เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 648: ตามหาตัวกินวิญญาณ!

บทที่ 648: ตามหาตัวกินวิญญาณ!

บทที่ 648: ตามหาตัวกินวิญญาณ!


หุบเขาด้านหลังเมืองเชิ่งหลงเต็มไปด้วยผู้คนที่พลุกพล่าน  จอกแจกจอแจและคึกคักกันอย่างยิ่ง

ตามกำหนดเวลาแล้ว  วันนี้จะมีผู้พลเมืองใหม่ที่สำเร็จการฝึกพิเศษและจะถูกเคลื่อนย้ายจากโลกเดิมมาอีกกลุ่มหนึ่ง

และยังคงมีกลุ่มนักสู้กับทหารรับจ้างโหลวเฉิงเดินทางไปยังสนามรบนอกแผ่นดินเพื่อร่วมภารกิจค้นหาพวกหมานสู

หากไม่ใช่เพราะหุบเขาด้านหลังมีพื้นที่ขนาดใหญ่ล่ะก็ไม่มีทางที่จะรองรับคนทั้งหมดนี้ได้อย่างพร้อมกันขนาดนี้แน่

แม้ว่าฉากนี้จะค่อนข้างวุ่นวาย  แต่ชาวเมืองเชิ่งหลงก็ได้ปรับตัวเข้ากับฉากนี้กันแล้วจึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก  พวกเขายังคงยุ่งอยู่กับงานที่ทำอยู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

เมืองเชิ่งหลงกลายเป็นยักษ์ใหญ่โดยไม่รู้ตัว  ความแข็งแกร่งของมันก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ

และชาวเมืองเชิ่งหลงต่างรู้สึกภาคภูมิใจหลังจากที่ได้เห็นฉากนี้  และพวกเขาก็มีกำลังใจในการทำงานมากยิ่งขึ้นด้วย!

ในตอนนี้เองที่สิ่งกีดขวางบนบานประตูมิติที่ดูเหมือนของเหลวได้มีการกระเพื่อมเบา ๆ จากนั้นก็เห็นถังเจิ้นค่อย ๆ เดินออกมาตามรอยกระเพื่อมนั้น

ข้างหลังเขามีองครักษ์ระดับลอร์ดสิบคนหน้าตาจริงจังพร้อมออร่าอันดุดันตามมา!

นักรบที่เฝ้าประตูอยู่เห็นพวกเขาแล้วก็รีบยกมือทำความเคารพทันที

นักรบและทหารรับจ้างจากเมืองเชิ่งหลงที่กำลังจะเข้าประตูไปก็ยืดตัวตรงใช้หมัดขวาประทับที่อกมองดูถังเจิ้นเป็นตาเดียวกัน

ด้วยเสียงทำความเคารพที่หนักแน่นทำให้พวกชาวเชิ่งหลงที่ก้มหน้าทำงานอยู่สะดุ้งโหยงขึ้นมามองและเห็นถังเจิ้นด้วย

หุบเขาเสียงจอแจแต่เดิมได้เงียบลง  ทุกคนหยุดเคลื่อนไหวและมองมาที่ถังเจิ้น

พลเมืองใหม่หลาย ๆ คนต่างได้ฟังเรื่องเล่าตำนานของเจ้าเมืองเชิ่งหลงผู้นี้มานานมากแล้วแต่ก็ไม่เคยได้เห็นตัวจริงเลยซักครั้งเดียว  ดังนั้นทุกคนเลยอยากรู้อยากเห็นกันมาก

สำหรับพลเมืองเก่านั้นคนเหล่านี้ล้วนแสดงสีหน้าชื่นชมและหลงใหล  เพราะเมื่อเทียบกับพวกพลเมืองใหม่แล้วพวกเขาเหล่านี้คือคนที่ได้รับรู้ถึงพลังพิเศษของถังเจิ้นและได้รับผลประโยชน์จากเขามามากที่สุดและนานที่สุดด้วย!

ทุกวันนี้ถ้าใครกล้าพูดว่าถังเจิ้นไม่ดีล่ะก็เหล่าพลเมืองเก่าจะหน้าตึงใส่ทันที  เผลอ ๆ จะชักอาวุธออกมาชี้หน้าเลยด้วยซ้ำ!

หลังจากที่ถังเจิ้นเห็นฉากนี้เขาก็ได้แต่ยิ้มอ่อน ๆ ก่อนจะพยักหน้าและพูดคุยอะไรกับชาวเมืองซักพักหนึ่งก่อน  จากนั้นค่อยนั่งรถออกจากที่นี่

จุดประสงค์ที่เขากลับเมืองมาในครั้งนี้ก็มีอยู่อย่างหนึ่ง  นั่นคือเขาจะไปหาจับเจ้าตัวกินวิญญาณ (โซลอีตเตอร์) ที่หนีไปซ่อนอยู่ที่ไหนซักแห่งเพื่อจะใช้มันมาจัดการกับเจ้าแห่งโทเทม!

