เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ปั่นหัวเล่น

บทที่ 28 ปั่นหัวเล่น

บทที่ 28 ปั่นหัวเล่น


จ้าวเสี่ยวหลานพยายามยื้อแย่งขวดเหล้าจากมือเย่เฟิง แต่เขาจับมันไว้แน่นจนเธอไม่อาจดึงออกมาได้

เย่เฟิงกำขวดวอดก้าแน่น สายตาจ้องมองจ้าวเสี่ยวหลานแวบหนึ่ง ก่อนหันไปทางประธานเฉินและกลุ่มของฟางชิงหยวน แล้วพูดเสียงหนักแน่นว่า "เหล้านี้ ผมดื่มเอง!"

แม้เย่เฟิงจะไม่เห็นสีหน้าของจ้าวเสี่ยวหลานเมื่อครู่ แต่จากบทสนทนาที่ได้ยิน เขาก็พอเดาสถานการณ์ได้ ประธานเฉินคงกุมจุดอ่อนของซิงฉิงกรุ๊ปไว้ หากวันนี้ไม่ยอมดื่ม คงสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับบริษัท

แต่เรื่องพวกนั้นไม่ใช่สิ่งที่เย่เฟิงใส่ใจ สิ่งที่เขาแคร์คือจ้าวเสี่ยวหลาน ผู้หญิงคนนี้แบกภาระเลี้ยงดูน้องชายตามลำพัง บริษัทซิงฉิงคือชีวิตจิตใจของเธอ

"ไม่ได้! คุณห้ามดื่มนะ! มันอันตรายถึงตายได้เลย" จ้าวเสี่ยวหลานรีบห้าม เธอไม่อยากติดหนี้บุญคุณเย่เฟิงเพิ่ม แค่เรื่องที่เขาช่วยน้องชายเธอไว้ เธอก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว หากครั้งนี้เขาต้องมาเสี่ยงกระเพาะทะลุหรือถึงขั้นเสียชีวิตเพื่อแลกกับโอกาสอันริบหรี่ มันไม่คุ้มค่าเลย

เย่เฟิงหันไปยิ้มให้จ้าวเสี่ยวหลาน "ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วงผมหรอก ดวงผมแข็งจะตาย ยมบาลไม่รับหรอก"

"แต่ว่า..." จ้าวเสี่ยวหลานยังคงกังวล วอดก้านี่มันแอลกอฮอล์ดีกรีแรงชัดๆ ซัดเข้าไปตั้งสี่ห้าขวด คนดีๆ มีหวังพังกันพอดี ข่าวคนตายเพราะแอลกอฮอล์เป็นพิษก็มีให้เห็นถมไป เธอรู้สึกหวาดกลัวจับใจ

"ตกลงจะดื่มหรือไม่ดื่ม?" ประธานเฉินเริ่มหมดความอดทน "ผมไม่มีเวลามานั่งรอดูพวกคุณยื้อยุดกันหรอกนะ! ประธานจ้าว คิดให้ดีๆ โครงการครั้งนี้อยู่ในกำมือผมนะ!"

เย่เฟิงส่งสายตาให้จ้าวเสี่ยวหลานวางใจ แล้วตอบอย่างมั่นใจ "ดื่มสิ! ทำไมจะไม่ดื่ม? แต่ค่าเหล้านี่ ประธานเฉินจะเคลียร์ให้ใช่ไหม? รปภ.จนๆ อย่างผมไม่มีปัญญาจ่ายค่าเหล้าแพงๆ แบบนี้หรอกนะ"

ประธานเฉินหน้าเปลี่ยนสีด้วยความโกรธ ไอ้หมอนี่มันตัวอะไร? มาปั่นหัวกันเล่นหรือไง? จะกินเหล้ายังจะให้คนอื่นจ่ายให้อีก? คำด่าเตรียมพรั่งพรูออกจากปาก

แต่ฟางชิงหยวนที่ยืนอยู่ข้างๆ ชิงพูดขึ้นก่อน "วางใจเถอะ! ขอแค่แกกระดกวอดก้าสามขวดนี้หมด ค่าเหล้าฉันจ่ายเอง!" ฟางชิงหยวนเกลียดขี้หน้าเย่เฟิงเข้ากระดูกดำ ยิ่งเห็นสายตาเป็นห่วงเป็นใยที่จ้าวเสี่ยวหลานมองเย่เฟิง ไฟริษยาก็ยิ่งลุกโชน

ขอแค่ทำให้เย่เฟิงขายหน้าได้ ต่อให้ต้องเหมาเหล้าทั้งโรงแรมเขาก็ยอมจ่ายไม่อั้น

เย่เฟิงรอประโยคนี้อยู่แล้ว "คุณชายฟางใจป้ำจริงๆ! นับถือๆ!" เขาทำหน้าชื่นชมจนฟางชิงหยวนตัวลอย

