เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 372: ซ้อมรบก่อนอัปเกรด!

บทที่ 372: ซ้อมรบก่อนอัปเกรด!

บทที่ 372: ซ้อมรบก่อนอัปเกรด!


เมื่อถังเจิ้นกลับมา เมืองเชิ่งหลงก็ยุ่งวุ่นวายกันอีกรอบ

อาวุธยุทโธปกรณ์ที่แลกเปลี่ยนมาจากสามาพันธ์เอเชียและสันนิบาติอเมริกันถูกถังเจิ้นเอาไปติดตั้งและทดลองใช้งานอย่างรวดเร็ว เพื่อให้แน่ใจว่าการป้องกันจะไม่มีจุดบอดใด ๆ หลงเหลือ

เนื่องจากพื้นที่ของเมืองมีการขยายตัวทำให้ความยากในการป้องกันเมืองเพิ่มมากขึ้น

ยังโชคดีที่เมื่อถังเจิ้นปรับเปลี่ยนภูมิประเทศเขาได้ยกยอดเขาที่ล้อมรอบให้สูงและชันขึ้น หากว่าไม่มีเครื่องมือช่วยปีนล่ะก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะอาศัยการไต่เขาบุกเข้าเมืองมา!

ถังเจิ้นมีงานยุ่ง ส่วนคนอื่น ๆ ก็ไม่มีเวลาว่างเหมือนกัน

ทหารเชิ่งหลงแทบไม่มีเวลาพัก ต้องทำความคุ้นเคยกับอาวุธใหม่ทั้งวัน ช่วงนี้จะได้ยินเสียงปืนหลายประบอกดังขึ้นพร้อมกันจากหุบเขาด้านหลังอยู่บ่อย ๆ

เฉียนหลง ไทสัน และคนอื่น ๆ นี่หลังไม่ได้แตะพื้นเลย ส่วนใหญ่เวลาจะกินข้าวก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ หากไม่ใช่เพราะร่างกายอันแข็งแกร่งของนักรบล่ะก็ป่านนี้คงจะมีล้มประดาตายกันไปบ้างแล้ว

ถังเจิ้นไปปรากฏตัวในสถานที่ต่าง ๆ เพื่อตรวจเช็กความคืบหน้าที่หน้างานเป็นครั้งคราวเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด

แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เช่นนี้ไม่สามารถปกปิดจากสายตาของผู้อื่นได้

เหล่าพ่อค้าวานิชจากเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ และผู้พเนจรในย่านการค้าล้วนสัมผัสถึงความผิดปกติได้กันตั้งนานแล้ว ดูจากสภาพการณ์แค่แว้บเดียวก็รู้แล้วว่าทางเมืองเตรียมตัวจะทำสงคราม!

ซึ่งพอคิดไปแบบนั้นเหล่าพ่อค้าวานิชก็เริ่มที่จะพิจารณากันแล้วว่าควรจะอยู่ห่างจากบริเวณแถบนี้ซักพักดีมั้ย

เพราะว่าสงครามไม่ได้เป็นเพียงเรื่องแค่คนสองคน มันคือปลักโคลนขนาดใหญ่ที่พร้อมจะลากทุกคนลงไปคลุกตลอดเวลา ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พ่อค้าวานิชทั้งหลายจะไม่อยากที่จะให้ตนเองต้องประสบกับภัยพิบัติอันไม่สมควรโดน

ทว่าทางย่านการค้าได้แจ้งให้ทราบโดยทันทีว่าทางเมืองเชิ่งหลงจะอัปเกรดเมืองในอีกเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นการซ้อมรบจึงทำเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับมอนสเตอร์ปิดล้อมเมือง ขออย่าได้ตกใจไป

หลังจากที่อัปเกรดเมืองเรียบร้อยแล้วสถานการณ์ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติดังเดิม!

หลังจากที่ทราบข่าวก็ทำให้ทั้งย่านการค้ากลับมามีเสถียรภาพทันที

พ่อค้าต่างก็คิดเหมือนกันว่าเมืองเชิ่งหลงก็สมควรที่จะอัปเกรดจริง ๆ เพราะในตอนนี้เป็นเพียงโหลวเฉิงเลเวล 3 ซึ่งไม่ได้คู่ควรกับย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรืองเช่นนี้เลยซักนิด

ยิ่งไปกว่านั้นหากระดับของโหลวเฉิงสูงพอมันจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเหล่าบรรดาพ่อค้านักลงทุนว่าเมืองเชิ่งหลงจะสามารถประคองรักษาชิ้นปลามันชิ้นใหญ่นี้ไว้ได้ตลอดรอดฝั่ง!

