เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 74: สร้างโหลวเฉิง!

บทที่ 74: สร้างโหลวเฉิง!

บทที่ 74: สร้างโหลวเฉิง!


เมื่อแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผืนป่าส่องลงมายังหุบเขา  ผู้เพนจรกว่า 400 คนได้มารวมตัวกันที่ลานโล่งหน้าหน้าผา

ใบหน้าแต่ละคนบ่งบอกถึงความเลื่อมใสศรัทธา  ดวงตาที่มืดมนอึน ๆ เปล่งประกายสดใสเป็นครั้งแรกในชีวิต  ร่างกายที่ทำงานมาอย่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ากลับรู้สึกเหมือนมีพลังอันแกร่งกล้าสูบฉีดอยู่ภายใน

มีสิ่งที่เรียกว่า ‘ความหวัง’ ได้ฝังรากลึกอยู่ในใจของพวกเขา

เฉียนหลงที่หน้าบานไม่หุบ  ไทสันที่แววตาแทบจะยิงลำแสงได้  ทั้งหมดต่างมองไปที่ถังเจิ้นที่ยืนอยู่คนเดียวหน้าแท่นหินสี่เหลี่ยมสีดำด้วยดวงตาที่เหมือนมีไฟลุกโชน

ทุกคนกลั้นหายใจเพราะกลัวว่าบรรยากาศที่เคร่งขรึมนี้จะถูกทำลาย

มีเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งถูกต้าสยงอุ้มไว้  จิมมี่ยืนอยู่ข้าง ๆ และเจ้าพวกหัวเผือกหัวมันตัวน้อยทั้งหลายก็ถูกจับไปนั่งรวมกันในมือให้ถืออมยิ้มไว้คนละอันอยู่ที่วงนอกสุด  เรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นเจ้าพวกเด็กน้อยนี่แน่นอนว่าไม่แยแส  เพราะสิ่งที่แยแสตอนนี้มีแค่อมยิ้มในมือเท่านั้น

ถังเจิ้นยืนอยู่หน้าแท่นหินเงียบ ๆ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเขาก็หยิบศิลาเสาเอกสีดำออกมาจากช่องเก็บของ  มันคือรากฐานของเย่โหลวของพวกโนมกระหายเลือด

แม้ว่าเขายังมีศิลาเสาเอกอยู่อีกหลายก้อนที่ยกเค้ามาจากห้องเก็บสมบัติเมืองเฮยเหยี่ยนก็ตาม  ทว่าถังเจิ้นก็ไม่รู้ว่าพวกมันมาจากเย่โหลวประเภทใด  ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยที่สุดเขาจึงเลือกใช้ศิลาเสาเอกที่ตนเองรู้จักในการสร้างโหลวเฉิง

ถังเจิ้นชูศิลาเสาเอกขึ้นเหนือหัว “ถึงเทพเจ้าเบื้องบน!  ในวันนี้ข้าน้อยต้องการสร้างโหลวเฉิง  โปรดจงเมตตากรุณาอำนวยอวยพรให้โหลวเฉิงของข้าน้อยได้มีอายุยืนยาวนับพันปี  พลเมืองชาวโหลวเฉิงสุขกายสบายใจตลอดชั่วกาลนานเทอญ!”

“โปรดจงอวยพรให้โหลวเฉิงแห่งนี้สืบทอดต่อไปอีกนับพัน ๆ ปี  และให้พลเมืองได้มีความสุขสุขภาพแข็งแรงตลอดไปด้วยเทอญ!”

เสียงคำรามดังลั่นจากผู้พเนจรกว่า 400 คนดังขึ้นสอดรับสนั่นสั่นสะเทือนจักรวาลกึกก้องกังวานอยู่ในหุบเขาอยู่นานไม่จางหาย

ถังเจิ้นก้าวเข้าไปและวางศิลาเสาเอกลงบนแท่นหินอย่างเบามือ  ทว่าไม่มีการแตะสัมผัสกัน  ศิลาเสาเอกเหมือนโดนแขวนอยู่ในความไม่มีอะไรเหนือแท่นหินแน่นิ่งมั่นคงและอักขระก็ส่องแสงออกมาเล็กน้อย

ถังเจิ้นได้เอากริชออกมาปาดที่ฝ่ามือตนแล้วยื่นมือที่เป็นแผลไปยังศิลาเสาเอก  จากนั้นก็กำหมัดเพื่อบีบให้เลือดหยดจากบาดแผลลงบนศิลาเสาเอกทีละหยด ๆ

