เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - เงียบงันมาตลอด

บทที่ 8 - เงียบงันมาตลอด

บทที่ 8 - เงียบงันมาตลอด


บทที่ 8 - เงียบงันมาตลอด

แปดโมงเช้า

ข่งซีส่งโลเคชั่นและข้อความมา

"รุ่นพี่คะ ฉันถึงแล้วนะ พี่ไม่ต้องรีบน้า แต่ถ้าได้เจอพี่เร็วหน่อยก็คงดี!"

ตบท้ายด้วยสติกเกอร์น่ารักๆ

ซ่งเต้าคิดในใจ แม่สาวคนนี้ใจร้อนจริง!

แต่งตัวลงมาข้างล่าง แวะร้านอาหารเช้าสั่งน้ำเต้าหู้หวาน เต้าหู้นวยเค็ม และปาท่องโก๋สองตัวกินจนอิ่ม

จากนั้นค่อยเรียกแท็กซี่ไปยังที่อยู่ที่ข่งซีส่งมา

การจราจรในปักกิ่งหนาแน่น แท็กซี่ขับๆ หยุดๆ

ถ้าไม่ติดว่าไกล เขาคงเช่าจักรยานปั่นไปแล้ว

ซ่งเต้านั่งเบาะหลังมองออกไปนอกหน้าต่าง

ตึกสูงระฟ้า รถราขวักไขว่

ป่าคอนกรีตที่เจริญรุ่งเรืองแต่เย็นชา

ไม่ต่างจากโลกเดิมเท่าไหร่

ไม่นานเขาก็หมดความสนใจ หันมาขบคิดเรื่องเพลงที่ข่งซีมาขอให้แต่ง

ละครเซียนเสียเรื่องนั้นเขารู้จัก ในความทรงจำเจ้าของร่างเดิมมีข้อมูลอยู่

พระนางเป็นดาราระดับท็อปทั้งคู่

พระเอกเป็นหนุ่ม "เสี่ยวเซียนโร่ว" (ไอดอลหนุ่มหน้าใส) แต่ฝีมือการแสดงถือว่าใช้ได้ในรุ่นเดียวกัน แฟนคลับเพียบ

นางเอกเป็นดาราเด็กที่โตมาแล้วไม่ดร็อป ดังมาจนถึงตอนนี้ ถือเป็นนางเอกแถวหน้า

ละครเรื่องนี้ทุนสร้างสูงกว่าสองร้อยล้าน ในยุคที่ค่าตัวนักแสดงถูกจำกัดเพดาน ถือว่าเป็นโปรเจกต์ยักษ์

ผู้สร้างเชิญข่งซีมาร้องเพลงประกอบ ในมุมมองของเขา น่าจะเล็งที่กระแสของข่งซีมากกว่า

ในฐานะนักร้องหน้าใหม่ ข่งซีมีแฟนคลับทุกแพลตฟอร์มรวมกันกว่าห้าสิบล้าน เฉพาะในแอปซื่อติงก็ปาไปสิบเจ็ดล้านกว่า

เน็ตไอดอลเบอร์ใหญ่ชัดๆ!

บวกกับแฟนคลับข่งซีส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ต่อให้ในสัญญาไม่ได้ระบุให้เธอช่วยโปรโมต แต่เขาจ่ายมาตั้งล้านนึง ให้แต่งและร้องเพลงประกอบสักเพลง คนเรามันต้องรู้กาลเทศะบ้าง

ถึงข่งซีไม่รู้ บริษัทต้นสังกัดเธอก็ต้องสั่งให้ทำ

แค่พูดถึงในไลฟ์สดนิดหน่อย ผลลัพธ์ก็ดีกว่าจ้างบล็อกเกอร์หนังหิวเงินมารีวิวตั้งเยอะ

พอคิดได้แบบนี้ ซ่งเต้าก็มั่นใจ

...

