เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56: จัดตั้งโรงงานแปรรูป

บทที่ 56: จัดตั้งโรงงานแปรรูป

บทที่ 56: จัดตั้งโรงงานแปรรูป


เมื่อมีเงินในมือแล้วถังเจิ้นก็เริ่มแผนการ

อย่างแรกคืออุปกรณ์  อาวุธที่พวกผู้พเนจรใช้นั้นน่าอนาถเกิน  ส่วนใหญ่เป็นของกาก ๆ ในสนามรบเป็นตายแบบนี้อุปกรณ์กาก ๆ มีโอกาสทำให้ตายสูง

ถังเจิ้นไม่ต้องการให้เหล่าลูกน้องต้องสวมใส่อุปกรณ์ประเภทนั้นต่อสู้กับมอนสเตอร์  ของป้องกันตัวมันต้องเอาอันดี ๆ สิ!

เดิมทีเขาวางแผนจะติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันขนาดชุดเกราะกันระเบิดให้กับเหล่าลูกน้องในอนาคตกันเลยทีเดียว  แต่พอไปเปิดเน็ตดูก็เห็นคอมเมนต์ว่าฟังก์ชันการป้องกันของชุดเกราะกันระเบิดมีจำกัดมาก  และไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถใช้งานได้จริงเมื่อเจออาวุธเย็น (อาวุธที่ไม่เกี่ยวข้องกับไฟ  เผาไหม้หรือการระเบิดเช่นมีด  ดาบ  ขวาน  หอก  ธนู  ฯลฯ)

สถานการณ์ตอนนี้คือหากเงื่อนไขครบก็สามารถทำเองได้หมด  แต่หากทำเองไม่ได้ก็ต้องจ้างคนเอา

ดังนั้นถังเจิ้นจึงต้องการเพียงใครซักคนที่มีความสามารถในงานการแปรรูปโลหะที่เหมาะสมทำชิ้นส่วนให้  จากนั้นก็ส่งชิ้นส่วนเหล่านั้นไปประกอบที่โลกโหลวเฉิง  แต่ถ้าทำแบบถอดประกอบมันไม่เวิร์กก็เอาของสำเร็จรูปไปเลย

ทุกวันนี้จะทำอะไรก็ทำได้  แค่สร้างเกราะนี่เชื่อว่าไม่มีใครถามอะไรมากแน่ ๆ

นอกจากข้อมูลเกี่ยวกับเกราะแบบถอดประกอบแล้วถังเจิ้นยังให้ความสนใจกับข้อมูลเกี่ยวกับเสื้อผ้าเครื่องป้องกันการแทงและเกราะเชนเมลด้วย  โดยเฉพาะแบบที่ถักจากห่วงโลหะนี่น่าสนใจมาก

เป็นเกราะที่ดูดีการป้องกันก็ไม่แย่ราคาก็สมเหตุสมผล  ถ้าเป็นแบบตัวยาวก็ตัวละประมาณ 2,000 หยวน  ถังเจิ้นว่าจะซื้อซัก 100 ตัว  ดังนั้นราคาจะอยู่ที่ประมาณ 200,000 หยวน

แน่นอนว่าถังเจิ้นจะไม่ซื้อทีละหลาย ๆ ชุดพร้อมกัน  เขาวางแผนว่าจะซื้อซักสองสามชุดมาลองก่อน  ถ้าไปได้สวยล่ะก็จะผลิตเองมันซะเลย

จ่ายเงินเสร็จแล้วถังเจิ้นก็สั่งชุดป้องกันการแทงอีกสองสามชุด  จากนั้นก็เริ่มเดินดูอาวุธประเภทธนูและหน้าไม้

ของเหล่านี้ล้วนมีขายในออนไลน์เช่นกัน  แต่คุณภาพนั้นไม่รับประกันว่าจะดีหรือไม่  ถังเจิ้นได้เลือกดูร้านค้าที่มีชื่อเสียงมาสองสามร้ายแล้วสั่งซื้อมา 10 ชิ้น

ต่อมาก็หาข้อมูลการจ้างโรงงานให้ทำชุดเกราะ  ผลสรุปคือถังเจิ้นรู้สึกว่ามันแพงไปหน่อย  แม้ตอนนี้เขาจะมีเงินก้อนใหญ่แล้วก็ตาม  แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะยอมละลายทรัพย์เล่นอย่างไร้ประโยชน์นะ

‘หรือจะหาจ้างคนรู้จักมาผลิตให้ดีหว่า?  เอาวะ!  ลองดู!’

