เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 81: เก็บกวาดศพ

บทที่ 81: เก็บกวาดศพ

บทที่ 81: เก็บกวาดศพ


สนามรบในหุบเขาถูกเคลียร์ในเบื้องต้นแล้ว  ผลสรุปคือมีลูกปัดสมองเลเวล 1 อยู่ 1,830 เม็ด  ลูกปัดสมองเลเวล 2 อยู่ 300 เม็ด  ลูกปัดสมองเลเวล 3 อีก 21 เม็ด

แล้วก็ลูกปัดสมองเลเวล 4 อีก 1 เม็ดด้วย  ส่วนเม็ดจากมอนสเตอร์คอยาวโดนเดธไลท์ขนาดไมโครเป่าจนสลายไปพร้อมกับหัวของมันแล้ว

ในการต่อสู้ครั้งนี้มีมอนสเตอร์ถูกสังหารเกือบ 2,000 ตัว  และมีซากศพเกลื่อนหุบเขา

ต้องบอกว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์จริง ๆ ที่มอนสเตอร์จำนวนมากถูกกำจัดในคราวเดียว  แต่กลับไม่มีชาวเมืองคนใดเสียชีวิต!

ชาวเมืองต่างภาคภูมิใจกันมาก  แต่พวกเขาก็ไม่ได้เหลิงเพราะรู้ว่าหาเหตุหลักที่ทำให้ชนะคือเจ้าเมืองผู้ยิ่งใหญ่ของพวกตน  มันทำให้พวกเขารู้สึกขอบคุณจากก้นบึ้งของหัวใจ

กลับมาที่สนามรบกันต่อ  แม้ว่ามอนสเตอร์จะล่าถอยไปแล้วก็ตาม  แต่ก็ยังมีปัญหามากมายที่พวกมันทิ้งไว้

นั่นคือมันมีซากของมอนสเตอร์เยอะเกินไปทำให้ชาวเมืองเชิ่งหลงไม่มีทางเก็บกวาดได้หมดในเวลาอันสั้น  และหากปล่อยทิ้วไว้มันก็จะเน่าเสียและกลายเป็นแห่งเพาะพันธุ์โรคระบาด  นี่คือปัญหาใหญ่ที่ต้องรีบแก่ก่อนเลย

ที่สำคัญคือกลิ่นเลือดที่เหม็นมาก ๆ นี่มันอาจดึงดูดให้ตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวอย่างพวกไซคลอปส์เข้ามาหาได้  ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็เมืองเชิ่งหลงอาจต้องเผชิญกับการทำลายล้างครั้งใหญ่

ชาวเมืองต่างเป็นกังวลเรื่องนี้  และพอรายงานให้ถังเจิ้นรู้ก็ทำเอาเขากังวลไปด้วย

ซากมอนสเตอร์ที่มีเยอะเกินไปและไม่อาจเก็บไว้ได้นานนี่ต้องกำจัดทิ้งโดยเร็วที่สุด  จะมีวิธีไหนบ้างจากทั้งสองโลกที่ทำให้สามารถกำจักซากมอนสเตอร์โดยไม่ปล่อยให้มันเน่าเสีย?

ถังเจิ้นเกาหัวแกรก ๆ พลางครุ่นคิดอย่างหนัก  และทันใดนั้นเองก็ปิ๊งไอเดียหนึ่งซึ่งทำให้รู้สึกปานพบเจอแสงเทียนนำทางยามมืดมิดและยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้

จะเกรงก็แต่ว่าถ้าจะใช้วิธีนี้คงต้องกลืนกินลูกปัดสมองกองโตอีกซักรอบ

แต่ก็ช่างหัวมันไปก่อน  ยังไงลูกปัดสมองที่ว่ามาก็ได้ฟรีทั้งนั้น  ใช้หมดก็แค่หาใหม่!  ว่าแล้วก็ไม่รอช้าสั่งให้สมาร์ตโฟนกลายพันธุ์ดูดกลืนลูกปัดสมองซะ