ศิลาเสาเอกที่ได้สัมผัสกับเลือดก็กลายเป็นสภาพเป็นเหมือนกับทับทิมในทันที  อักขระที่ร้อยเรียงเป็นวงแวนเก้าวงได้เปล่งแสงออกมากลางอากาศจากนั้นก็หายไปในไม่กี่วินาที

และในขณะนี้เองจู่ ๆ ถังเจิ้นก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกอะไรบางอย่างขึ้นในใจ  ราวกับว่าความคิดของตนได้เชื่อมโยงเข้ากับศิลาเสาเอกนี้แล้ว

ถังเจิ้นได้เปิดใช้งานและผูกมัดกับศิลาเสาเอกแล้ว  แปลว่าตอนนี้เขาได้มีสถานะเป็นเจ้าเมืองแล้วนั่นเอง  ทว่าเขาก็ไม่ได้หวั่นไหว!

สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือใช้ลูกปัดสมองสังเวย

เขาโบกมือหนึ่งครั้งลูกปัดสมองเลเวล 1 กองโตก็โผล่บนแท่นหิน  อย่างน้อย ๆ น่าจะมีซัก 1,000 เม็ด  แล้วศิลาเสาเอกก็เปล่งแสงวูบวาบออกมา  ลูกปัดสมองเลเวล 1 ทั้งหมดก็หายวับไป

เห็นแบบนี้แล้วถังเจิ้นก็ไม่ลังเลโบมืออีกรอบ  ลูกปัดสมองโผล่มาอีก 1 กองแล้วก็หายวับไป

เขาเอาลูกปัดสมองให้ศิลาเสาเอกดูดซับซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก 10 รอบ!

ผู้พเนจรที่ชมดูอยู่ต่างก็หวาดผวา  เพราะคิดไม่ออกเลยว่าถังเจิ้นเสกลูกปัดสมองออกมาจากความว่างเปล่าได้ยังไง

หลังจากหมดลูกปัดสมองเลเวล 1 ไป 10,000 เม็ดแล้วถังเจิ้นก็รู้สึกถึงความ ‘อิ่ม’ จากศิลาเสาเอกเหมือนมันกลังบอกเขาว่าไม่ต้องสังเวยต่อแล้ว!

ถังเจิ้นแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก  เพราะเขาพึ่งจะใช้ลูกปัดสมองทั้งหมดไป  ไม่นึกเลยว่าการสังเวยมันจะบริโภคลูกปัดสมองมากมายถึงขนาดนี้  โชคยังดีที่เขาไปยกเค้าห้องเก็บสมบัติของเมืองเฮยเหยี่ยนมา  ไม่งั้นคงต้องรออีกนาน

ปรากฏว่าหลังจากเสร็จสิ้นการการสังเวยแล้วศิลาเสาเอกก็ส่งข้อความที่พอเข้าใจได้ว่าถ้าจะอัปเกรดต้องใช้ลูกปัดสมองเลเวล 2 อีก 10,000 เม็ด!

ลูกปัดสมองเลเวล 2 จำนวน 10,000 เม็ดเทียบได้กับลูกปัดสมองเลเวล 1 จำนวน 100,000 เม็ด  ไม่รู้ว่าในช่องเก็บของยังเหลือลูกปัดสมองพอมั้ย

แม้ว่าใจเขาก็อยากจะอัปเกรดโหลวเฉิงเป็นเลเวล 2 เลยก็ตาม  แต่เขาก็ยังไม่กล้าเสี่ยง  ไอ้เรื่องต้องใช้ลูกปัดสมองนั่นก็เรื่องหนึ่ง  แต่ว่าถ้าทำแล้วมันจะเพิ่มจำนวนมอนสเตอร์ที่มาบุกเป็นเท่าตัวด้วยเนี่ยสิท่าจะแย่

อีกทั้งลูกปัดสมองเหล่านี้ยังมีประโยชน์สำหรับเขามากด้วย  ดังนั้นเลยยังไม่อาจซี้ซั้วแตะต้องมันตอนนี้ได้

ถังเจิ้นสลับวางความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง

และภายใต้สายตาคาดหวังของทุก ๆ คนถังเจิ้นก็พูดเบา ๆ ว่า “สร้างเมือง!”

“ตู้ม!