ถังเจิ้นคิดกับตัวเองก่อนจะเอามือถือออกมาโทรหาอดีตเพื่อนร่วมงาน

ชายคนนี้ชื่อหวางต้าชิ่ง  อาศัยอยู่ในชนบท  เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต  ครั้งหนึ่งเคยทำงานกับถังเจิ้นเพราะสมัยก่อนเคยถูกพวกอันธพาลรังแก  แต่ก็มีแค่ถังเจิ้นนี้แหละที่ยืนหยัดช่วยเหลือ  ดังนั้นหวางต้าชิ่งจึงนับถือถังเจิ้นเป็นเพื่อนตาย  และทั้งสองมักจะโทรศัพท์คุยกันบ่อย ๆ ด้วย

ตอนนี้หวางต้าชิ่งทำงานเป็นชาวนาที่บ้านเกิดพร้อมกับคอยดูแลแม่ที่แก่ชราและกำลังป่วย  โดยยามว่างบ้างครั้งก็จะเข้าเมืองไปรับงานแปลก ๆ เพื่อหารายได้เสริมแก่ครอบครัว

กวางต้าชิ่งที่กำลังทำนาอยู่ได้รับสายจากถังเจิ้น  พอได้ยินว่าถังเจิ้นกำลังจะเช่าบ้านของตนและหาคนมาทำงานให้ก็ตบอกตนเองและบอกอย่างเต็มภาคภูมิว่า ‘ไว้ใจได้เลยเพื่อน!’

หลังจากที่ทั้งสองตกลงเรื่องนี้เสร็จถังเจิ้นก็โทรหาน้องสาว  คุยอะไรกันสั้น ๆ และบอกเธอว่าเขาซื้อบ้านไว้ในเมืองหลวงแล้ว  ให้เธอย้ายเข้ามาอยู่ได้ทุกเมื่อ

เดี๋ยวเขาจะเอากุญแจบ้านไปให้  ให้เธอไปรอเขาที่หน้าประตูโรงเรียนก่อน

หลังจากที่ถังเจิ้นเอากุญแจบ้านให้น้องสาวเสร็จแล้วก็ออกไปช้อปปิ้งต่อ

ต้องซื้อเครื่องเชื่อม  เครื่องตัด  เครื่องเจียร  เครื่องเจาะ  เครื่องขัด  เครื่องจักรและอุปกรณ์ทุกชนิด  นอกจากนี้ยังมีวัสดุสิ้นเปลืองต่าง ๆ ที่ถังเจิ้นซื้อมาเป็นจำนวนมากเผื่อไว้เพื่อจะได้ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมาหลายรอบ

ถังเจิ้นเลือกร้านค้าที่มีชื่อเสียงดีและซื้อทุกอย่างในทีเดียว  จากนั้นก็บอกที่อยู่จัดส่งสินค้าให้แก่ร้านค้าไป

หลังจากออกจากร้านนี้ถังเจิ้นก็ไปต่อที่ตลาดวัสดุก่อสร้าง

แผ่นเหล็กลาย  แผ่นสแตนเลส 304  แผ่นไทเทเนียม  และชุดท่อเหล็กที่มีสเปคต่าง ๆ กันไปอีก  ถังเจิ้นจัดการจ่ายเงินแล้วแจ้งที่อยู่ไปซะ

จากนั้นถังเจิ้นก็วิ่งไปอีกหลายที่และซื้อหนัง  ผ้าใบ  สี  และสิ่งของอื่น ๆ ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายที่เกินเบอร์ของมนุษย์ในโลกนี้

