เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 251: จุดเริ่มต้นของการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่!

บทที่ 251: จุดเริ่มต้นของการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่!

บทที่ 251: จุดเริ่มต้นของการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่!


หลังจากยิงปลาอ้วนหายากไปได้หลายตัวถังเจิ้นก็ยื่นธนูให้ชายรูปร่างบึกบึนข้าง ๆ

หมอนี่เป็นหนึ่งในผู้พเนจรที่ถังเจินเคยช่วยเหลือจากรังของพวกโจรแมลงในครั้งก่อน และตอนนี้ด้วยความสามารถของเจ้าตัวได้ทำให้ไต่เต้าขึ้นมารับตำแหน่งสำคัญในกองทัพของเมืองเชิ่งหลงได้แล้ว

ถังเจิ้นเดินเหยียบก้อนกรวดเม็ดละเอียดตรงไปยิบเนื้อย่างที่เสียบไม้ที่โม่รึ่นย่างอยู่ขึ้นมาลองชิม

“ฝีมือดีหนิ!”

ถังเจิ้นยื่นนิ้วโป้งให้โม่รึ่น

โม่รึ่นยิ้มรับพลางจิบชาและพูดกับถังเจิ้นว่า “ไม่กล้ารับหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็เพราะมีวัตถุดิบครบน่ะ”

ถังเจิ้นหยิบอีกไม้ขึ้นมาแต่ยังไม่ได้กิน เขาพูดกับโม่รึ่นก่อนว่า “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเด็กทุกคนที่ตรงตามมาตรฐานจะเริ่มเข้ารับการฝึกสอนกับคุณ ขอบคุณที่เหนี่อยล่วงหน้านะ!”

เมื่อได้ยินแบบนั้นโมรึ่นก็นั่นตัวตรง ๆ และบอกกับถังเจิ้นว่า “เป็นงานของผมอยู่แล้ว ท่านเจ้าเมืองไม่ต้องมากมารยาทก็ได้ครับ!”

ถังเจิ้นส่ายหน้าแล้วมองไปที่เด็ก ๆ ที่เล่นกันอยู่ริมแม่น้ำและพูดเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มว่า “คุณโม่รึ่นมีประสบการณ์มากมายแถมยังสั่งสอนศิษย์มาแล้วก็ไม่น้อย ผมเชื่อว่าคุณต้องเข้าใจถึงความสำคัญของการฝึกฝนนักรบดีกว่าตัวผมเองซะอีก

สถานการณ์ในตอนนี้เมืองเชิ่งหลงเรามีทหารกล้าม้าแกร่งจึงได้ไร้เทียมทานในบริเวณแถบนี้ แต่... ถ้าออกจากบริเวณแถบนี้ล่ะมันจะเป็นยังไง

เมืองเชิ่งหลงไม่เหมือนเมืองเฮยเหยี่ยน เราจะไม่จมปลักอยู่กับมุมอับนี้ต่อไปแน่ ๆ และการขยายกองกำลังก็เป็นวิธีที่ต้องใช้มากที่สุด!

ผมกล้ายืนยันด้วยซ้ำว่าเมื่อโหลวเฉิงพัฒนาถึงระดับหนึ่งแม้ฝ่ายทหารที่ตอนนี้มีคนธรรมดาเป็นตัวหลักจะถูกแทนที่ด้วยนักรบทั้งหมด คนธรรมดาทั้งหลายจะค่อย ๆ หายไป!”

หลังจากพูดถึงตรงนี้ถังเจิ้นก็หันมองโม่รึ่นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมาก “คุณอาจจะไม่เข้าใจว่าหน้าที่ของคุณสำคัญขนาดไหน

แต่ผมจะบอกให้ฟังล่วงหน้าเลยว่าอย่างเร็วหนึ่งปีอย่างช้าสามปี หรืออาจจะสั้นกว่านั้นเมืองเชิ่งหลงเราจะมีพลเมืองใหม่จำนวนมากเข้ามา

หลังจากที่ชาวเมืองพวกนั้นมาถึงจะมีมากมายที่ได้กลายเป็นลูกศิษย์คุณและเข้ารับการฝึกทักษะขั้นพื้นฐานที่นักรบพึงมี!

ดังนั้นคุณหน้าที่ของคุณสำคัญอย่างใหญ่หลวงและต้องเตรียมตัวรับมือให้ดีตั้งแต่เนิ่น ๆ”

โม่รึ่นฟังอย่างตั้งใจและถามอย่างเป็นหันเองว่า “แล้วพลเมืองที่ท่านว่ามีเท่าไหร่ล่ะคร้าบ หมื่นคน? หรือมากกว่า?”

