หญิงก็พูดจาไม่อายฟ้าดิน
ซ่งเต้าชะงัก คิดในใจว่านี่ใช่เรื่องที่กูควรฟังไหมเนี่ย?
เดิมทีเห็นหูเหว่ยยืนสูบบุหรี่อยู่ บังเอิญดีเลยจะมาทัก
สรุปมาได้ยินเรื่องเด็ดเข้าให้
กำลังจะหันหลังกลับ ก็ได้ยินเสียงหูเหว่ยที่เริ่มโมโหดังขึ้นอีก
"จางเชี่ยน เธอรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา?"
"เชอะ จะมาแอ๊บอะไร? นึกว่าฉันไม่รู้เหรอว่านายทำงานที่ไหน?"
เสียงผู้หญิงเจือแววดูถูก "อย่ามาทำตัวเป็นสุภาพชนหน่อยเลย ร้องเพลงในที่แบบนี้ ทุกวันคงมีพวกชะนีร่านๆ เสนอตัวให้ฟรีๆ สินะ?
ที่ปฏิเสธฉัน เพราะไม่ขาดแคลนใช่ไหม?
แต่พวกนั้นจะมาเทียบกับฉันได้ไง?
คู่หมั้นฉันเป็นรองประธานซิงเฉินพิกเจอร์ ซิงเฉินพิกเจอร์รู้จักใช่ไหม? บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เขามีหุ้นด้วย
นายไม่อยากลองของเศรษฐีนีผู้สูงส่งดูหน่อยเหรอ?"
"จางเชี่ยน เธอเมาหรือเปล่า? รีบกลับไปเถอะ ฉันต้องขึ้นแสดงแล้ว..." หูเหว่ยข่มอารมณ์
"ฮิๆๆ แสดง ตลกตายล่ะ ร้องเพลงบาร์เรียกการแสดงดูหรูหราตั้งแต่เมื่อไหร่? พูดตรงๆ นะหูเหว่ย ฉันแปลกใจมากที่นายมาร้องเพลงในบาร์ แถมทำมาตั้งสองปี ฝันเรื่องดนตรียังไม่สลายอีกเหรอ?"
คงเพราะโดนปฏิเสธซ้ำๆ ผู้หญิงเลยเริ่มพาล
พูดจาถากถางเสียดสี
"เวทีใหญ่คือการแสดง เวทีเล็กก็คือการแสดง ความฝันทางดนตรีของฉันยังอยู่เสมอ"
เสียงหูเหว่ยต่ำลง "อีกอย่าง จางเชี่ยน ถ้าเธอยังเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ ขอให้เกียรติฉัน และให้เกียรติตัวเธอเอง... รวมถึงผู้ชายที่กำลังจะแต่งงานกับเธอด้วย!"
"ฮะ! ยิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะ นายจะมาสั่งสอนฉัน?" เสียงจางเชี่ยนแหลมปรี๊ด "นายไม่เอากับผู้หญิง? แสร้งทำเป็นสูงส่งอะไรยะ?"
"ฉันเอา แต่ฉันโสด! และไม่มั่ว เธอจะแต่งงานแล้วนะ จางเชี่ยน..."
"ฮ่าๆๆ ตลกฉิบหาย อัจฉริยะจงยางตกอับมาร้องเพลงบาร์กล้ามาสั่งสอนฉัน?"
จางเชี่ยนพูดแทรก เสียงหัวเราะเย็นชา "พอเถอะ ให้โอกาสแล้วไม่เอา ไสหัวไปซะ
จำไว้นะ ฉันจะเป็นผู้หญิงที่สถานะสูงส่งที่สุดในบรรดาผู้หญิงที่นายเคยได้!
คนอย่างนาย ชาตินี้ก็ไม่มีวันได้กินดีอยู่ดีหรอก!
ร้องเพลงแลกเศษตังค์ของนายต่อไปเถอะ!
ไอ้ขี้แพ้!"