สถานที่ที่ข่งซีกับซ่งเต้านัดเจอกัน เป็นย่านศิลปะคล้ายกับย่าน 798 ของปักกิ่งในโลกเดิม

ชื่อน่าสนใจมาก [สตูดิโอเหรินเซิงเหลียวเฉ่า] (สตูดิโอชีวิตที่ยุ่งเหยิง)

ซ่งเต้าเดาว่าเจ้าของคงเหมือนเขาในชาติก่อน เป็นลุงวัยกลางคนหนวดเครารุงรัง

เพราะคนวัยนี้เท่านั้นถึงจะตกผลึกชีวิตได้เยอะ

ปรากฏว่าพอมาถึง ผลักประตูเข้าไป กลับเห็นข่งซีกำลังนั่งคุยอย่างออกรสกับสาวสวยลุคพี่สาววัยยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด

จังหวะที่เดินเข้าไป ทั้งสองคนเหมือนกำลังคุยเรื่องตลกกันอยู่ สีหน้ายิ้มแย้มเริงร่า

พอเห็นเขา เสียงหัวเราะก็หยุดกึก

ดูเหมือนจะกระอักกระอ่วนนิดหน่อย

ซ่งเต้าคิดในใจ หรือว่ากำลังนินทาเรื่องดราม่าของฉันอยู่?

พี่สาวคนสวยตั้งสติได้เร็วกว่า รอยยิ้มต้อนรับผุดขึ้นบนใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีตอีกครั้ง

"ซ่งเต้าสินะ? ตัวจริงหล่อกว่าในคลิปอีก ยินดีต้อนรับจ้ะ!"

"รุ่นพี่มาถึงแล้วทำไมไม่บอกคะ? หนูจะได้ออกไปรับ!" สาวน้อยแมวตีลังกาก็ปฏิกิริยาไวไม่แพ้กัน รีบลุกขึ้นยืน

"สวัสดีครับรุ่นน้อง... สวัสดีครับพี่สาว" ซ่งเต้ายิ้มทักทายทั้งสองคน

"สวัสดีจ้ะรุ่นน้อง พี่ชื่อเหยียนอวี้"

พี่สาวคนสวยลุกขึ้นแนะนำตัว

"พี่จบจากจงยางเหมือนกันเหรอครับ?" ได้ยินเธอเรียกรุ่นน้อง ซ่งเต้าเลยถาม

"ใช่จ้ะ แก่กว่าเธอหลายรุ่น เรียกว่ารุ่นพี่หรือพี่อวี้ก็ได้!" เหยียนอวี้มองสำรวจซ่งเต้า

รู้สึกว่าหล่อกว่าในคลิปจริงๆ

"พี่อวี้เรียนจบก็มาเปิดห้องอัดเสียงที่นี่ ร่วมงานกับบริษัทหนูบ่อยๆ หนูชวนรุ่นพี่มาที่นี่ ข้อแรกคือเงียบสงบ ข้อสองคืออยากหางานให้พี่อวี้ด้วย" ข่งซีพูดแทรก

ดูออกว่าสองคนนี้สนิทกันมาก ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น

"เพลงนั้นของเธอพี่ฟังแล้ว ใช้ได้เลย อารมณ์ถึงมาก แต่อุปกรณ์อัดเสียงแย่ไปหน่อย ที่นี่พี่ไม่กล้าเคลมว่าไฮเอนด์ที่สุด แต่ดีกว่าที่นั่นแน่นอน"

เหยียนอวี้เป็นคนนิสัยเปิดเผย บวกกับซ่งเต้าเป็นรุ่นน้อง เลยพูดจาเป็นกันเองและตรงไปตรงมา

"วันนี้คุยธุระเสร็จ อัดเพลงนั้นใหม่อีกรอบที่นี่ก็ได้นะ เปลี่ยนไฟล์เสียงซะ เห็นว่าติดตั้งหลายชาร์ตแล้ว เดี๋ยวพวกหูทองคำจะมาจับผิดเอา"

ข่งซีพูดขึ้นว่า "ไม่น่าหรอกมั้ง คนที่ฟังเพลงรุ่นพี่ส่วนใหญ่มาหาอารมณ์ร่วม..."

เหยียนอวี้ถลึงตาใส่ ข่งซีรีบหุบปากฉับ

ซ่งเต้ายิ้มอย่างมีมารยาท "งั้นก็รบกวนรุ่นพี่ด้วยนะครับ!"

