เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 354: ตั้งฐานบนเกาะ ถูกล้อม!

บทที่ 354: ตั้งฐานบนเกาะ ถูกล้อม!

บทที่ 354: ตั้งฐานบนเกาะ ถูกล้อม!


ที่เรียกว่า ‘เมล็ดพันธุ์’ ในที่นี้ไม่ใช่เมล็ดพันธุ์พืช แต่เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังซึ่งประกอบไปด้วยเทคโนโลยีและมรดกทางอารยธรรมของเผ่าพันธุ์นี้!

ข้างในพื้นที่อันกว้างใหญ่ ถังเจิ้นได้เห็นสิ่งมีชีวิตไซบอร์กเรียงแถวกันเป็นตับ ๆ แช่อยู่ในของเหลวหนืด

พวกมันล้วนเป็นเครื่องจักรสังหารที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่ ณ ตอนนี้พวกมันทั้งหมดล้วนถูกปิดเครื่องอยู่ จึงจำเป็นต้องเปิดเครื่องก่อนถึงจะให้ออกไปต่อสู้ได้

นอกจากนี้ยังมีอาวุธ อาหาร และผลึกหกเหลี่ยมอีกมากมายที่เก็บเทคโนโลยีทั้งหมดของเผ่าพันธุ์นี้ไว้

เหมือน ๆ กับเผ่าฉ่านจิน คือชาวพื้นเมืองของโลกที่ล่มสลายใบนี้เตรียมพร้อมที่จะให้ตนเองได้กลับคืนมาอีกครั้ง

ทว่าเมื่อดูจากความทรุดโทรมของซากอารยธรรมที่อยู่ภายนอกแล้วถังเจิ้นก็ให้ข้อสรุปเลยว่าโลกนี้ได้ถูกมอนสเตอร์ยึดครองมาได้อย่างน้อย ๆ ก็ 100 ปีแล้ว และชาวพื้นเมืองเองก็น่าจะสูญพันธุ์ไปนานแล้วด้วย

หรือแม้จะโชคดีมีชาวพื้นเมืองที่รอดมาได้อยู่ก็ตาม แต่ก็ไม่อาจที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ได้อยู่ดี

เพราะว่าองค์ความรู้ทั้งหมดถูกตัดขาดมาอย่างยาวนาน ดังนั้นต่อให้ผู้ที่มาพบที่นี่ในตอนนี้ไม่ใช่ถังเจิ้นแต่เป็นชาวพื้นเองก็ไม่สามารถเข้ามาในโกดังได้

ส่วนในตอนนี้คนที่อยู่ในโกดังคือถังเจิ้น ซึ่งเขาจะรับทั้งหมดนี้ไว้ด้วยความยินดีอย่างแน่นอน

ในโกดังขนาดมหึมาที่มีของเก็บไว้มากมายขนาดนี้ถังเจิ้นจะต้องหาสถานที่เก็บที่เหมาะสม

และที่เหมาะสมที่สุด ง่ายที่สุด ก็มีแค่ต้องขนทั้งหมดไปไว้ที่โลกเดิม จากนั้นค่อยคัดเอาอันที่ดูจะมีประโยชน์ต่อเมืองเชิ่งหลงในช่วงนี้มากที่สุดกลับเมือง

ถังเจิ้นเดินดูจนทั่วทั้งโกดังแล้วก็เทเลพอร์ตกลับโลกเดิม

********************************

พันธมิตรหมีน้ำแข็ง คฤหาสน์บ้านของอิวานอฟ

ถังเจิ้นรับเอกสารมาอ่านอย่างละเอียดเสร็จแล้วก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

เพราะตอนนี้เกาะกลางมหาสมุทรได้ตกเป็นของเขาแล้ว และเขาสามารถไปรับมันได้ตลอดเวลาเลย

ที่เขาเลือกซื้อเกาะนี้ก็เป็นเพราะมันมีแหล่งน้ำจืดที่ดื่มได้อยู่นี่แหละ ไม่งั้นเขาคงไม่เสียเงินเสียเวลาแล้วจัดการสร้างเกาะกลางมหาสมุทรขึ้นมาเองไปแล้ว

ตอนนี้เกาะดังกล่าวได้กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวแล้วซึ่งที่นี่ก็คือสถานที่ที่จะใช้เก็บของที่ดีที่สุดนั่นเอง

หลังจากเตรียมการอีกเล็กน้อยถังเจิ้นกับอีวานอฟก็ขึ้นเครื่องบินตรงไปยังเกาะกลางมหาสมุทรดังกล่าวกันทันที