ถังเจิ้นรู้สึกถึงเสียงดังในหัว  จากนั้นแบบจำลองอาคารขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า  อาคารสูง 4 ชั้นและดูภายนอกแล้วแสนจะธรรมดา

แล้วก็เหมือนจะมีเสียงดังขึ้นในใจบอกว่าถังเจิ้นสามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบในระดับหนึ่ง

ถังเจิ้นฝังมันลงในโพรงของหน้าผาโดยไม่ลังเล  พร้อมกันนั้นเขายังแก้ไขประตูหน้าต่างเพื่อให้สะดวกต่อการป้องกัน  นอกจากนี้เขายังแก้ไขตำแหน่งบางตำแหน่งที่ไม่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยด้วย

หลังจากปรับแต่งตามใจชอบเสร็จแล้วถังเจิ้นก็ได้ออกคำสั่งให้สร้างมันขึ้นมา!

แบบจำลองที่อยู่ตรงหน้าได้หายวับไป  หน้าผาที่มีบรรยากาศทึม ๆ น่าหดหู่ได้มีแสงเงาสาดไปเคลื่อนมาวุ่นวายทันที  สายตาของถังเจิ้นเบลอ ๆ เหมือนได้เห็นอดีตยาวมาจนถึงปัจจุบันของโหลวเฉิงแห่งนี้

มันเคยเป็นอาคารที่สร้างขึ้นติดถนนที่มีคนเดินกันพลุกพล่านเพื่อใช้เป็นธนาคาร  ตั้งแต่เริ่มต้นก็ผ่านสถานการณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ มานานหลายสิบปีมีคนที่ทั้งทำงานและอาศัยอยู่ในนี้มาแล้วนับไม่ถ้วน

แต่อยู่มาวันหนึ่ง  ชายสวมหน้ากากกลุ่มหนึ่งได้พุ่งเข้ามาในตัวอาคาร  พวกมันใช้ปืนที่เอามาด้วยกราดยิงใส่พนักงานและลูกค้าจนแตกตื่นซึ่งก็มีหลายคนร่วงลงไปจมกองเลือดอยู่ที่พื้นจากนั้นก็ปล้นเอาธนบัตรกองโตไป

จากนั้นภาพก็ตัดสลับฉาก  ไม่รู้ว่าเพราะอะไรไอ้คนสวมหน้ากากพวกนั้นมันก็เกิดคุ้มคลั่งขึ้นมาแล้วจัดการยิงตัวประกันทั้งหมดทิ้ง  เสร็จก็ฉีกเสื้อผ้าโชว์เรือนร่างไปพลางหัวเราะเหมือนคนบ้าไปพลาง

แล้วก็เกิดเสียงดังสนั่นพร้อมกับภาพที่ตัดไป!

นี่คือความทรงจำทั้งหมดของอาคารหลังนี้ซึ่งถูกแสดงให้เห็นต่อหน้าต่อตาของถังเจิ้น

ถังเจิ้นเงียบไป  เขาไม่เคยคิดว่าอาคารที่ดูเรียบง่ายจะมีความทรงจำที่เลือดกระเซ็นเช่นนี้มาก่อน  เขาสัมผัสถึงความรู้สึกจากความทรงจำเหล่านี้ได้ด้วยซ้ำ

‘เชี่ยเอ๊ย  ไอ้สิ่งของที่เย็นยะเยือกพวกนี้มันมีความรู้สึกได้ไงกันวะ!’

ถังเจิ้นส่ายหัวสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งแล้วจ้องมองไปยังหน้าผาเขม็ง  หลังจากแสงเงาขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวหายไปก็ปรากฏอาคารหลังใหม่เอี่ยมอ่องตั้งอยู่ตรงหน้าของทุกคนแล้ว!

มันได้ฝังตัวอยู่ในกำแพงหินทั้งสามด้าย  มีเพียงหน้าผาตรงหน้านี้เท่านั้นที่เปิดโล่ง  ผนังประดับด้วยภาพนูนต่ำบ้างนูนสูงบ้างดูสวยสดงดงามสุด ๆ ประตูหน้าต่างทั้งหมดมีการติดตั้งราวกั้น  และทางเข้าเป็นประตูทองสัมฤทธิ์หนักคู่หนึ่ง

“เจ้าเมืองจงเจริญ!”

หลังจากที่ได้เห็นฉากนี้แล้วผู้เพนจรทุกคนก็โห่ร้องพร้อมกัน  มีหลายคนที่หลั่งน้ำตาด้วยความปีติยินดีอย่างควบคุมไม่ได้ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

สุดท้ายแล้วเมื่อเผชิญกับฉากอันอัศจรรย์ใจนี้แล้วแทบจะไม่มีใครสามารถสงบสติอารมณ์ได้  ที่สำคัญคือสถานที่แห่งนี้กำลังจะกลายเป็นบ้านของพวกตน!

