เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 265: การลอบสังหารบนเกาะร้าง!

บทที่ 265: การลอบสังหารบนเกาะร้าง!

บทที่ 265: การลอบสังหารบนเกาะร้าง!


หลังจากลุกขึ้นจากเตียงนุ่ม ๆ แล้วถังเจิ้นก็ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปยังห้องโถงใหญ่เพื่อจัดการงานของวันนี้

เนื่องจากภัยพิบัติหานเยว่กำลังจะมาถังเจิ้นจึงต้องเตรียมการรับมืออย่างระมัดระวังโดยจะเริ่มจัดหาเสบียงสำหรับใช้ในหน้าหนาวเป็นจำนวนมาก

สำหรับสิ่งมีชีวิตในแดนทุรกันดารแล้วภัยพิบัติหานเยว่เป็นหายนะอย่างแท้ทรู มันคือสาเหตุที่ทำให้บริเวณแถบนี้แทบจะไม่มีโหลวเฉิงที่มีอายุเกินพันปีอยู่เลย!

เนื่องจากมีโหลวเฉิงเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่สามารถอยู่รอดได้จนจบครบปีที่ภัยพิบัติหานเยว่อุบัติขึ้น!

พื้นที่ภัยพิบัติหานเยว่กระทบถึงนั้นโดยพื้นฐานแล้วคือจะรกร้างว่างเปล่าแห้งแล้งไปโดยสมบูรณ์ซึ่งสาเหตุหลักก็คือไอ้เจ้าภัยพิบัติที่จะอุบัติขึ้นหนึ่งครั้งในทุก ๆ 1,000 ปีนี่เอง

แต่สำหรับถังเจิ้นแล้วเขาคิดว่านี่มันเป็นโอกาสแสวงโชคเลยไม่ใช่เหรอ

ตราบเท่าที่เขายังสามารถปกป้องโหลวเฉิงเอาไว้ได้เขาก็สามารถอาศัยช่วงเวลากังกล่าวก่อสร้างและอัปเกรดเมืองได้อย่างสบายใจ ทั้งยังสามารถฉวยโอกาสนี้ในการรับเอาตัวผู้พเนจรบางกลุ่มที่ถูกเผ่าปิงเหม่ไล่ฆ่าจนไม่มีที่ไปมาไว้กับตัวเองได้ด้วย!

ผู้ที่ยังคงสามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายปานนั้นได้ย่อมต้องเป็นพวกที่มีดีอยู่แน่นอน การที่จะได้คนพวกนั้นทั้งหมดมาเป็นกำลังพลสำรองจะทำให้การขยายเมืองในอนาคตเป็นไปได้เร็วขึ้น

ส่วนมอนสเตอร์เกราะน้ำแข็งที่มีอยู่ทุกแห่งหนนั้นก็จะเป็นแหล่งฟาร์มลูกปัดสมองกลายพันธุ์จำนวนมากให้แก่เขาได้

จุดสำคัญที่สุดคือลูกปัดสมองกลายพันธุ์มีมูลค่าสูงกว่าลูกปัดสมองเดิม ๆ ถึง 10 เท่า!

ซึ่งเป็น 10 เท่าที่คุ้มเสี่ยง!

อันตรายและโอกาสมักจะอยู่ร่วมกัน ดังนั้นเขาต้องเตรียมรากฐานทั้งหมดเอาไว้ให้พร้อม!

นอกจากนี้ถังเจิ้นต้องเตรียมการเพื่อดักจับพวกซีมอนสเตอร์ที่จะว่ายกลับไปยังรูบนท้องฟ้าด้วย ขุมทรัพย์เดินได้เหล่านั้นถังเจิ้นจะไม่มีวันปล่อยมันไปต่อหน้าต่อตาแน่ ๆ!