หลังจากเดินไปจนสุดทาง ในที่สุดถังเจิ้นก็มองเห็นเกาะแห่งหนึ่งที่อยู่กลางมหาสมุทร

เมื่อมองจากท้องฟ้าจะเห็นว่าขนาดของเกาะไม่ได้ใหญ่นัก แต่สำหรับถังเจิ้นแล้วมันไม่ได้มีความหมายใด ๆ เลย

ขอเพียงเขาลงมือก็สามารถขยายพื้นที่ของเกาะให้ใหญ่ขึ้นเป็น 10 เท่า หรือแม้แต่ 100 เท่าได้ในเวลาเพียงแค่นาทีเดียว!

เครื่องบินลงจอดที่สนามบิน ถังเจิ้นเดินลงจากเครื่องโดยดูมุมมองแผนที่ไปด้วย แล้วก็ตรงไปยังบริเวณตีนเขา

พวกอีวานอฟกับซูเปอร์โซลเยอร์เห็นแบบนั้นก็รีบตามไป

พอไปถึงตีนเขาถังเจิ้นก็หยุดเดินแล้วเปิดใช้งาน [ปลั๊กอินปรับเปลี่ยนภูมิประเทศ]

พวกที่ตามหลังมาก็งง ๆ กันอยู่ว่าถังเจิ้นมาทำอะไรที่ตีนเขาแบบนี้ แต่แล้วในชั่วพริบตานั้นเองก็ต้องอ้าปากหวอเพราะความตกตะลึง

ภูเขาที่อยู่ตรงหน้าขยายขนาดใหญ่ขึ้นด้วยความเร็วที่เรียกได้ว่าโคตรเร็ว มันสูงขึ้นเป็นกิโล ๆ เพียงแค่ชั่วพริบตา!

แถมพื้นที่ของเกาะก็ยังขยายตัวออกไปอีกไม่ต่างจากแป้งขนมปังที่ถูกนวดด้วยไม้นวดแป้ง

บริเวณกลางเกาะมีที่ราบโล่งกว้างขนาดใหญ่เกิดขึ้น พวกอีวานอฟนั้นกำลังยืนงงกับภาพที่เห็นตรงหน้าและต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ ๆ เลยกว่าจะกลับมาตั้งสติใหม่ได้

“หม่ายก้อด วอทไอซี”

“นะ… นี่คือ... พลังของเทพเจ้าเหรอ...”

“ท่านทูต... ทำได้ขนาดนี้เลยเหรอครับ...” อีวานอฟเดินเข้ามาถามด้วยท่าทีที่แสดงความเคารพอย่างสูง

ถังส่ายหน้าแล้วเดินเข้าไปดูในถ้ำที่ตั้งค่าไว้ตอนให้แอปทำงาน

ฝูงชนก็รีบเดินตามเข้าไปด้วยความเคารพอย่างสูง

ภายในถ้ำนี้ใหญ่โตเกินกว่าที่พวกอีวานอฟจินตนาการไว้ และในส่วนลึกของถ้ำก็ยังกว้างขึ้นไปเรื่อย ๆ อีก

หลังจากที่เดินดูรอบ ๆ กันแล้วถังเจิ้นก็บอกกับอีวานอฟคร่าว ๆ แล้วก็เริ่มงานลูกหาบข้ามโลกที่ตนเองถนัด

การเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศสเกลใหญ่เบอร์นี้ย่อมไม่อาจซ่อนเร้นจากสายตาของผู้ที่สนใจได้อยู่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าถังเจิ้นก็ไม่คิดจะซ่อนตั้งแต่แรก

นับตั้งแต่วินาทีที่เขารู้ว่าเกาะนี้เป็นของตนเองแล้วเขาก็ตัดใจเรื่องการปิดบังและเลือกที่จะเปิดเผยโฉมหน้าให้โลกเดิมได้เห็นไปทีละขั้นทีละตอน จนสุดท้ายค่อยแสดงโลกโหลวเฉิงให้ชาวโลกเดิมได้เห็น

ถังเจิ้นได้ขนส่งสิ่งของจำนวนมากอย่างต่อเนื่องโดยเอามาวางกอง ๆ ไว้ในถ้ำ ซึ่งจำนวนก็เพิ่มเอา ๆ

พวกอิวานอฟเห็นสิ่งของสไตล์ไฮเทคต่างดาวที่ละลานตาไปหมดก็ตื่นเต้นกันมาก ตอนนี้แววตาของแต่ละคนล้วนแต่เปล่งประกายระยิบระยับ

