เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

87 นกชื่อต้าเซี่ย

87 นกชื่อต้าเซี่ย

87 นกชื่อต้าเซี่ย


87 นกชื่อต้าเซี่ย

 

“ทำไมล่ะคะ?” เธอถาม

 

“เย้าปลูกสมุนไพรเพื่อหาเงิน ไม่ใช่มีไว้เพื่อการกุศล ถ้าคนในหมู่บ้านรู้ว่าสามารถขอยาจากเขาได้ฟรีๆ พวกเขาก็จะพากันมาขอยาจากเขา แล้วเขาจะปฏิเสธคนพวกนั้นได้ยังไง?” สามีของเธอพูด

 

“ฉันคิดว่าชาวบ้านก็น่าจะจ่ายเงินให้เขาอยู่แล้ว แล้วสมุนไพรก็ไม่ได้แพงมากขนาดนั้นหรอก” เธอพูด

 

“เย้าไม่ได้ปลูกสมุนไพรพอที่จะให้คนในหมู่บ้านใช้ได้ทุกคนนะ” สามีของเธอพูด

 

“คุณก็พูดถูก ฉันเห็นแปลงสมุนไพรของเย้านั้นไม่ได้มีสมุนไพรปลูกเอาไว้มากสักเท่าไหร่” เธอพูด

 

“เก็บเรื่องนี้เอาไว้กับตัวเองให้ดี คราวหน้าเราค่อยเอาเงินไปจ่ายเป็นค่ายาให้กับเขา” สามีของเธอพูด

 

“เข้าใจแล้วค่ะ”

 

...

 

ในตอนเช้าพระอาทิตย์ไม่ได้ร้อนแรงมากนัก

 

หวังเย้าตื่นแต่เช้าเพื่อเริ่มกิจวัตรประจำวันของเขา คือการทำงานในแปลงสมุนไพรและฝึกพลังฉี เขาวางแผนที่จะเข้าเมืองวันนี้เพื่อถามเกี่ยวกับการลงทะเบียนของแพทย์แผนจีน ข้อมูลที่ได้จากอินเตอร์เนตอาจจะไม่แม่นยำนักและข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่ก็อาจจะแตกต่างกันไป

 

ดูเหมือนว่าตอนนี้ฉันจะทำตัวสบายจนเกินไป หวังเย้ามองไปที่แปลงสมุนไพรและต้นไม้ที่กำลังเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

 

สมุนไพรทั่วไปนั้นเติบโตอย่างรวดเร็วและเร็วกว่าสมุนไพรราก พวกมันคล้ายกับเมล็ดและผัก ต้นหนึ่งเติบโตอย่างบ้าคลั่ง ส่วนอีกต้นนั้นเติบโตอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่หวังเย้าต้องการ เขาต้องการให้สมุนไพรรากนั้นเติบโตรวดเร็วเท่าๆกับสมุนไพรต้นอื่นๆ แต่เขาก็ยังหาหนทางนั้นไม่พบ เขาไม่สามารถทำลายสมุนไพรธรรมดาทิ้งไปได้ เพราะเขายังจำเป็นต้องใช้พวกมันในการต้มยา สร้างกำไรและเป็นปราการป้องกันสมุนไพรรากเอาไว้ คนส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถจดจำสมุนไพรรากเหล่านั้นได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่างเหอฉีเชิงจำพวกมันได้ มันคือสิ่งสำคัญที่ต้องซ่อนสมุนไพรรากเอาไว้จากคนที่คิดจะทำลายพวกมัน

 

การเดินทางเข้าตัวเมืองเหลียนชานในครั้งนี้ไม่ได้ราบรื่นเหมือนที่เขาหวังเอาไว้

 

เขาไปที่ศูนย์แพทย์แผนจีนและสอบถามเกี่ยวกับข้อกำหนดในการลงทะเบียนแพทย์แผนจีน แต่กลับไม่ได้คำตอบอย่างที่เขาต้องการ พนักงานในสำนักงานนั้นทั้งหยิ่งยโสและอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย บางทีอาจจะเป็นเพราะใกล้ปีใหม่แล้วจึงทำให้พนักงานต่างจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวและไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงานที่ทำได้ หวังเย้าถามใครไม่เจอเลยในตอนสิบโมงเช้า เมื่อเขาถามว่าทุกคนไปไหนกันหมด จึงได้คำตอบว่ากำลังประชุมอยู่

 

“มันไม่ง่ายเลยที่จะสอบถามข้อมูล และคงจะยิ่งยากเข้าไปอีกถ้าฉันต้องการที่จะลงทะเบียน!” หวังเย้าถอนหายใจ

 

หวังเย้าเลยต้องโทรหาหวังหมิงเปาเพื่อถามว่าเขารู้จักคนที่ทำงานในศูนย์การแพทย์แผนจีนรึเปล่า จากนั้นไม่นานหวังหมิงเปาก็มาหาหวังเย้าพร้อมกับเพื่อนคนหนึ่ง และเพื่อนคนนี้ก็ทำงานอยู่ในศูนย์การแพทย์แผนจีน เขาได้ช่วยอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการลงทะเบียนและยังนำเอกสารที่ต้องใช้สำหรับการลงทะเบียนมาให้หวังเย้าด้วย ข้อมูลที่เขาอธิบายนั้นไม่ได้ต่างไปจากที่หวังเย้าหาได้จากในอินเตอร์เนตเลย

 

การมีเพื่อนที่ถูกต้องสามารถทำให้ชีวิตของคนเราง่ายขึ้นมาก หวังเย้าคิด

 

หลังจากที่หวังเย้าได้รับรู้ที่ข้อมูลที่เขาต้องการแล้ว ก็ถึงเวลากลางวันพอดี หวังเย้าก็ได้ชวนหวังหมิงเปาและเพื่อนของเขาทานอาหารกลางวันด้วยกัน และเขายังได้ถามคำถามอีกเล็กน้อยกับเพื่อนของหวังหมิงเปาในตอนที่กำลังทานอาหารกันอยู่

 

“มีใครที่มีคุณสมบัติครบพอที่จะมาเป็นอาจารย์ของผมได้บ้างไหม?” หวังเย้าถาม นี่คือสิ่งที่หวังเย้ากังวลมากที่สุด

 

“ผมก็ไม่แน่ใจ แต่เดาว่าคงมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น” เพื่อนของหวังหมิงเปาพูด “ข้อกำหนดนั้นเข้มงวดมาก และยากยิ่งกว่าคือการหาแพทย์แผนจีนที่ได้รับการรับรอง”

 

ความจริงแล้ว ในเมืองเล็กๆอย่างเหลียนชานนั้น มีผู้เชี่ยวชาญระดับสูงและหมอที่มีชื่อเสียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น คนที่ทำงานด้านการแพทย์นี้ต่างก็รู้จักพวกเขา และหมอกลุ่มนี้ก็ไม่มีใครอยู่ที่เหลียนชานเป็นเวลานานด้วย พวกเขามักจะย้ายไปยังโรงพยาบาลใหญ่ๆในเมืองหลวงมากกว่า

 

เพื่อนของหวังหมิงเปาจากไปหลังจากที่ทานข้าวเรียบร้อยแล้ว หวังหมิงเปาเลยชวนหวังเย้าให้ไปที่ร้านของเขา และได้ชงชาให้กับหวังเย้าหลังจากที่พวกเขามาถึงร้านแล้ว

 

“ทำไมอยู่ดีดีนายถึงอยากลงเบียนเป็นแพทย์แผนจีนขึ้นมาล่ะ? มันไม่ง่ายเลยที่จะได้ใบรับรองและยากยิ่งขึ้นเมื่อนายไม่มีพื้นฐานเกี่ยวกับการแพทย์เลย!” หวังหมิงเปาพูดเมื่อเขารินชา เขาถามเพื่อนของเขาเกี่ยวข้อกำหนดในการลงทะเบียนและได้รู้ว่ามันเป็นหนทางที่ยาวไกลและยากลำบากมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่มีพื้นฐานการแพทย์เลย

 

“ฉันจำเป็นต้องมีใบรับรอง” หวังเย้าพูด

 

สิ่งแรกนั้นคือระบบต้องการให้เขาได้ใบรับรองมา และบทลงโทษหากว่าเขาทำพลาดนั้นรุนแรงมาก สอง ใบรับรองจะทำให้เขาสามารถออกใบสั่งยาและรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะมีปัญหาใหญ่

 

“ฉันอาจจะช่วยให้นายได้ใบรับรองของเมืองนี้ได้ แต่ฉันไม่รู้จักคนที่มีอิทธิพลของมณฑลเลย นายพอจะรู้จักคนที่พอจะช่วยนายในมณฑลบ้างไหม?” หวังหมิงเปาถาม

 

ในมณฑลเหรอ? ใช่แล้ว!

 

หวังเย้าตาเป็นประกายเมื่อเขาคิดถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาได้ ก็คือ กั๋วซือหรง!

 

กั๋วซือหรงติดหนี้หวังเย้าอยู่ เรื่องที่เขาได้ช่วยชีวิตน้องชายของเธอเอาไว้ เธอให้สัญญาว่าจะช่วยเหลือเขาทุกเรื่องที่เขาต้องการ และสิ่งนั้นต้องไม่เกินกว่าความสามารถของเธอ กั๋วซือหรงดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่อยู่ในระดับสูงและอาศัยอยู่ในมณฑลฉีอีกด้วย

 

บางทีฉันควรจะโทรหาเธอ หวังเย้าคิด

 

“ฉันจะลองถามพ่อของฉันดู ถ้าเขาช่วยได้” หวังหมิงเปาพูดขึ้นในตอนที่หวังเย้ากำลังคิดถึงกั๋วซือหรง

 

“นายอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้กับพ่อของนายเลย ให้ฉันลองดูก่อนว่าจะทำอะไรได้บ้าง ฉันจะบอกนายถ้าฉันต้องการความช่วยเหลือนะ” หวังเย้าพูด

 

“ไม่ต้องคิดมาก เรื่องของนายก็เหมือนเรื่องของฉันนั้นแหละ” หวังหมิงเปาพูด

 

หวังเย้าอยู่ในร้านของหวังหมิงเปาจนกระทั่งมีลูกค้าเข้ามา เขาจึงได้ออกไป หวังเย้าขับตรงกลับไปที่บ้านของเขา หวังเย้าได้โทรหากั๋วซือหรงทันทีที่ถึงบ้านและอธิบายสถานการณ์ของเขาให้เธอฟัง กั๋วซือหรงได้พูดออกมาเพียงสามคำเท่านั้น “ไม่มีปัญหา”

 

ในสายน้ำเสียงของเธอนั้นดูผ่อนคลายและมั่นใจมาก ดูคล้ายกับว่าคำขอของหวังเย้านั้นไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเธอเลย หวังเย้ายังได้ถามเกี่ยวกับอาการของปู่ของเธอด้วย เธอบอกว่า อาการของปู่นั้นดีกว่าที่คาดเอาไว้ และเธอต้องการจะขอบคุณหวังเย้าที่ได้ช่วยปู่ของเธอเอาไว้ได้ พวกเขาคุยกันอีกสักพักก่อนที่หวังเย้าจะวางสายไป

 

มันจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ? หวังเย้าสงสัยเมื่อเขาวางสายแล้ว หลังจากที่วางสายจากกั๋วซือหรงแล้วเขาก็กลับขึ้นไปบนเนินเขา

 

โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง! ซานเซียนอยู่ดีดีก็เริ่มเห่า

 

เกิดอะไรขึ้น? หวังเย้ารีบออกมาจากกระท่อมและเห็นว่าซานเซียนกำลังจ้องไปที่กระต่ายป่าที่เต็มไปด้วยเลือด

 

“โอ้โห้! นายจับกระต่ายมาได้เหรอเนี้ย!” หวังเย้าหัวเราะ

 

โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง! ซานเซียนเงยหน้าขึ้นและเห่าใส่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ

 

หวังเย้ามองขึ้นไปและเห็นอินทรีย์อยู่บนนั้น เขาเห็นว่ามีเลือดติดอยู่ที่กรงเล็บและขนของมัน เห็นได้ชัดว่า อินทรีย์นั้นได้ไปล่ากระต่ายแล้วเอามาแบ่งกับซานเซียน

 

“ต้าเซี่ยเอาให้นายเหรอ?” หวังเย้าถาม

 

ต้าเซี่ยคือชื่อของอินทรีย์ที่ตั้งให้มัน สัตว์ที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ก็ควรที่จะมีชื่อที่ยิ่งใหญ่

 

กีสสสส! อินทรีย์ส่งเสียงดังตอบรับการเรียกชื่อของมัน

 

 

 

 

จบบทที่ 87 นกชื่อต้าเซี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว