เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 146: กวาดล้าง!

บทที่ 146: กวาดล้าง!

บทที่ 146: กวาดล้าง!


“ท่านเจ้าเมือง ๆ เราไล่ตามพวกมันไปดีมั้ย!”

ไอ้หนูจิมมี่ตอนนี้ตาแดงก่ำอยากออกล่าเต็มแก่ มันโงหัวขึ้นมาถามถังเจิ้นอย่างคาดหวัง

ดูจากตาแดง ๆ ของไอ้หนูนี่แล้วเห็นได้ชัดเลยว่าขอแค่ถังเจิ้นออกคำสั่งมาคำเดียวมันจะเป็นคนแรกที่กระโดดกำแพงลงไปวิ่งไล่ฆ่าไอ้พวกโคโบลด์ที่แตกกระเจิงพวกนั้นอย่างแน่นอน

“ไอ้เปี๊ยกนี่เลิกบ้าได้แล้ว!”

ไทสันเบิ๊ดกะโหลกจิมมี่แล้วหันไปมองถังเจิ้นรอคำสั่ง

ถังเจิ้นรู้ความจริงที่ว่าอย่าได้ไปแหยมกับพวกหมาจนตรอก จำนวนทหารเชิ่งหลงนั้นมีจำกัด เห็นได้ชัดว่าไม่คุ้มที่จะเอาไปไล่ล่าพวกโคโบลด์ที่แตกกระเจิงในที่กว้างโคตร ๆ อย่างที่ราบลูกรัง ดังนั้นตอนแรกเขาที่เห็นสถานการณ์ไม่เหมือนที่คิดก็กะว่าจะปล่อยพวกมันไปอยู่หรอก

แต่พอได้เห็นท่าทางกระเหี้ยนกระหือรืออยากฆ่าตัวอะไรซักอย่างของพวกไทสันแล้ว... จิตวิญญาณนักสู้ของตนก็ระงับความมีเหตุผลได้สำเร็จ เขาโบกมือแล้วสั่งว่า “ออกรถ จำไว้ด้วยว่าอย่าตามพวกมันไปไกลเกินไป ถ้าสถานการณ์ผิดปกติให้รีบถอยทันที!”

“ทราบ!”

ไทสันคำรามและก็มีคนไปเคลื่อนย้ายกระสอบทรายที่กั้นประตูเมืองข้างล่างไว้ทันที ส่วนไอ้พวกที่อยากเป็นฆาตกรเต็มแก่ก็ไปขึ้นรถออฟโรดที่อยู่ใต้กำแพงเมืองอย่างตื่นเต้น

รถคันนี้ติดตั้งปืนกลหนักและกระสุนเพียงพอ แต่บรรทุกคนได้น้อยเกินไป!

ดังนั้นพวกคนอื่น ๆ จึงไปเอายานพาหนะทุกชนิดที่สามารถวิ่งได้มาจนจอดระเกะระกะอยู่ใต้กำแพงเมือง ทั้งหมดนี้ได้บรรทุกนักรบเชิ่งหลงที่กระตือรือร้นอยากลงไม้ลงมือให้สาแก่ใจ

เมื่อเห็นว่าความเร็วในการขนย้ายกระสอบทรายช้าเกินไปไทสันก็กระโดดรีบขึ้นอย่างกระวนกระวายไปมองถังเจิ้นด้วยสายตาอ้อนวอนประจบประแจง ความหมายที่แสดงผ่านสายตานั้นก็สุดแสนจะชัดเจนเลยคือขอให้ท่านเจ้าเมืองช่วยทำให้ไอ้กระสอบทรายพวกนี้มันหาย ๆ ไปซักทีเถอะ!

ถังเจิ้นเห็นแบบนี้ก็ส่ายหน้า เดิมเขาอยากให้ไอ้พวกโคโบลด์มันมีโอกาสได้วิ่งหนีไปไกลอีกซักหน่อย ให้พวกไทสันไล่ฆ่าได้แค่พอหอมปากหอมคอ แต่ก็ไม่นึกเลยว่าพวกนี้จะเป็นวัยรุ่นใจร้อน!

‘ช่างแม่งละกัน อยากทำไรทำไป ยังไงการปล่อยไอ้พวกโคโบลด์ก็ไม่ต่างจากทิ้งตัวหายนะเอาไว้ เราเองก็ฆ่าพวกแม่งให้หมดแต่เนิ่น ๆ อยู่และ!’

คิดได้แบบนี้ถังเจิ้นก็กระโดดลงจากกำแพงเมืองก่อนจะโบกมือใส่ประตุและกระสอบทรายที่วางกองขวางประตูไว้เหมือนกับภูเขาลูกหนึ่งก็ได้หายวับไป จากนั้นถังเจิ้นก็ปล่อยกลับมาไว้ด้านข้าง

“สวดยวดเลยค้าบท่านเจ้าเมืองงงงงงง!”

ไทสันชื่นชมแบบขอไปทีแล้วกระโดดขึ้นรถพร้อมตะโกนว่า “ฆ่ามานนนนนนนน!”

ทันทีที่พูดจบนักรบที่ขับรถออฟโรดคันนั้นก็เหยียบคันเร่งจมมิดพุ่งออกไปเลย

ส่วนเฉียนหลงนั้นไม่ได้ใจร้อนอย่างไทสัน เขานั่งเงียบๆ ในรถกับสมาชิกทีมนักรบ แต่ใครจะเชื่อล่ะว่าทันทีที่ประตูเมืองเคลียร์แล้วไอ้หมอนี่แหละที่เป็นคนแรกที่พุ่งออกจากเมืองจนฝุ่นตลบ!

ตามมาด้วยรถออฟโรด รถแทรกเตอร์ มอเตอร์ไซค์ และแม้แต่รถสามล้อไฟฟ้า 2 – 3 คันซึ่งบรรทุกทหารเชิ่งหลงจนแทบล้น ถังเจิ้นเห็นภาพแบบนี้แล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไงดีเหมือนกัน

หลังจากมองดูกลุ่มนักรบเชิ่งหลงที่เต็มไปด้วยไอสังหารวิ่งออกไปแล้วถังเจิ้นก็โบกมือเรียกพวกผู้บริหารทั้งหลายมาหา

ไม่ได้มีเรื่องอะไรหรอก จะใช้ให้พาคนมาเคลียร์ซากโคโบลด์ที่อยู่ใต้กำแพงเมืองนั่นแหละ ถ้าปล่อยไว้เดี๋ยวจะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่ก่อโรคระบาดซะเปล่า ๆ รวมถึงดึงดูดพวกมอนสเตอร์อื่น ๆ ที่หิวโหยให้เข้ามาก่อหวอดด้วย

เมื่อกองทัพโคโบลด์ได้แตกกระเจิงไปหมดแล้ว และประตูเมืองก็เปิดแล้ว ดังนั้นบรรดาชาวเมืองเชิ่งหลงจึงสามารถระดมสรรพกำลังมาเคลื่อนย้ายศพของพวกมันไปกองไว้ใต้ต้นมารดรได้อย่างสะดวก

หลังจากสั่งการอะไรต่อมิอะไรแก่ทหารเชิ่งหลงที่ตีหน้าเศร้าเพราะต้องอยู่เฝ้าเมืองแล้วถังเจิ้นก็ได้รีบตรงไปยังจุดที่พวกไทสันมุ่งหน้าไปด้วยความเร็วสูงปานสายฟ้าแลบ

บนที่ราบลูกรัง พวกทหารโคโบลด์ไม่รู้จำนวนต่างทิ้งหมวกทิ้งเกราะวิ่งหอบลิ้นห้อยกันหน้าตั้ง

สารรูปของพวกมันตอนนี้น่าสมเพชเกินจะบรรยาย ห่างไกลจากความผยองคึกคะนองตอนขามาลิบลับ การนองเลือดหน้ากำแพงเมืองนั่นได้ระเบิดพวกมันกระเด็นตกจากเมฆบนฟ้าลงสู่ก้นบึ้งของขุมนรก พวกมันประสบพบเจอกับความสูญเสียครั้งใหญ่!