แต่ละคนล้วนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ติดตามบอสที่โคตรเทพอย่างถังเจิ้น และได้มีส่วนร่วมในโปรเจกต์สำคัญที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติ

เมื่อถังเจิ้นออกเดินทางต่อ คนเหล่านี้จะเริ่มแผนการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเกาะนี้ใหม่ในทันที

ตอนนี้โครงการต่าง ๆ เช่นฐานฝึกอบรมและห้องทดลองก็เริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

ส่วนเรื่องการป้องกันเกาะนั้นพวกอีวานอฟไม่ห่วงเลยซักนิด

เพราะนอกจากซูเปอร์โซลเยอร์แล้วตอนนี้ยังมีของใหม่อย่างไซบอร์กมาช่วยป้องกันเกาะด้วยนี่นา

หากจำเป็นล่ะก็จะปล่อยมอนสเตอร์ลาดตระเวนตั้งแต่บนฟ้าลงไปยันก้นมหาสมุทรทั่วทั้งบริเวณแถบนี้เลยก็ยังได้

ถังเจิ้นสร้างซูเปอร์โซลเยอร์ได้ก็ต้องสร้างซูเปอร์มอนสเตอร์ได้ด้วย เพียงแต่การสร้างซูเปอร์มอนสเตอร์มันต้องเอาสัตว์มาดัดแปลงซึ่งมีข้อเสียเยอะและควบคุมให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ยาก

ร่างกายของสัตว์ในโลกนี้แม้จะเอามาดัดแปลงแล้วก็ยังคงเปราะบางมากอยู่ดี เทียบกับมอนสเตอร์ตัวจริงในโลกโหลวเฉิงไม่ได้ ในด้านพลังชีวิตเองก็คนละชั้น

ตอนอยู่ที่โลกโหลวเฉิงถังเจิ้นได้ทำการทดลองไปเป็นร้อย ๆ ครั้งแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังหาวิธีแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพไม่เจอ ซึ่งเป็นสาเหตุที่เขายังไม่ใช้ซูเปอร์มอนสเตอร์ในโลกเดิม

********************************

กว่าถังเจิ้นจะขนของกลับมาหมดก็เสียเวลาไปนานโขเลยทีเดียว

เมื่อได้เห็นโกดังอันว่างเปล่าไม่เหลืออะไรเลยเขาก็ตบมือปัดฝุ่นแล้วเดินกลับขึ้นไปบนพื้นดิน

แต่เขาไม่ได้รู้เลยว่าบริเวณชายขอบของพื้นที่อันตรายที่ตนเองอยู่ในตอนนี้มีนักรบ 5 เมืองมารวมตัวกันประมาณ 2,000 คน

กระนั้นคนพวกนี้ก็ไม่กล้าย่างกรายเข้าไปในพื้นที่อันตรายเพราะกลัวว่าจะไปปะทะกับมอนสเตอร์เลเวล 6 ที่มีกันยั้วเยี้ยเข้า หรืออย่างแย่ที่สุดก็ต้องเจอกับมอนสเตอร์เลเวล 7 ที่โคตรน่ากลัว

งานนี้ถ้าผลีผลามล่ะก็ได้เสียหายหลายแสนจนแบกรับไม่ไหวแน่ ๆ

ยังไง ๆ นักรบพวกนี้ก็ไม่ได้มีแอปฯเทพ ๆ มากมายเหมือนกับถังเจิ้นที่ทำได้แม้กระทั่งหายตัวออกจากพื้นที่อันตรายได้อย่างง่ายดายยิ่งกว่าปลาว่ายน้ำ

ทุกคนต่างรออย่างสงบ ตอนนี้ไอ้มือระเบิดได้เข้าไปในพื้นที่อันตรายแล้ว ถ้าหากโชคดีมันถูกมอนสเตอร์ฆ่าตายก็เยี่ยมไปเลย

แต่ทุกคนต่างก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะถ้าเป็นไปได้มันคงไม่ระเบิดเอา ๆ แบบที่ผ่าน ๆ มาแน่นอน แต่นี่อะไร ระเบิดจนฟ้าดินแทบจะถล่มอยู่แล้วแต่เจ้าตัวยังไม่เป็นไรเลย

ดังนั้นพวกนักรบระดับสูงจากทั้ง 5 เมืองจึงเชื่อว่าไอ้มือระเบิดมันจะต้องโผล่หัวออกมาแน่

และเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองได้รับผลกระทบจากระเบิดนั่นจึงได้พยายามอยู่กันห่าง ๆ จากพื้นที่อันตรายนี้โดยซ่อนตัวไว้ก่อน

กะว่าทันทีที่ไอ้มือระเบิดมันออกมาก็จะเข้าไปรุมฆ่าในเปรี้ยงเดียวแบบไม่ปล่อยให้มันได้ตั้งตัว!

