เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27: รังซอมบี้ จิ๊กสมบัติ

บทที่ 27: รังซอมบี้ จิ๊กสมบัติ

บทที่ 27: รังซอมบี้ จิ๊กสมบัติ


ด้วยมีทีม 5 คนของเมืองเฮยเหยียนนำหน้าซึ่งทำหน้าที่ดึงดูดพวกซอมบี้มากมายนี้เป็นไปตามที่ถังเจิ้นปรารถนาอยู่แล้ว

ใช้ประโยชน์จากสถานการที่วุ่นวายก้าวเดินอย่างระมัดระวังเข้าไปในพื้นที่ที่มีมอนสเตอร์ซากศพคอยคุ้มกันยาวไปถึง 20 เมตรโดยไม่เป็นที่สนใจของมอนสเตอร์เหล่านั้นเลย

เมื่อเห็นร่างกายของตนได้ผสานเข้ากับทิวทัศน์โดยรอบแล้วถังเจิ้นก็อดถอนหายใจไม่ได้  ม่านแสงควอนตัมเร้นกายนี่มันก็เทพเกิ๊น!

แต่ไม่ว่าม่านม่านแสงควอนตัมเร้นกายจะเทพเพียงใดเขาก็ไม่กล้าอวดดีและใช้มันอย่างแผ่วเบาที่สุด  เส้นทางที่เขาใช้นั้นเป็นเส้นทางที่อยู่ห่างจากพวกซอมบี้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  แม้จะต้องใช้เวลาเดินทางนานขึ้นเล็กน้อยแต่ปลอดภัยก็ดีกว่าเสียใจภายหลัง

ขณะที่เขาทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่นั้นพวกทีมสำรวจทั้งห้าจากเมืองเฮยเหยี่ยนก็แสดงฝีไม้ลายมือได้เด็ดดวงไปเลย

ชายคนที่ดูแรงเยอะที่สุดในทีมกวัดแกว่งกระบี่หนักขนาดมหึมาที่เปล่งประกายแสง  แต่ละกระบวนท่าที่ออกนั้นกินบริเวณกว้าง  แถมน้ำหนักที่ลงไปกับการโจมตียังหมาศาล

บางครั้งยังได้ยินเสียงคำรามราวกับสิงโตคลั่งดังออกมาด้วย

พอเอาเจ้าหมอนี่มาเทียบกับผู้พเนจรทั่วไปแล้วทางนี้ดูจะจู่โจมออกมาอย่างมีจังหวะและสม่ำเสมอ  การหายใจกับการวางเท้ามีการสอดประสานกันได้อย่างสมบูรณ์

แค่ดูก็รู้แล้วว่ามันต้องผ่านการฝึกฝนรวมไปถึงมีประสบการณ์ในการต่อสู้มาแล้วมากมาย

ทหารผีดาบโล่ที่ไล่ต้อนถังเจิ้นจนต้องหนีเป็นหมามาก่อนนั้นโดนกระบี่หนักของเจ้าหมอนั่นเข้าไปแค่ดอกเดียวก็ขี้เกียจมีชีวิตต่อแล้ว  เพราะถ้าไม่โดนฉีกเป็นชิ้น ๆ ก็ถูกผ่าครึ่งจากบนลงล่าง!

ส่วนที่เหลือเป็นชายสองหญิงสองซึ่งแบ่งกันไปเป็นสองกลุ่มโดยจับคู่ชายหญิง  ฝ่ายหญิงจะเป็นฝ่ายที่ลงมือฆ่า  ส่วนฝ่ายชายจะเป็นคนใช้อาวุธโลหะสีแดงมีลักษณะคล้ายตะขอหรือเคียวโดยสามารถแยกส่วนกันได้โดยมีเชือกร้อยไว้ไม่ให้ขาดจากกัน  และเมื่อประกอบกันแล้วมันจะกลายเป็นอาวุธยาว

ซึ่งตอนนี้ทั้งสองกำลังใช้หอกเคียวนี้เกี่ยวเอาพวกมอนซากศพทั้งหลาย  หอกเคียวทั้งสองส่งเสียงหวีดหวิวฉวัดเฉวียนฉกไปฉกมาเหมือนกับงูพิษ