แต่เดิมกองทัพที่มานี้มีทหารอยู่ 5,000 นาย แต่ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ 3,000 นายเท่านั้น แต่ละตัวต่างบาดเจ็บและเหนื่อยล้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง และมีบางตัวล้มลงกับพื้นไปโดยไม่ลุกขึ้นมาอีกเลย

ผู้บัญชาการโคโบลด์ที่กำลังขี่หมายักษ์หน้าตาดุร้ายตอนนี้ชุดเกราะของมันพังยับเยิน องครักษ์ส่วนตัวของมันก็ไม่พูดอะไรซักคำ

กลับบ้านพร้อมกับความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในครั้งนี้นอกจากถูกลงโทษแล้วยังต้องถูกเยาะเย้ยอีก ใครมันจะไปมีความสุขไหวเมื่อรู้ว่าตนเองนอกจากต้องเสียเลือดแล้วยังต้องมาขายขี้หน้าอีก

“รวมตัวกันไว้! ใครที่บาดเจ็บสาหัสก็ทิ้งไว้นี่แหละ!”

ความผันผวนของชีวิตทำให้ใบหน้าของผู้บัญชาการโคโบลด์ดูแก่ลงไปมาก

ทันทีที่มันพูดจบมันก็เห็นนักรบโคโบลด์ไม่น้อยแสดงอาการตื่นตระหนก และในขณะเดียวกันนั้นเองก็มีเสียงคำรามแผ่วเบาในหูของมัน

ผู้บัญชาการโคโบลด์ที่กำลังเหนื่อยล้าหันมองไปทางต้นเสียงแล้วแหกปากทันที “อย่าวุ่นวายไม่งั้นฆ่าทิ้งไม่สอบสวน!”

แต่เมื่อเห็นที่มาของเสียงอย่างชัดเจนมันก็แทบจะตาถลน และในขณะเดียวกันเรี่ยวแรงในร่างกายก็ดูเหมือนจะหมดสิ้นลง และแขนที่ถือดาบตกลงอย่างอ่อนแรง ปากก็พึมพำกับตัวเอง “ไอ้พวกมนุษย์โรคจิตนี่มันคิดจะฆ่าพวกเราไม่ให้เหลืองั้นเรอะ!”

เสียงคำรามดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ตามด้วยฝุ่นที่ตลบเต็มท้องฟ้า เหล่าทหารโคโบลด์สามารถเห็นถึงเจตนาอยากเป็นฆาตกรของไอ้พวกมนุษย์ที่ขี่อะไรก็ไม่รู้เข้ามาพวกนั้นได้อย่างชัดเจนจนไม่รู้ว่าจะชัดยังไงอีกแล้ว

สีหน้าแบบนั้นมันควรอยู่บนหน้าพวกกูโคโบลด์ไม่ใช่เหรอวะ! แล้วตอนนี้มันไปอยู่บนหน้าของไอ้พวกมนุษย์สวะโคตรกระจอกได้ยังไงกัน! โลกนี้มันพลิกกลับหัวกลับหางไปแล้วเอ่อ!

ความกลัวที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันจากอานุภาพของปืนกลายเป็นเงาตามตัวที่ไม่มีวันลบออกจากใจพวกมันไปแล้ว ยามที่ฉากพรรคพวกถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ โดยไม่ทันได้ออกมือออกเท้าอะไรเลยทำให้มีหลายตัวร้องเอ๋ง ๆ คร่ำครวญออกมา แข้งขาอ่อนแรงลงไปนั่งกองร้องไห้อยู่ที่พื้น

ส่วนตัวผู้บัญชาการเหมือนจะคืนสติกลับมาได้ก็แหกปากตะคอกใส่พวกที่ยอมแพ้ไปแล้วว่า “โคโบลด์อย่างพวกเรายอมตายไม่ยอมจำนน! พวกเราไม่เคยตายในท่าคุกเข่า! แล้ววันนี้ก็ดูท่าพวกเราจะกลับไปไม่ได้แล้วด้วย! เพราะงั้นก็สู้กับพวกมันจนตายนั่นแหละ! แสดงให้ไอ้พวกมนุษย์ชาติชั่วมันได้เห็นถึงความกล้าหาญกระดูกแข็งของเผ่าโคโบลด์เรา!”

มันควงดาบพุ่งเข้าใส่ขบวนรถของเมืองเชิ่งหลงตั้งแต่ก่อนที่มันจะพูดจบซะอีก

เหล่าโคโบลด์ที่แต่เดิมหดหู่ใจฟื้นคืนขวัญกำลังใจทันทีเมื่อเห็นสิ่งนี้ พวกมันแยกเขี้ยวยิงฟันตาแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอยในตาที่แตกยับ บางตัวหยิบก้อนหินที่พื้นขึ้นมาปา บางตัวไปฉีกศพของพวกที่ตายแล้วออกแล้วเอาแขนของศพขึ้นมาเป็นอาวุธด้วยใบหน้าที่มุ่งมั่น!

ประกอบกับเสียงปืนดังขึ้นพร้อมกระสุนห่าใหญ่ที่พุ่งเข้ามาใส่อย่างต่อเนื่องราวกับเปิดน้ำฝักบัว และเมื่อได้ปะทะเข้ากับตัวของพวกมันก็ทำให้เลือดโชกกันในทันที ทว่าถึงขนาดนั้นแล้วก็ยังหยุดการบุกของพวกมันไม่ได้ พวกมันยังคงมุ่งหน้าเข้าใส่จนกว่าร่างกายจะล้ม จนกว่าตาจะปิด

เส้นทางที่พวกมันพุ่งผ่านนั้นเกลื่อนไปด้วยซากศพ ชโลมไปด้วยเลือด แม้ช่วงล่างจะโดนยิงแตกไปแล้ว แต่หากยังไม่ตายก็ยังคงพยายามลากร่างให้เคลื่อนไปข้างหน้าต่อ พวกตัวที่ยังวิ่งได้ก็เหยียบย่ำศพของพวกพ้องมุ่งหน้าต่อไปแล้วก็ล้มลงบนร่างของเพื่อนมันนั่นแหละ

ไอ้เจ้าตัวผู้บัญชาการที่วิ่งนำหน้ามาโดนกระสุนปืนกลยิงถล่มจนเป็นรังผึ้ง แต่จนวินาทีสุดท้ายมันก็ยังสู้ไม่มีถอย!

เมื่อเสียงปืนหยุดลงก็ไม่เหลือเสียงหรือสำเนียงใด ๆ เหลืออยู่ในสนามรบแล้วนอกจากเสียงของพวกโคโบลด์ที่ค่อย ๆ หมดลมหายใจกันไปเป็นระยะ ๆ และไม่มีเสียงใด ๆ ในสนามรบ มีเพียงเสียงของโคโบลด์ที่ตายเป็นระยะ ๆ ไม่มีทหารเชิ่งหลงคนใดพูดอะไรออกมา ทุกคนต่างมองยังที่ราบลูกรังที่เต็มไปด้วยซากศพเกลื่อนกลาดเงียบ ๆ ราวกับว่ากำลังไว้ทุกข์ให้พวกโคโบลด์เหล่านี้

แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นโคโบลด์ก็ตาม แม้เผ่าพันธุ์มนุษย์กับต่างเผ่าจะเข้ากันไม่ได้ก็จริง แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องเคารพคู่ต่อสู้เหล่านี้ที่ถือว่าความตายเป็นบ้าน!

ถังเจิ้นเองก็ยืนดูฉากตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ แต่แอบถอนหายใจในใจ

ถึงโคโบลด์ที่มารุกรานในครั้งนี้จะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้วก็เถอะ แต่ความตั้งใจอันแน่วแน่ของพวกต่างเผ่ามันได้ทำให้เขาตระหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าหากเมืองเชิ่งหลงต้องการผงาดขึ้นมาล่ะก็เส้นทางก็ถูกกำหนดแล้วว่าจะต้องปูด้วยเลือดและซากศพจำนวนมาก!

ถึงกระนั้นถังเจิ้นก็ไม่เคยคิดที่จะถอย!

จบบทที่ บทที่ 146: กวาดล้าง!

คัดลอกลิงก์แล้ว