ถังเจิ้นส่ายหัวด้วยรอยยิ้มและชูนิ้วชี้ขึ้นมา

สีหน้าของโม่รึ่นเปลี่ยนเป็นจริงจังก่อนจะโค้งคำนับให้ถังเจิ้นเล็กน้อยก่อนจะถามว่า “ช่วยบอกจำนวนที่แน่นอนมาเถอะครับ ผมจะได้เตรียมตัวถูก!”

ถังเจิ้นลังเลอยู่ครู่หนึ่งและให้ตัวเลขที่กะ ๆ ไว้ “หนึ่งล้าน!”

โม่รึ่นถึงกับขนลุกซู่กับตัวเลขที่ได้ยิน ถ้าคนที่พูดประโยคนี้ออกมาไม่ใช่ถังเจิ้นล่ะก็เขาย่อมคิดว่าอีกฝ่ายกำลังพูดเรื่องโง่มโนเรื่องควายให้ฟังอยู่อย่างแน่นอน!

นักรบ 1 ล้านคน มันจะมากมายบ้าบออะไรขนาดนั้น!

ยังไม่ได้พูดถึงจำนวนทรัพยากรที่จะใช้ฝึกอมรมคนเหล่านั้นเลยนะ ต้องคัดเลือกนักเรียนที่มีความสามารถระดับนักรบ 1 ล้านคนจากเผ่าพันธุ์มนุษย์หลายร้อยล้านคน!

แปลว่าอัตราส่วนคร่าว ๆ คือ 1%

แต่เมื่อมองไปรอบ ๆ ตัวโมรึ่นก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าที่ไหนน้อมันจะมีมนุษย์มากมายถึงหลายร้อยล้านให้เลือกสรร เท่าที่ตนเองเคยเห็นที่ที่มีมนุษย์อยู่มากที่สุดก็แค่ประมาณ 100,000 คนเท่านั้น

แม้แต่โหลวเฉิงเผ่ามนุษย์ที่สืบทอดกันมานับพัน ๆ ปีก็มีพลเมืองอยู่แค่หลัก 10 ล้านเท่านั้นเอง ส่วนจำนวนนักรบก็อยู่ที่ประมาณ 100,000!

นักรบล้านคนที่ท่านเจ้าเมืองว่านั่นมันมาจากไหนกัน?

โม่รึ่นยังคงงงงวย แต่ก็น่าเสียดายที่ถังเจิ้นไม่ได้บอกข้อมูลเพิ่มเติมบอกแค่ว่าให้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้

หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็มารวมตัวกัน บาร์บีคิวแสนอร่อยพร้อมกับเครื่องดื่มทุกชนิดถูกจัดวางไว้บนโต๊ะอาหาร

ด้วยไวน์ชั้นดีและอาหารในมือ ทุกคนต่างคึกคักชนแก้วกันไม่หยุด

ถังเจิ้นถือแก้วเหล้ากับปลาย่างแสนอร่อยไว้ในมือ ลิ้มรสชาติและกลิ่นหอมของอาหารด้วยใบหน้าที่เพลิดเพลิน

ไทสันหลังจากดื่มกับเฉียนหลงแล้วก็เข้ามาหาด้วยใบหน้าแดงก่ำ ดูจากสภาพแล้วคงดื่มแข่งกับเฉียนหลงอีกแล้วล่ะสิ

ซึ่งผลคือเรื่องนี้เฉียนหลงไม่เคยชนะ

ทั้งสองหยิบปลาย่างเสียบไม้ขึ้นมาแล้วนั่งคู่กันบนเก้าอี้ริมน้ำ ไทสันได้บอกกับถังเจิ้นขณะที่กินไปด้วยว่า “เรียนท่านเจ้าเมือง กองทหารเราพร้อมแล้ว พรุ่งนี้เราจะเริ่มออกปฏิบัติการกันเลย!”

ขณะที่พูดไทสันกลับจริงจังมากไม่มีวี่แววของความเมาเหล้าเหลืออยู่เลย

ถังเจิ้นจิบเหล้าโดยไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ก่อนจะหันไปพูดกับไทสันว่า “จำสิ่งที่ฉันพูดไว้ให้ดี เมืองเชิ่งหลงเราไม่ต้องการพลเมืองที่มีสองจิตสองใจ ตั้งไว้เป็นมาตรฐานไปเลย!”

ไทสันพยักหน้าตอบโดยในแววตาแฝงความเย็นชาอย่างสุดขีด

ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของจำนวนประชากรของเมืองเชิ่งหลงความยากลำบากในการจัดการก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นพวกที่คิดต่างจะต้องถูกกำจัดทิ้งโดยเร็วที่สุด

เขื่อนยาวพันไมล์ถูกทำลายโดยรังมด เมื่อต้องเผชิญกับเรื่องสำคัญถึงขั้นเป็นตายเช่นนี้จะต้องเป็นคนโหดเหี้ยมเท่านั้น ไม่มีที่ให้ประณีประนอม

หลังจากได้รับโหลวเฉิงทั้ง 4 มาแล้วถังเจิ้นจะใช้เวลาอีกซักพักในการย่อยทรัพยากร และจะอาศัยจังหวะนี้เลื่อนระดับเมืองเชิ่งหลงขึ้นเป็นเลเวล 3!