จำนวนลูกปัดสมองในช่องเก็บของก็ลดฮวบเอา ๆ เหรียญทองในแอปสโตร์ก็เพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านอีกรอบ  และในช่องเก็บของตอนนี้เหลือลูกปัดสมองแค่กล่องเดียวแล้ว

ถังเจิ้นใช้หนึ่งล้านเหรียญทองเพื่ออัปเกรดพื้นที่ช่องเก็บของระดับ 2

[พื้นที่เก็บข้อมูลระดับ 2 ขนาด 20 ลูกบาศก์เมตร  รูปร่างของพื้นที่ภายในสามารถปรับเปลี่ยนได้  ค่าดาวน์โหลด 1,000,000 เหรียญทอง]

เมื่อรู้สึกถึงพื้นที่จัดเก็บที่ขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้งถังเจิ้นรู้สึกว่าเหรียญทอง 1 ล้านเหรียญถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่า  ช่องเก็บของนี่สามารถช่วยเขาแก้ปัญหาการจัดการซากศพมอนสเตอร์ตรงหน้าได้

เขาเรียกเฉียนหลงกับพวกไทสันให้เอาชาวเมืองเกือบ 200 คนมาที่ภูเขาซากศพมอนสเตอร์

เนื่องจากมีเลือดปริมาณมากไหลออกมาจากซากศพทำให้บ้างก็เจิ่งนองเป็นแอ่ง  บ้างก็ซึมลงดินจนดินกลายเป็นโคลนสีแดง ๆ ถังเจิ้นเดินเหยียบไปตามพื้นโคลนแล้วสั่งฝูงชนว่า “เลาะเนื้อกับกระดูกออกให้หมดแล้วเอามากองตรงนิ  พยายามเอาตัวที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้  ส่วนที่เหลือทิ้ง ๆ ไปซะ!”

หลังจากได้ยินคำสั่งพวกชาวเมืองก็เริ่มดำเนินการในทันที  เนื่องจากไม่ได้ล็อคสเปคว่าต้องเอาเนื้อกับกระดูกส่วนไหนทำให้ทุกคนเหวี่ยงดาบสับใส่ซากมอนสเตอร์จนเลือดกระเซ็น

กลิ่นคาวเลือดเหม็นชวนอ้วกตลบอบอวลไปยันท้องฟ้า

เนื้อกับกระดูกถูกเลาะออกมากองสุมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มกลายเป็นเนินเขา  พอเห็นว่าจำนวนถึงแล้วถังเจิ้นก็สั่งให้หยุดเลาะเนื้อเถือกระดูกทรมานซากศพกันได้แล้ว

สั่งให้ทุกคนกลับไปที่โหลวเฉิงส่วนตัวเองก็เทเลพอร์ตกลับบ้าน  เอารถออฟโรดของตนเข้าช่องเก็บของและพามันไปต่างโลก

ตึ่ง~!

รถปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงลงพื้นเบา ๆ ตรงหน้าถังเจิ้น  ซึ่งนี่อาจเป็นรถคันแรกที่เปิดตัวในต่างโลก  และหลังจากนี้มันจะคำรามพร้อมกลับปล่อยไอเสียใส่อากาศของโลกนี้

ถังเจิ้นหันไปดูซากมอนสเตอร์ที่กระจัดกระจายกันอยู่ก่อนจะโบกมือเก็บพวกมันใส่ชองเก็บของจนเต็ม

เขาเก็บมาได้แค่บางส่วนเท่านั้นเพราะพวกมันมีเยอะเกินไปและพื้นที่ในช่องเก็บของก็มีจำกัด  ทำให้ไม่มีทางใส่ทั้งหมดได้ในทีเดียว

สตาร์ทรถแล้วก็เยียบคันเร่งจนสุดออกจากหุบเขาห่างไป 10 กิโลเมตรก่อนจะปล่อยซากมอนสเตอร์ในช่องเก็บของทิ้งออกมา

