- หน้าแรก
- หลังจากป่วยหนัก คุณหนูตัวจริงก็กลับมาพร้อมระบบต่อชีวิต
- บทที่ 540 - จำเจียงหนิงได้
บทที่ 540 - จำเจียงหนิงได้
บทที่ 540 - จำเจียงหนิงได้
บทที่ 540 - จำเจียงหนิงได้
☆☆☆☆☆
ร้านเกมในตำบลเล็กๆ ปกติมักจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก ทั้งยังไม่สะอาดและกว้างขวางเหมือนร้านเกมในตัวเมือง
พอเจียงหนิงเดินเข้าไป สายตาก็สะดุดเข้ากับเด็กหนุ่มสองคนที่กำลังนั่งเล่นเกมอยู่ที่มุมห้องทันที
เด็กผู้ชายสองคน คนหนึ่งอ้วน คนหนึ่งผอม บนตัวยังสวมชุดนักเรียนมัธยมต้นของโรงเรียนแห่งหนึ่งอยู่เลย มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้เยาว์ทั้งคู่
กวาดตามองไปรอบๆ ในมุมอับสายตาของร้านเกมแห่งนี้ ยังมีเด็กมัธยมที่ใส่ชุดนักเรียนแบบเดียวกันอยู่อีกไม่น้อย
เด็กหนุ่มสองคนนั้นกำลังเล่นเกมอย่างเมามัน ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีคนสองคนมายืนอยู่ข้างหลัง
กลับกัน เป็นหลี่ฮุ่ยพนักงานต้อนรับของร้านเกมที่เห็นฉากนี้เข้า เลยรีบลุกเดินตรงเข้ามาหา
ตอนที่เจียงหนิงกับชีซิงโจวเพิ่งเดินเข้ามา หลี่ฮุ่ยก็สังเกตเห็นทั้งคู่แล้ว
ไม่มีเหตุผลอื่น เป็นเพราะทั้งสองคนหน้าตาดีเกินไป บุคลิกก็โดดเด่น เธอทำงานที่ร้านเกมนี้มาปีกว่า ยังไม่เคยเจอใครหน้าตาดีและดูภูมิฐานขนาดนี้มาก่อน
ตอนที่ทั้งคู่เดินเข้ามา เธอถึงกับยืดตัวตรงโดยอัตโนมัติ พอเห็นว่าทั้งสองไม่ได้เข้ามาทักทาย หลี่ฮุ่ยก็ไม่ได้แปลกใจอะไร
ร้านเกมเล็กๆ ในตำบลแบบนี้ นอกจากคนที่มาเล่นเกมแล้ว ก็มีแต่พวกที่มาตามคนกลับบ้านนั่นแหละ
หลี่ฮุ่ยเหมาเอาเองว่าเจียงหนิงกับชีซิงโจวเป็นอย่างหลัง
สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่เจียงหนิงกับชีซิงโจวตลอด พอเห็นทั้งคู่ไปหยุดอยู่ที่มุมห้อง หัวใจของหลี่ฮุ่ยก็กระตุกวูบ รีบเดินเข้าไปหาทันที
พอเดินเข้าไปใกล้ หลี่ฮุ่ยถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เมื่อกี้มัวแต่ตะลึงในความดูดีของทั้งคู่ จนไม่ทันเห็นว่าผู้ชายคนนั้นถือมือถือชูไว้อยู่ตลอด
หน้าจอมือถือสว่างอยู่ แถมยังเป็นหน้าจอที่เธอคุ้นตา เพราะเธอไถติ๊กต็อกบ่อยๆ... ดูเหมือนอีกฝ่ายกำลังไลฟ์สดอยู่?
หัวใจของหลี่ฮุ่ยเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก
เธอรีบปรี่เข้าไป หมายจะเอามือบังหน้ากล้องของชีซิงโจว "พวกคุณมาทำอะไรกันคะ?"
"เรามาหาคน" เจียงหนิงมองเธอ จำได้ทันทีว่าเธอคือพนักงานที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์เมื่อกี้
หลี่ฮุ่ยโล่งอกไปเปราะหนึ่ง มาหาคนเหรอ? ค่อยยังชั่ว นึกว่าเป็นพวกเน็ตไอดอลมาทำคอนเทนต์
แต่ยังไม่ทันจะหายใจได้ทั่วท้อง ก็ได้ยินเสียงเจียงหนิงถามต่อว่า "ที่นี่คือร้านเกมใช่ไหม?"