ถึงกระนั้นถังเจิ้นก็ยังรู้สึกว่าการไม่มีรถมันไม่สะดวกอยู่ดี  ดังนั้นเขาเลยไปที่โชว์รูมแล้วซื้อรถออฟโรดราคาว่า 300,000 หยวนมาใช้ขนของ

หลังจากสอบใบขับขี่แล้วถังเจิ้นขับรถกลับไปยังที่พักของตน  จากนั้นก็ไปหาปากกากับกระดาษมาเช็กเสบียงที่ซื้อมา

เพื่อที่จะปกปิดความสามารถถังเจิ้นจึงยังไม่คิดจะเอารถยนต์เข้าไปยังโลกโหลวเฉิง  แต่การมาถึงของเผ่าชื่อทำให้เขาไม่อาจทำตัวโลว์คลาสได้อีกต่อไป  และยังต้องฉวยโอกาสนี้ตั้งตัวให้ได้และบรรลุเป้าหมายให้เร็วยิ่งขึ้น

เมื่อพิจารณาจากสภาพทางภูมิศาสตร์ของโลกโหลวเฉิงแล้วรถยนต์ธรรมดาไม่เหมาะกับการใช้งานอย่างแน่นอน  แต่มีรถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตรบางรุ่นดูเหมือนจะค่อนข้างเหมาะสม  อีกทั้งเรื่องความทนทานยังสูงพอด้วย

ถังเจิ้นนึกถึงรถแทรกเตอร์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีท่อไอเสียอยู่ข้างหน้า  ด้วยยางที่หนาและแรงม้าที่เยอะทำให้เขาเชื่อว่ามันสามารถปรับให้เข้ากับภูมิประเทศของโลกโหลวเฉิงได้

การใช้งานนั้นสามารถใช้มันเป็นรถลากขนส่งบุคลากรและวัสดุต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็วในการเดินทางได้อย่างมาก  ยิ่งไปกว่านั้นถังเจิ้นมีพื้นที่ช่องเก็บของที่เพียงพอที่จะใส่รถแทรกเตอร์ขนาดนี้ได้  แต่ถ้าเป็นคันใหญ่กว่านี้ช่องเก็บของเขายังไม่ใหญ่พอที่จะใส่ได้

หลังจากจัดการเรื่องต่าง ๆ เสร็จแล้วเขาก็ขับรถไปที่หมู่บ้านที่ครอบครัวของหวางต้าชิ่งอยู่ในเช้าวันรุ่งขึ้น

หลังจากขับรถมาหลายชั่วโมงถังเจิ้นก็มาถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ครอบครัวของหวางต้าชิ่งอาศัยอยู่  ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์สวยงามล้อมรอบด้วยภูเขาและแม่น้ำ

หลังจากโทรถามก็รู้ว่าหวางต้าชิ่งกำลังรอถังเจิ้นอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้าน  เมื่อเห็นเขามาอีกฝ่ายก็ขึ้นรถและบอกทางไปที่บ้านของตน

บ้านของหวางต้าชิ่งตั้งอยู่ชายขอบของหมู่บ้านและมีลานขนาดใหญ่กินพื้นที่ถึง 2,000 ตารางเมตร  โดยในเวลานี้ในลานเต็มไปด้วยวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ

หลังจากไปเยี่ยมเยียนและมอบของขวัญให้กับแม่ของหวางต้าชิ่งแล้วถังเจิ้นกับหวางต้าชิ่งก็ไปคุยกันที่ลาน

ถังเจิ้นบอกกับหวางต้าชิ่งว่าเขาได้รู้จักกับคนใหญ่คนโตและได้รับคำสั่งซื้ออุปกรณ์ประกอบฉากจำนวนหนึ่งมา  เขาเลยมีความคิดที่ว่าจะช่วยให้หวางต้าชิ่งและทุก ๆ คนในหมู่บ้านได้มีโอกาสทำเงิน

เขาเช่าสถานที่ในบ้านของหวางต้าชิ่งและให้เงินอีกฝ่ายเดือนละ 5,000 หยวน  โดยอีกฝ่ายจะต้องรับผิดชอบในการจัดทำอุปกรณ์ตามที่สั่งโดยมีค่าจ้างเพิ่มเติมอยู่ที่เดือนละ 10,000 หยวน  ซึ่งข้อแม้คืองานต้องออกมาดี

