- หน้าแรก
- ไปสร้างเมืองที่ต่างโลกกับสมาร์ทโฟนกลายพันธุ์
- บทที่ 680: ต้นกำเนิดของเด็กน้อย !
บทที่ 680: ต้นกำเนิดของเด็กน้อย !
บทที่ 680: ต้นกำเนิดของเด็กน้อย !
เด็กน้อยที่รับผิดชอบในการใส่ฟืนข้าง ๆ กันนั้นกำลังหิวจัดจนน้ำลายสอ ไม่ว่าปลาจะสุกหรือไม่ก็ตาม ก็ดูท่าจะไม่สน มือคอยฉีกชิ้นปลาชิ้นเล็ก ๆ จากส้อมเหล็กยัดใส่ปากอยู่บ่อย ๆ โดยที่แน่นอนว่าต้องใส่ทั้งสองปาก
ทั้งคู่ช่วยกันกันคนละไม้คนละมือและไม่นานปลาตัวใหญ่ก็สุก
พุงปลาที่มันเลื่อมของเจ้าปลาอ้วนนั้นต้าสยงได้ยื่นให้เด็กน้อย ส่วนตัวเองก็เอาหัวกับหางใส่ปากกินอย่างเอร็ดอร่อย
เด็กน้อยมองดูชิ้นปลาในมือตัวเองก่อนจะเงยหน้ามองต้าสยงก่อนจะยื่นชิ้นปลาชิ้นหนึ่งให้กับต้าสยงด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
ตัวต้าสยงนั้นยิ้มอย่างไร้เดียงสาให้และไม่ปฏิเสธ เขารับชิ้นปลาขึ้นมาฉีกกินจนน้ำกระเซ็น
เด็กน้อยเมื่อเห็นแบบนั้นก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ จากนั้นจึงหยิบส่วนของตัวเองมากินด้วยท่าทางเพลิดเพลิน
ถังเจิ้นซึ่งอยู่บนต้นมารดรเห็นถึงความโล่งใจบนใบหน้าของเด็กน้อย
เด็กน้อยสองเศียรสี่กรคนนี้มีเอกลักษณ์พิเศษ เขาไม่ใช่เด็กธรรมดา และเขาก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจริง ๆ ซะด้วยซ้ำ
เขาเป็นโหลวเฉิงคนยักษ์ที่ถังเจิ้นสร้างขึ้นจากศิลาเสาเอกคนยักษ์ซึ่งเขาแอบสร้างเป็นการลับโดยไม่ให้ใครรู้ !
เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของเด็กน้อยแล้วชาวเมืองเมืองเชิ่งหลงก็จะคิดว่าเขาเป็นแค่เด็กต่างเผ่าเท่านั้น ไม่มีใครคิดเลยว่าจริง ๆ แล้วนี่คือโหลวเฉิงแบบพิเศษในร่างมนุษย์
เพื่อควบคุมและใช้ประโยชน์จากโหลวเฉิงแบบพิเศษนี้ให้ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อใช้เป็นไพ่ตายของเมืองเชิ่งหลง และเพื่อทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับคนยักษ์ ถังเจิ้นกับหลิงซูจื่อจึงได้ปรับปรุงศิลาเสาเอกของโหลวเฉิงนี้ใหม่
ซึ่งการปรับปรุงศิลาเสาเอกของโหลวเฉิงนั้นเป็นสิ่งที่แทบไม่เคยได้ยินมาก่อน !
ในตอนแรกถังเจิ้นเองก็ไม่แน่ใจหรอก แต่หลังจากได้พูดคุยและค้นคว้ากับหลิงซูจื่อแล้ว ทั้งคู่ก็ตัดสินใจลองดู
หากไม่ได้ผลก็จะหยุดให้ทันเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กลายเป็นการทำลายศิลาเสาเอกของโหลวเฉิงระดับสูงนี้
โชคดีที่ทั้งถังเจิ้นและหลิงซูจื่อมีความเชี่ยวชาญในการสร้างอักขระ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนเปลี่ยนศิลาเสาเอกธรรมดาให้เป็นศิลาเสาเอกระดับสูงได้ แม้แต่ศิลาเสาเอกระดับสูงก็ยังแทบจะทำไม่ได้เช่นกัน !
หลังจากใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดจนหมดแรงข้าวต้ม ในที่สุดทั้งคู่ก็ทำภารกิจนี้สำเร็จจนได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่งานง่าย ๆ เลย
เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถควบคุมโหลวเฉิงนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ถังเจิ้นถึงขนาดแยกรังสีพลังวิญญาณของตัวเองออกมาแล้วเอาหลอมรวมเข้ากับร่างกายเจ้าเด็กน้อยนี่กันเลยทีเดียว
วิญญาณดั้งเดิมของโหลวเฉิงซึ่งเป็นศิลาเสาเอกของโหลวเฉิงคนยักษ์ได้ถูกลบล้างไปโดยสิ้นเชิงแล้วและได้ถูกแทนที่ด้วยวิญญาณของถังเจิ้น !