เจียงหนิงมองไปรอบๆ "ทำไมถึงมีเด็กอยู่ที่นี่เยอะขนาดนี้?"
[ห๊ะ? มีเด็กด้วยเหรอ?!]
[เจียงหนิงหมายความว่าไง? มีเด็กมาเล่นเกมที่นี่เยอะงั้นเหรอ?]
[เป็นไปไม่ได้มั้ง เดี๋ยวนี้เข้าร้านเกมต้องใช้บัตรประชาชนลงทะเบียน ผู้เยาว์เข้าไม่ได้นี่นา]
[เมนต์บน คุณโลกสวยไปแล้ว ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก โดยเฉพาะในร้านเกมตามบ้านนอกที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีแบบนี้]
[ใช่เลย เมื่อกี้ป้าฉันเพิ่งโทรมาบ่นกับแม่ฉันว่าลูกชายแกติดเกมงอมแงม ถึงขั้นโดดเรียนบ่อยๆ ปีนกำแพงหนีไปร้านเกม ลูกพี่ลูกน้องฉันเพิ่งจะ 15 เองนะ]
[ร้านเกมตามต่างจังหวัดจริงๆ แล้วมั่วซั่วจะตาย ขอแค่มีเงิน เถ้าแก่เขาไม่สนหรอกว่าบรรลุนิติภาวะหรือยัง แต่ถ้าเป็นในเมืองใหญ่ทำไม่ได้หรอก โดนร้องเรียนทีคือจบเห่ แต่ตามบ้านนอก... เส้นสายดีหน่อย โดนร้องเรียนก็แค่หลับตาข้างหนึ่งทำเป็นไม่เห็น]
[......]
คำถามของเจียงหนิงทำเอาสีหน้าของหลี่ฮุ่ยแข็งทื่อไปทันที
เธอตั้งสติแล้วแกล้งพูดอย่างเป็นธรรมชาติว่า "อ๋อ พวกนี้เป็นเพื่อนลูกชายเถ้าแก่เขาน่ะค่ะ วันนี้โรงเรียนหยุด พวกเขาเลยมาเล่นกัน ไม่ได้เก็บตังค์หรอกค่ะ"
กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามผู้เยาว์เข้าใช้บริการร้านเกม
สมัยก่อนคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งล่อตาล่อใจอย่างมาก ร้านเกมแทบจะคนแน่นเอี๊ยดทุกวัน
แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไป เศรษฐกิจดีขึ้น คนที่มีกำลังทรัพย์หน่อยก็ซื้อคอมมาเล่นที่บ้าน ผู้ใหญ่ที่มาร้านเกมก็น้อยลงเรื่อยๆ
บวกกับการคมนาคมที่สะดวกสบาย วัยรุ่นในตำบลส่วนใหญ่ก็ออกไปทำงานในเมือง ปีหนึ่งกลับบ้านแค่สองสามครั้ง คนในตำบลก็น้อยลงทุกที ธุรกิจร้านเกมก็ซบเซาลงเรื่อยๆ จนตอนนี้ลูกค้ากลุ่มใหญ่กลายเป็นพวกเด็กนักเรียนมัธยมในตำบลนี่แหละ
แล้วเถ้าแก่จะยอมทิ้งบ่อเงินบ่อทองนี้ไปได้ยังไง?
หลี่ฮุ่ยรีบเปลี่ยนเรื่อง "พวกคุณมาหาคนใช่ไหมคะ? ...มาหาน้องชาย น้องสาว หรือลูกหลานคนไหนคะ? บอกชื่อมาได้เลย เดี๋ยวฉันช่วยดูให้ว่าอยู่หรือเปล่า"
เสียงพูดคุยของเจียงหนิงกับหลี่ฮุ่ยไม่ได้ดังและไม่ได้เบา เป็นระดับเสียงพูดคุยปกติ
ร้านเกมนี้ไม่ได้กว้างมาก นอกจากคนที่ใส่หูฟังอยู่ คนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้ยินกันหมด
มีคนหันมามองเจียงหนิงกับชีซิงโจวด้วยความอยากรู้อยากเห็นหลายคน หลี่ฮ่าวที่อยู่ใกล้เจียงหนิงที่สุดก็เป็นหนึ่งในนั้น
หลี่ฮ่าวเพิ่งเล่นจบไปตาหนึ่ง เดิมทีเขาไม่รู้ตัวหรอกว่ามีคนยืนอยู่ข้างหลัง แต่พวกเธอก็คุยกันอยู่ข้างหลังเขา เขาไม่ได้หูหนวกซะหน่อย
แถมถ้าฟังไม่ผิด เหมือนผู้หญิงคนเมื่อกี้จะถามอะไรทำนองอยากแส่เรื่องชาวบ้าน?