หากถูกตรงตะขอเคียวเสียบเข้าก็จะเป็นรู  และเมื่อดึงคมมันกลับก็จะจัดการฉีกเนื้อศัตรูจนเศษเนื้อกระจาย

ฝ่ายหญิงที่รับหน้าที่สังหารนั้นใช้ขวานหน้าตาแปลก ๆ ที่มีคมขวานไว้สับก็ได้และมีเดือยแหลม ๆ ซึ่งไว้แทงได้ด้วย  คมของทั้งสองส่วนมีการเรืองแสงสีฟ้าทำให้ความคมดูจะเพิ่มขึ้นไปอีก

หากมีไอ้พวกซากศพตัวไหนหลุดแหจากตะขอของฝ่ายชาย  ฝ่ายหญิงก็จะกระโดดไปซ้ำ  ขวานของพวกเธอทั้งคู่เงื้อขึ้นและสับลง  มอนที่โดนนี่สภาพยิ่งว่าเต้าหู้ที่โดนค้อนทุบซะอีก

เพียงแค่มีห้าคนนี้ก็ราวกับมีกำลังรบเทียบเท่ากับกองทัพผู้พเนจรนับพันแล้ว!

ถังเจิ้นหยุดดูด้วยความตกตะลึงกับพลังการต่อสู้ที่ฝั่งนั้นแสดงออกมา  จากนั้นก็รู้สึกอิจฉาอาวุธของคนเหล่านั้น  ใครที่มีสายตาเฉียบแหลมย่อมสามารถบอกได้ว่าอาวุธเหล่านั้นไม่ใช่ของธรรมดาแน่ ๆ

บางทีอาวุธที่พวกนั้นใช้อาจเป็นอาวุธเวทมนตร์ราคาแพงที่เฉียนหลงพูดถึง!

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาสำรวจคุณค่าของอาวุธเหล่านี้  ถังเจิ้นต้องใช้โอกาสที่คนทั้งห้าให้มาให้เป็นประโยชน์และแอบเข้าไปในตัวเย่โหลว

ถังเจิ้นก้าวเดินต่อด้วยความระมัดระวังอีกครั้ง  และหลังจากเดินไปอีกสิบนาทีเขาก็มาถึงทางเข้าของเย่โหยวแล้ว

ประตูสีดำสนิทเปิดกว้าง  ด้านในเองก็เป็นสีดำสนิทราวกับปากของสัตว์ร้ายขนาดมหึมาซึ่งกำลังอ้ารอให้คนที่เป็นอาหารป้อนตัวเองเข้าไป

ดวงตาของรูปปั้นมอนสเตอร์บนตัวเย่โหลวดูราวกับจะมีชีวิตขึ้นมาและกำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างน่าขนลุกประกอบกับรอยยิ้มของมันด้วยแล้วยิ่งดูสยองเข้าไปใหญ่

เมื่อรู้สึกถึงบรรยากาศที่กดดันถังเจิ้นก็เย็นเยียบไปยันไขกระดูก

หลังจากรวบรวมสติได้แล้วเขาก็มองไปที่นักสืบผีเงาที่ดูเหมือนจะเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเท่านั้น  จากนั้นก็เดินเข้าตัวอาคารไปด้วยความระมัดระวังมากขึ้น

มืด!

เย็น!

หดหู่!