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือวิญญาณของโหลวเฉิงคนยักษ์ที่บอกถังเจิ้นเป็นการส่วนตัวว่าตนไม่ต้องการเกิดใหม่อีกต่อไปแล้วนั้นได้ไปใช้ชีวิตในที่ลวงตาอย่างมีความสุขในกระจกสังสารวัฏ !
เนื่องจากมีเพียงรังสีพลังวิญญาณเท่านั้น เจ้าเด็กน้อยในตอนนี้จึงไม่ใคร่จะฉลาดนัก เขาพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ แถมยังดูมึน ๆ อึน ๆ อยู่ตลอด
ถังเจิ้นคิดไปคิดมาก็ตัดสินใจให้ต้าสยงคอยดูแลเขา เพราะมีเพียงเจ้าตัวใหญ่คนนี้เท่านั้นที่ในใจแสนจะบริสุทธิ์ผุดผ่องและภักดีต่อถังเจิ้นอย่างยิ่ง
ถังเจิ้นเชื่อว่าการเติบโตมากับเจ้าต้าสยงเจ้าเล่ห์ผู้นี้จะช่วยให้จิตใจของเด็กน้อยคนนี้ไม่ซับซ้อนจนเกินไป และนั่นจะเป็นไปตามความคาดหวังของถังเจิ้น
เพราะเมื่อเวลาผ่านไปรังสีพลังวิญญาณนี้จะยังคงเติบโตต่อและในที่สุดก็กลายเป็นร่างโคลนวิญญาณอีกหนึ่งของถังเจิ้น ซึ่งจะควบคุมร่างกายของเด็กน้อยนี้
และเนื่องจากศิลาเสาเอกได้รับการเปลี่ยนแปลง เด็กน้อยจึงยังคงรักษารูปร่างตามนี้เอาไว้ตามเดิมได้แม้ว่าจะมีการเลื่อนระดับของโหลวเฉิงแล้วก็ตาม และจะมีขนาดโตขึ้นเมื่อจำเป็นเท่านั้น !
ดังนั้นถังเจิ้นจึงไม่ต้องการให้เด็กน้อยฉลาดเกินไป ซึ่งจะไม่สวยงามและไม่เอื้อต่อการควบคุมของตัวเขาเองด้วย
พูดตรง ๆ คือเด็กน้อยเป็นเพียงตัวทดสอบที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนต่าง ๆ มากมาย ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของถังเจิ้นและหลิงซูจื่อทำให้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเจ้าตัวจะเติบโตได้ตามปกติหรือไม่
เนื่องจากจิตวิญญาณของเด็กน้อยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับถังเจิ้นโดยพื้นฐานแล้ว ถังเจิ้นจึงถือว่าอีกฝ่ายเป็นอีกตัวตนหนึ่ง เป็นแม้กระทั่งลูกของตัวเอง !
เมื่อเห็นความเพลิดเพลินของเจ้าสองแสบถังเจิ้นก็นึกสนุกขึ้นมา เขาเทเลพอร์ตไปปรากฏตัวที่ทะเลสาบไข่มุก
เมื่อมองดูผิวของทะเลสาบแบบสบาย ๆ ดวงตาของถังเจิ้นก็เปล่งประกายสดใส เขาก็คว้าไปที่ผิวทะเลสาบที่ราบเรียบราวกับกระจก
เนื่องจากการใช้แอปฯทำให้เขาสามารถมองข้ามมวลน้ำของทะเลสาบไปได้เลย และปลาในทะเลสาบที่อัดแน่นกันอยู่มากมายก็ไม่สามารถซ่อนตัวภายใต้สายตาของเขาได้อีก
มีเสียง ‘ซุ่ม !’ พร้อมกับน้ำกระจาย ปลาตัวยาวสองเมตรได้ทะยานขึ้นมากลางอากาศลอยตรงเข้ามาหาเขา
ถังเจิ้นจับปลาตัวนั้นพลางหัวเราะเสียงดัง แล้วร่างก็ทะยานขึ้นไปบนฟ้าก็จะดีดตัวมุ่งหน้าตรงไปยังนอกเมืองเชิ่งหลง
นักกบสองสามคนที่อยู่ไม่ไกลต่างก็ตกตะลึง หลังจากได้เห็นกระบวนการทั้งหมดของถังเจิ้นตั้งแต่จับปลาจนกระทั่งจากไป พวกเขาต่างมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง
‘หัวขโมยปลา’ สองคนพึ่งจะทำสำเร็จ แต่ในพริบตาเจ้าเมืองเชิ่งหลงผู้งามสง่าก็มาขโมยปลาด้วย ? เกิดอะไรขึ้นกันล่ะเนี่ย ?