แต่ถังเจิ้นกลับแอบตกใจอยู่ภายใน  เพราะเขาไม่เหมือนกับผู้พเนจรที่เห็นแค่เปลือกนอกเท่านั้น  ตัวเขาที่เป็นเจ้าเมืองย่อมรู้ข้อมูลอื่น ๆ มากกว่า

เย่โหลวที่เป็นรังของพวกโนมกระหายเลือดนี่แต่เดิมเคยเป็นธนาคาร  ด้วยเหตุนี้นอกจากฟังก์ชั่นใช้งานตามปกติแล้วเย่โหลวแห่งนี้ยังมีฟังก์ชันพิเศษไม่เหมือนใครอีก 3 อย่าง

แต่สิ่งที่ทำให้ถังเจิ้นรู้สึกไม่สบายใจก็คือทั้ง 3 อย่างนี้มันดันเป็นของสถานที่แปลก ๆ ที่ต้องมีอยู่ในโหลวเฉิงทุกแห่ง  เหมือนอย่างบันไดเพนโรสของเมืองเฮยเหยี่ยน  และโหลวเฉิงของเขาคือธนาคารผี

ธนาคารผีมีฟังก์ชั่นพิเศษ 3 อย่าง  ฟังก์ชั่นแรกคือการออม  ลูกปัดสมองทั้งหมดของชาวโหลวเฉิงสามารถเลือกเอามาฝากไว้กับธนาคารผีของโหลวเฉิงได้  โดยการออมจะได้ดอกเบี้ย 0.5% ทุกเดือน  นี่โคตรเป็นประโยชน์เลย!

ฟังก์ชันที่สองคือการกู้ยืม  พลเมืองชาวโหลวเฉิงทุกคนสามารถกู้ยืมจากธนาคารผีโดยมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3% ต่อเดือน  ซึ่งจากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาที่พ่อบุญธรรมไปหายืมเงินแล้วหนีไปกับเมียชาวบ้านทำให้ถังเจิ้นโนคอมเมนต์กับฟังก์ชันนี้  อีกทั้งยังรู้สึกรังเกียจเล็กน้อยด้วย

แล้วไอ้ธนาคารผีนี่มันยังมีมาตรการรับมือลูกหนี้เบี้ยวหนี้โดยการดึงพลังวิญญาณจากลูกหนี้โดยตรงซึ่งโคตรบ้า

ฟังก์ชันที่สามคือแลกเปลี่ยนเงินตรา  สามารถใช้ลูกปัดสมองแลกเปลี่ยนเป็นธนบัตรและทองคำต่าง ๆ ได้  แต่จะไม่สามารถเอาธนบัตรมาแลกเป็นลูกปัดสมองได้

หรือก็คือฟังก์ชันที่สามนี้ออกแบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับถังเจิ้นซึ่งเป็นเจ้าเมืองโดยเฉพาะ  เพราะนอกจากตัวเขาเองแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่คนอื่น ๆ จะยอมแลกเปลี่ยนลูกปัดสมองกับเศษกระดาษที่ไม่มีประโยชน์

นอกจากฟังก์ชันพิเศษทั้งสามแล้วฟังก์ชันปกติของโหลวเฉิงคือการปล่อยและรับภารกิจของโลกบนแท่นศิลาเสาเอก  การแลกเปลี่ยนทักษะพื้นฐานสำหรับนักรบ  และการแลกเปลี่ยนอาหารโดยจำกัดจำนวนต่อเดือน

ฟังก์ชันเหล่านี้ถือว่าดีมาก ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะตัวเองเป็นผู้ก่อตั้งล่ะก็เขาคงเดาไม่ออกด้วยซ้ำว่าโหลวเฉิงจะทำแบบนี้ได้ด้วย  มันได้ครอบคลุมปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์เกือบทุกด้าน  อย่างไรก็ตามการจะใช้ฟังก์ชันเหล่านี้มันต้องมีของแลกเปลี่ยน

และนั่นก็คือลูกปัดสมองหรือไม่ก็แต้มคะแนนที่มากพอ

หากกล่าวอีกนัยหนึ่ง  แท่นศิลาเสาเอกของโหลวเฉิงก็คือเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของโลกโหลวเฉิงนั่นเอง!

จบบทที่ บทที่ 74: สร้างโหลวเฉิง!

คัดลอกลิงก์แล้ว