"เรื่องเล็กน้อย! ขอแค่แกดื่มหมดสามขวดนี้ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในฮุยหวงวันนี้ ฉันเลี้ยงเอง!" ฟางชิงหยวนแสร้งทำใจกว้าง ในใจจินตนาการภาพเย่เฟิงเมาอาละวาดเป็นหมาข้างถนนไปแล้ว เขาปรายตามองจ้าวเสี่ยวหลานพลางคิดในใจว่า 'จ้าวเสี่ยวหลานเอ๋ย ตาต่ำจริงๆ ที่ไปคว้าไอ้บ้านนอกนี่มา'

"ในเมื่อคุณชายฟางใจป้ำขนาดนี้ ถ้าผมไม่ดื่มก็คงเสียมารยาทแย่!" เย่เฟิงยิ้มมุมปาก ยกขวดเหล้าขึ้นจรดริมฝีปากแล้วกระดกอึกๆ อย่างรวดเร็ว

ฟางชิงหยวนและประธานเฉินมองเย่เฟิงยกขวดวอดก้ากรอกปากราวกับคนบ้าด้วยความสะใจ ไอ้หมอนี่สมองต้องมีปัญหาแน่ๆ เมาอาละวาดน่ะเรื่องเล็ก ดีไม่ดีอาจถึงตาย หรือไม่ก็พิการไปครึ่งชีวิต

จ้าวเสี่ยวหลานมองเย่เฟิงกระดกเหล้าราวกับน้ำเปล่าด้วยความกลัดกลุ้ม ทำไมถึงดื้อด้านแบบนี้นะ? คราวนี้จบเห่แน่ ต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ เธอรีบควักมือถือโทรเรียก 120 ทันที

เย่เฟิงจัดการขวดแรกจนเกลี้ยงโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน แล้วคว้าขวดที่สองมากระดกต่อทันที...

ฟางชิงหยวนมองด้วยความสะใจ คิดในใจว่า 'ดื่มเข้าไป! ดื่มเข้าไป! เตรียมตัวเข้าโรงพยาบาลได้เลยไอ้โง่!'

พอขวดที่สองพร่องไปครึ่งหนึ่ง ใบหน้าเย่เฟิงก็แดงก่ำ มือไม้เริ่มชะงัก ขาเริ่มเซทรงตัวไม่อยู่

จ้าวเสี่ยวหลานตกใจ รีบเข้าไปประคองเย่เฟิงไว้ "ไม่ไหวก็อย่าฝืนเลย! พอเถอะ! อย่างมากก็ช่างหัวสัญญากับหยางเฉิงกรุ๊ปมัน!"

พวกฟางชิงหยวนรีบเยาะเย้ยทันที "เฮ้ยๆ ไอ้หนุ่ม ไหนคุยไว้ซะดิบดีว่าจะซัดสามขวด? แค่ขวดครึ่งก็จอดแล้วเหรอวะ?"

เย่เฟิงตาปรือ เซไปเซมา ตะโกนเสียงอ้อแอ้หน้าแดงก่ำ "ใครบอกว่าข้าไม่ไหว!"

ว่าแล้วก็กระดกต่อ แต่สภาพเขาตอนนี้ใครเห็นก็น่าเป็นห่วง หน้าแดงลามไปถึงคอ ผิวหนังแดงระเรื่อ ขาแข้งอ่อนแรง ถ้าไม่มีจ้าวเสี่ยวหลานช่วยพยุงไว้ เขาคงลงไปกองกับพื้นนานแล้ว

ในใจพวกฟางชิงหยวนต่างตะโกนเชียร์ 'ล้มสิ! ล้มสิ! ล้ม!' ทุกคนหน้าแดงตื่นเต้น รอคอยฉากที่เย่เฟิงจะปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม แต่จนกระทั่งขวดที่สองหมดลง เย่เฟิงก็ยังไม่ล้ม เพียงแต่ขาเริ่มลอยๆ ตัวทิ้งน้ำหนักลงบนร่างจ้าวเสี่ยวหลานจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว

จ้าวเสี่ยวหลานพร่ำบอกให้เขาหยุด แต่เย่เฟิงไม่ฟัง เขายื่นมือสั่นเทาไปคว้าขวดที่สามมากรอกใส่ปาก ในห้องจัดเลี้ยงเงียบกริบ ได้ยินเพียงเสียง อึก อึก ของการกลืนเหล้า และเสียงกลืนน้ำลายของคนที่มุงดู

จ้าวเสี่ยวหลานอยากจะแย่งขวดเหล้าคืน แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะถ้าเธอปล่อยมือ เย่เฟิงต้องล้มลงไปนอนหมดสภาพแน่ เธอร้อนใจจนแทบบ้า ได้แต่ภาวนาให้รถพยาบาลมาถึงเร็วๆ

ฟางชิงหยวนและพรรคพวกจ้องมองเย่เฟิงเขม็งราวกับนักพนันที่หน้ามืดตามัว มั่นใจว่าอีกเดี๋ยวเย่เฟิงต้องร่วงแน่ ลำพังแรงผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างจ้าวเสี่ยวหลาน ไม่มีทางพยุงผู้ชายตัวโตๆ ไหวหรอก

ในที่สุดวอดก้าขวดที่สามก็หมดเกลี้ยง เย่เฟิงยังคงยืนอยู่ แต่สภาพคือทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดให้จ้าวเสี่ยวหลานรับไว้ ตาปรือแทบปิดเหมือนสุนัขใกล้ตาย จ้าวเสี่ยวหลานหน้าแดงก่ำเพราะความหนัก

พวกฟางชิงหยวนรอจนวินาทีสุดท้ายก็ไม่เห็นเย่เฟิงล้มลงกองกับพื้นเสียที แม้จะผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ได้เห็นสภาพทุลักทุเลสมใจแล้ว จึงหันหลังเตรียมกลับ

ทันใดนั้น จ้าวเสี่ยวหลานรู้สึกว่าน้ำหนักตัวที่กดทับหายไป เย่เฟิงที่เมื่อกี้ยังเมาแอ๋ตัวอ่อนปวกเปียก กลับยืดตัวตรงแหน็ว ไม่มีท่าทีของคนเมาแม้แต่น้อย

"คุณชายฟาง! จะรีบไปไหน ไม่อยู่ต่ออีกหน่อยเหรอ?" เสียงเย่เฟิงดังขึ้นไล่หลังกลุ่มคนที่จะเดินจากไป

ฟางชิงหยวนและพรรคพวกสะดุ้งโหยง หันขวับกลับมามอง ก็พบว่าเย่เฟิงที่แทบจะหมดสติเมื่อครู่ กลับมายืนตัวตรง แม้ผิวจะยังแดงระเรื่อ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับส่องประกายแจ่มใส ไร้แววคนเมาโดยสิ้นเชิง

"แก!" พวกฟางชิงหยวนร้องเสียงหลง เพราะสังเกตเห็นว่าผิวที่เคยแดงก่ำของเย่เฟิงค่อยๆ จางลง... จางลง... จนกลับมาเป็นสีผิวปกติ

"แกหลอกฉัน!" ฟางชิงหยวนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธ ตวาดใส่เย่เฟิงเสียงดัง

"ก็ปั่นหัวแกเล่นนั่นแหละ!" เย่เฟิงเบ้ปากอย่างยียวน "แปลกใจล่ะสิว่าทำไมฉันไม่เมา?"

ฟางชิงหยวนและพรรคพวกพยักหน้าอย่างโง่งม ทำหน้าเหมือนเห็นผี ฟื้นตัวเร็วขนาดนี้เป็นไปได้ยังไง? จ้าวเสี่ยวหลานเองก็อึ้งจนพูดไม่ออก เย่เฟิงไม่เมาจริงๆ เหรอ?

"ก้มดูที่พื้นสิแล้วจะเข้าใจ!" เย่เฟิงชี้ไปที่เท้าตัวเอง

ทุกคนมองตามนิ้วชี้ของเขา พบว่าพรมใต้เท้าเย่เฟิงเปียกชุ่มเป็นวงกว้าง และยังมีของเหลวใสไหลซึมออกมาจากรองเท้าผ้าใบของเขาไม่หยุดราวกับเปิดก๊อก

"ฝากไว้ก่อนเถอะ! ไป!" ฟางชิงหยวนรู้ว่าเสียทีให้เย่เฟิงเข้าแล้ว ขืนอยู่ต่อก็รังแต่จะขายหน้า จึงพาพรรคพวกเดินหนีหางจุกตูด

เย่เฟิงตะโกนไล่หลังอย่างอารมณ์ดี "คุณชายฟาง อย่าลืมเช็คบิลด้วยนะคร้าบ! ฮ่าๆๆ!"

ฟางชิงหยวนที่เดินถึงประตูสะดุดกึกแทบหน้าคะมำ แต่ด้วยมาดผู้ดี เขาจึงกัดฟันเดินเชิดหน้าออกไปทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พอพวกฟางชิงหยวนไปกันหมดแล้ว เย่เฟิงก็หุบยิ้ม หันมามองจ้าวเสี่ยวหลาน

จ้าวเสี่ยวหลานหน้าบึ้งตึง จ้องเย่เฟิงเขม็ง "เมื่อกี้คุณแกล้งทำเหรอ?"

"ใช่สิ ไม่งั้นจะต้มหมูตอนพวกนั้นได้ยังไง?" เย่เฟิงหัวเราะร่า เดินไปอุ้มจ้าวหลงปู้ที่นั่งเงียบๆ อยู่ด้านข้างขึ้นมา "เป็นไง พี่ชายเก่งไหมครับ?"

"พี่ชายสุดยอดไปเลย!" จ้าวหลงปู้หัวเราะร่าเริง

ทันใดนั้น จ้าวเสี่ยวหลานก็วิ่งเข้ามาเตะขาเย่เฟิงเต็มแรง "เย่เฟิง ไอ้คนบ้า!"

จบบทที่ บทที่ 28 ปั่นหัวเล่น

คัดลอกลิงก์แล้ว