แต่แล้วจู่ ๆ ก็เกิดคิดขึ้นได้ว่าเมืองเชิ่งหลงทั้งหมดเป็นของถังเจิ้น หากเจ้าตัวมาจับปลาในทะเลสาบของตัวเองแบบนี้แล้วจะให้เรียกว่า ‘ขโมย’ ได้ยังไงล่ะ จริงไม่จริง ?
แต่ถังเจิ้นเป็นคนไม่มีปลากินหรือถึงได้ต้องถ่อมาจับด้วยมือตัวเองแบบนี้
อย่างไรก็ตาม เจ้าเมืองมาจับปลาที่นี่ซึ่งหมายความว่าสิ่งที่พวกตนเลี้ยงดูอยู่นั้นยังคงอยู่ในสายตาของเจ้าเมืองอยู่ ซึ่งเป็นการยืนยันถึงผลจากการทำงานของพวกตนได้เช่นกัน !
พอเหล่ามนุษย์กบบึงคิดได้ดังนี้ก็เปลี่ยนไปรู้สึกว่ามันช่างภูมิใจยิ่งนัก
จบเรื่องความคิดของเหล่าชาวประมงเต็มเวลาเหล่านี้ไปก่อน บัดนี้ถังเจิ้นได้ไปถึงจุดที่ต้าสยงกับเด็กน้อยย่างปลาในชั่วพริบตา จากนั้นก็โยนเจ้าปลาสองเมตรในมือลงไปบนหิน
“ต้าสยง ย่างไอ้นี่ด้วยซิ !”
เมื่อมองไปที่ต้าสยงกับเด็กน้อยที่ยังไม่รู้ตัวแล้วถังเจิ้นพูดกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเจ้าสองแสบจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงคนพูดข้างหลัง สองแสบที่กำลังเลียริมฝีปากมันแผลบอยู่นั้นก็สะดุ้งโหยงกันทันที !
ใจเป็นเด็กกันทุกคน แม้ว่าเวลาขโมยปลาจะหยิ่งยโสมากก็ตาม แต่ก็มีจิตใจที่รู้สึกสำนึกผิดอยู่เสมอ เพราะกลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าตนทำ ‘วีรกรรม’ อะไรไว้ !
ตอนนี้ก็มีคนจับได้แล้ว และซากก้างปลาบนพื้นก็ยังไม่ได้รับการจัดการให้เนียนด้วยดังนั้นเจ้าตัวจึงผวาขึ้นมาเป็นธรรมดา
แต่ในขณะที่ต้าสยงกำลังจะลากตัวเด็กน้อยออกจาก ‘ที่เกิดเหตุ’ ก็พลันหันกลับไปมองโดยบังเอิญและพบว่าถังเจิ้นกำลังยืนยิ้มมองดูพวกตนอยู่
ความตื่นตระหนกบนใบหน้าพลันหายวับไปซะเฉย ๆ และรีบวิ่งไปหาถังเจิ้นอย่างตื่นเต้น จากนั้นก็ก้มหน้าลงด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาพลางยื่นหันโต ๆ นั่นไปตรงหน้าถังเจิ้น
ถังเจิ้นยิ้มและยื่นมือออกไปลูบหัวโล้น ๆ ของต้าสยง จากนั้นเขาก็หยิบถุงขนมที่หน้าตาสวยงามออกมาให้ภายใต้แววตาคาดหวังของอีกฝ่าย
นี่เป็นความเข้าใจโดยปริยายที่ทั้งสองได้พัฒนาขึ้น ดังนั้นกระบวนการทั้งหมดจึงเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง
เมื่อได้รับขนมแล้วต้าสยงก็ร้องดีใจแล้วเอาขนมในมือวิ่งไปหาเด็กน้อย จากนั้นก็เทขนมครึ่งถุงแบ่งให้อีกฝ่ายกินด้วย
นี่เป็นเรื่องที่ยากยิ่งสำหรับต้าสยงที่ถือว่าลูกอมคือชีวิตของตน !
เด็กน้อยมองดูขนมในมือพลางขมวดคิ้วครุ่นคิด ซึ่งท่าทางก็ช่างดูเหมือนท่าทางตามปกติของถังเจิ้นมาก ๆ
ถังเจิ้นที่เห็นแบบนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร เขาแค่ดูต้าสยงหันกลับมาหั่นปลาสองเมตรออกเป็นชิ้น ๆ แล้วเอาไปย่างต่ออย่างชำนิชำนาญ