จากที่เขาเข้าใจคือไอ้เจ้าแห่งโทเทมนี้มันมีความสามารถที่ประหลาดมากมาย  และยังมีความสามารถในการเพิ่มระดับพลังยุทธ์ของตนได้ชั่วคราวหากได้รับเลือดของพวกหมานสูมาเป็นเครื่องเซ่น  ดังนั้นจึงเป็นตัวที่ยากจะจัดการ

ด้วยเหตุนี้เองที่หากต้องการจัดการกับเจ้าแห่งโทเทมล่ะก็จำเป็นต้องฆ่าพวกหมานสูให้หมดก่อน  ไม่งั้นไอ้เจ้าแห่งโทเทมนี้มันก็แทบจะเป็นตัวตนที่อยู่ยงคงกระพันไร้เทียมทานเนื่องจากมีเลือดของพวกหมานสูให้มันได้ใช้

เว้นเสียแต่ว่าเขาจะมีพลังที่มากพอจะบดขยี้มันในทีเดียว  ไม่งั้นวิธีที่เหลือคือเขาต้องค่อย ๆ ฆ่าพวกหมายสูให้หมดก่อนแล้วถึงค่อยหาทางฆ่ามันทีหลัง

และไอ้เจ้าตัวกินวิญญาณนั่นก็คือไพ่เด็ดที่เขากะเอาไว้ใช้ในการจัดการกับเจ้าแห่งโทเทม

เจ้าตัวนี่มีต้นกำเนิดที่ลึกลับมาก  มันเคยอยู่แต่ในรูขนาดใหญ่ยักษ์ตรงซากยานรบมาก่อน  และยังเคยขวางถังเจิ้นไม่ให้ออกจากที่นั่นอีกด้วย

ทว่าหลังจากที่ถังเจิ้นอัปเลเวลมาแล้วและกะจะไปแก้แค้นมัน  ไอ้เจ้าตัวกินวิญญาณนั่นที่เห็นท่าไม่ดีก็เผ่นหนีไปซะก่อนโดยไม่มีลังเลเลย

ก่อนหน้านี้ถังเจิ้นไม่มีเวลาสนใจมันเพราะมีเรื่องเบ็ดเตล็ดมากมายให้หัวหมุนทำให้เขาปล่อยให้มันอยู่อย่างสบายใจมาจรถึงตอนนี้

และตอนนี้ถังเจิ้นก็มีแผนจะจัดการกับเจ้าแห่งโทเทม  และเขาก็นึกถึงความสามารถแต่กำเนิดของตัวกินวิญญาณได้  นั่นคือมันกินร่างวิญญาณเป็นอาหาร  หรือก็คือมันเป็นศัตรูตามธรรมชาติของเจ้าแห่งโทเทมนั่นเอง!

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งของมันไปถึงระดับราชาแล้วยังก็ตาม  แต่เขาก็เชื่อสนิทใจเลยว่าแต่เดิมมันต้องเป็นตัวที่แข็งแกร่ง  แต่กลับต้องสูญเสียความแข็งแกร่งนั่นไปด้วยสาเหตุอะไรบางอย่าง!

และความแข็งแกร่งแต่เดิมของมันก็ต้องไม่ใช่ง่าย ๆ เช่นราชาทั่วไปแน่ ๆ!

ถังเจิ้นได้เรียนรู้โดยไม่รู้ตัวว่าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเขาจะต้องใช้ทุสิ่งทุกอย่างที่ใช้ได้

ดังนั้นเมื่อเขาได้รู้จักเจ้าแห่งโทเทมเขาก็หันโฟกัสไปที่ตัวกินวิญญาณทันทีเลย

โลกโหลวเฉิงนั้นกว้างใหญ่มากและแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนอื่นจะตามหาตัวกินวิญญาณที่ไม่ใช่ตัวกระจอกและหนีหายไปนานแล้วให้พบ

แต่ถังเจิ้นมีการ์ดตามรอยและระบุตำแหน่งที่เขาสะสมจากการจับสลากรายวันอยู่  ตอนนี้ไม่รู้มีเก็บไว้กี่ใบแล้วและยังไม่เคยเอาออกมาใช้เลย

และวันนี้เองที่เขาจะได้ใช้เพื่อตามรอยตัวกินวิญญาณ!