วันนั้นพอได้เพลงมา เขาก็ไปห้องอัดนอกมหาวิทยาลัย ถึงจะดูเป็นมืออาชีพ แต่อุปกรณ์ก็งั้นๆ จริงๆ

ค่าใช้จ่ายถูกมาก รวมแล้วแค่สามสี่ร้อยหยวน

ด้วยความนิยมระดับนี้ จำเป็นต้องอัดใหม่จริงๆ ต้องรับผิดชอบต่อคนที่ยอมเสียเงินซื้อเพลง

เหยียนอวี้ยิ้ม "ไม่รบกวนหรอก พี่ก็ทำมาหากินทางนี้ แต่ลดราคาให้รุ่นน้องได้นะ!"

ซ่งเต้าตาเป็นประกาย "งั้นขอบคุณล่วงหน้าครับ!"

จากนั้นเหยียนอวี้ก็ชงชาให้ ยกพื้นที่ให้ซ่งเต้ากับข่งซีคุยกัน ส่วนตัวเองขึ้นไปชั้นบนปรับจูนอุปกรณ์

ข่งซีประคองถ้วยชาด้วยสองมือ ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู

มองซ่งเต้าอย่างเกรงใจนิดๆ "รุ่นพี่คงไม่โกรธนะที่หนูถือวิสาสะนัดมาที่นี่?"

ซ่งเต้าส่ายหน้า "ไม่หรอก ที่นี่ดีออก ขอบคุณด้วยซ้ำที่แนะนำห้องอัดดีๆ ให้ แถมเป็นรุ่นพี่เปิดเอง ได้ส่วนลดอีก เยี่ยมไปเลย!"

"งั้นก็ดีไป!" ข่งซีถอนหายใจโล่งอก

แต่จากนั้นเธอก็เริ่มไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง

เหมือนกับพวกที่หน้ากล้องพูดน้ำไหลไฟดับ แต่ตัวจริงเป็นพวกกลัวการเข้าสังคมเวลาอยู่ส่วนตัวเธอคุยกับคนแปลกหน้าไม่เก่งจริงๆ

ถ้าไม่ใช่เพราะจนตรอก เธอคงไม่หน้าด้านบุกมาหาซ่งเต้าถึงที่แบบนี้

ซ่งเต้าเป็นฝ่ายเปิดประเด็น "บอกความต้องการของเธอมาสิ ดูว่าเพลงของพี่จะเหมาะไหม?"

"อ้อ ได้ค่ะๆ คืออย่างงี้..."

พอเข้าเรื่องงาน ข่งซีก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที ร่ายยาวบอกความต้องการของผู้สร้างละครรวดเดียวจบ

แล้วมองตาแป๋วใส่ซ่งเต้า

ในดวงตามีแค่สองคำ ขอเพลง

ซ่งเต้าก็ไม่ลีลา งัดจิตวิญญาณคนดนตรีออกมา อ้าปากร้องสดทันที

ใช้ทักษะเสียงร้อยแปดพันเก้าขั้นต้น เลียนแบบเวอร์ชันของ เหมาปู๋อี้

นุ่มนวลและทุ้มลึก

"ทิวทัศน์ถนนที่ว่างเปล่า อยากหาใครสักคนระบายความรู้สึก"

"ตัดสินใจแบบนี้ คือยอมให้ความเหงามาเป็นเพื่อนบ้าน"

"ความรักของเรา เหมือนทิวทัศน์ที่เธอแค่เดินผ่าน"

เพลงนี้ต้นฉบับร้องโดย อาซางนักร้องหญิงผู้มีพรสวรรค์แต่น่าเสียดายที่จากไปก่อนวัยอันควร

น้ำเสียงของเธอมีความแหบเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ มีพลังแม่เหล็กดึงดูด เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่จริงใจและละเอียดอ่อน

ตอนนี้ซ่งเต้ามาถ่ายทอด ด้วยจิตวิญญาณคนวัยกลางคน บวกกับความเข้าใจดนตรีของเจ้าของร่างเดิม และการควบคุมจากทักษะเสียง ทำให้ได้รสชาติที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

"ความรักที่ให้เธอ เงียบงันมาตลอด เพื่อแลกกับความห่วงใยที่เธอมีให้เป็นครั้งคราว"

"ชัดเจนว่าเป็นหนังของคนสามคน แต่ฉันกลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมีชื่อในเรื่องราว"