และเมื่อถึงตอนนั้นเขาก็จะสามารถแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเมืองเชิ่งหลงให้ทุกเผ่าในแดนทุรกันดารได้เป็นที่ประจักษ์!

****************

ในเช้าตรู่ของวันถัดไป รถศึกสไตล์แดนร้างนับสิบคันได้มาจอดเรียงรายกันในจัตุรัสเชิ่งหลง

ผู้รอดชีวิตจากเมืองเฮยเหยี่ยนที่เดินผ่านไปมาก็ชี้แล้วชี้อีก ส่วนพวกเชลยที่เห็นต่างก็มีสีหน้าซับซ้อนเพราะรู้ดีถึงความหมายที่รถศึกพวกนี้วิ่งออกจากถ้ำ

นี่คือเครื่องจักรสงคราม เมื่อมันปรากฏขึ้นก็หมายความว่าดาบแห่งเมืองเชิ่งหลงได้ถูกชักออกจากฝักอีกครั้ง

ไม่ต้องคิดมันก็รู้เองได้เลยว่าเมืองเชิ่งหลงจะส่งทหารออกไปรับทรัพย์สมบัติและเสบียงจากโหลวเฉิงที่พ่ายแพ้

‘หวังว่าพวกนั้นจะเมตตารับชาวเมืองโหลวเฉิงของเราไว้นะ ครอบครัวเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้าซักที!’

นักโทษหลายคนแอบสวดอ้อนวอนอยู่ในใจ เพราะยังไงก็ตามสิ่งที่คนเหล่านี้กังวลมีเพียงอย่างเดียวก็คือครอบครัวของตน

เสียงการออกคำสั่งยังคงดังต่อไปเรื่อย ๆ โดยนอกจากกองทหารเชิ่งหลงเดิมแล้วยังมีกองทัพที่สองที่จัดพึ่งจะตั้งขึ้นใหม่ก็พึ่งเสร็จสิ้นการประชุมเช่นกัน

โดยกองทัพที่สองจะทำหน้าที่เป็นกำลังเสริมคอยช่วยกำลังหลักออกปฏิบัติการร่วมกัน

เมื่อไทสันออกคำสั่งขบวนรถก็ค่อย ๆ ขับออกจากเมืองเชิ่งหลงมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางของเมืองจู้กู๋ (กระดูกยักษ์) และเมืองไป่ฮวากู่ (หุบเขาผกาขาว)

ส่วนโหลวเฉิงอีก 2 แห่งนั้นต้องดูสถานการณ์ก่อนว่าเส้นทางจะโดนแม่น้ำขวางไว้หรือไม่

ถังเจิ้นมองดูขบวนรถเชิ่งหลงพุ่งออกไปผ่านผ่านมุมมองแผนที่ จากนั้นก็หันสายตาออกจากแผนที่ตรงหน้า

ปฏิบัติการของไทสันจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน ซึ่งในช่วงเวลานี้เขาสามารถติดต่อมายังเมืองเชิ่งหลงเพื่อขอรับการสนับทางอากาศจากเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธได้ตลอดเวลา

ตามความเร็วของเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธจะใช้เวลาไปถึงเป้าหมายไม่ถึง 1 หนึ่งชั่วโมง

ด้วยวิธีนี้ถังเจิ้นสามารถรับประกันได้ว่าจะสามารถเข้าปกครองพื้นที่ในระยะ 100 กิโลเมตรได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่เหลือที่ว่างให้พวกมอนสเตอร์หรือโจร!

นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ถังเจิ้นต้องทำ ต้องจัดการเคลียร์พื้นที่ภายในระยะ 100 กิโลเมตรให้เป็นดินแดนที่สะอาดปลอดภัย

สาเหตุที่ถังเจิ้นต้องจัดการเคลียร์พื้นที่ที่กว้างใหญ่ขนาดนี้สาเหตุก็เพราะว่าเขาต้องการความปลอดภัยให้แก่กลุ่มพ่อค้าที่จะเข้ามาทำธุรกิจกับซูเปอร์มาร์เก็ตที่เขากำลังจะสร้าง

ตามแผนการคือหลังจากที่อัปเกรดโหลวเฉิงขึ้นเป็นเลเวล 3 แล้วซูเปอร์มาร์เก็ตเชิ่งหลงเองก็จะเปิดทำการอย่างเป็นทางการด้วยเช่นกัน!

จบบทที่ บทที่ 251: จุดเริ่มต้นของการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่!

คัดลอกลิงก์แล้ว