ไม่รู้หรอกว่าหวางต้าชิ่งจะเชื่อคำพูดของถังเจิ้นหรือไม่  แต่ก็ยังพยักหน้าตกลงโดยไม่ลังเลเพราะรายได้คือเดือนละหมื่นห้า

เมื่อข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้นที่เหลือก็ง่ายแล้ว

ถังเจิ้นให้เงินก้อนแรกแก่หวางต้าชิ่งไป 50,000 หยวน  ให้อีกฝ่ายไปหาคนมาสร้างโรงเก็บของง่าย ๆ ในลานเพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกมาเห็น

ต่อมาได้จ้างกลุ่มผู้ช่วยและช่างไฟมาติดตั้งและต่ออุปกรณ์และระบบไฟฟ้า

มีวัยรุ่นจำนวนมากในหมู่บ้านที่หาอาชีพเสริมทำยามว่าง  และแต่ละคนยังมีความชำนาญให้การเชื่อมเหล็ก  การตัด  และงานฝีมืออื่น ๆ ซึ่งหวางต้าชิ่งได้ออกไปเดินเล่นและคัดเลือกมาได้ 6 คน

แน่นอนว่าคนเหล่านี้ยินดีรับงานอย่างมีความสุขเพราะเป็นงานใกล้บ้านแถมยังเงินเดือนสูง

เมื่อเห็นว่ากำลังพลพร้อมแล้วถังเจิ้นจึงมอบพิมพ์เขียวให้กับหวางต้าชิ่ง  มันก็คือพิมพ์เขียวของชุดเกราะ  บริเวณหน้าอกตรงหัวใจทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีแผ่นเหล็กป้องกันไว้ทั้งหมด  ส่วนบั้นเอวกับหน้าท้องใช้แผ่นเหล็กขนาดเล็กหลาย ๆ แผ่นวางเรียงบนแผ่นหนังวัวอย่างหนาแล้วเอาหมุดตอกให้ติดกัน

โดยใต้หนังวัวมีการเย็บผ้าใบใส่เข้าไปอีกชั้นหนึ่งซึ่งมีน้ำหนักรวมเกือบ 20 จิน  นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนอย่างเช่นหมวก  และเกราะขาที่รายละเอียดค่อนข้างซับซ้อนเหมือนกันอีก

ถังเจิ้นต้องการให้มั่นใจในเรื่องคุณภาพ  ส่วนเรื่องความเร็วนั้นเขาเชื่อว่าหวางต้าชิ่งรู้ดีอยู่แล้ว

นี่เป็นรายการแรกที่ถังเจิ้นขอให้ทำและจำนวนที่ออเดอร์คือ 1,000 ชิ้น  หากวัสดุที่ต้องการไม่เพียงพอถังเจิ้นก็ให้หวางต้าชิ่งสั่งซื้อเองได้เลยแล้วก็โอนเงินให้อีกฝ่ายเพิ่มอีก 100,000 หยวนไว้เผื่อขาดเหลือ

จากนั้นเขาก็บอกกับหวางต้าชิ่งว่ากำลังจะไปปีนเขากว่าจะได้มาที่นี่อีกก็คงอีกประมาณครึ่งเดือน  และช่วงนี้ก็อาจติดต่อกันไม่ได้ด้วยจึงฝากฝังให้ดูและเรื่องต่าง ๆ ให้หน่อย  ทางด้านหวางต้าชิ่งก็ตอบเป็นมั่นเป็นเหมาะเลยว่า ‘ไม่ต้องห่วงหรอกพี่ถัง  ฉันไม่ทำให้พี่ผิดหวังแน่นอน’

เมื่อปฏิเสธคำขอของหวางต้าชิ่งที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขากินข้าวเย็นก่อนค่อยกลับแล้วถังเจิ้นก็ขับรถออกจากหมู่บ้านเล็ก ๆ บนภูเขา

จบบทที่ บทที่ 56: จัดตั้งโรงงานแปรรูป

คัดลอกลิงก์แล้ว