เพื่อจัดการกับซีมอนสเตอร์ที่จะว่ายทวนน้ำเขาจำเป็นต้องปรับแต่งเครื่องมือจับสัตว์น้ำให้มันโปรกว่านี้ซึ่งเขาได้แจ้งไปแล้วและทางทีมช่างก็กำลังดำเนินการอยู่

หลังจากคิดแผนการอะไร ๆ มามากมายถังเจิ้นพบว่าเขายังมีเรื่องสิ่งที่เร่งด่วนที่สุดที่ต้องไปทำอยู่ นั่นก็คือไป ‘เก็บหนี้’ ที่วาจิมะ!

ก่อนหน้านี้เขาได้เอาอุปกรณ์การทดลองราคาแพงรวมไปถึงข้อมูลการวิจัยอันอันแสนล้ำค่าของสถาบัน spt ไปโดยที่ทิ้งข้อความถึงสิ่งที่ต้องใช้เป็น ‘ค่าไถ่’ หากว่าอยากได้ของคืนกับอีกฝ่ายไว้

อุปกรณ์การทดลองและเอกสารการวิจัยราคาไม่รู้กี่พันล้านจะถูกเพิกเฉยไปดื้อ ๆ เลยได้ยังไงล่ะจริงมั้ย

พวก spt จะต้องทำตามที่เขาสั่งไปอย่างแน่นอน เพียงแต่เขาก็ไม่ได้ไก่อ่อนขนาดที่คิดว่าพวกมันจะเชื่อฟังเขาจริง ๆ ไม่แน่ที่นั่นพวกมันอาจวางตาข่ายฟ้าดินดักจับเขาเอาไว้แล้วก็เป็นได้ แค่รอให้เขาเข้าไปก็จัดการรวบตึงซะ

และเนื่องจากจากถังเจิ้นกล้าทำเช่นนี้จึงแปลว่าเขาไม่ได้กลัวการถูกซุ่มโจมตีเลย!

หลังจากจัดการเคลียร์ช่องเก็บของและเปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาด ๆ แล้วถังเจิ้นก็เทเลพอร์ต

****************

ที่นี่คือสวนสาธารณะ วันนี้เป็นวันหยุดจึงมีผู้คนจำนวนมากมาเที่ยวเล่นกัน ทำให้มีบรรยากาศสนุกสนานให้เห็นอยู่ทั่วทุกที่

ถังเจิ้นสวมเสื้อกันลมสีดำและแว่นกันแดด ตัวเขาสูงใหญ่มีออร่ากดขี่แผ่อยู่ทั่วร่างกาย

ความรู้สึกนั้นเหมือนกับถูกเสือกินคนจ้องมอง ขนทั่วทั้งตัวต้องอดลุกขึ้นมาไม่ได้!

หลังจากที่เลื่อนขึ้นเป็นระดับลอร์ดแล้วทั้งรูปร่างหน้าตาและบรรยากาศของถังเจิ้นมีการเปลี่ยนแปลงไปครั้งใหญ่ มันดูสมบูรณ์แบบมากขึ้นเรื่อย ๆ

ปรากฏการณ์เช่นนี้ก็คือการวิวัฒนาการแบบหนึ่ง เป็นการวิวัฒนาการจากสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำไปสู่สิ่งชีวิตชั้นสูง!

บางคนว่ากล้า ๆ เมื่อเดินไปถึงตัวถังเจิ้นยังเป็นต้องหลบเพราะว่ากลัวจะไปทำให้เขาโกรธโดยไม่รู้ตัว

ตรงกันข้ามคือมีเด็กสาว ๆ ช่างฝันไม่น้อยที่ส่งสายตาปิ๊ง ๆ ให้ บางคนถึงกับทำเป็นเดินผ่านแล้วพูดจาเชิญชวนแซวเขา

และมีแม่สาวกล้าอีกไม่น้อยที่เข้าไปขอถ่ายรูปคู่กับเขาด้วย

ถังเจิ้นก็หงุดหงิดเล็กน้อยตอบปฏิเสธพวกเธอไปอย่างเย็นชาแล้วรีบออกจากสวนสาธารณะ

เขาไปเลือกรถที่จอดอยู่คันหนึ่งแล้วแฮ็กระบบกันขโมยจากนั้นก็สตาร์ทออกไปเลย

สถานที่ที่เขานัดไว้อยู่บนเกาะร้างแห่งหนึ่งที่มีภูมิประเทศอันเลวร้ายและอันตรายสูงจนไม่มีใครกล้ามาอาศัยอยู่

ที่ถังเจิ้นเลือกสถานที่นี้ก็เพราะเขาต้องการเลือกสนามรบที่เหมาะกับตัวเอง!

