เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 546: สู้จนเลือดหยดสุดท้าย ข้ออ้างในการก่อสงคราม!

บทที่ 546: สู้จนเลือดหยดสุดท้าย ข้ออ้างในการก่อสงคราม!

บทที่ 546: สู้จนเลือดหยดสุดท้าย ข้ออ้างในการก่อสงคราม!


ปั้ง!

เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับนักรบต่างเผ่าที่วิ่งเข้ามาได้ล้มหน้าทิ่มในสภาพเลือดไหลออกหัว

หลังจากชักกระตุกสองสามทีก็แน่นิ่งไป

จากนั้นก็มีเสียงปืนอีกนัดดังขึ้นพร้อมกับศัตรูอีกตัวที่เลือดอาบอก หน้าตาบิดเบี้ยว แขนขวาชี้มา และคุกเข่าลงไปตาย

ฉากสังหารอันคมกริบนี้พวกมันต่างเห็นกันเต็ม ๆ ตาและแสดงแววความหวาดกลัวออกทางสีหน้า

พวกต่างเผ่าเหล่านี้ล้วนแต่ชัดแจ้งเรื่องปืนกับกระสุนของเมืองเชิ่งหลง ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ทำให้พวกมันกลัวที่สุด

ในเวลานี้เองที่ฝ่ายทหารรับจ้างที่เหลือยิงธนูออกไปพร้อมกัน ลูกธนูยาว ๆ ที่บินออกไปด้วยแรงอันมหาศาลได้พุ่งไปตกยังจุดที่ศัตรูอยู่

ธนูที่ทหารรับจ้างใช้เป็นธนูทดกำลังซึ่งมีพลังทำลายสูง เป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันทั่วไปในหมู่ทหารรับจ้าง ความแรงของมันคือสามารถเจาะกะโหลกของมอนสเตอร์เลเวล 2 ได้สบาย ๆ

ทำให้แม้แต่ปืนไรเฟิลรุ่นโบราณที่ฮักใช้อยู่ก็ยังด้อยกว่าธนูทดกำลังนี้ในบางแง่

พวกต่างเผ่าโดนลูกธนูเข้าไปก็ล้มลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังลั่น

แล้วเสียงปืนก็ได้ดังขึ้นอีกรอบ ซึ่งนอกจากพีทกับฮักแล้วยังมีเหล่านักวิจัยที่ชักปืนพกออกมาช่วยยิงด้วย

ในแง่ของพละกำลังและความเร็วนั้นนักเดินทางถือว่าเหนือกว่านักสู้โหลวเฉิงธรรมดา ๆ เนื่องจากร่างกายที่สร้างขึ้นมาได้ถูกปรับแต่งมาอย่างดีไม่ได้ดูอ่อนแอเหมือนที่เห็นภายนอก

เมื่อทหารรับจ้างทั้ง 2 กลุ่มบวกกับนักวิจัยอีก 20 กว่าคนร่วมมือกันทำให้สามารถจำจัดศัตรูได้ตั้งแต่กลางทาง มีศัตรูหลายสิบที่โดนยิงตายในทันที

ซึ่งพวกต่างเผ่าเมื่อเห็นว่าบุกซึ่ง ๆ หน้าสู้ไม่ได้ก็เปลี่ยนยุทธวิธีเป็นการกระจายกำลังกันออกไปล้อมรอบเชิงเขากันในทันที

ขณะเข้าชาร์จพวกมันก็ได้ยิงธนูสวนกลับมาใส่พวกพีทไปด้วย ไม่พอยังมีปาหินปาหอกใส่อีก

นักรบแต่ละคนล้วนมีพละกำลังมหาศาล แม้ว่าพวกพีทจะมีที่กำบังก็ตาม แต่ก็ยังมีบาดเจ็บจากสิ่งของที่พวกมันปามาอยู่ดี ทำให้ไม่นานก็มีหลายคนที่ต้องหัวแตก

เมื่อศัตรูกระจายกำลัง การยิงโจมตีของพวกพีทเองก็ต้องกระจายกันออกไป ทำให้ขณะที่รับมือกับศัตรูตรงฝั่งนี้ ก็มีศัตรูจากอีกฝั่งฉวยโอกาสนี้แอบรวมตัวกันรุกคืบเข้ามา

เมื่อเห็นศัตรูประมาณสี่ห้าคนเข้ามาใกล้ หัวหน้าทหารรับจ้างกลางคนก็ได้ตะโกนลั่นพร้อมปาระเบิดใส่ ซึ่งก็ได้ผลดีเพราะมันสามารถระเบิดศัตรูกลุ่มดังกล่าวตายทั้งกลุ่ม