หากบอกว่าต้นฉบับถ่ายทอดอารมณ์ที่ลึกซึ้ง เก็บกด จนใจ แต่ก็ยังดื้อรั้น

การถ่ายทอดของซ่งเต้าในตอนนี้ ก็เหมือนการปล่อยวางหลังจากผ่านพ้นความเจ็บปวดมาแล้ว

อ่อนโยนและสงบนิ่ง

การที่รุ่นพี่ร้องสดได้ทันทีไม่ได้ทำให้ข่งซีแปลกใจ

คนเล่นดนตรีจริงๆ มักจะมีความบ้าคลั่งในสายเลือด

ถ้าไม่มีความกล้าที่จะร้องได้ทุกที่ทุกเวลา จะไปยืนหน้านิ่งต่อหน้าคนเป็นหมื่นเป็นแสนได้ยังไง?

เธอก็เป็นแบบนั้น เลยตั้งใจฟังทันที

แววตาฉายแววเซอร์ไพรส์

เพลงเพราะมาก!

โดยเฉพาะเนื้อเพลง สุดยอดจริงๆ!

สาเหตุที่ซ่งเต้าบ่นระบบเรื่องการจัดหมวดหมู่เพลง ก็เพราะเพลงนี้ไม่เพียงนักร้องต้นฉบับจะเป็นมืออาชีพ แต่นักแต่งเนื้อร้องยังเป็นถึงปรมาจารย์แห่งวงการเพลง!

อาจารย์ฟางเหวินซาน!

ความเทพของคนคนนี้ไม่ต้องพูดเยอะ

เขากับราชาเพลงป็อปเจย์ โชว ต่างส่งเสริมซึ่งกันและกันจนโด่งดัง

ตอนที่ซ่งเต้าร้องถึงประโยคที่สาม เหยียนอวี้ก็มายืนอยู่ที่บันไดชั้นสองแล้ว

ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือจับราวบันได นิ้วเคาะจังหวะเบาๆ ตาม

มองดูเด็กหนุ่มข้างล่าง ฮัมเพลงนี้ช้าๆ ด้วยเสียงทุ้มนุ่มเจือความแหบพร่า

เพลงที่ดี จะพุ่งตรงเข้าสู่จิตใจ!

ไม่ต้องการดนตรีประกอบหรูหรา แค่ร้องปากเปล่า ก็กระตุ้นความรู้สึกร่วมได้ทันที

ดูท่าความรักที่ล้มเหลวครั้งนี้ จะส่งผลกับรุ่นน้องคนนี้มากจริงๆ

มันปลุกพรสวรรค์ในการแต่งเพลงของเขาให้ตื่นขึ้น!

เหยียนอวี้ครุ่นคิด

อายุแค่นี้ ต้องผ่านความรักที่เจ็บปวดรวดร้าวขนาดไหน ถึงจะแต่งเพลงแบบนี้ออกมาได้?

ตอนแรกที่รู้ว่าข่งซีมาขอเพลงซ่งเต้า เธอก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจนิดหน่อย

ไม่ใช่ว่าเพลง "มองทะลุรัก" ไม่ดี แต่ในฐานะคนเรียนดนตรีมาโดยตรง เพลงนั้นมัน... ขาดความพรีเมียม!

แน่นอนเธอรู้ว่าความคิดนี้มันดัดจริต และเข้าใจดีว่าสิ่งที่มหาชนชอบต่างหากคือสิ่งที่ศิลปินควรแสวงหา

แต่เข้าใจก็ส่วนเข้าใจ คนในวงการน่ะนะ ลึกๆ ในกระดูกมักจะมีความถือตัวเล็กๆ น้อยๆ อยู่บ้าง

นักดนตรีหลายคนก็เป็นแบบนี้

จนกว่าจะไม่มีเงินกินข้าวโน่นแหละ ถึงจะยอมแต่งเพลงติดหูตลาดจ๋าออกมาสักเพลง

แฟนเพลงชอบแทบตาย แต่ตัวเองเกลียดเข้าไส้

อีกอย่างคือ ถ้าไม่ใช่เพราะคลิปที่เป็นกระแสเมื่อคืน เพลงมองทะลุรักมองทะลุเธอ จริงๆ แล้วก็เป็นแค่เพลงเฉพาะกลุ่ม!

