- หน้าแรก
- ไปสร้างเมืองที่ต่างโลกกับสมาร์ทโฟนกลายพันธุ์
- บทที่ 686: การติดตาม !
บทที่ 686: การติดตาม !
บทที่ 686: การติดตาม !
โชคดีที่ในเวลานี้ประตูมิติทั้งสองพึ่งจะเปิดเท่านั้น โหลวเฉิงทั้งสองแห่งยังไม่สามารถเทเลพอร์ตเข้ามาได้อีกซักระยะ
ถังเจิ้นจึงมีเวลามากพอที่จะแก้ไขและค้นหาตัวการใหญ่
ตราบใดที่ถังเจิ้นพบโหลวเฉิงต่างเผ่าที่บุกรุกเข้ามา ไม่ว่าพวกมันจะเป็นโหลวเฉิงระดับสูงหรือโหลวเฉิงระดับประเทศก็ตาม เขาจะใช้ระเบิดนิวเคลียร์ทำการระเบิดพวกมันให้กลายเป็นซากปรักหักพังโดยไม่ลังเล !
ตราบใดที่ชาวต่างเผ่าในโหลวเฉิงยังมีชีวิตอยู่ ถังเจิ้นจะไม่ยอมแพ้และจะต้องกำจัดสาเหตุที่แท้จริงแบบถอนรากถอนโคนให้เกลี้ยง
ท้ายที่สุดแล้วพวกมันมีพิกัดของโลกเดิมอยู่ในมือ และเขาจะต้องไม่ปล่อยให้มันตกไปอยู่ในมือของโหลวเฉิงต่างเผ่าอื่น ๆ ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นภัยซ่อนเร้นอย่างใหญ่หลวง
เมื่อนึกได้ดังนี้ถังเจิ้นก็หันหน้าไปมองผอ. ถัง และพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “จากนี้ไปห้ามมีใครได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้ทั้งสองที่นั่นอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันก็ต้องระวังพวกต่างเผ่าด้วย มันจะมีนักรบปรากฏตัวออกมาจากวังน้ำวนนั่น
ผมสงสัยว่าช่วงนี้จะมีนักรบต่างเผ่าเข้ามายังโลกเรา โดยหน้าที่ของพวกมันคือตรวจสอบและร่วมมือกับการรุกราน ดังนั้นเราจึงต้องจับและฆ่าพวกมันทิ้งให้หมด !
เรื่องนี้ผมจะร่วมค้นหาด้วย และจะไม่ปล่อยให้พวกมันรอดไปแม้แต่ตัวเดียว !”
หลังจากที่ถังเจิ้นพูดจบเขาก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เปิดใช้งาน [ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์สากล ] เชื่อมต่อกับสมิธซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบของสันนิบาติอเมริกัน
เมื่อภาพของอีกฝ่ายปรากฏขึ้นถังเจิ้นก็เล่าถึงการเตรียมการของตนให้ฟัง พร้อมทั้งขอให้กองกำลังที่ทั้งสองเป็นตัวแทนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่และให้อำนาจสูงสุดแก่ตนในการดำเนินการ
ท้ายที่สุดแล้วที่นี่ก็ไม่ใช่โลกโหลวเฉิง แม้ว่าเขาจะมีพลังที่น่ากลัวมากก็ตาม แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่ไม่สามารถทำอะไรที่ก่อเกิดความวุ่นวายได้ ยิ่งตำแหน่งสูงเท่าไรก็ยิ่งต้องมีระเบียบวินัยในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นเท่านั้น !
