เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 597: เมืองก็แตกคนก็ตาย!

บทที่ 597: เมืองก็แตกคนก็ตาย!

บทที่ 597: เมืองก็แตกคนก็ตาย!


ท่ามกลางฝุ่นควันที่คละคลุ้งขึ้นฟ้า เมืองทั้งเมืองได้แปรสภาพกลายเป็นซากปรักหักพัง

เมื่อได้เห็นพลังทำลายล้างของยักษ์ตนนี้ด้วยตาตัวเองแล้ว พวกถังเจิ้นก็ต้องสูดหายใจเข้าลึกด้วยใบหน้าที่แสดงออกว่าตกใจมาก

พวกเขาทุกคนรู้ดีว่ายักษ์ตนนี้มีพลังมหาศาล ตอนที่อยู่บริเวณหุบเขาก็เห็นมันเข่นฆ่านักรบระดับสูง ๆ ราวกับตัดหญ้าซึ่งก็น่ากลัวมากแล้ว!

แต่เมื่อมาเห็นฉากที่มันตีเมืองแล้วก็รู้ดีเลยว่าตัวเองประเมินพลังของมันต่ำไป!

หลังจากที่โหลวเฉิงเลื่อนขึ้นเป็นระดับประเทศแล้วจะยังมีกระบวนการอัปเกรดอย่างค่อยเป็นค่อยไปยิบย่อยอยู่อีก ซึ่งโหลวเฉิงคนยักษ์ตรงหน้านี้บอกได้เลยว่าเป็นเบอร์ต้น ๆ ของโหลวเฉิงระดับประเทศด้วยกันเองชัวร์!

แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ด้วยว่าเพราะมันเป็นโหลวเฉิงประเภทสัตว์ที่สามารถลงมือโจมตีเองได้จึงได้มีพลังทำลายล้างที่มหาศาลผิดปกติแบบนี้

ถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะก็ บรรดาโหลวเฉิงระดับประเทศที่เป็นรูปแบบสิ่งก่อสร้างนั้นจะไม่อาจเทียบได้ในแง่ของการจู่โจมเลยน่ะสิ!

แม้ว่าเมืองต่างเผ่าที่ถูกถล่มอยู่นี้จะไม่อาจเทียบเคียงกับเมืองระดับไฮเอนด์ได้เลยด้วยซ้ำก็ตามที แต่ในด้านกำลังรบก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแข็งแกร่งจริง ๆ การต่อสู้ป้องกันเมืองจากยักษ์จะเห็นได้ว่ามีนักสู้ที่เข้าร่วมรบอย่างน้อยก็ 10,000 คน

ในหมู่กำลังพลเหล่านั้นถังเจิ้นเห็นมีระดับลอร์ดปะปนอยู่หลายร้อย!

แต่ถึงกระนั้นแล้วต่อหน้ายักษ์ที่น่าสะพรึงกลัวนี้ การต่อต้านของนักรบทั้งหลายก็กลายเป็นสุดแสนจะอ่อนแอ ต่อให้ใช้การโจมตีที่รุนแรงที่สุดก็ยังไม่อาจหยุดยั้งการทำลายล้างของมันได้

แน่นอนว่าในบรรดาหลาย ๆ ปัจจัยที่ทำให้แพ้นั้นมีข้อหนึ่งคือเพราะขาดอาวุธยิงระยะไกลที่รุนแรงพอ นี่ทำให้ยักษ์สามารถเข้าประชิดเมืองและทุบทำลายม่านพลังป้องกันของเมืองได้ง่ายเกินไป

ในแง่ของการต่อสู้ระยะประชิดนั้นถังเจิ้นยังไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวเท่ายักษ์ตนนี้มาก่อนเลย!

หากเมืองเชิ่งหลงในปัจจุบันต้องเป็นผู้ที่เผชิญกับมันล่ะก็ แน่นอนเลยว่าจะต้องจัดขีปนาวุธและสารพัดปืนใหญ่บวกกับเครื่องบินรบทั้งหมดยิงถล่มใส่มันจากระยะไกลก่อนที่มันจะเข้าประชิดเมืองได้

ทำให้ไม่ว่ายักษ์ตนนี้จะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ตามก็ไม่อาจทานทนการยิงถล่มอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ได้แน่ และก็จะขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นที่มันจะหนีไป!

