เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

85 ให้การักษาอย่างเคร่งเครียด

85 ให้การักษาอย่างเคร่งเครียด

85 ให้การักษาอย่างเคร่งเครียด


85 ให้การักษาอย่างเคร่งเครียด

 

ในฤดูหนาวที่เย็นเยียบ ทุกอย่างเหี่ยวแห้งแต่สมุนไพรในแปลงกลับมีชีวิตชีวา เขาค่อนข้างที่เข้าใจลักษณะการเจริญเติบโตของสมุนไพรส่วนใหญ่ที่เขาได้ปลูกเอาไว้ ต่างกับต้นสนที่เขียวตลอดทั้งปี ในเวลานี้พวกมันควรที่เหี่ยวเฉา แต่พวกมันยังเขียวอยู่ ซึ่งต่างจากธรรมชาติทั่วไปของมัน ต้นไม้ที่ใช้สร้างค่ายกลห้าเส้นยังมีใบใหม่งอกออกมาด้วยซ้ำ

 

มันควรจะพูดได้ว่ามันคือปาฏิหาริย์ มันคือหมู่บ้านที่ห่างไกลในภูเขาเล็กๆลูกหนึ่ง

 

เขาเป็นใครกัน? ทำไมถึงได้มีความสามารถแบบนี้ได้?

 

พวกเขาไม่ได้อยู่บนเนินเขานานนักและจากไปหลังจากที่อยู่ได้ไม่นาน

 

“ลุงเหอ? คุณคิดอะไรอยู่เหรอครับ? คุณเอาแต่เงียบตั้งแต่ที่เราออกมาจากที่นั้นแล้ว?” กั๋วเจิ้งเหอถามด้วยรอยยิ้ม

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ” เหอฉีเชิงส่ายหัว

 

“คุณกำลังคิดเรื่องคราวที่แล้วใช่ไหมครับ? หวังเย้าเข้าเก่งมากเลยนะครับ!” กั๋วเจิ้งเหอพูดอย่างจริงจัง

 

“ครับ”

 

“เราชวนเขามาอยู่กับเราได้ไหมครับ?” กั๋วเจิ้งเหอเปลี่ยนท่าทีของเขาไป ท่าทางของความสดใสและใสซื่อได้หายไป และถูกแทนที่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่และมีอำนาจ เขายังมีความรอบคอบและสายตาที่กว้างไกล ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่คนวัยเดียวกันควรจะมีเลย

 

มีเพียงแค่คนที่คุ้นเคยกับเขาเท่านั้นที่รู้ว่านี้คือคุณกั๋วที่แท้จริง

 

“คุณหนูได้ให้สัญญากับเขาเอาไว้ว่าจะไม่รบกวนชีวิตที่สงบสุขของเขาเพื่อรักษาชีวิตของคุณครับ” เหอฉีเชิงพูด

 

“พี่นั้นซื่อตรงและใจอ่อนเกินไป” กั๋วเจิ้งเหอพูดด้วยรอยยิ้ม

 

เหอฉีเชิงนั้นขมวดคิ้วและเงียบไป เขารู้สึกเสียใจที่ได้พาชายหนุ่มมาที่นี่

 

“แล้วคุณปู่ดีขึ้นบ้างไหมครับ?”

 

“ครับ เขาอาการดีขึ้นแล้ว”

 

“โอเค สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดก็ได้ผ่านไปแล้ว มันได้เวลาของพวกเราแล้ว น่าเสียดายที่ต้องทำทุกอย่างไปทีละขั้นตอน มันน่าเบื่อมากที่ต้องทนอยู่กับคนพวกนั้นที่โรงเรียน ผมอยากจะเรียนจบเร็วๆ!” กั๋วเจิ้งเหอพูด

 

การสนทนานี้มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่ได้ยิน

 

ก่อนที่จะจากไป เหอฉีเชิงมองไปที่เนินเขาและกระท่อม เขาอยากจะพูดกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในรถว่า “หยุดความคิดแย่ๆแบบนั้นกับหวังเย้าซะ” แต่เขาก็ไม่ได้พูดออกไปเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถทำได้

 

บางที ฉันควรจะบอกคุณหนู

 

เขารู้สึกว่าชายหนุ่มนั้นไม่ได้เป็นคนที่สุขุมรอบคอบ เขามักจะใจเย็น แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้หากมีคนทำให้เขาโกรธ เขามีอำนาจมากพอที่จะลงมือทำเรื่องบางอย่างได้และกันตัวเองออกจากปัญหาได้เช่นกัน

 

เมื่อลูกค้าของเขาได้จากไป หวังเย้าเริ่มคิดเกี่ยวกับภารกิจของเขา เขาดูคำอธิบายของภารกิจในหน้าต่างของระบบ

 

‘ภารกิจ : ทำให้คนจดจำสิบคนภายในสิบวัน(ผู้ป่วยหรือครอบครัวของพวกเขา) คุณไม่สามารถไปเยี่ยมพวกเขาได้และห้ามทำซ้ำ

ความก้าวหน้าของภารกิจ(3/10)’

 

มีแค่สามคนเท่านั้นเหรอ? เกิดอะไรขึ้น? แสดงว่ายาที่เขาให้เทียนหยวนถูไปนั้นมันได้ผลใช่ไหม? หวังเย้าคิดเกี่ยวกับเหตุผลมาอธิบายเรื่องนี้

 

เขาไม่สามารถไปเยี่ยมผู้ป่วยได้ แต่เขาสามารถกระจายข่าวสารเกี่ยวกับตัวเขาได้ ข่าวเกี่ยวกับเขาที่สามารถรักษาโรคได้จะถูกบอกไปยังญาติพี่น้องและเพื่อนของเขาเป็นอันดับแรก

 

ในตอนนี้ มีเพียงครอบครัวของเขาและเทียนหยวนถูเท่านั้นที่รู้ว่าเขาสามารถรักษาโรคได้เพราะเขากลัวเรื่องปัญหาที่จะตามมา แต่เมื่อมีภารกิจนี้ เขาก็จำเป็นที่จะต้องคิดใหม่ เขาสามารถกระจายข้อมูลออกไปได้ แต่ก็ต้องเป็นคนที่เขาเชื่อใจได้เท่านั้น มันไม่มีทางอื่นแล้ว แปลงสมุนไพรของเขานั้นมันวิเศษเกินไป คนอื่นจะต้องรู้ว่ามันมีความพิเศษอยู่ เพราะสมุนไพรในแปลงนั้นเขียวสดตลอดทั้งปีแม้แต่ในหน้าหนาวแบบนี้ก็ตาม ดังนั้นยิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น

 

“ใครควรจะเป็นคนที่รู้คนแรกดี?”

 

...

 

ในตอนกลางคืน มีแขกอยู่ในบ้านของเขาเมื่อเขากลับมาถึงบ้าน เขารู้จักพวกเขาทุกคน เพราะพวกเขาก็คือญาติๆของเขาเอง

 

“สวสัดีครับคุณลุงคุณป้า”

 

“อ้าว เย้ากลับมาแล้ว”

 

“ป้าของลูกเขาปวดท้อง ลูกลองตรวจดูหน่อยสิ” จางซิวหยิงพูด

 

“อะไรนะครับ?” หวังเย้าตกใจ

 

“ไม่ใช่ว่าลูกบอกแม่ว่าลูกรักษาโรคให้คนอื่นได้เหรอ? แม่เจอป้าของลูกเมื่อตอนกลางวัน เขาบอกว่าเธอปวดท้อง แต่เมื่อไปที่โรงพยาบาลแล้วพวกเขาก็ไม่เจออะไรเลย เธอมักจะปวดท้องอยู่บ่อยๆ ลูกช่วยดูให้เธอหน่อยสิ”

 

“ได้ครับ!” หวังเย้ารับปากอย่างยินดี เขากำลังคิดเกี่ยวกับภารกิจของเขาแล้วโอกาสมันก็มาอยู่ตรงหน้านี้แล้ว

 

“คุณป้า ให้ผมจับชีพจรดูนะครับ”

 

“ได้จ๊ะ”

 

การตรวจชีพจรในช่วงเช้านั้นจะง่ายและแม่นยำกว่าช่วงเวลากลางคืนที่ชีพจรจะไม่ชัดเจน แน่นอนว่าสำหรับหมอที่มีความชำนาญสูงนั้นเป็นข้อยกเว้น หวังเย้าได้เรียนรู้วิธีการจับชีพจรมาแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เคยทำมันในช่วงเวลากลางคืนเลย และนี้เป็นครั้งแรก

 

“ป้าครับ ป้ารู้สึกเย็นที่ท้องแล้วก็ท้องเสียบ่อยรึเปล่าครับ?” หวังเย้าถามเมื่อเขาจับชีพจรอย่างระมัดระวัง

 

“ใช่”

 

“สองสามวันมานี้ป้ากินอะไรที่พิเศษกว่าปกติไหมครับ?”

 

“ไม่มีจ๊ะ!” เธอตอบหลังจากที่คิดแล้ว

 

“ป้าของลูกเขาชอบกินอาหารรสจัด แล้วหลายวันมานี้ก็กินเหมือนเดิม” จางซิวหยิงพูด

 

“โอเคครับ”

 

หวังเย้าเข้าใจแล้ว

 

“ผมจะไปทำยาให้แล้วป้าก็มาเอายาได้ในวันพรุ่งนี้ตอนกลางวันนะครับ” หวังเย้าพูด

 

“ได้จ๊ะ ขอบคุณเย้ามากนะ”

 

“ยินดีครับ”

 

ทั้งสองนั่งอยู่สักพักก่อนที่จะกลับไป

 

“คุณคิดว่าเย้าทำได้จริงไหม?” ป้าของหวังเย้าถาม

 

“เธอเป็นคนอยากมาที่นี่เองนะ” ลุงของหวังเย้าพูด “เขาแค่ปลูกสมุนไพรอยู่แต่บนเนินเขานั้น มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่เขาจะทำยารักษาได้ นั้นมันเรื่องไร้สาระ”

 

“แล้วพรุ่งนี้เราจะมาที่นี่ไหม?”

 

“มาสิ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เราไม่ควรทำให้อีกฝ่ายต้องเสียหน้า เธอไม่ควรจะเชื่อน้าของเธอ” ลุงของหวังเย้าพูด

 

“อืม” ป้าของหวังเย้าตอบ

 

หวังเย้าขึ้นไปบนเนินเขาเมื่อทั้งสองจากไปแล้ว จากการที่ได้จับชีพจรดู เขาก็รู้ว่าควรจะทำยาตัวไหนเมื่อกลับมาถึงกระท่อมแล้ว

 

ค่อยต้มยาวันพรุ่งนี้แล้วกัน หวังเย้าคิด

 

เช้าของอีกวัน หลังจากที่หวังเย้าฝึกพลังฉีและทำงานในแปลงสมุนไพรเสร็จ เขาก็จัดยาตามสูตรที่เขาได้เลือกเอาไว้เมื่อวาน

 

จากความรู้ที่ได้รับมาจากระบบและศึกษาในหนังสือด้วยตัวเอง เขานั้นสามารถที่จะจัดยาสำหรับโรคทั่วๆไปได้แล้ว เขาจึงสามารถที่จะวินิจฉัยและรักษาอาการคออักเสบให้กับพ่อของเขาได้

จบบทที่ 85 ให้การักษาอย่างเคร่งเครียด

คัดลอกลิงก์แล้ว