ดังนั้นเมื่อเลิกตื่นตระหนกแล้วพวกพ่อค้าเลยกลับมาคิดใหม่โดยหวังว่าเมืองเชิ่งหลงจะอัปเกรดโดยเร็วที่สุด

เพียงแต่... ต้องมาคอยฟังเสียงปืนอยู่บ่อย ๆ แล้วนี่มันช่างสยองจริง ๆ ต่างคนต่างก็ต้องตัวสั่นอย่างหวาดกลัวกันทั้งนั้น

เพราะที่ผ่านมาเคยเห็นศพที่โดนยิงหัวแตกสมองกระจายในย่านการค้ามาแล้วหลายครั้ง ทั้งหมดล้วนเป็นพวกมีหัวไว้คั่นหู อยู่ดี ๆ ไม่ชอบชอบก่อหวอด ดังนั้นพวกเขาเลยกลัวปืนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคิดหลอนไปเองว่าซักวันจะมีกระสุนลูกหลงบินมาโดนพุงกะทิของตัวเองเข้า

แล้วก็ยังมีพวกที่มาด้วยวัตถุประสงค์บางอย่างซึ่งคอยสั่งเกตการณ์และรวบรวมข้อมูลกันอย่างระมัดระวัง

คนเหล่านี้ต่างเดินไปทั่วย่านการค้าเพื่อคอยรวบรวมข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทางเมืองเชิ่งหลงมีเปิดเผยแพลม ๆ ออกมา และเมื่อได้รู้สิ่งที่อยากรู้ก็เป็นต้องหวาดกลัวจนตัวสั่น

เพราะเมืองเชิ่งหลงในตอนนี้แข็งแกร่งทรงพลังมากเกินไป!

คงมีแค่เทวดาเท่านั้นที่รู้ว่ามอนสเตอร์ปิดล้อมเมืองในครั้งนี้จะแข็งแกร่งเพียงใดและมีมากมายขนาดไหนกันแน่ถึงต้องซ้อมรบเตรียมพร้อมกันขนาดนี้

เวลาผ่านไปแบบนี้ไปอีกหลายวัน จนมาถึงวันหนึ่งเมืองเชิ่งหลงได้เงียบลง

แต่ทุกคนต่างรู้กันดีว่านี่เป็นเพียงช่วงเวลาเงียบสงบก่อนที่พายุจะเข้า

ไม่นานนักก็มีการกระจายข้อมูลให้ทุกคนได้รับทราบ

นั่นคือพรุ่งนี้เมืองเชิ่งหลงจะอัปเกรด ในเวลานั้นประตูเมืองจะถูกปิด ย่านการค้าเองก็ปิดโดยไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าออกได้ตามใจชอบ

และวันนี้เมืองเชิ่งหลงจะมีการฝึกซ้อมเพื่อเช็กความพร้อมขั้นสุดท้าย

ไม่นานหลังจากที่กระจายข่าวก็มีพ่อค้าวานิชจากหลาย ๆ เผ่าพันธุ์ไปยืนเฝ้าดูอยู่ที่ทางเข้าย่านการค้าและเห็นว่ามีกลุ่มนักสู้โผล่ออกมาจากเมืองชั้นใน

โดยที่นักสู้เหล่านี้ติดตั้งอาวุธเป็นปืนและดาบทุกประเภท และทุกคนล้วนเปล่งจิตสังหารออกมาอย่างรุนแรง

พวกเขาวิ่งกันเป็นแถวยาวตรงไปยังกำแพงเมืองเพื่อเข้าประจำที่ของตนเอง

พ่อค้าวานิชโดยปกติแล้วจะเห็นเฉพาะรปภ.ประจำย่านการค้าและทหารยามที่เฝ้าประตูกับกำแพงเมืองเท่านั้น ไม่เคยเห็นทหารเชิ่งหลงที่มากมายขนาดนี้กันมาก่อนเลย!

พวกที่มีประสบการณ์ด้านการทหารมาก่อนไปลองประมาณดูแล้วพบว่าทหารเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 3,000 นาย!