ส่วนการฆ่ามันนั้นถังเจิ้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะในด้านการป้องกันมันก็โหดไม่ใช่ย่อย

ไม่ว่าอาวุธสงครามจากโลกเดิมจะโหดขนาดไหน แต่พลังทำลายของมันก็ต้องลดลงเมื่อเจอเข้ากับโล่พลังงานหรือไม่ก็ม่านแสงป้องกัน

แน่นอนถ้าเป็นอาวุธนิวเคลียร์ก็อีกเรื่อง ต่อให้มันโดนเข้าไปแล้วยักรอด แต่ก็ต้องบาดเจ็บสาหัสจนถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุดชัวร์ ๆ!

ไม่ว่ายังไงก็ตามพลังรบของยักษ์ตนนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่โหด ไม่ว่าโหลวเฉิงแห่งใดก็ตามที่ถูกมันหมายหัวล้วนถึงคราวซวยทั้งสิ้น

เมื่อความคิดเหล่านี้แวบเข้ามาในหัว สายตาของถังเจิ้นก็ได้จับต้องไม่ที่ยักษ์ 3 เศียร 6 กรที่ตอนนี้กำลังยืนอยู่กลางซากปรักหักพังของของโหลวเฉิงก่อนจะหยิบเอาเศษซากของเสาหินขึ้นมา

‘ไอ้เชี่ยนี่หรือมันจา...!’

นัยน์ตาของถังเจิ้นหดวูบ สัมผัสรู้เลยว่าท่าไม่ดีแล้ว เขารีบสั่งให้พรมวิเศษบินขึ้นฟ้าหนีไปให้ไกลที่สุดและเร็วที่สุดโดยไม่มีลังเล

ใบหน้าของพวกซือถูหยวนจื่อที่เหลือต่างเปลี่ยนไปอย่างมาก ทุกคนต่างพยายามเต็มที่เพื่อประคองตัวเองในขณะที่ถูกพรมวิเศษพาไป ขณะเดียวกันก็เหลียวหลังมองยักษ์ที่หยิบเศษเสาหินขึ้นมา

หัวอันใหญ่โตของมันหันหน้ามาทางที่พวกเขาอยู่ ดวงตาของมันจับจ้องเขม็งด้วยความเกลียดชัง

ครื่นนนนนนนนนนนนนนนนน!

เสียงแหวกอากาศครืนใหญ่มาพร้อมกับซากเสาหินขนาดมหึมาที่ยักษ์มันปามาใส่ในขณะที่ยิ้มเย้ย

“จับให้แน่น ๆ!”

เมื่อเห็นเสาหินบินมาหา ถังเจิ้นก็บังคับพรมวิเศษให้เพิ่มเพดานบินอย่างเร็วทำให้เสาหินพุ่งทะลวงจุดที่พวกเขาเคยอยู่และยังคงบินต่อไปอีกไกล

เมื่อพวกซือถูหยวนจื่อเห็นแบบนี้แล้วเม็ดเหงื่อเย็น ๆ ก็ได้แตกออกมาเต็มตัว ใบหน้าแต่ละคนต่างแสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวอย่างยิ่ง

แม้ว่าตนจะเป็นนักรบกระดับราชาก็ตาม แต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะรอดหากโดนเศษเสาหินนั่นสอย สุดท้ายแล้วพละกำลังของยักษ์ตนนั้นก็น่ากลัวมาก แถมมันยังปามาเต็มแรงเลยด้วย เศษเสาหินที่ใช้ก็ใหญ่อย่างกับภูเขา เรื่องพลังทำลายล้างนี่จิตนาการไม่ออกเลยจริง ๆ!