ซึ่งถ้าถังเจิ้นรู้แผนการของพวกมันล่ะก็เขาคงจะขำก๊าก เพราะไอ้พื้นที่ที่พวกมันคิดว่าปลอดภัยนั้นยังอยู่ในระยะของระเบิดนิวเคลียร์อยู่ดี

ต่อให้ร่างกายของนักรบจะแข็งแกร่งไม่ตายทันทีก็ตาม แต่มันจะมีปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกไม่รู้จักจบ

พวกมันไม่รู้จักความน่าสะพรึงกลัวของสิ่งที่เรียกว่ากัมมันตภาพรังสี และกว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปแล้ว!

ถังเจิ้นเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร

แต่ตราบใดที่มันสามารถสร้างความทุกข์ทรมานให้กับศัตรูได้เขาย่อมลงมือทำอย่างมีความสุข

จะว่าไปแล้วก็มีอีกเรื่องที่ถังเจิ้นยังรู้

นั่นคือสาเหตุที่เมืองทรายโลหิตไม่ตอบโต้เลยหลังจากที่ประสบกับความสูญเสียอย่างหนัก จริง ๆ เหตุผลแรกคือกลัวอาวุธที่เมืองเชิ่งหลงถือครอง แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลสำคัญ

ส่วนเหตุผลหลักก็คือนักรบส่วนใหญ่อยู่ในต่างโลกแห่งนี้และกำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิงสถานที่ลับแห่งหนึ่งกันอยู่

ส่วนนักรบที่มีหน้าที่ป้องกันเมืองก็ไม่อาจระดมพลส่งออกไปรบได้แน่นอนอยู่แล้ว เพราะการเดินทางล่าช้าและทำให้การป้องกันเมืองหละหลวม

หากเป็นโหลวเฉิงเลเวลต่ำทั่ว ๆ ไปกล้ามาท้าทายอำนาจของเมืองทรายโลหิตล่ะก็ ป่านนี้คงถูกทำลายและปล้นฆ่าจนเหี้ยนเต้ไปนานแล้ว

แม้ว่าอาวุธที่เมืองเชิ่งหลงใช้อยู่จะน่ากลัวก็จริง แต่เมืองทรายโลหิตก็มีของที่คล้าย ๆ กันอยู่ซึ่งเป็นไม้ตายที่ไม่เคยเอาออกมาใช้ให้ใครเห็นเหมือนกัน

นั่นก็คือ ‘ปืน’ ที่ยิงกระสุนกัดกร่อนเหมือนที่ถังเจิ้นเจอลิงไซบอร์กใช้นั่นเอง

เพียงแต่กระสุนมีจำกัด จะผลิตเพิ่มก็ทำไม่เป็นจึงไม่ใช่ของที่จะเอามาใช้ได้บ่อย ๆ ปริมาณที่ถือครองอยู่ก็มีน้อยและถูกเก็บไว้ในคลังสมบัติของเมือง

แต่คราวนี้เพราะอยากจะฆ่าไอ้มือระเบิดให้ได้ ดังนั้นจึงมีนักรบทรายโลหิตที่ติดอาวุธดังกล่าวมาร่วมการไล่ล่าด้วย

และไม่ใช่แค่เมืองทรายโลหิตเท่านั้นที่มีอาวุธของต่างโลกแห่งนี้ อีก 4 เมืองที่เหลือก็ให้นักรบของตนเอา ‘ปืน’ ดังกล่าวมาออกไล่ล่าไอ้มือระเบิดด้วยเช่นกัน

แต่เมื่อนักรบเหล่านี้เดือดพล่านด้วยความโกรธ และต้องการทุบร่างของถังเจิ้นให้เป็นชิ้น ๆ หลายพันชิ้น ก็มีเสียงดังอีกครั้งหนึ่งที่สั่นสะเทือนท้องฟ้า! (ยังมีต่อ..)

จบบทที่ บทที่ 354: ตั้งฐานบนเกาะ ถูกล้อม!

คัดลอกลิงก์แล้ว