ที่นี่เป็นที่ที่สามารถมองได้ในมุมมองกว้างเพราะไม่ค่อยมีสิ่งกีดขวางมากเกินไป มันช่วยให้เขาสามารถเช็กทั้งสนามรบได้อย่างชัดเจนหลีกเลี่ยงจุดบอดที่สอดส่องไม่ถึงซึ่งสะดวกมาก

บนท้องฟ้า ใต้ดิน หรือในทะเล ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนถังเจิ้นก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องมาโดยไม่อาจรอดกลับไป!

ขับไปถึงชายหาดแล้วเขาก็ลงจากรถไปขโมยเรือยอชต์ขับออกจากท่าเรือมุ่งสู่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่

ขณะที่กำลังจะถึงจุดหมายเขาก็เอาแมลงหายใจใต้น้ำออกมาใส่ เอาเรือยอชต์ใส่ในช่องเก็บของและปล่อยตัวให้ร่วงลงไปในทะเล

ทะเลลึกที่มีแรงอัดสูงไม่ได้เป็นปัญหาอะไรกับถังเจิ้นเลย เขาเคลื่อนไหวในบริเวณก้นทะเลตรงไปยังเกาะร้างดังกล่าวอย่างรวดเร็วราวกับผีพุ่งใต้

เมื่อเข้าใกล้ชายหาดถังเจิ้นเปิดใช้งาน [ม่านแสงควอนตัมเร้นกาย] แล้วขึ้นสู่เกาะร้างอย่างช้า ๆ

ต่อมาก็ใช้แอปฯสแกนทั่วทั้งเกาะ แน่นอนว่าเขาพบกล้องวงจรปิดหลายร้อยตัวติดตั้งอยู่ในจุดที่เหมือนจะเป็นมุมอับ

เขาได้ใช้ [ระเบิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า] ทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดก่อนจะลงมือต่อ

เมื่อมองผ่านมุมมองแผนที่ถังเจิ้นก็เห็นเห็นตู้คอนเทนเนอร์จำนวนมากวางซ้อน ๆ กันอยู่ที่ใจกลางเกาะ เดาว่าคงเป็นของที่เขาสั่งให้พวกนั้นเตรียมไว้ให้

มีชายฉกรรจ์เกือบร้อยคนในใส่ชุดพร้อมรบสีดำพร้อมอาวุธครบมือยืนล้อมรอบเสบียงเหล่านี้อย่างระแวดระวัง

กับคนธรรมดาพวกนี้ถังเจิ้นไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะใช้เวลาไม่นานก็จัดการได้แล้ว ซึ่งจริง ๆ แล้วพวกนี้แค่ฉากหน้าเท่านั้น ไอ้ที่ซ่อนอยู่ก็ยังมีอีก

เขาเปิดแอปฯ [เครื่องกำเนิดคลื่นอินฟราซาวด์ชนิดปรับได้] ขึ้นมา ปีศาจล่องหนที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นก็ยิงไปยังพวกคนคุ้มกัน

ใช้เวลาไม่นานนักพวกมันก็ตกลงสู่ความโกลาหล

เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วทั้งเกาะร้าง ทุกคนต่างล้มลงไปกองกับพื้น ชักกระตุกอยู่สองสามทีก่อนจะแน่นิ่งไป

