เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 400: อดีตที่มิอาจทนมอง ความรักของสองพี่น้อง!

บทที่ 400: อดีตที่มิอาจทนมอง ความรักของสองพี่น้อง!

บทที่ 400: อดีตที่มิอาจทนมอง ความรักของสองพี่น้อง!


ถังหย่าเจี๋ยเดินตามทหารนายนั้นไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่และประหม่า ค่อย ๆ เข้าไปในหุบเขาเชิ่งหลง

เมืองเชิ่งหลงในเกมเป็นเวอร์ชันก่อนอัปเกรด แต่ก็ยังงดงาม

เป็นเมืองที่มีอาคารขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในหุบเขาสีเขียวมรกต น้ำใส ๆ ในทะเลสาบที่กระเพื่อมโดยมีสิ่งชีวิตที่มีลักษณะคล้ายกบหลายตัวกำลังโยนปลาตัวใหญ่ขึ้นมาบนฝั่ง

ทั้งหุบเขาและทะเลสาบต่างก็งดงามเหลือเกิน!

โดยเฉพาะต้นมารดรที่ยืนต้นอยู่ในพื้นที่สีเขียวของหุบเขาที่ปกคลุมไปด้วยดอกไม้ดูสวยงามมาก ทำให้ถังหย่าเจี๋ยอดจ้องมองไม่ได้เลย

เมื่อมองดูชาวโหลวเฉิงที่เดินไปมาในหุบเขา ประกอบกับทหารที่ดูแข็งแกร่งมันก็ทำให้เธอแทบจะทนรอไม่ไหวอยากจะเจอถังเจิ้นเร็ว ๆ

หลังจากเดินขึ้นบันใดทอดยาวของเมืองหลักแล้วทั้งคู่ก็เข้าสู่เมืองหลักกัน

ไม่นานหลังจากนั้นทหารที่นำทางมาก็ไปหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง หลังจากที่รายงานแล้วประตูก็ค่อย ๆ เปิดออก ภายในมีหญิงสาวร่างสูงที่มีรอยยิ้มทรงเสน่ห์ยิ้มให้กับทั้งคู่ ถังหย่าเจี๋ยสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเดินเข้าห้องไป

แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาในห้องโถงอันกว้างขวางทำให้ห้องดูสว่างและอบอุ่น

ชายร่างสูงกำยำล่ำสันยืนอยู่ที่หน้าต่าง มือถือจดหมายที่ซูเฟิงมอบให้และเหมือนจะจมอยู่กับความคิดอะไรซักอย่าง

แสงแดดส่องกระทบกับใบหน้าเผยให้เห็นว่าเจ้าตัวกำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ให้อารมณ์เฉียบแหลมราวกับมีด ดุดันราวกับขวาน และเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“พี่คะ...” ถังหย่าเจี๋ยพึมพำตัวสั่นเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปหาชายคนดังกล่าว

เทียบกับเมื่อก่อนแล้วพี่ชายตอนนี้ดูสูงและแข็งแกร่งกว่าอีกทั้งยังมีออร่าของผู้ที่น่าเกรงขาม

แต่เพียงมองแวบเดียวเธอก็บอกได้เลยว่านี่แหละคือพี่ชายที่คอยปกป้องเธอมาตั้งแต่เล็กจนโต

แม้จะรู้ดีว่าถังเจิ้นตรงหน้านี้เป็นเพียงแค่ NPC ในเกม แต่เธอก็ยังไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้อยู่ดี

ดวงตากลมโตและเจ้าเล่ห์อย่างจิ้งจอกน้อยค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงและมีน้ำตาคลอก่อนที่มันจะไหลออกมา

ทั้งคู่เติบโตมาโดยการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านทุกข์ผ่านสุขมาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่มีใครเข้าใจถึงความรู้สึกของเธอที่มีต่อถังเจิ้นแน่นอน

ทางด้านซูเฟิงที่เห็นถังหย่าเจี๋ยเป็นแบบนั้นก็ลอบถอนหายใจเบา ๆ และล็อกเอาต์ออกจากเกมไปเงียบ ๆ

ถังหย่าเจี๋ยที่เอาแต่จ้องมองถังเจิ้นไม่ได้สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของซูเฟิงเลย

เธอค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปหาถังเจิ้น ดวงตาชุ่มไปด้วยน้ำตา แต่ปากกลับยกยิ้มมีความสุข

เมื่อได้ยินเสียงร้องจากข้างหลัง NPC ถังเจิ้นก็หันกลับมามอง ดวงตาอันคมกริบคู่หนึ่งที่ราวกับจะมองทะลุหัวใจคนได้ได้จับจ้องมาที่เธอ

หากเป็นคนที่มีเจตนาชั่วมาถูกสายตาเช่นนี้จับจ้องเอาล่ะก็รับรองว่ามีตัวสั่น

ส่วนถังหย่าเจี๋ยนั้นไม่ได้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด เพียงแค่จ้องถังเจิ้นที่อยู่ตรงหน้าเงียบ ๆ