หัวหน้าทหารรับจ้างตอนนี้ไม่เหลือลูกธนูแล้ว ดังนั้นก็เลยโยนธนูทดกำลังที่ถืออยู่ทิ้งแล้วชักดาบออกมาตั้งท่าเตรียมสู้ศึกระยะประชิด

เหล่าสมุนเองก็กลับมาสมทบและตั้งท่าเตรียมพร้อมด้วยความแน่วแน่คอยปกป้องเหล่านักวิจัย ตาก็จับจ้องศัตรูที่เข้ามาใกล้เขม็ง

พีทกับฮักเองก็กระสุนหมดเหมือนกัน ทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะหัวเราะเสียงดังและชักกระบี่ที่เหน็บเอวออกจากฝักมาเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างไม่เกรงกลัว

แม้แต่นักวิจัยที่ถูกปกป้องเองก็ไม่เกรงกลัวได้ชักดาบชักกระบี่ออกมาเตรียมบรรเลงเพลงดาบใส่ศัตรูด้วยเช่นกัน

ซึ่งเมื่อพวกต่างเผ่าเข้ามาเจอแบบนี้พวกมันก็ตั้งท่าระวังด้วยก่อนจะค่อย ๆ กระจายกำลังปิดล้อมพวกพีทเอาไว้

ขนาดมอนสเตอร์ที่จนตรอกยังดิ้นรนขัดขืนอย่างเอาเป็นเอาตาย ไอ้พวกเชิ่งหลงนี่ก็เช่นกัน เมื่อพวกมันถูกต้อนจนมุมจะต้องระเบิดพลังในการต่อสู้ออกมาอย่างบ้าคลั่งน่าสะพรึงกลัวแน่ ๆ ดังนั้นจึงต้องระวังไว้ก่อน

ในระหว่างทางมาเมื่อกี๊แม้ฝ่ายตนจะโดนยิงตายไปเป็นร้อยก็ตาม แต่ตอนนี้เรื่องจำนวนก็ยังคงได้เปรียบอยู่ดี

ดังนั้นการที่ไอ้พวกเชิ่งหลงนี่จะถูกฆ่าหมดก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

ไอ้พวกเชิ่งหลงที่ได้เปรียบเพราะแค่มีปืน ดูซิว่าตอนนี้ไม่มีแล้วมันจะโอหังได้อีกซักกี่น้ำ คือสิ่งที่ไอ้พวกต่างเผ่าเหล่านี้คิด และตอนนี้มันก็ไม่กลัวไอ้พวกที่พอไม่มีปืนก็ไม่ต่างคนพิการเหล่านี้

“ฆ่า!”

หัวหน้าทหารรับจ้างวัยกลางคนคำรามเป็นสัญญาณเปิดฉากและทั้งสองฝ่ายก็เข้าปะทะกันทันที ซึ่งมีหลายคนที่ต้องล้มลงไปกรีดร้องที่พื้น

เพราะฝึกฝนจากเมืองเชิ่งหลงมาอย่างดีทำให้สามารถยืนหยัดต่อสู้ในลักษณะทีมได้โดยไม่ถูกตีแตก แม้จะต้านศัตรูไม่อยู่แต่พวกมันก็ต้องเสียเลือดกลับไปไม่น้อย

“ไปตายซะไป!”

นักวิจัยคนหนึ่งที่ใช้ร่างจากต้นมารดรได้ตะคอกและวัชพืชต้นหนึ่งก็กระโดดขึ้นจากพื้นแล้วแปรสภาพเป็นลูกดอกคม ๆ นับไม่ถ้วนกลางอากาศก่อนจะยิงถล่มใส่ศัตรู!

ไอ้พวกที่วิ่งนำหน้าเข้ามาก็ถูกเจาะจนพรุนเป็นรังผึ้งส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าอนาถ

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่านักวิจัยคนนี้จะสามารถสื่อสารกับต้นมารดรได้สำเร็จและกลายเป็นนักรบต้นมารดรได้!

พีทกับหัวหน้าอีกคนสบตากันและปกป้องนักวิจัยคนดังกล่าวเพื่อให้แน่ใจว่าเธอคนนี้จะไม่ได้รับอันตราย

จากนั้นก็มีนักวิจัยอีกหลายคนที่ใช้เพลงกระบี่อันดุดันอย่างยิ่งออกมา เข้าต่อสู้พัวพันอย่างต่อเนื่องจนไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายรุก เห็นได้ชัดว่าความสามารถของคนเหล่านี้มันเกินความคาดหมายของทั้ง 2 ฝ่ายไปแล้ว

แต่ถึงกระนั้นพวกพีทก็ยังคงเสียเปรียบ มีเหล่าสมุนที่ลงไปจมกองเลือดสิบกว่าคนแล้ว

หากอยู่ไม่ถึงตอนที่ความช่วยเหลือมาถึงล่ะก็จะต้องถูกศัตรูฆ่าตายแน่ ๆ หรือถ้าไม่ตายก็ต้องถูกจับและถูกกระทำให้ต้องอับอายเสียศักดิ์ศรี!