ผู้เยาว์เข้าร้านเกมแล้วมันทำไม?
หนักส่วนไหนของใครไม่ทราบ?
หลี่ฮ่าวขมวดคิ้ว หันขวับไปมองกะจะดูหน้าคนน่ารำคาญ แต่พอเห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ หลี่ฮ่าวก็ตะลึงค้างไปเลย
หลี่ฮ่าว: "!!! เชี่ย?"
เขาถึงกับเซจนเกือบตกเก้าอี้
เจียงหนิงสบตากับหลี่ฮ่าว พอเห็นอีกฝ่ายทำหน้าตื่นตะลึง เธอก็ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย "ทำไมตื่นเต้นขนาดนั้น? จำฉันได้เหรอ?"
เขาจำไม่ผิดจริงๆ ด้วย!
เจียงหนิงตามมาถึงที่แล้ว!
คนคนนี้มายืนอยู่หลังเขากับพี่ชายตั้งแต่เมื่อไหร่!
หลี่ฮ่าวไม่มีอารมณ์จะตอบคำถามเจียงหนิง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเธอด้วยซ้ำ
หลี่ฮ่าวใจสั่นระรัว รีบเอามือทั้งสองข้างไปเขย่าตัวหลี่ม่ายที่ใส่หูฟังเล่นเกมอย่างเมามันอยู่ข้างๆ "เฮีย... อย่า อย่าเพิ่งเล่น"
เขากระชากหูฟังออกจากหัวหลี่ม่ายอย่างแรง
"ทำบ้าอะไรวะ! อย่ามาแตะอั๊วนะ เว้ย ตานี้อั๊วจะชนะอยู่แล้ว!" หลี่ม่ายมือหนึ่งขยับเมาส์รัวๆ อีกมือรัวแป้นพิมพ์ยิกๆ ตาสองข้างจ้องเขม็งไปที่ตัวละครในจอคอมพิวเตอร์ แม้จะโดนหลี่ฮ่าวกวน ก็ไม่ยอมละสายตามามองแม้แต่นิดเดียว
เห็นได้ชัดว่าหมอนี่ติดเกมเข้าเส้นขนาดไหน
"เฮีย เลิกเล่นก่อน หันไปดูข้างหลังดิ" หลี่ฮ่าวยังดึงแขนพี่ชายไม่เลิก
เพราะโดนกวนสมาธิ ตัวละครในเกมที่กำลังสู้กันดุเดือดเลยรู้ผลแพ้ชนะอย่างรวดเร็ว
"แกเป็นบ้าอะไรวะ! ข้างหลังมีอะไรน่าดูนักหนา!" หลี่ม่ายหันขวับไปด้วยความโมโห แล้วสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดก็ไปปะทะเข้ากับเจียงหนิงเต็มๆ
แวบแรกที่เห็นเจียงหนิง หลี่ม่ายยังมึนๆ งงๆ อยู่
แต่หน้าตาของเจียงหนิงมันเป็นเอกลักษณ์เกินไป แถมเวลาออกกล้องเธอก็ไม่ได้แต่งรูปเว่อร์วัง หรือแต่งหน้าจัดจ้าน ตัวจริงกับในจอก็แทบจะเหมือนกันเปี๊ยบ ภาพในสมองของหลี่ม่ายเลยประมวลผลตรงกันเป๊ะ
"เชี่ย!"
หลี่ม่ายโยนคีย์บอร์ดทิ้งทันที แล้วดีดตัวลุกจากเก้าอี้
"เธอ เธอคือเจียงหนิง?" เขาเบิกตากว้าง สีหน้าไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
หลี่ฮ่าวยืนเบียดพี่ชายแน่น
สองพี่น้องหันมองหน้ากัน ต่างคนต่างนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาพร้อมกัน หน้าซีดเผือด รีบพูดละล่ำละลัก "พี่คงไม่ได้จะมาจับพวกผมเข้าคุกใช่ไหม? พวกผมรู้ตัวว่าผิดแล้ว ก็แค่เงินสิบหยวนเอง! ทีหลังไม่กล้าแล้วครับ"
"ฉันเอง" เจียงหนิงพยักหน้า กวาดตามองสองพี่น้องหัวจรดเท้า "ดูท่าพวกเธอจะรู้อยู่แล้วนะว่าฉันมาหาพวกเธอทำไม"
[จบแล้ว]