นี่เป็นความรู้สึกแรกของถังเจิ้นหลังจากที่เข้ามาในเย่โหลว  มันทำให้รู้สึกเหมือนมีดวงตาของสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์คอยจับตาดูตนทุกความเคลื่อนไหวอย่างไร้อารมณ์

ถังเจิ้นเตือนตัวเองในใจว่าหากมีสิ่งใดเข้ามารบกวนให้เปิดใช้งานเทเลพอร์ตหนีกลับโลกเดิมทันที  ไม่งั้นสิ่งที่รออยู่คือหายนะที่แท้ทรูไม่มีเป็นอื่น

หลังจากค่อย ๆ ชินกับความมืดไปได้ระยะหนึ่งแล้วทว่าสุดถังเจิ้นก็แทบไม่อาจมองเห็นฉากในตัวอาคารอย่างชัดเจนได้อยู่ดี  แต่ก็เพราะเรื่องนี้ที่ทำให้หัวใจของเขาบีบรัดแน่นขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก

เดินไปเรื่อย ๆ ก็ไปถึงห้องโถงที่มีการตกแต่งด้วยวัสดุสีดำซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่จนมองหาจุดสิ้นสุดไม่เจอ

ถังเจิ้นแอบสงสัยว่าตั้งแต่เดินมาจากข้างนอกจนถึงลึกขนาดนี้มันใช้เวลาไม่นานนักไม่ใช่เหรอ?

นอกจากขนาดของห้องโถงแล้วถังเจิ้นยังสังเกตเห็นว่าทั้งสองด้านของห้องโถงมีรูปปั้นของนักรบที่ดูดุร้ายสีดำสูงกว่า 3 เมตรเรียงกันเป็นตับ

เมื่อมองรูปร่างหน้าตาของพวกมันแล้วถังเจิ้นก็อดที่จะนึกถึงมอนสเตอร์ระดับลอร์ดหลิงจู่ที่เคยเห็นมาก่อนไม่ได้  ไอ้ตัวนั้นมันดูคล้ายรูปปั้นพวกนี้มากจริง ๆ

รูปปั้นเหล่านี้รู้สึกเหมือนมันกำลังปลดปล่อยกลิ่นอายของฆาตกรออกมาบาง ๆ ทำให้ถังเจิ้นรู้สึกอึดอัดไม่น้อย

อย่างกับเป็นฝูงมอนสเตอร์ที่พึ่งจะหลับไปได้ไม่นาน

เขาย่องตามทางเดินสีดำไปเรื่อย ๆ โดยพยายามที่จะไม่ส่งเสียงดัง  ถังเจิ้นเดินไปนานกว่าสิบนาทีและได้เห็นรูปปั้นสีดำขนาดใหญ่อีกตัว

รูปปั้นนี้มันจะว่ามันยืนตัวตรงก็คงใช่  ถังเจิ้นเงยหน้ามองขึ้นไปแต่ก็หาหัวมันไม่เจอ  ไม่ใช่ว่าไม่มีหัวแต่ว่าหัวของมันจมอยู่ในความมืดมิดด้านบน  ที่พอจะเห็นได้คือรูปปั้นนี้มันมีแขนหกข้างกับขาสองข้างที่หนาตึ้บ

บนตัวสวมชุดเกราะสีดำแปลก ๆ ดูหนาและหนักมากและรูปแบบของเกราะก็ค่อนข้างแปลกตาด้วย

ดูเหมือนว่ารูปปั้นทั้งหมดจะปล่อยออร่าสีแดงเลือดออกมาเบา ๆ ลอยอยู่รอบ ๆ ตัวแต่ไม่รู้มันมีไว้ทำอะไร

ถังเจิ้นมองดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะละความสนใจไปเช็กดูว่าในห้องโถงนี้มีอะไรแปลก ๆ อย่างอื่นอีกมั้ย  ทว่ากลับมีสิ่งที่ขัดจังหวะเขาเข้าซะก่อนนั่นก็คือไอ้เจ้าโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟนเครื่องนั้นมันดันสั่นขึ้นมาซะได้

เมื่อมันสั่นหัวใจของเขาก็สั่นตามไปด้วย  เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผากพร้อมกับคำผรุสวาทของตนที่สรรเสริญบิดามารดาของมันดังก้องอยู่ในหัว

ตั้งแต่มาที่โลกโหลวเฉิงไอ้สมาร์ตโฟนเครื่องนี้ไม่เห็นว่ามันจะหืออืออะไรเลยแต่จู่ ๆ ดันมาก่อเรื่องเอาตอนนี้เนี่ยนะ!