ถ้าไม่ใช่เพราะปฏิบัติการป้องกันเมืองล่ะก็คงไม่มีใครรู้หรอกว่าเมืองเชิ่งหลงได้ซุกซ่อนกองทัพดังกล่าวนี้เอาไว้

ในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ริมถนน ไทสันแหกปากตะโกนจนเสียงแหบเสียงแห้ง แม้ว่าจะมีกำลังใจเต็มเปี่ยมก็ตาม ทว่าใบหน้ายังคงแฝงความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเอาไว้อยู่

ทั้งการฝึกฝนและการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องยาวนานมาหลายวันทำให้เขาเหนื่อยมากจริง ๆ

แต่ตราบใดที่มันทำให้เมืองเชิ่งหลงสามารถก้าวหน้าต่อไปได้ และทำให้กองทหารเชิ่งหลงแข็งแกร่งขึ้นได้ล่ะก็ ไทสันก็เต็มใจที่จะเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกให้เลย

ทุกสิ่งที่มีตอนนี้ได้จากการทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายไปนับไม่ถ้วนของผู้ที่ก่อตั้งเมืองเชิ่งหลงขึ้นมา ดังนั้นพวกเขาจึงถือว่ามันเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของตน

ทำให้ไม่ว่าจะต้องลำบากและเหนื่อยยากซักแค่ไหนก็ไม่มีเสียใจ

ในขณะที่จัดวางกองพันที่ 2 ให้ป้องกันโดยรอบบนแนวยอดเขา กองพันที่ 1 ก็ปรากฏตัวออกมากันทันที โดยกองพันนี้จะรับผิดชอบหน้าที่ป้องกันกำแพงเมืองเผชิญหน้ากับศัตรูตรง ๆ

ทหารจำนวนมากของกองพันที่ 1 ล้วนเป็นทหารผ่านศึกที่เข้าร่วมกองทัพตั้งแต่สมัยที่เมืองเชิ่งหลงก่อตั้งช่วงแรก ๆ และเข้าร่วมการต่อสู้ป้องกันเมืองมาแล้วทุกครั้ง

แม้ว่าทหารผ่านศึกส่วนใหญ่จะถูกย้ายไปประจำกองพันที่ 2 เพื่อฝึกทหารเกณฑ์ใหม่ แต่ก็มีการเสริมทหารใหม่เข้ามาในกองพันที่ 1 โดยใช้คนที่ฝีมือสูงส่งขนาดที่ว่าคนเดียวเทียบได้กับ 10 คนเข้าไปใหม่

หน้าที่เฝ้ากำแพงชั้นนอกจึงไม่ใช่ของใครอื่นนอกจากพวกเขาเหล่านี้!

รอจนกระทั่งทหารผ่านศึกที่แสนจะป่าเถื่อนฆ่าคนโดยไม่กระพริบตาผ่านไปแล้ว ต่อมาก็มีนักสู้อีกกลุ่มปรากฏตัวขึ้นอีก

คราวนี้เป็นนักรบที่สวมชุดเกราะสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิด เปิดเผยเฉพาะดวงตาที่ส่องแสงเรือง ๆ เท่านั้น

ด้วยการเพิ่มของประชากรพลเมืองประกอบกับทรัพยากรในการฝึกฝนที่มากเพียงพอ ทีมนักรบจึงกำจัดสภาพที่น่าอับอายของพวกหมาแมวไม่รู้ประสาทิ้งไปหมดตั้งนานแล้ว

ขณะนี้เมืองเชิ่งหลงมีทีมนักรบไม่น้อยกว่า 100 ทีม รวมกำลังพลทั้งหมดประมาณ 700 คน!

โดยยังไม่นับรวมวัยรุ่นที่โม่รึ่นกำลังฝึกอบรมให้เป็นพิเศษที่ยังอยู่แค่เลเวล 1 หรือ 2 เข้าไปด้วย

เมื่อเปรียบเทียบกับทหารที่ดุดันราวกับหมาป่าและเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำแล้วทีมนักรบคือเงียบกริบ แต่ว่าไม่มีใครกล้าสงสัยในประสิทธิภาพการต่อสู้ของพวกเขาเลย

โดยทีมนักรบจะเดินกันเป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งพกอาวุธที่หลากหลายแตกต่างกันไปดูไม่ค่อยจะเป็นระเบียบซักเท่าไหร่

อาจเป็นเพราะต้องออกปฏิบัติการป้องกันเมืองทำให้อาวุธส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพวกปืนชนิดต่าง ๆ โดยเมนหลักคือสไนเปอร์ไรเฟิล

พลังอำนาจของสไนเปอร์นั้นได้รับการพิสูจน์ผ่านการต่อสู้จริงมาแล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะใช้สไนเปอร์ไรเฟิลกันเยอะขนาดนี้

หลังจากที่ผู้เข้าร่วมรบทั้งหมดพร้อมแล้ว การฝึกซ้อมป้องกันเมืองก็จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ!