พูดจบก็เดินจากไป ขึ้นรถสปอร์ตนำเข้าหรูระยับที่จอดอยู่ริมถนน
"อย่าเมาแล้วขับ..." หูเหว่ยตามไป
"ยุ่งไรด้วย?"
ชะงักไปนิด จางเชี่ยนหันมามองหูเหว่ยแล้วยิ้มเยาะ "ฉันไม่ได้ดื่ม! เมื่อกี้แกล้งหลอกนาย เสียดายที่นายมันกาก!"
ปัง!
บรื้น!
รถสปอร์ตพุ่งออกไป
หูเหว่ยยืนเซื่องซึมอยู่ริมถนน ครู่ใหญ่ถึงถอนหายใจยาว จุดบุหรี่สูบ
ส่ายหน้า หันหลังเดินกลับไปทางบาร์
จะว่าไป คนคนนี้ใช้ได้!
อย่างน้อยเรื่องนิสัย ก็ถือว่าผ่าน
ซ่งเต้ามองแผ่นหลังหูเหว่ยเดินเข้าประตูข้าง ถือน้ำเปล่าเดินเอื่อยเฉื่อยเข้าประตูหน้า
...
บนเวที
หูเหว่ยกำลังร้องเพลง 'มองทะลุรักมองทะลุเธอ'
จากนั้นก็ตามด้วย 'เมืองคนเศร้า'
เสียงแหบพร่า อารมณ์ที่อัดแน่น ถ่ายทอดสองเพลงนี้ออกมาได้อย่างถึงพริกถึงขิง
เสียงปรบมือ เสียงเชียร์ เสียงผิวปากดังสนั่น
มีคนส่งกระเช้าดอกไม้ขึ้นไปบนเวทีด้วย
"เป็นไงพี่เต้า? เจ๋งป่ะ?" คังเผิงถามยิ้มๆ
"รู้สึกว่าคืนนี้พี่แกปล่อยของสุดๆ! เห็นบางคนฟังจนร้องไห้เลย!" ซุนเหวยอีบอก
"วันก่อนที่เรามา เหมือนจะไม่อินเท่าคืนนี้นะ?" จูเสี่ยวพูดพลางมองซ่งเต้า "รู้สึกเขาใส่อารมณ์ได้ถึงกว่านายอีก!"
ซ่งเต้ายิ้มไม่ถือสา
เพิ่งโดนแฟนเก่าเหยียบย่ำศักดิ์ศรี เอามีดไล่แทงยับเยิน อารมณ์ไม่มาก็แปลกแล้ว
เขาเองก็นึกไม่ถึงว่าบาร์ที่คังเผิงพามา คือที่ที่หูเหว่ยทำงาน
รุ่นพี่คนนี้เคยส่งโลเคชั่นมาให้ แต่ชื่อภาษาอังกฤษนั่นเขาไม่ได้ดูละเอียด
ถ้าเมื่อกี้ไม่เจอข้างนอก เข้ามาก็คงไม่รู้ว่าเป็นที่นี่
"เรามากันเมื่อวันก่อน พี่คนนี้เหมือนจะเป็นรุ่นพี่สถาบันเรา เสียงดีมีเอกลักษณ์ เป็นตัวท็อปของร้าน! เสียดายไม่มีพรสวรรค์แต่งเพลงเหมือนพี่เต้า ไม่งั้นคงมีโอกาสดัง" คังเผิงยกแก้วเหล้าใส่น้ำแข็งขึ้นมา ชูให้ซ่งเต้า
จูเสี่ยวเสริม "ฉันว่า พี่เต้าดวงดีมากกว่า แต่เก่งก็เก่งจริง มา ดื่มให้พี่เต้า ขอให้อนาคตเพลงละหลายแสนจริงๆ เถอะ!"
ซุนเหวยอีก็ยกแก้ว "ดื่มให้ว่าที่ซูเปอร์สตาร์!"
ซ่งเต้ายกแก้ว
หลายแสน?
ซูเปอร์สตาร์?
ด่ากันหรือเปล่าเนี่ย? [จบแล้ว]