ดังนั้นเวลาจะทำอะไรที่มันวุ่นวายล่ะก็จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากหุ้นส่วนก่อน
นี่เป็นการเคารพซึ่งกันและกันและเอื้อต่อความร่วมมือในอนาคตด้วย
หลังจากโทรศัพท์กับสมิธ ด้านสมิธได้บอกว่าถังเจิ้นสามารถดำเนินการตามที่เขาพอใจได้เลย และจะได้รับการสนับสนุนอย่างไม่จำกัดจากทางหุ้นส่วน
ถังเจิ้นพยักหน้าบอกให้ทั้งสองรอก่อน จากนั้นเขาก็กลับสู่โลกโหลวเฉิงอย่างรวดเร็ว
ขั้นแรกคือเขาได้เรียกผู้ช่วยให้มาหาแล้วบอกให้อีกฝ่ายส่งรูปถ่ายกับคลิปวิดีโอทั้งหมดไปยังสหภาพทหารรับจ้าง โดยให้ประกาศว่าขอการยืนยันตำแหน่งและแหล่งที่มาของโหลวเฉิงทั้งสองแห่ง เรื่องรางวัลไม่ต้องห่วง มีก้อนใหญ่แน่นอน
หลังจากนั้นถังเจิ้นก็นำสิ่งของจำนวนหนึ่งออกมาจากโกดังของเมืองเชิ่งหลงและกลับสู่โลกเดิมอีกครั้ง
ในเวลาต่อมาถังเจิ้นขอสตูดิโอแห่งหนึ่งและทำงานอย่างรวดเร็วบนอุปกรณ์พิเศษที่สามารถตรวจจับความผันผวนของพลังวิญญาณได้
ความผันผวนของพลังวิญญาณของมนุษย์ในโลกเดิมนั้นพิเศษมากและแตกต่างจากชนพื้นเมืองของโลกโหลวเฉิงอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับชนพื้นเมืองของโลกอื่น ๆ
ดังนั้นด้วยการใช้อุปกรณ์พิเศษนี้ แม้แต่เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับธรรมดาก็สามารถบอกได้อย่างง่ายดายว่าอีกฝ่ายเป็นผู้มาเยือนจากอีกโลกหนึ่ง !
หลังจากส่งมอบพิมพ์เขียวให้กับผอ. ถังและสมิธพร้อมด้วยวัตถุดิบจำนวนมากแล้ว ถังเจิ้นก็ขึ้นเครื่องบินทหารมุ่งหน้าตรงไปยังประตูมิติในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
หลังจากบินไปได้พักหนึ่งเครื่องบินก็ค่อย ๆ ลงจอดที่สนามบินทหาร
ถังเจิ้นขึ้นเฮลิคอปเตอร์ทหารอีกครั้งพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บริการพิเศษหลายคนและบินขึ้นไปบนยอดเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของประตูมิติ
ก่อนที่จะไปถึงสถานที่นั้นถังเจิ้นได้เห็นกระแสน้ำวนผ่านมุมมองแผนที่แล้ว
หลังจากสังเกตอย่างรอบคอบมาระยะหนึ่ง ถังเจิ้นได้ยืนยันว่านี่คือประตูมิติที่เปิดก่อนที่โหลวเฉิงจะบุกมาจริง ๆ !
ในเวลานี้ ยอดเขาได้ถูกปิดผนึกภายใต้กฎอัยการศึกและมีทหารติดอาวุธหนักจำนวนมากเฝ้าอยู่ ทั้งอาวุธเบาและหนักต่าง ๆ รวมไปถึงหุ่นรบพิเศษต่างก็มุ่งเป้าไปที่วังน้ำวนกลางอากาศนั้น
เมื่อใดที่เกิดสถานการณ์ไม่ปกติขึ้น อาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมดจะยิงถล่มผู้บุกรุกโดยอัตโนมัติ
หลังจากที่ถังเจิ้นกระโดดลงจากเครื่องบิน เขาก็เดินผ่านแนวปิดล้อมพร้อมกับเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับตรงไปที่วังน้ำวนดังกล่าว
เมื่อรู้สึกถึงรัศมีอันคุ้นเคยในวังน้ำวนนั้นแล้ว ใบหน้าของถังเจิ้นแสดงออกว่าไร้ความรู้สึก ดวงตาของเขาดูเหมือนจะเจาะทะลุผ่านเส้นทางนั้นไปยังอีกฝั่งด้วยจิตสังหารอันเปี่ยมล้น !
หากไม่ใช่เพราะว่าเมื่อเปิดประตูมิติผ่านโลกแล้วจะสามารถขนส่งได้เพียงทิศทางเดียวเท่านั้น และจะส่งกลับได้เฉพาะตอนที่ทำลายล้างโลกหรือไม่ก็เพราะโหลวเฉิงถูกทำลายแล้วเท่านั้นล่ะก็ ถังเจิ้นคงจะวิ่งสวนเข้าไปในประตูมิติแล้วล้างบางรังของไอ้พวกผู้บุกรุกนี่จนเหี้ยนเต้ไปแล้ว !
หลังจากรออยู่พักหนึ่งแล้วถังเจิ้นก็ค่อย ๆ หลับตาลงและสัมผัสถึงอะไรบางอย่างโดยละเอียด
หลังจากผ่านไปหลายนาที ดวงตาของเขาก็ค่อย ๆ ลืมขึ้น เผยให้เห็นร่องรอยของความฉลาด
“พวกมันไม่ได้มาที่นี่ด้วยกัน... มีทั้งหมดสิบคน โอเค ดีมาก...”