“สาวน้อย เธอคือผู้พเนจรที่หาจดหมายนี่เจองั้นเหรอ”

แน่นอนว่า NPC ถังเจิ้นไม่ได้รู้จักกับถังหย่าเจี๋ย แค่มองเธอด้วยสีหน้าแปลกใจและชูจดหมายขึ้นถาม

“คะ... ค่ะ ฉันเป็นคนเจอเอง”

ถังหย่าเจี๋ยเม้มปากแล้วสูดน้ำมูก แม้ว่าดวงตาจะยังคงน้ำตารื้นอยู่ก็ตามแต่ใบหน้ากลับยิ้มสดใส

เสียงของ NPC ถังเจิ้นนั้นเหมือนกับเสียงพี่ชายจริง ๆ น้ำเสียงทุ้ม ๆ มีเสน่ห์ไม่แตกต่างกันเลยซักนิด!

NPC ถังเจิ้นส่านหน้าแล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเธอพร้อมกับจ้องมองเธอเงียบ ๆ

ส่วนถังหย่าเจี๋ยก็รู้สึกเหมือนเห็นขุนเขาลูกใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า แต่ความรู้สึกปลอดภัยอันแสนคุ้นเคยนั้นก็ทำให้น้ำตารื้นอีกรอบ

ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วพี่ชายก็ยืนอยู่ต่อหน้าเธอแบบนี้ คอยปัดป้องภัยอันตรายทั้งหมดให้เธอปลอดภัย

ฉันจำได้ว่าฤดูหนาวคืนหนึ่ง คืนนั้นเป็นคืนที่หนาวเหน็บ ที่บ้านมีฟืนไม่พอทำให้สองพี่น้องได้แต่กอดกันเพื่อให้ความอบอุ่นซึ่งกันและกันเท่านั้น

ตัวเธอที่อายุน้อยกว่าก็เอาแต่หนาวสั่น ในขณะที่พี่ชายที่อายุก็ไม่ได้เยอะกว่าเธอมากนักยอมสละเสื้อผ้าและเครื่องนอนทั้งหมดคลุมตัวเธอไว้

แล้วในคืนที่อากาศหนาวจัดเช่นนั้นพี่ชายที่สวมเพียงแจ็กเก็ตบุผ้าฝ้ายขาด ๆ ได้เดินออกจากบ้านไป จากนั้นหลายนาทีเขาก็เดินโซเซกลับบ้านมา

ถังเจิ้นซึ่งมือเท้าถูกหิมะกัดกำลังลากกระสอบขาด ๆ ที่บรรจุขยะที่พอจะเป็นเชื้อไฟได้เข้ามาในบ้าน

ขวดพลาสติก รองเท้าหนังพัง ๆ ซากไม้เน่า ๆ และเศษหญ้า...

ในคืนอันเหน็บหนาวนั้นสองพี่น้องกอดกันอยู่ข้าง ๆ เตาที่ถูกจุดด้วยเศษขยะดังกล่าวและผลอยหลับไปจนถึงเช้า

ซึ่งฉากคล้าย ๆ กันนี้ก็ยังมีอีกมากมาย...

มันเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ทำให้สองพี่น้องเติบโตมาอย่างเข้มแข็งและดื้อรั้นไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ อย่างยิ่ง

หากมีเป้าหมายแล้วล่ะก็ทั้งสองพี่น้องต่อให้สู้จนตัวตายก็ไม่มียอมแพ้

NPC ถังเจิ้นแน่นอนว่าไม่ได้รู้ความคิดของถังหย่าเจี๋ย เพราะ ‘เขา’ คนนี้เป็นเพียงข้อมูลของเกมเท่านั้น

หลังจากที่มองถังหย่าเจี๋ยแล้วถังเจิ้นก็ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องจดหมายดังกล่าวให้เธอฟัง ซึ่งเธอก็ยืนยิ้มโดยไม่รู้เหมือนกันว่าได้ยินที่พูดบ้างรึเปล่า

ซูเฟิงที่หายไปนานยังคงไม่ปรากฏตัวไม่รู้เหมือนกันว่าไปทำงานรึเปล่า

แต่จริง ๆ แล้วซูเฟิงออกเกมแล้วก็หยิบเอามือถือออกมากดโทรออกด้วยสีหน้าที่ยังคงลังเลใจ เป็นเพราะเจ้าของเบอร์นี้ไม่เคยรับสายเองเลย โทร 10 ครั้งก็ไม่รับทั้ง 10 ครั้งนั่นแหละ

“ตรู๊ด... ตรู๊ด...”

“สวัสดีครับคุณซูเฟิง ผมปีเตอร์นะครับ!”