เมื่อทุกอย่างจบถังเจิ้นก็ปิดแอปฯแล้วค่อย ๆ เดินตรงไปยังใจกลางเกาะ

พอไปถึงก็เปิดตู้คอนเทนเนอร์เพื่อเช็กของอย่างละเอียด ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นของที่เขาต้องการจริง ๆ และเขาก็รับไว้โดยไม่มีความเกรงใจใด ๆ

การที่อีกฝ่ายยอมทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะว่าสถาบัน spt ต้องการที่จะยอมจำนนกับถังเจิ้นจริง ๆ แต่แค่จะใช้ของเหล่านี้เป็นเหยื่อล่อให้ถังเจิ้นติดกับและแน่ใจว่าเขาจะไม่หลุกรอดไปได้ก็เท่านั้น

พวกมันไม่ได้รู้หรอกว่าถังเจิ้นจะคอยตรวจเช็กกระบวนการขนส่งสิ่งของเหล่านี้หรือไม่ แต่เพื่อความชัวร์พวกมันเลยไม่ได้เล่นอุบายใด ๆ ระหว่างขนส่ง เพราะหากถังเจิ้นพบพิรุธล่ะก็เท่ากับจบเห่กันแล้ว ไม่ต้องฝันว่าจะจัดการอะไรกับเขาอีก

หลังจากตรวจสอบคอนเทนเนอร์ทั้งหมดแล้วเขาก็ใช้แอปฯ [โฮโลแกรม] เพื่อสร้างม่านแสงฉายภาพคอนเทนเนอร์ทับกับของจริง

ซึ่งแปลว่าจากนี้ไปแม้ถังเจิ้นจะย้ายคอนเทนเนอร์ทุกตู้ไปยังโลกโหลวเฉิงแล้ว แต่ที่นี่ก็จะไม่พบความผิดปกติใด ๆ

1 ตู้ 2 ตู้ 3 ตู้...

เสียเวลาไปประมาณครึ่งชั่วโมงในที่สุดเขาก็เอาตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดไปยังโลกโหลวเฉิงเสร็จ

จากนั้นก็ปิด [โฮโลแกรม] และ [ม่านแสงควอนตั้มเร้นกาย] แล้วหันไปมองรอบตัวด้วยใบหน้าประชดประชัน

“ไสหัวออกมาซะ! ดูอยู่เฉย ๆ ตั้งครึ่งชั่วโมงไม่เบื่อบ้างเอ่อ?”

เสียงตะคอกของถังเจิ้นดังก้องไปทั่วเกาะร้าง แต่ก็ยังไม่มีใครโผล่ออกมา มีเพียงเสียงสะท้อนเท่านั้นที่ก้องอยู่ในหู

“ถ้าไม่ออกมากูจะไปละนา งั้นก็ฝากขอบคุณไอ้พวกเอสพีทีด้วยละกานนนนน!

ของที่พวกมันให้มาถือเป็นค่าทำขวัญที่บังอาจมาหาเรื่องเมื่อครั้งก่อน ส่วนเครื่องมือทดลองนั่นก็รอวันไหนกูอารมณ์ดีค่อยเอามาคืน!”

พูดจบเขาก็ค่อย ๆ เดินไปที่ชายฝั่งด้วยสีหน้าเบิกบาน

ขณะที่เดินไปยังชายหาดก็ยังไม่มีใครโผล่มาอีกราวกับบนเกาะนี้มีเขาแค่คนเดียวจริง ๆ ซะงั้นแหละ

แต่เมื่อถังเจิ้นเดินผ่านก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งจู่ ๆ แสงเย็นวาบก็ปรากฏขึ้นแทงเข้าข้างหลังเขาอย่างเร็ว

“แหม่~ ให้รอตั้งนานกว่าจะยอมโผล่มา!”

ถังเจิ้นชักดาบเวทมนตร์ออกมาฟาดใส่แสงเย็นวาบนั่นอย่างแรง

จบบทที่ บทที่ 265: การลอบสังหารบนเกาะร้าง!

คัดลอกลิงก์แล้ว