สไตล์คนละขั้วกับที่ข่งซีต้องการ

ดังนั้นเธอเลยไม่ค่อยคาดหวังกับการที่ข่งซีดิ้นรนเฮือกสุดท้ายแบบนี้เท่าไหร่

ผลคือพอซ่งเต้าร้องสดเพลงนี้ ฟังแค่ไม่กี่ประโยค เธอก็ตัดสินใจได้ทันที

ได้กลิ่นความปัง!

เนื้อเพลงไม่ยาว ทำนองไม่ซับซ้อน แต่อัดแน่นด้วยความเศร้าและความเหงาจางๆ

เหยียนอวี้ฟังจนเคลิ้ม

จนกระทั่งเพลงจบ เธอถึงปรบมือเบาๆ แล้วเดินนวยนาดลงบันไดมา

"เพลงนี้ดีมาก!"

เธอมองซ่งเต้าอย่างจริงใจ "ดีกว่าเพลงด่ากราดตรงๆ เพลงนั้นเยอะ!"

ซ่งเต้ายิ้มแก้เก้อ พูดอย่างจริงใจว่า "เพลงนั้นมันโมโหจนหน้ามืดครับ ให้รุ่นพี่ขายหน้าแล้ว"

"แสดงว่าเธอเป็นคนจริงใจ คนแต่งเพลงด่าคนมีถมเถไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพลงนั้นของเธอแค่กลุ่มคนฟังอาจจะไม่กว้างมาก แต่เพลงนี้ รัศมีทำลายล้างกว้างกว่าเยอะ!"

เหยียนอวี้พูดพลางนั่งลงที่โต๊ะชงชา

เทน้ำชาที่เย็นชืดของทั้งสองคนทิ้ง ต้มน้ำใหม่ แล้วมองข่งซีที่ยังนั่งเหม่อ "เฮ้ ฟังจนเอ๋อไปเลยเหรอ?"

"คะ?" ข่งซีได้สติ ขอบตาแดงระเรื่อ เม้มปากพูดเสียงเบา "เพลงเมื่อคืน หนูฟังแล้วเฉยๆ แต่เพลงนี้ ฟังแล้วอยากร้องไห้ รู้สึกเศร้ามาก..."

เธอสูดจมูก มองซ่งเต้า "รุ่นพี่คะ เพลงนี้ดีเกินไปแล้ว ต่อให้บริษัทหนังไม่เอา หนูจะควักเงินซื้อเอง! หนูให้ราคาเรตสูงสุดกับรุ่นพี่ได้เลย!"

เหยียนอวี้มองน้องสาวจอมซื่อบื้ออย่างจนใจ ยังไม่ทันไรก็เผยไต๋หมดแล้ว

เรตสูงสุดคืออะไร?

เรตระดับปรมาจารย์คือราชาเพลงราชินีเพลงยอมมาเป็นเครื่องมือให้นะ เธอทำได้เหรอ?

"อย่าเอะอะก็พูดเรื่องเงิน มันดูโลภไปหน่อยไหมเธอเนี่ย"

ซ่งเต้าพูดจริงจัง "ไม่โลภหรอกครับ ทุกคนต่างก็ดิ้นรนในทางโลก ไม่มีเงินจะเอาอะไรมาติสต์แตก?"

พูดจบก็รู้สึกเสียใจ ไม่ใช่เพราะคำพูดมันดูขี้เก็ก แต่คำพูดแบบนี้ไม่น่าจะออกมาจากปากเด็กจบใหม่วัยยี่สิบต้นๆ

เหยียนอวี้กลับไม่แปลกใจ คนที่แต่งเพลงแบบนี้ออกมาได้ พรสวรรค์ไม่ต้องพูดถึง

เนื้อเพลงเรียบง่าย แต่ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกบาดลึก

เมื่อกี้ไม่ใช่แค่ข่งซีที่อยากร้องไห้ เธอเองก็รู้สึกแสบจมูกเหมือนกัน

ในหัวจินตนาการไปถึงตอนใส่ดนตรีประกอบแล้ว ต้องกินใจกว่านี้แน่ๆ

"รุ่นน้อง เพลงนี้ มีชื่อหรือยัง?" เธอเงยหน้า ดวงตาคู่สวยจ้องมองซ่งเต้า

"เงียบงันมาตลอด"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 8 - เงียบงันมาตลอด

คัดลอกลิงก์แล้ว