เสียงทุ้มดังขึ้น แต่คนที่รับสายไม่ใช่เจ้าของเบอร์

ซูเฟิงถอนหายใจเล็กน้อยแล้วพูดไปว่า “หวัดดีปีเตอร์ อยู่เกาะเป็นไงมั่ง”

“สบายดีครับขอบคุณที่เป็นห่วง!”

หลังจากปีเตอร์ตอบแล้วก็ถามว่า “จะโทรหาท่านทูตรึเปล่าครับ ผมจะได้เอามือถือให้ท่าน”

ได้ยินแบบนี้ซูเฟิงก็ตกใจและรีบตอบอย่างมีความสุขว่า “เอาเลย ๆ ขอคุยกับหมอนั่นหน่อย”

โทรเบอร์นี้ไปหลายสิบรอบนี่เป็นครั้งแรกเลยที่เจ้าของเบอร์รับสายซึ่งหาได้ยากเหลือเกิน!

“งายเฟิงจื่อ มีเรื่องไรจะคุยเหรอ”

เสียงถังเจิ้นดังออกมาจากปลายสาย

ซูเฟิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดกับเขาว่า “ฉันพึ่งจะเล่นเกมกับหย่าเจี๋ยน่ะ ตอนเธอเห็นหน้านายในเกมก็ร้องไห้ออกมา...”

หลังจากความเงียบอยู่ครู่หนึ่งที่ปลายสายก็มีเสียงถังเจิ้นดังขึ้นอีกครั้ง “นายอยู่ไหน จะไปหาเด๋วนี้แหละ!”

ซูเฟิงเลยรีบบอกที่อยู่ของตัวเองให้รู้ ซึ่งพูดจบปุ๊บถังเจิ้นก็วางสายไปเลย

ทางด้านซูเฟิงได้ยินเสียงวางสายก็ยกยิ้มมุมปาก จากนั้นก็ไปดูที่ค็อกพิตเกมที่ถังหย่าเจี๋ยยังคงดื่มด่ำกับเกมอยู่และเขาก็ล็อกอินเข้าเกมไปอีกรอบ

********************************

บนเรือยอร์ช ถังเจิ้นโยนมือถือให้ปีเตอร์แล้วไปสวมชุดรบเฟมโตที่ถอดทิ้งไว้

ปีเตอร์เห็นถังเจิ้นสวมเสื้อผ้าแล้วก็ถอนหายใจด้วยความเสียดาย ไม่ใช่เพราะปีเตอร์มีรสนิยมทางเพศประเภทไม้ป่าเดียวกันหรืออะไรเทือกนั้น แต่เพราะรอยสักบนร่างกายเขามันอย่างกับงานศิลปะ ปีเตอร์ที่เห็นรอยสักมาแล้วไม่รู้เท่าไหร่ก็ยังไม่อาจหาไหนที่จะมาเทียบกับของถังเจิ้นได้เลย

เพราะรอยสักที่ฝังแน่นบนร่างกายของถังเจิ้นดูราวกับมีชีวิตนั้นทำให้ใครที่มาเห็นเป็นต้องถูกดึงดูดให้จ้องมอง

ส่วนถังเจิ้นนั้นไม่ได้สนใจสีหน้าผิดหวังของปีเตอร์ สวมชุดเฟมโตเสร็แล้วก็หันกลับไปสั่งงานอะไรบางอย่าง

ถึงแม้ว่าตอนนี้มือถือจะยังอัปเกรดไม่เสร็จ แต่ความสามารถในการบินอันเนื่องมาจากการผสานแก่นโลหิตของมอนสเตอร์ยังคงสามารถใช่งานได้ตามปกติ

พรึบพรับ!

ทันใดนั้นปีกสีขาวขนาดใหญ่คู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นด้านหลังถังเจิ้นโดยสยายตัวออกจนแทบจะคลุมทั่วทั้งดาดฟ้าเรือ

“โอ้หม่ายก้อด!”

ปีเตอร์ที่อยู่บนดาดฟ้าเรือด้วยกันอุทานอย่างตกตะลึงมองดูถังเจิ้นกรือปีกทะยานตัวขึ้นจากเรือสู่ท้องฟ้าไกล!

หลังจากนั้นไม่นานปีเตอร์ก็กลับมามีสติอีกครั้งแล้วหยิบมือถือออกมาโทรหาอีวานอฟด้วยอาการมือสั่น

“โอ้หม่ายก้อด ๆ ลูกพี่ พี่ต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่าตะกี๊ผมเห็นอะไร!”

“จู่ ๆ ท่านทูตสวรรค์ก็มีปีกงอกออกมาหยั้งกะแองเจิ้ลตัวจริงแล้วบินขึ้นฟ้าไปแล้ววววววววว...!”

ทันทีที่อีกฝ่ายรับสายปีเตอร์ก็ตะโกนกรอกหูโทรศัพท์อย่างตื่นเต้น

จบบทที่ บทที่ 400: อดีตที่มิอาจทนมอง ความรักของสองพี่น้อง!

คัดลอกลิงก์แล้ว