จากการวิเคราะห์ของพวกถังเจิ้น กองกำลังหลัก ๆ ที่จะมาโจมตีเมืองในครั้งนี้น่าจะเป็นทหารรับจ้างที่รับภารกิจ

เมื่อเปรียบเทียบกับมอนสเตอร์ที่รู้แค่วิธีอาละวาดแล้วทหารรับจ้างที่ฉลาดแกมโกงนั้นรับมือได้ยากกว่าเยอะ

ดังนั้นคราวนี้ถังเจิ้นจะลงมือเปิดก่อนไปเลย ขณะที่พวกทหารรับจ้างข้ามประตูมิติมาปุ๊บเขาจะยิงถล่มใส่พวกมันก่อน โดยกะว่าจะกวาดทิ้งไปซักครึ่งหนึ่งก่อนที่สมครามจะเริ่มต้นขึ้น!

กำแพงเมืองพร้อมกับยอดเขาที่เป็นหน้าผาชันซึ่งติดตั้งปืนใหญ่รอไว้แล้วมากมายหลายกระบอกจะกลายเป็นฝันร้ายของผู้ปิดล้อมอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งอาวุธต่อต้านอากาศยานไว้อีกเพียบ หากพวกมันจะบุกทางอากาศล่ะก็จะต้องร้องเอ๋ง ๆ กลับไปหาแม่ชัวร์!

อีกทั้งการอัปเกรดเมืองในครั้งนี้เขาจะสร้างโหลวเฉิงที่เปิดม่านพลังป้องกันได้ขึ้นมาด้วย ดังนั้นเมื่อมีมันอยู่ล่ะก็ภัยคุกคามจากบนท้องฟ้าก็จะยิ่งลดลงอีก

เตรียมการพร้อมซะขนาดนี้ถ้าเมืองเชิ่งหลงไม่กวาดล้างผู้ปิดล้อมจนราบคาบก็ต้องยอมรับว่าศัตรูมันเก่งจริง!

พวกพ่อค้าวานิชที่เฝ้าดูด้วยความตื่นเต้นนั้นไม่สามารถเห็นทุก ๆ กระบวนการได้ จะเห็นก็แค่เมื่องเชิ่งหลงวิ่งวุ่นกันอยู่พักหนึ่งแล้วทหารก็กลับกรมกอง

ในย่านที่อยู่อาศัยของเมือง มีผู้หญิงที่ดูธรรมดาสุด ๆ คนหนึ่งยืนอยู่ตรงมุมมุมหนึ่ง และเธอก็กำลังจ้องมองไปยังกองทหารติดอาวุธสงครามด้วยความตั้งใจ

หลังจากดูอยู่นานเธอก็ถอนหายใจเล็กน้อยแล้วหันหลังกลับ

แต่เธอไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตอนที่เธอเฝ้าดูกองทหารอยู่นั้นก็มีถังเจิ้นคอยเปิดมุมมองแผนที่เฝ้าดูเธออยู่เหมือนกัน

เขาเหลือบมองเธอเพียงเล็กน้อยและได้มีชุดข้อมูลส่วนตัวของเธอเด้งขึ้นมาให้อ่าน

ถังเจิ้นเห็นแล้วก็ส่ายหัวเบา ๆ แล้วจมลงสู่ห้วงลึกแห่งความคิด

ผู้หญิงคนนี้ซุ่มเงียบอยู่ในเมืองเชิ่งหลงมาก็ตั้งนานนม แต่จนถึงป่านนี้แล้วก็ยังไม่เคยเคลื่อนไหวอะไรใด ๆ เลย ไม่รู้ว่าวางแผนอะไรอยู่กันแน่

ใจนางยากแท้หยั่งถึงแท้น้อ!

ก็ว่าไปนั่น!

ถ้าถังเจิ้นเดาไม่ผิดล่ะก็อีกไม่นานเมื่อภัยพิบัติหานเยว่มาถึงเธอก็คงกระโดดโลดเต้นออกมาเองนั่นแหละ

และตอนนั้นก็จะเป็นตอนที่แผนการของเธอถูกเปิดเผย

ส่วนตอนนี้ก็... ปล่อยไปก่อน!

จบบทที่ บทที่ 372: ซ้อมรบก่อนอัปเกรด!

คัดลอกลิงก์แล้ว