และในขณะที่พีทกำลังสิ้นหวังอยู่นั้นเอง จู่ ๆ ได้มีแสงสีเงินแว้บเข้ามาหาจากระยะไกล มันเป็นวัตถุทรงกลมที่ลอยอยู่กลางอากาศได้ซึ่งมาปรากฏตัวเหนือเนินเขานั้นด้วยความเร็วปานเปิดปิดไฟ

ซึ่งเจ้าลูกกลม ๆ นี้ไม่ได้มีแค่พีทที่เห็น แต่พวกศัตรูเองก็เห็นทำให้ฉากฆ่าฟันกันเหมือนโดนกดปุ่มหยุดไว้เพราะทุกคนต่างเห็นรูปร่างของเจ้าวัตถุประหลาดนี้

ขณะที่ทุก ๆ คนกำลังงงว่าไอ้ลูกกลม ๆ นี่มาไงก่อนอยู่นั่นเอง ที่ก้นของเจ้าลูกกลม ๆ ก็เปิดฝาออกและมีของที่หน้าตาเหมือนปากกระบอกปืนยื่นออกมา

จากนั้นก็เกิดแสงวาบขึ้น นักรบต่างเผ่าที่ถือดาบอยู่คนหนึ่งก็ร่างกระตุกวูบพร้อมกับมีรูขนาดเท่ากำปั้นเกิดขึ้นบนร่างกาย

ซึ่งร่างของมันยังไม่ทันจะล้มลงก็มีแสงกระพริบอีก 2 รอบและฆ่านักรบต่างเผ่าอีก 2 คนตายชนิดที่ว่าเร็วจนตามองตามไม่ทัน!

“เชี่ยแล้ว นี่มันกำลังเสริมของไอ้พวกเชิ่งหลง!”

แม้จะไม่รู้ว่าไอ้ลูกกลม ๆ ลอยได้นี่มันคืออะไร แต่ก็รู้ว่ามันโหดมาก ไม่งั้นคงไม่สามารถยิง 3 คนนั่นทีเดียวตายง่าย ๆ แบบนี้

ตอนนี้เรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว แถมฆ่าไอ้พวกเชิ่งหลงทั้งหมดก็ไม่ได้แล้วด้วย เพราะงั้นวิธีที่ดีที่สุดคือเผ่น

คิดได้ดังนี้ไอ้ตัวหัวหน้าที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางลูกน้องก็ส่งสัญญาณเป็นคำสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันหนี

แต่ก็น่าเสียดาย เพราะไม่ว่าพวกมันจะวิ่งเร็วแค่ไหนก็ไม่น่าจะเร็วเท่าแสง เจ้าลูกกลม ๆ หมุนตัวไปมาพลางยิงแสงสีแดงใส่พวกมันอย่างต่อเนื่อง เกือบทุกนัดสามารถเก็บเกี่ยวชีวิตศัตรูได้

เมื่อเจ้าลูกกลม ๆ หยุดยิงก็เหลือแค่ศพของศัตรูที่นอนตายเกลือนเชิงเขาไปหมดโดยที่แต่ละศพมีรูไหม้ ๆ อยู่บนร่างกาย

หลังจากฆ่าศัตรูหมดแล้วก็เก็บปืนที่ยิงแสงสีแดงนั่นกลับไปจากนั้นผิวกลม ๆ เกลี้ยง ๆ ของมันก็ได้เรืองแสงสีเขียวออกมา

[เคลียร์ศัตรูแล้ว ภารกิจเสร็จสิ้น หากไม่มีคำสั่ง จะถอยกลับทันที!]

หลังจากที่ลูกบอลส่งเสียงผู้หญิงแบบตะกุกตะกักออกมามันก็หยุดอยู่กับที่อีกประมาณ 10 วินาทีก่อนจะลอยตัวขึ้นสูงและบินตรงไปยังเมืองเชิ่งหลงที่อยู่ห่างไกล

ในเวลาเดียวกันกับที่เจ้าลูกกลม ๆ นั่นบินหายไป วิทยุสื่อสารของพีทก็ได้ดังขึ้นพร้อมกับรถลาดตระเวนกับเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธที่โผล่มาจากเส้นขอบฟ้า

“ชนะแล้วโว่ยยยยย ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ!”