หากทิ้งที่นี่จะไม่ส่งผลกระทบต่อหุบเขา

จากนั้นถังเจิ้นก็ขับรถกลับไปที่หุบเขาและทำซ้ำ  กลังจากที่วิ่งไปวิ่งกลับไม่รู้กี่รอบสุดท้ายก็จัดการเก็บกวาดทั้งหุบเขาได้จนหมด

หลังจากที่พักหายใจอยู่พักหนึ่งเขาก็เอาเนื้อกับกระดูกที่ให้คนเลาะออกมาใส่ในช่องเก็บของ  ซึ่งของพวกนี้จะไม่เอาไปโยนทิ้งเพราะมันเป็นของที่มีประโยชน์อย่างมาก!

ชาวเมืองเชิ่งหลงต่างตกตะลึงพรึงเพริด  เพราะเห็นแค่ถังเจิ้นโบกมือซากศพของมอนสเตอร์ตัวใหญ่ ๆ ก็หายไป  จากนั้นท่านเจ้าเมืองก็เข้าไปในบ้านหลังน้อยที่มี 4 ล้อวิ่งได้เหมือนจะวิ่งออกจากหุบเขา

ชาวเมืองต่างพูดคุยกันอย่างสงสัยใคร่รู้ว่าท่านเจ้าเมืองกำจัดศพมอนสเตอร์ตั้งเยอะแยะแบบนั้นได้ยังไง  แล้วไอ้บ้านหลังน้อย 4 ล้อนั่นทำไมมันถึงได้วิ่งเร็วปานนั้น

พอถังเจิ้นกลับมาถึงโหลวเฉิงก็พบว่าชาวเมืองทุกคนต่างมองเขาด้วยสายตาเทิดทูนปานได้เข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้า  แววตาอันสดใสปิ๊ง ๆ พวกนั้นทำเอาเขาขนลุกและอยากจะวิ่งหนี

บริเวณลานหน้าโหลวเฉิงยังมีกองเลือด  กองเศษเส้นขน  และกองเกล็ด  ของเหล่านี้เองก็มาจากซากศพของมอนสเตอร์ด้วย

เมื่อเทียบกับเลือดเนื้อที่ไร้ประโยชน์แล้วสิ่งเหล่านี้เหมือนจะค่ามากกว่า  มันคงเป็นนิสัยเดิมจากสมัยที่เป็นผู้พเนจร  ตอนที่เก็บกวาดซากศพมอนสเตอร์ก็เลยจัดการถลกออกมาอย่างบรรจง

หลังจากที่ถังเจิ้นเห็นแล้วก็บอกให้ไทสันขนมันออกไปอย่าให้มันกลายเป็นผลภาวะทางสายตาจนกระทบกับความอยากอาหาร  ส่วนจะเอาไปทำอะไรก็ไปคิดเอาเอง

พวกผู้หญิงต่างก็กำลังเตรียมอาหารอยู่  เป็นอาหารสำหรับคนกว่า 400 คน  ซึ่งเป็นปริมาณมหาศาลพอที่พวกเธอจะยุ่งจนไปทำอย่างอื่นไม่ได้ไปครึ่งวัน  บางคนก็ซาวข้าว  บางคนก็ล้างผักป่า  หม้อเหล็กขนาดใหญ่วางบนเตาที่ทำขึ้นหยาบ ๆ ข้างใต้เป็นฟืน  น้ำในหม้อกำลังเดือดปุด ๆ

ชายร่างกำยำกลุ่มหนึ่งเดินถือขาหลังหนา ๆ ของมอนสเตอร์มาสองสามตัว  มันคือมอนสเตอร์ที่กินได้ที่เลือกเฟ้นมาจากซากมอนสเตอร์ทั้งหมด  พอตัดเอาหัวกับเครื่องในทิ้งไปแล้วไอ้ที่เหลือเนื้อมากพอจะเอามากินได้ก็มีแค่ขาหลังนี่แหละ

ถังเจิ้นมองขาหลังที่ยังเลอะเลือดพวกนั้นแล้วก็นึกไปถึงเรื่องที่ว่ามันเป็นขาของมอนสเตอร์ที่เคยกินคนเป็นอาหารมาก่อน  แล้วมันก็ถูกคนเอามาทำเป็นอาหาร... ‘โอย~  แม่งเอ๊ย...’