ถังเจิ้นบังคับพรมวิเศษให้บินอย่างมั่นคงก่อนจะเหลียวหลังกลับไปมองที่ยักษ์ และภาพที่เห็นคือมันกำลังหวดแขนทั้ง 6 คือกำลังปาหินอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ว่าเป้าหมายในครั้งนี้เป็นชาวโหลวเฉิงที่หนีไปไกลแล้ว

สำหรับสายตายักษ์แล้วพวกถังเจิ้นคงดูเหมือนเป็นแค่แมลงวันที่เกะกะลูกตา ดังนั้นพอไล่ไปแล้วก็เลยเลิกสนใจ

เสียงสิ่งของชิ้นมหึมาแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงยังคงสะเทือนท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง ก้อนหินขนาดมหึมาที่ยักษ์มันปาออกไปแทบจะท่วมปิดแผ่นฟ้าได้และบินไปกระแทกเหล่าชาวโหลวเฉิงที่ตอนนี้ดูจะตกอยู่ในสภาพสิ้นหวัง

หินก้อนที่เล็กที่สุดคือขนาดประมาณรถบรรทุก ซึ่งทุก ๆ ครั้งที่ถูกปาออกไปมันจะบินเร็วราวกับผีพุ่งใต้ แรงพอ ๆ กับอุกาบาตรชนโลก ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่อยู่ในระยะใกล้เคียงจุดตกได้รับอนุญาตให้มีชีวิตรอด!

หากมองจากบนฟ้าจะเห็นว่าพื้นดินมันอยู่ของมันดี ๆ แต่จู่ ๆ เหมือนกดสลับภาพกลายเป็นหลุมลึกน้อยใหญ่มากมาย ผืนแผ่นดินพลิกตลบผสมเข้ากับเศษเลือดเนื้อที่แตกกระจายของผู้เคราะห์ร้ายจำนวนนับไม่ถ้วน!

ชาวโหลวเฉิงที่ยังรอดอยู่ต่างกรีดร้องร่ำไห้ ร่างอันแหลกเหลวที่ทอดนอนอยู่กับพื้นในตอนนี้ได้ฉีกขาดเหมือนกับเศษกระดาษที่ถูกหนูแทะไปแล้ว

ชาวเมืองอย่างน้อยครึ่งหนึ่งได้ถูกแปรสภาพให้กลายเป็นเนื้อบดผสมรวมกันอยู่ใต้ก้อนหินยักษ์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านของตน ดวงวิญญาณของผู้บริสุทธิ์ที่ตายทันทีขณะวิ่งหนีมีเป็นหมื่น ๆ

ภายใต้การปาหินที่มั่วซั่วแบบนี้ใครที่เอาชีวิตรอดมาได้นี่ถือว่าดวงดีโคตร ๆ แล้ว!

ชาวโหลวเฉิงที่เหลือซึ่งโชคดีพอที่จะเอาชีวิตรอดมาได้ต่างก็วิ่งหนีแตกกระเจิงเหมือนไก่โดนตัดหัว ตอนนี้ทุกคนต่างสติแตกและตกลงสู่ความโกลาหลวุ่นวายโดยสมบูรณ์!

ส่วนเจ้าเมืองนั้นคือโชคไม่ได้ เพราะตายตั้งแต่ถูกหินก้อนแรกปาใส่แล้ว ร่างกายกลายเป็นเนื้อบดผสมเข้ากับร่างของชาวเมืองคนอื่น ๆ ของตนจนเป็นเนื้อเดียวกัน!

หลังจากที่ยักษ์มันปาหินไปได้ซักพักหนึ่งก็ดูเหมือนจะอ่อนแรงลงเล็กน้อย มันค่อย ๆ หยุดปาและนั่งแหมะลงบนซากปรักหักพัง

เมื่อชาวโหลวเฉิงที่วิ่งหนีเอาชีวิตรอดเมื่อเห็นแบบนี้เข้าก็ตะโกนดีใจและรีบดึงคนข้าง ๆ ให้ที่ยังสติแตกอยู่ให้ใช้โอกาสนี้วิ่งหนีต่อ

ตอนที่วิ่งผ่านหลุมยักษ์และเห็นเศษเนื้อบดผสมกับดินแล้วก็บังเกิดความเศร้าโศกอันไร้สิ้นสุดปะทุขึ้นในใจ แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะก้าวเดินต่อไปอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าโหลวเฉิงจะถูกทำลายแต่ชาวโหลวเฉิงก็ยังไม่ตาย สิ่งที่พวกเขาต้องทำตอนนี้คืออดทนใช้ชีวิตอย่างลำบากและรอจนกว่าโหลวเฉิงจะถูกสร้างขึ้นใหม่ในซักวันหนึ่ง