ถังเจิ้นพูดอะไรกับตัวเอง จากนั้นก็หันกลับมาทันทีแล้วแนะนำวิธีปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่บริการพิเศษที่อยู่ข้าง ๆ จากนั้นจึงนั่งเครื่องบินบินลงจากภูเขาไป
เมื่อพวกเขาไปถึงด้านล่างของภูเขาก็มีรถออฟโรดสีดำหลายคันจอดอยู่ที่นั่นแล้ว ถังเจิ้นกระโดดลงจากเครื่องบินและเข้าไปในรถคันหนึ่ง
“คุณตามหลังผมมา แล้วถ้าผมยังไม่อนุญาตก็ห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด !”
หลังจากพูดจบถังเจิ้นก็สตาร์ตรถและเร่งความเร็วไปตามทางหลวง
เมื่อดังนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับที่อยู่ข้างหลังเขาก็รีบกระโดดขึ้นรถแต่ละคันแล้วตามถังเจิ้นไปแบบห่าง ๆ
ในเวลานี้ ขณะที่ขับรถอยู่ถังเจิ้นสัมผัสได้ถึงรัศมีของนักรบต่างเผ่าที่ปรากฏขึ้น พร้อมยกยิ้มมุมปาก
เหตุผลที่เขาไม่เลือกวิธีบินแบบปกติก่อนหน้านี้ก็เพราะร่องรอยลมหายใจที่นักรบต่างเผ่าทิ้งไว้นั้นไม่เด่นชัดอย่างยิ่ง หากเขาอาศัยการบินล่ะก็จะไม่สามารถสัมผัสได้อย่างแม่นยำเลย
แม้ว่าความเร็วของรถจะช้ากว่ามาก แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อประสาทสัมผัสของเขาเลย นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงเลือกขับรถเอา
และด้วยมีรถคันนี้เป็นที่กำบัง จึงเชื่อได้ว่าสามารถทำให้นักรบต่างเผ่าไม่รู้ตัว ไม่เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น หากเขาบินเอาล่ะก็มีโอกาสสูงที่พวกมันจะรู้ตัวแล้วหลบหนีไปซะก่อน
จุดที่สำคัญที่สุดคือนักรบผู้รุกรานเหล่านี้ส่วนใหญ่มีวิธีการติดต่อกันแบบพิเศษของตัวเอง ถังเจิ้นต้องฆ่าพวกมันในทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้มีการส่งข้อมูลการโจมตีไปยังสหายที่มาด้วยกัน
ดังนั้นการปกปิดแบบนี้จึงมีประโยชน์อย่างยิ่ง !
ท้ายที่สุดแล้ว นักรบที่ร่างกายสามารถเดินทางผ่านประตูมิติผ่านโลกได้นั้นย่อมต้องมีพื้นฐานการฝึกฝนที่สูง หากพวกมันรู้ตัวแล้วหลบซ่อนล่ะก็เกรงว่าการจะหาพวกมันคงต้องเปลืองพลังงานเพิ่มขึ้นมาก
แล้วเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องเร่งด่วน ตัวเขาจะไปมีเวลามากมายให้เสียได้ยังไงกันล่ะ
หลังจากฮอดตะบึงบึ่งไปหลายร้อยลี้ รถของถังเจิ้นก็ได้ชะลอความเร็วลงและไปจอดอยู่ข้าง ๆ ทุ่งแตงโมข้างทางในที่สุด
พื้นที่ของทุ่งแตงโมแห่งนี้ไม่เล็กเลย เมื่อมองขึ้นไปก็จะเห็นพื้นที่สีเขียวที่มีเถาวัลย์ปกคลุมอยู่ และแตงโมลูกใหญ่ก็อวบอ้วนกลมดูน่าชื่นใจมาก
การได้กินซักซีกสองซีกตอนอากาศร้อน ๆ คงจะฟินน่าดูเลยทีเดียว !
เมื่อเปิดประตูรถ ถังเจิ้นที่สวมชุดลำลองสีดำและแว่นกันแดดได้กระโดดลงจากรถแล้วค่อย ๆ เดินไปที่กระท่อมพลางมองดูแตงโมในทุ่งไปด้วย
เมื่อเห็นดังนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับที่ตามถังเจิ้นจากระยะไกลก็รีบจอดรถอย่างเร็วและเปิดอุปกรณ์พิเศษที่ใช้สังเกต
“หัวหน้า ทำไมเขาถึงหยุดล่ะครับ หรือจะอยากกินแตงโม”
เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับที่มีใบหน้าละอ่อนกับเคราบาง ๆ ตรงมุมปากถามเล่น ๆ