พวกพีทที่ทั้งตัวโชกไปด้วยเลือดมีทั้งดีใจและตกใจปะปนกันไปและกระโดดกอดกันพร้อมหัวเราะเสียงดัง

หากไม่เจอกับการต่อสู้จริงแบบนี้ล่ะก็จะไม่มีวันได้ตระหนักรู้เลยว่าการมีโหลวเฉิงที่ทรงพลังคอยหนุนหลังอยู่นั้นมันเป็นยังไงกันแน่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าลูกกลม ๆ ที่โคตรน่ากลัวนั่น หรือกำลังเสริมที่แห่กันมาในเวลาอันสั้น ทังหมดล้วนแสดงถึงแสนยานุภาพอักแข็งแกร่งของเมืองเชิ่งหลงของตนทั้งสิ้น

นักเดินทางนั้นยังพอทำเนา เพราะแค่ตกใจกับเจ้าลูกกลม ๆ ลอยได้เนื่องจากมันไม่ใช่เทคโนโลยีของโลกเดิมแน่นอน

แต่กับเหล่าทหารรับจ้างพื้นเมืองแล้วแสนยานุภาพของเมืองเชิ่งหลงได้ติดตาตรึงใจจนไม่อาจลบเลือน

เมื่อเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธมาถึงก็ได้นำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับไปก่อนเลย ส่วนพวกเจ็บเล็กน้อยนั้นให้ขึ้นรถกลับ

เพียงแต่ซากศพของสหายที่คลุมผ้าขาวเอาไว้ได้ทำให้พวกพีทตาลุกเป็นไฟ อยากจะจับศพของพวกศัตรูมาฉีกเป็นชิ้น ๆ ซะเลยเดี๋ยวนี้

แต่ก็ไม่ได้หัวร้อนขนาดที่ทำอะไรซี้ซั้วลงไป เพราะทหารที่มาช่วยบอกว่าเรื่องนี้ไม่จบง่าย ๆ แน่

ในเมื่อพวกมันกล้าลงมือกับชาวเชิ่งหลงอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ เมื่อพวกที่อยู่เบื้องหลังเมื่อไหร่ท่านเจ้าเมืองจะไม่ละเว้นพวกมันแน่นอน

หากปล่อยให้เรื่องผ่านไปง่าย ๆ แล้วในอนาคนเมืองเชิ่งหลงจะเอาพวกต่างเผ่าอยู่ได้ยังไง

ขณะที่พูดทหารที่มาช่วยก็ได้เผลอปล่อยจิตสังหารที่ทำเอาคนต้องตัวสั่นให้เล็ดลอดออกมา

เมื่อพวกพีทได้ยินก็ไม่ได้คิดเป็นจริงเป็นจังอะไร แค่พยักหน้ารับไปงั้น ๆ

แต่ 2 วันต่อมาพวกที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลก็ได้ยินข่าวและต้องตกใจจนเกือบจะตกเตียง

จากการคำให้การของเชลยบอกว่าพวกนักรบต่างเผ่าที่มาโจมตีพวกพีทนั้นมาจากโหลวเฉิงเลเวล 4 ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 700 กิโลเมตร สาเหตุเพราะก่อนหน้านี้พวกมันทะเลาะกับเมืองเชิ่งหลงเรื่องปล้นเย่โหลวแห่งหนึ่ง

การที่พวกพีทถูกพวกมันโจมตีจนต้องมีคนตายไปหลายคนเป็นเพราะพวกมันมาแก้แค้นเรื่องดังกล่าวและถือโอกาสแสดงท่าทีต่อต้านเมืองเชิ่งหลงไปในตัวด้วยเลย!

ถังเจิ้นที่รู้เรื่องแล้วก็โกรธมาก หลังจากการประชุมก็ได้มีการตัดสินใจประกาศสงครามกับเมืองต่างเผ่าแห่งนั้นและส่งเครื่องบินรบ 5 ลำไปทิ้งระเบิดใส่เมืองพวกมันเพื่อเปิดฉากก่อนเลย

มีกองกำลังภาคพื้นดินซึ่งประกอบด้วยทหาร 5,000 นายรีบรุดรุกเข้าไปในพื้นที่ของศัตรูและคาดว่าสงครามเต็มรูปแบบจะเปิดฉากขึ้นไม่พรุ่งนี้ก็มะรืน!

เนื่องจากการโจมตีพวกพีทในครั้งนี้ทำให้ในที่สุดเมืองเชิ่งหลงก็มีข้ออ้างที่สมเหตุสมผลในการก่อสงครามเพื่อยึดครองแดนร้างก่อนกำหนด!

จบบทที่ บทที่ 546: สู้จนเลือดหยดสุดท้าย ข้ออ้างในการก่อสงคราม!

คัดลอกลิงก์แล้ว