หลังจากกลับมาที่โหลวเฉิงเขาก็เตรียมตัวอะไรนิดหน่อยก่อนจะหยิบการ์ดออกมาฉีก

การ์ดได้กลายเป็นละอองแสงหายไป  และมีออร่าอันคลุมเครือปรากฏขึ้น  ออร่าดังกล่าวนั้นราวกับกำลังถอดรหัสความลับสวรรค์เพื่อทำการค้นหาตำแหน่งของตัวกินวิญญาณตามความคิดของถังเจิ้น

และทันใดนั้นเองก็มีแสงแห่งวิญญาณวาบขึ้นมา  ถังเจิ้นหันขวับไปตามทิศทางของแสงที่ทอดยาวไปในแดนร้าง

ทันใดนั้นเองปีกที่หลังของเขาก็สยายออกและคนทั้งคนก็ได้บินขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูงปานภูติผี

แม้ว่าการ์ดตามรอยนี้จะยอดเยี่ยมก็ตาม  แต่ระยะเวลาแสดงผลของมันมีแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น  ดังนั้นถังเจิ้นจึงต้องมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางของตัวกินวิญญาณโดยเร็วที่สุด

ถึงกระนั้นการ์ดตามรอยก็ใช่ว่าจะบอกได้ละเอียดหมด  ตอนนี้เขารู้แค่ว่ามันอยู่ตรงทิศไหน  แต่ไม่ได้รู้ว่ามันอยู่อย่างจากเขาไกลแค่ไหน  ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่เร่งความเร็วในการบินให้สูงสุดเท่านั้น

สิ่งที่ถังเจิ้นกังวลในตอนนี้คือถ้าเขายังไปไม่ถึงตำแหน่งของตัวกินวิญญาณหลังจากที่การ์ดในมือหมดแล้วล่ะก็งานนี้คือเขาได้เสียแรงเปล่าจริง ๆ แล้ว

ความเร็วของราชา 2 ดาวนั้นเป็นอะไรที่เกินจินตนาการ  อีกทั้งเขายังมีปีกอันพิเศษกว่าใครซึ่งทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักรบที่เก่งที่สุดในระดับเดียวกัน

แน่นอนแหละว่าในโลกโหลวเฉิงมีนักรบเก่ง ๆ อีกนับไม่ถ้วน  แต่ก็ใช่ว่าคนเหล่านั้นจะทำแบบเขาได้ง่าย ๆ!

หากเขาใช้ความสามารถนี้ในการหนีล่ะก็  เกรงว่าคงมีนักรบน้อยคนนักที่ตามทัน!

ถังเจินบินไปจนจะหมดเวลาแล้วฉีกการ์ดใบต่อไปเพื่อแทนที่ใบเก่าโดยที่ยังบินต่อ

หลังจากที่ฉีกการ์ดตามรอยไปเป็นโหลแล้วเขาก็ได้ออกจากพื้นที่แดนร้างซึ่งเมืองเชิ่งหลงตั้งอยู่และเข้าสู่พื้นที่ที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน

มันเป็นพื้นที่ราบขนาดใหญ่  บางครั้งจะเห็นโหลวเฉิงขนาดต่าง ๆ บนพื้นแวบผ่านตามรายทาง  ซึ่งเผ่าพันธุ์ที่ดูแปลกตารวมไปถึงมอนสเตอร์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็มักจะดึงดูดสายตาเขาได้

ในการเดินทางด้วยความเร็วสูงขนาดนี้แม้แต่ร่างกายอันแข็งแกร่งของเขาก็ยังไม่มีแรงมากพอที่จะทนบินต่อเนื่องเหมือนกัน  ดังนั้นเขาจึงต้องมีการพักเบรกระหว่างทาง  โดยเขาตั้งใจเลือกในป่าและลงไปหาพักผ่อนเพื่อฟื้นกำลังกายให้เต็ม

ในช่องเก็บของของเขามีอาหารเก็บไว้เป็นกระบุงโกย  ดังนั้นเขาไม่ต้องเสียเวลาล่าสัตว์มาทำอาหาร  แค่เอาอาหารสำเร็จรูปมาอุ่นให้ร้อนแล้วกินได้เลย

ถังเจิ้นเอาเนื้อปรุงสุกออกมาถือไว้แล้วเรียกลูกไฟออกมาเผาให้มันร้อนจนกลินหอมฉุย

ความร้อนของไฟที่เขาใช้นั้นเขาควบคุมได้ดั่งใจ  แปลว่าเนื้อจะสุกพอดีโดยไม่มีรองไหม้และเดือดไปด้วยไขมันสีเหลืองทองที่หอมน่ากิน

เพียงแค่ไม่นานเนื้อนั่นก็ร้อนได้ที่ส่งกลิ่นชวนน้ำลายแตก

เสร็จแล้วก็เอาเนื้อวางบนจานก่อนจะระเบิดเปลวเพลิงอันร้อนแรงเผามือตัวเอง  อันที่จริงไม่ได้เผามือตัวเองหรอกแต่ขี้เกียจเช็ดมือเลยใช้ไฟเผาคราบมันของเนื้อที่ติดมืออยู่ต่างหาก!

ปัดฝุ่นสองสามแปะแล้วก็หยิบเอาไวน์ผลไม้อันแปลกใหม่ออกมาขวดหนึ่งกิน ๆ ดื่ม ๆ อย่างเอร็ดอร่อย

หลังจากกินดื่มเสร็จแล้วถังเจิ้นก็พักผ่อนครู่หนึ่งก่อนจะฉีกการ์ดตามรอยอีกใบ

จบบทที่ บทที่ 648: ตามหาตัวกินวิญญาณ!

คัดลอกลิงก์แล้ว