แต่พอเห็นชาวเมืองคุยกันอย่างมีความสุขพร้อมกับเนื้อพวกนั้นแล้ว...  ถังเจิ้นจะไปรบกวนตอนนี้มันก็ไม่ดีล่ะนะ  ดังนั้นเขาเลยได้แต่แอบคิดในใจว่าซักวันจะหาหมูตัวอ้วน ๆ ใหญ่ ๆ มาให้คนพวกนี้ลองกินดูซักหน่อยแล้ว

ส่วนมื้อเย็นวันนี้ถังเจิ้นไม่เหลือความอยากอาหารเลยจริง ๆ!

เมื่อกลับมาที่ห้องเขาก็เอาม้วนกระดาษหนังที่ขโมยมาจากห้องเก็บสมบัติเมืองเฮยเหยี่ยนออกมาศึกษาอย่างจริงจัง  ขณะที่กำลังขมวดคิ้วนิ่วหน้าคิดถึงปัญหาอยู่นั่นเองจู่ ๆ มู่หรงจื่อเหยียนก็เดินเข้ามาแล้วเอาถ้วยวางลงตรงหน้าเขา

“กาแฟเหรอ  ไปเอามาจากไหนอะ”

ถังเจิ้นกลับมามีสติและถามถึงเจ้าสิ่งที่ส่งกลิ่นหอมอันคุ้นเคยนี้

“ไปเจอตอนทำความสะอาดห้อง  พอเช็กดูแล้วว่ายังไม่เสื่อมสภาพก็เลยเอามาให้น่ะค่ะ”

มู่หรงจื่อเหยียนพูดเบา ๆ และนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ ถังเจิ้น

หลังจากกล่าว ‘ขอบคุณ’ ถังเจิ้นก็ยกถ้วยขึ้นมาจิบ  อร่อยดี

หลังจากวางถ้วยลงถังเจิ้นก็ชำเลืองมองมู่หรงจื่อเหยียน  หลังจากมองเธอได้ซักพักเขาก็พูดว่า “ตอนนี้โหลวเฉิงก็สร้างแล้ว  มีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำ  อยากให้เธอไปช่วยพวกเฉียนหลงกับไทสันหน่อยน่ะ  เพราะเธอคือคนที่มีประสบการณ์ด้านนี้มากที่สุด”

มู่หรงจื่อเหยียนพยักหน้า  จากนั้นยืนขึ้น  เดินไปข้างหลังถังเจิ้น  และนวดไหล่ให้เขา

เธอบีบนวดได้ไม่กี่ครั้งถังเจิ้นก็จับมือเธอให้หยุดแล้วบอกเธอด้วยรอยยิ้มว่า “เธอเองก็เหนื่อยมากแล้วกลับไปพักผ่อนเถอะ  ตอนเย็นให้เรียกเฉียนหลงกับไทสันมาประชุมกันให้ด้วย”

มู่หรงจื่อเหยียนพยักหน้าเบา ๆ แล้วหยิบถ้วยกาแฟเดินจากไป

ถังเจิ้นค่อย ๆ ยืนขึ้นแล้วเดินไปที่ระเบียงมองไปยังชาวเมืองที่ยังคงวุ่นวายอยู่ข้างล่างและรับรู้ถึงความรู้สึกหนักอึ้งที่กดทับอยู่บนไหล่  ความรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่เขาตัดสินใจแบกรับเอาไว้

จบบทที่ บทที่ 81: เก็บกวาดศพ

คัดลอกลิงก์แล้ว