‘แม่มึงสิ  ตรงนี้มันคือส่วนลึกของถ้ำที่มีแต่มอนสเตอร์ซากศพโอเค้?’

‘ถ้าไอ้มือถือเวรนี่มันจู่ ๆ ก็เกิดเปิดเพลงแดนซ์สายตื๊ดขึ้นมากูไม่ไดนไอ้มอนระดับลอร์ดจับฉีกเป็นชิ้น ๆ เหรอวะสัด!’

เขาพยายามจะใช้มือหยุดไม่ให้มันสั่นถึงขนาดกดปิดเครื่องก็แล้ว  แต่ไอ้มือถือเวรก็ยังไม่ยอม

เมื่อเขาพยายามจะหยุดไม่ให้มันสั่นต่อไปนั้นเองเขากลับพบว่าการสั่นของมันกลับเกิดขึ้นเพราะมีการชี้ไปยังทิศทางหนึ่งเท่านั้น  หากมีการหันไปทางอื่นการสั่นจะเบาลงจนถึงขั้นไม่สั่นเลย

แน่นอนว่ามันต้องประหลาดใจสิ  จากนั้นถังเจิ้นจึงเปลี่ยนความคิดใหม่โดยเดินตรงไปยังทิศทางที่มือถือมันสั่นนำทาง

เดินไปได้หลายสิบก้าวก็พบกับช่องประตูซึ่งดูเหมือนข้างในจะเป็นห้องเล็ก ๆ

ถังเจิ้นแอบมองเข้าไปก็พบเข้ากับพบกล่องโลหะขนาดเกือบครึ่งตารางเมตรอยู่บนโต๊ะข้างใน

รูปร่างของกล่องนี้คล้ายกับของตัวอาคารแห่งนี้มาก  หน้าตาน่าขนลุกอย่างประหลาดเปล่งบรรยากาศลางร้ายออกมา

ทว่าปฏิกิริยาของถังเจิ้นเมื่อเห็นกล่องคือการยิ้มอย่างมีความสุข

‘ฮ่า ๆ ๆ กล่องที่สามารถอยู่ในอาคารป่าแบบนี้มันต้องมีของดี ๆ อัดอยู่เต็มชัวร์ ๆ ได้เวลาเปิดกาชาลุ้นโชคแล้วเว่ย~!’

หลังจากมองไปรอบ ๆ ห้องอีกครั้งและหลังจากยืนยันว่าไม่มีอันตรายใด ๆ ถังเจิ้นก็รีบเข้าแตะและเอากล่องสมบัติใส่ลงพื้นที่เก็บของมันดื้อ ๆ เลย

และขณะที่กล่องโลหะหายเข้าไปกลางอากาศนั้นเองถังเจิ้นเหมือนจะได้ยินเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดดังมากจากความว่างเปล่าอันห่างไกลไร้ที่สิ้นสุด

ในเวลาเดียวกันกับที่เสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวดังขึ้นจากส่วนลึกของห้องโถงนั่นเองมันได้มาพร้อมกับเสียงวิ่งอันดังสนั่นและมีร่างขนาดมหึมาแผ่จิตสังหารอันโคตรกระหายเลือดตรงเข้ามาในห้อง

เมื่อพิจารณาจากขนาดและท่าทางอันยิ่งใหญ่ของมันแล้วก็พอจะเดาได้ว่ามันคือมอนสเตอร์ซากศพระดับหลิงจู่!

หัวใจของถังเจิ้นเต้นแรง  ไม่ว่าปฏิกิริยาของเขาจะช้าแค่ไหนเขาก็ยังรับรู้ได้ว่าตนได้รับอะไรที่ไม่ใช่

ธรรมดาเข้าให้แล้ว  ก็ดูสิขนาดมอนสเตอร์ระดับหลิงจู่จังพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งเลย!

แล้วอีกอย่างก็คือถ้าไม่วิ่งตอนนี้แล้วจะรอวิ่งตอนไหน!

จบบทที่ บทที่ 27: รังซอมบี้ จิ๊กสมบัติ

คัดลอกลิงก์แล้ว