เมื่อชาวเมืองที่เหลือไม่มากกำลังหลบหนี ตัวยักษ์ก็ดูเหมือนจะมีอะไรเปลี่ยนไป

ขณะที่มันหยุดอาละวาดถังเจิ้นก็ได้สังเกตเห็นความผิดปกติด้วย นั่นคือแววตาที่เย็นชาของมันแต่เดิมเริ่มเปลี่ยนเป็นสับสน และเปลือกตาก็ค่อย ๆ ปิดลงเล็กน้อย

แต่ในชั่วพริบตาความสับสนก็หายไปอีกครั้งกลับมาเป็นสภาพที่โหดเหี้ยมและเย็นชาดังเดิมและเปิดเปลือกตาขึ้นอีกรอบ

ทว่าก็อยู่ได้แค่ไม่กี่นาทีแววตามันก็เปลี่ยนเป็นสับสนอีกและเริ่มแสดงถึงความรู้สึกเหนื่อยล้า

ถังเจิ้นสังเกตเห็นว่าหลังจากที่แววตาของมันเปลี่ยนสลับไปมาหลาย ๆ ครั้งเข้าในที่สุดแววตาก็ได้เปลี่ยนเป็นว่างเปล่าไปโดยสิ้นเชิง เปลือกตาค่อย ๆ ปิดลงเรื่อย ๆ

“ฮ่า ๆ ๆ ไม่คิดเลยว่ายักษ์นั่นจะหลับลึกทันทีหลังจากที่ผ่านศึกใหญ่ ดูท่าเราคงไม่ต้องรอนานแล้วล่ะ!”

หงตุ้นพูดด้วยรอยยิ้มขณะที่จับจ้องส่วนบนของโหลวเฉิงคนยักษ์ด้วยตาที่ลุกเป็นไฟ

อีกเดี๋ยวก็จะได้เข้าไปในพื้นที่ส่วนบนอันเป็นที่อยู่อาศัยของผู้บริหารเมืองและเก็บเกี่ยวสิ่งของล้ำค่านับไม่ถ้วนแล้ว!

ถ้าโชคดีก็อาจเจอสิ่งของล้ำค่าที่ช่วยในการเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการฝึกฝนและพลังรบได้ก็เป็นได้ ซึ่งนั่นจะทำให้ทริปนี้คุ้มค่ายิ่งกว่าที่คิดไว้อีก!

พวกซือถูหยวนจื่อที่เหลือต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเองเช่นกัน ทุกคนต่างรอให้ยักษ์หลับลึกก่อนกันอย่างเงียบ ๆ

เมื่อเห็นว่ายังสว่างอยู่ถังเจินก็ให้พรมวิเศษที่บินไปอยู่ที่เนินเขาสูงและหยิบหนังสือออกมาอ่านต่อ

ในช่วงเวลานี้ได้มีนักรบเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ในหมู่คนเหล่านั้นมีทั้งผู้ที่เอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ที่หุบเขาและมีทั้งผู้ที่พึ่งทราบข่าว มีแม้กระทั่งผู้พเนจรที่แห่กันมาเป็นจำนวนมาก

คนเหล่านี้ต่างมองไปที่โหลวเฉิงคนยักษ์และส่งเสียงอุทานอะไรกันครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อได้เห็นซากปรักหักพังของโหลวเฉิงที่ถูกยักษ์นั่งทับและอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้!

เมื่อเวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงเที่ยงตรงของวันรุ่งขึ้น ตอนนี้มีนักรบมารวมตัวอยู่รอบ ๆ บริเวณที่ยักษ์นั่งอยู่ได้หลายหมื่นคนแล้ว!

และเปลือกตาของยักษ์ที่นั่งอยู่ในซากปรักหักพังก็ได้ปิดสนิทในที่สุด!

จบบทที่ บทที่ 597: เมืองก็แตกคนก็ตาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว