- หน้าแรก
- หลังจากป่วยหนัก คุณหนูตัวจริงก็กลับมาพร้อมระบบต่อชีวิต
- บทที่ 625 - จูบปลอบขวัญในรถ
บทที่ 625 - จูบปลอบขวัญในรถ
บทที่ 625 - จูบปลอบขวัญในรถ
บทที่ 625 - จูบปลอบขวัญในรถ
☆☆☆☆☆
เสิ่นจ๋าไม่รู้หรอกว่า ที่เจียงหนิงปฏิเสธคำเชิญเข้าร่วมรายการวาไรตี้ของเขาหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ตอบตกลง ไม่ใช่เพราะความพยายามตื๊อของเขา แต่เป็นเพราะเจียงหนิงได้ยินชื่อสถานที่ที่คุ้นหูจากปากของเขา
ตอนนั้นเจียงหนิงได้ยินคำว่าเมืองเหอเถียน นี่แหละคือเหตุผลที่เธอตัดสินใจมาร่วมรายการนี้
เมื่อหลายปีก่อน เจียงหนิงกับฮั่วเมี่ยวถูกสลับตัวกันโดยอุบัติเหตุ พ่อแม่ที่แท้จริงของฮั่วเมี่ยวอุ้มเจียงหนิงกลับไป ครอบครัวนี้เห็นผู้ชายดีกว่าผู้หญิง ไม่ชอบเจียงหนิงที่เป็นเด็กผู้หญิงเลย และเพราะการดูแลที่หละหลวม เจียงหนิงในวัยเพียงหกเดือนจึงถูกแก๊งค้ามนุษย์อุ้มไป
เจียงหนิงโชคร้าย ดูได้จากการที่เธอถูกสลับตัวตั้งแต่เกิด ก่อนอายุห้าขวบ เธอใช้ชีวิตเหมือนสินค้า ถูกขายต่อมือแล้วมือเล่า
จนกระทั่งห้าขวบ คู่สามีภรรยาคู่หนึ่งก็ซื้อตัวเธอไป
คู่สามีภรรยาคู่นี้มีลูกชายไม่ได้ ไม่รู้ไปได้ยินมาจากไหนว่า ถ้าซื้อเด็กมาเป็น "ตัวล่อ" ก็จะทำให้มีลูกของตัวเองได้
ตอนที่เจียงหนิงอายุหกขวบ คู่สามีภรรยาคู่นี้ก็มีลูกชายของตัวเองจริงๆ
คู่สามีภรรยาคู่นี้ซื้อเจียงหนิงมาด้วยจุดประสงค์แอบแฝง ท่าทีที่มีต่อเธอจึงไม่ค่อยดีนัก
พอมีลูกชายของตัวเองแล้ว เจียงหนิงก็ยิ่งไม่มีประโยชน์อะไรในสายตาพวกเขาอีกต่อไป
เจียงหนิงถูกทารุณกรรมอย่างหนักในบ้านหลังนี้เป็นเวลาสามปี การต้องนอนในเล้าหมูหรือบ้านหมาเป็นเรื่องปกติ
จนกระทั่งวันหนึ่งตอนอายุแปดขวบ เธออาศัยโอกาสตอนที่ไปตลาดในเมือง แอบหนีออกมา และไม่กลับไปอีกเลย
การที่ถูกปู่เจียงรับเลี้ยง เป็นเรื่องหลังจากที่เธอเร่ร่อนไปแล้ว
การมาสถานีตำรวจครั้งนี้ เจียงหนิงต้องการจะแจ้งจับแก๊งค้ามนุษย์ที่ลักพาตัวเธอในตอนนั้น รวมถึงหมู่บ้านที่เธอเคยอาศัยอยู่ตอนเด็กๆ
ในหมู่บ้านที่คนที่ซื้อตัวเธอไปอาศัยอยู่นั้น นอกจากเธอแล้ว ยังมีเด็กที่ถูกลักพาตัวมาอีกหลายคน
เจียงหนิงมาสถานีตำรวจครั้งนี้ เพื่อแจ้งเบาะแสและแจ้งจับพวกค้ามนุษย์เหล่านี้
พอตำรวจได้ฟังเรื่องราวของเจียงหนิง ก็รีบพาตัวเธอเข้าไปในห้องทำงานด้านในทันที หลังจากฟังเจียงหนิงเล่าจบ กงลี่ ตำรวจที่รับเรื่องมองดูสมุดบันทึกบนโต๊ะ ที่เต็มไปด้วยตัวอักษรยุกยิกที่เขาเพิ่งจดบันทึกไว้
"เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ขนาดนี้ คุณยังจำได้อีกเหรอ" เขาถามด้วยความประหลาดใจ
"ตอนเด็กๆ จำได้ค่ะ พอโตขึ้นความทรงจำก็เริ่มเลือนราง ช่วงนี้เพราะเรื่องงาน ได้ไปอยู่ที่เมืองเหอเถียนสักพัก ก็เลยนึกขึ้นมาได้ค่ะ" เจียงหนิงหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋าที่พกติดตัว ยื่นให้กงลี่ "นี่คือสิ่งที่ฉันพอนึกออก ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์กับพวกคุณไหม"
ระบบที่นอนหมอบอยู่ในหัวของเจียงหนิง มองดูสมุดเล่มสีเทาถูกส่งให้ตำรวจ ก็กัดผ้าเช็ดหน้าแล้วร้องไห้เงียบๆ โฮสต์นึกขึ้นได้ที่ไหนกัน นี่มันเป็นสิ่งที่มันอดหลับอดนอนเขียนขึ้นมาตลอดหลายวันมานี้ต่างหาก เขียนจนอุ้งเท้าเจ็บไปหมดแล้ว...
เรื่องที่เจียงหนิงแจ้งความมีข้อมูลมหาศาล แถมยังเป็นเรื่องเมื่อสิบกว่าปีก่อน สุดท้ายกงลี่ก็ต้องเรียกเพื่อนร่วมงานมาช่วยอีกสองคน
กว่าเจียงหนิงและชีซิงโจวจะออกจากสถานีตำรวจ ก็ผ่านไปกว่าชั่วโมงแล้ว
สีหน้าของชีซิงโจวดูหม่นหมอง
เมื่อกี้เขาอยู่ข้างเจียงหนิงตลอด ไม่ได้ห่างไปไหน ได้ยินบทสนทนาระหว่างเจียงหนิงกับตำรวจอย่างชัดเจน
ตอนอยู่ในสถานีตำรวจมีคนนอกอยู่ เขาเลยเก็บอาการไว้ แต่พอขึ้นรถ ชีซิงโจวก็เก็บอาการไม่อยู่แล้ว เขายื่นมือออกไปกอดเจียงหนิงไว้แน่น
เจียงหนิงยังจมอยู่กับการแจ้งความเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าตำรวจจะไปตรวจสอบเรื่องนี้เมื่อไหร่ จู่ๆ ก็ถูกชีซิงโจวดึงเข้าไปกอด เธอชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วยกมือขึ้นกอดตอบเขา "เป็นอะไรไป"
"ผมไม่รู้เลย ว่าเมื่อก่อนคุณลำบากขนาดนั้น" ชีซิงโจวกอดเจียงหนิงแน่น ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย
เจียงหนิงรู้ทันทีว่าเขากำลังเสียใจแทนเธอ
เจียงหนิงอาศัยท่ากอดนี้ ยกมือขึ้นลูบหลังเขาเบาๆ "ไม่เป็นไรหรอก มันผ่านไปแล้ว"
ชีซิงโจวไม่พูดอะไร จริงๆ แล้วในใจเขามีคำพูดมากมายอยากจะพูด แต่พอมาถึงปากกลับรู้สึกว่าตัวเองพูดไม่เก่ง
เขาซุกหน้าลงถูไถ "ต่อไปผมจะดีกับคุณ จะดีกับคุณที่สุด"
"อื้ม ฉันเชื่อคุณนะ"
ทั้งสองกอดกันอยู่นานกว่าจะผละออกจากกัน
และตอนที่ผละออกมานั่นเอง เจียงหนิงถึงได้เห็นว่าขอบตาของชีซิงโจวแดงก่ำตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดูเหมือนจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ
เทียบกันแล้ว สีหน้าของเจียงหนิงกลับดูสงบนิ่ง
ดูแล้ว เหมือนเขาจะเป็นผู้เสียหายที่มาแจ้งความซะเอง
เจียงหนิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า "จริงๆ แล้วเรื่องตอนเด็กๆ ฉันจำไม่ได้แล้วล่ะ คุณเชื่อไหม"
ชีซิงโจวตอบทันทีอย่างไม่ลังเล "ผมเชื่อ"
แต่จริงๆ แล้ว ดูจากสีหน้าท่าทางที่เจ็บปวดของเขาก็รู้ว่าเขาไม่เชื่อคำพูดของเจียงหนิงเลย
ถ้าชีเฉินอยู่ที่นี่ คงดูออกทันทีว่า น้องชายหน้าขมของเขากลับมาอีกแล้ว
เจียงหนิงก็ดูออกว่าชีซิงโจวไม่เชื่อเธอ เธอถอนหายใจในใจ จริงๆ แล้วเธอไม่ได้โกหกชีซิงโจว เรื่องราวในวัยเด็ก เธอจำไม่ได้จริงๆ
แม้กระทั่งเรื่องที่เธอถูกลักพาตัวและขายต่อหลายครั้งตั้งแต่เด็ก เธอก็เพิ่งมารู้หลังจากผูกระบบแล้วนี่เอง
คืนนั้นที่เสิ่นจ๋าโทรหาเธอ ชวนเธอมาร่วมรายการวาไรตี้ อาจจะกลัวว่าเธอจะปฏิเสธเหมือนหลายครั้งก่อนหน้านี้ เลยรีบชิงพูดก่อน ขายของดีของหมู่บ้านซานวานให้เจียงหนิงฟัง
ตอนนั้น พอได้ยินคำว่าเมืองเหอเถียน เจียงหนิงก็รู้สึกคุ้นหู เลยตอบตกลงไป
ผลสุดท้ายระบบก็เซอร์ไพรส์เธอชุดใหญ่
เธอเองยังไม่รู้เลยว่า ก่อนอายุห้าขวบ เธอต้องทนทุกข์ทรมานขนาดนั้น
ความทรงจำในวัยเด็กของเจียงหนิงเลือนรางมาก รู้แค่ว่าพ่อแม่ไม่รัก มักจะถูกด่าทอทุบตี และมีงานบ้านมากมายที่ทำไม่จบไม่สิ้น รวมถึงเรื่องราวหลังจากที่เร่ร่อนไปแล้ว...
หลังจากระบบบอก เธอถึงได้รู้ว่าเมื่อก่อนตัวเองน่าสงสารขนาดนี้
เจียงหนิงมองชีซิงโจวที่อารมณ์ดิ่งลงเหว หน้ามุ่ย เหมือนมีเมฆฝนก้อนเล็กๆ ลอยอยู่บนหัว ก็ไม่รู้จะปลอบเขายังไงดี แต่จะปล่อยให้เขาเสียใจต่อไปเธอก็ทำใจไม่ได้
เรื่องการเข้าสังคมเธออ่อนหัดมาตลอด จริงๆ แล้วถ้าพิจารณาดีๆ ก็ไม่ได้ดีไปกว่าชีซิงโจวสักเท่าไหร่
เจียงหนิงคิดไปคิดมา เลยตัดสินใจดึงชีซิงโจวเข้ามา แล้วจูบแก้มเขาหนึ่งที
เสียงจุ๊บดังลั่นในรถ
ชีซิงโจวชะงัก เงยหน้ามองเจียงหนิง
เขาหน้าตาดีอยู่แล้ว พอมองใกล้ๆ ก็พบว่าผิวของเขาดีจนน่าเหลือเชื่อ ขาวเนียนสะอาดตา เจียงหนิงอดใจไม่ไหวจูบเขาไปอีกที
ในจังหวะที่เธอจูบเสร็จแล้วจะถอยกลับ ชีซิงโจวก็ได้สติในที่สุด
เขายกแขนขึ้น มือใหญ่โอบท้ายทอยเจียงหนิงไว้ไม่ให้เธอถอยหนี แล้วเป็นฝ่ายจูบเธอกลับ
จูบของชีซิงโจวรุกเร้าและทรงพลังอย่างดุดัน คนที่เมื่อเช้านี้จูบยังเก้ๆ กังๆ อยู่เลย ตอนนี้กลับเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองราวกับสุนัขป่าตัวโต เขาจับมือเจียงหนิงกดลงกับเบาะรถ ร่างสูงใหญ่ของเขาปกคลุมเธอไว้จนมิด ราวกับจะกลืนกินเธอลงไปทั้งตัว
[จบแล้ว]