เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

64 สาวงามราวดอกไม้ ทำให้คนใจสั่นไหว

64 สาวงามราวดอกไม้ ทำให้คนใจสั่นไหว

64 สาวงามราวดอกไม้ ทำให้คนใจสั่นไหว


64 สาวงามราวดอกไม้ ทำให้คนใจสั่นไหว

 

“แล้วลูกจะใส่อะไรล่ะ?” จางซิวหยิงถาม

 

“ตัวนี้ดีกว่าครับ”

 

“นั้นมันเหมือนชุดทำสวนเลยนะ ไม่ดีๆ แล้วชุดที่ลูกเพิ่งซื้อมาใหม่คราวที่แล้วล่ะ ชุดนั้นก็ดูดีนะ” สุดท้าย หวังเย้าก็โดนแม่ของเขาบังคับให้ใส่ชุดใหม่ที่เขาซื้อมาจากในเมือง แล้วเขาก็ขับรถออกไปจากหมู่บ้าน

 

“เย้า นายเจอคนที่ชอบบ้างรึยัง?” ภายในรถ หวังรุ่ยเริ่มคิดเรื่องแต่งงานของหวังเย้าขึ้นมา

 

“ไม่” หวังเย้าปฏิเสธก่อนที่จะมีคำถามอื่นตามมาอีก

 

“ไม่มีทาง พี่จำได้ว่าในชั้นเรียนของเธอมีสาวสวยอยู่ตั้งหลายคน” หวังรุ่ยพูด

 

“พวกเขาแต่งงานแล้ว”

 

“อ้อ จริงเหรอ?” หวังรุ่ยพูด “พวกดอกไม้ที่สวยๆต่างก็เป็นที่ต้องตาของใครหลายคน เหมือนกับพี่สาวของนายนั้นแหละ”

 

“พี่ ช่วยเลิกหลงตัวเองซักทีจะได้ไหม? พี่ควรจะรีบๆแต่งงานได้แล้ว!”

 

“เลิกพูด แล้วตั้งใจขับรถไป!”

 

เวลาเกือบจะบ่ายสี่โมงครึ่งแล้ว ในตอนที่หวังเย้าขับรถไปถึงในเมือง

 

“นี่ แล้วงานเลี้ยงจัดทีไหนเหรอ?” หวังรุ่ยถาม

 

“โรงแรมเฉิงฮวา”

 

“ห๊ะ นั้นมันโรงแรมที่ดีที่สุดในเหลียนชานเลยนี่ ดูเหมือนว่าเพื่อนร่วมชั้นของนายจะรวยมากเลยนะเนี้ย!” หวังรุ่ยพูด

 

“ไม่รู้สิ ผมแทบจะไม่ได้คุยกับพวกเขาเลย” หวังเย้าพูด

 

“โอเค คืนนี้เป็นโอกาสที่ดีที่นายจะได้พูดคุยกับเพื่อนๆ และโดยเฉพาะกับสาวๆ”หวังรุ่ยพูด

 

“ถึงแล้ว” หวังเย้าจอดรถบริเวณอพาร์ทเมนต์ที่หวังรุ่ยได้เช่าเอาไว้ เขามองไปที่ตึก มันดูเก่ามากแต่มันใกล้กับที่ทำงานของพี่สาวเขา

 

“พี่ ผมซื้อบ้านให้พี่ดีไหม?”

 

“ซื้อบ้าน? ซื้อทำไม?” หวังรุ่ยมองไปที่พักที่เธอได้เช่าเอาไว้

 

“บ้านหลังหนึ่งราคาตารางเมตรละเกือบ 5,000 หยวน มันต้องใช้เงินเกือบห้าแสนหยวนสำหรับบ้านหนึ่งหลัง เงินเดือนของฉันยังไม่ถึง 3,000 หยวนเลยด้วยซ้ำ มันแพงเกินไป อยู่อพาร์ทเมนต์ก็ดีอยู่แล้ว”

 

“พี่ พี่แค่เลือกบ้านมาแล้วผมจะเป็นคนจ่ายเงินเอง” หวังเย้าพูด ในบัตรของเขาตอนนี้ มีเงินอยู่กว่าสองล้านหยวน มันจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยถ้าเขาคิดจะซื้อบ้านซักหลัง แล้วเขาก็ไม่รู้ว่า จะเอาเงินที่มีไปทำอะไรด้วย

 

“นั้นมันเป็นหน้าที่ของพี่เขยในอนาคตของนายต่างหาก นายควรจะรีบไปที่งานเลี้ยงรุ่นของนายได้แล้ว ฉันจะขึ้นห้องแล้ว” หวังรุ่ยพูดจบก็เดินขึ้นไปบนตึก

 

หวังเย้าขับรถออกไปจนเจอกับตึกที่โดดเด่นที่สุดในเหลียนชาน มันคือตึกสูง 12ชั้นของโรงแรมเฉิงฮวา โรงแรมสุดหรูของเหลียนชาน

 

เมื่อเขาจอดรถเสร็จ เขาก็เดินเข้าไปในโรงแรม และเดินหาห้องที่หยางหมิงได้บอกเอาไว้ มันเป็นห้องใหญ่ที่มีโต๊ะกลมหลายโต๊ะ ที่สามารถรับรองแขกได้ถึง 60 คนด้วยกัน เมื่อเขามาถึงเขาก็พบว่ามีคนมาถึงก่อนเขาแล้ว

 

“เฮ้ นายคือหวังเย้าใช่ไหม?!”

 

มีคนมากมายเข้ามาทักทายเมื่อเขาเข้ามาภายในห้องจัดเลี้ยง และเขาก็ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม

 

“ฉันว่าจะโทรหานายพอดี เพราะคิดว่านายจะไม่มาแล้วซะอีก!” หยางหมิงเดินมาหาเขาพร้อมกับรอยยิ้ม เขาอยู่ในชุดสูทราคาแพง มันทำให้เขาดูดีและมั่นใจ

 

“มานั่งโต๊ะกับพวกเราไหม?” หยางหมิงถาม

 

“ไม่ดีกว่า”

 

ในตอนนั้นเองก็มีเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นเดินเข้ามาภายในงาน แล้วหยางหมิงจึงเดินเข้าไปทักทาย

 

หวังเย้าเลือกที่นั่งใกล้กับหน้าต่างแล้วพูดคุยกับเพื่อนร่วมชั้นที่นั่งอยู่ใกล้เขา เขาจำชื่อพวกเขาได้ แต่พวกเขาดูแปลกไปเพราะไม่ได้เจอกันหลายปี บางคนก็แต่งงานแล้ว ส่วนบางคนก็ถึงกับพาลูกของพวกเขามางานนี้ด้วย

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

“เอาบุหรี่ไหม?” ชายร่างสูง 1.8 เมตรยื่นบุหรี่ให้เขาพร้อมกับรอยยิ้ม

 

เขาจำชื่อของคนคนนี้ได้ เขาชื่อ หลี่ชูกาง เขาเป็นคนที่สูงมาก เขามักจะนั่งอยู่หลังห้องเสมอและเป็นคนเงียบๆ การเรียนของเขานั้นไม่ได้ดีมาก แต่เขาก็มาพยายามตั้งใจเรียนในเทอมที่สองของปีสุดท้าย แล้วเขาก็ทำได้ดีจนสอบเข้ามหาลัยได้

 

“ฉันไม่สูบ ขอบคุณนะ” หวังเย้าพูด

 

“นายทำงานอะไรหลังจากที่เรียนจบเหรอ?” หลี่ชูกางถามในตอนที่เขาจุดบุหรี่

 

“ปลูกสมุนไพรอยู่ที่บ้าน แล้วนายล่ะ?”

 

“ฉันทำงานในบริษัทเกี่ยวกับยาชีวภาพที่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือน่ะ แต่ก็เพิ่งลาออกเมื่อเดือนที่แล้วนี้เอง”

 

“นายคิดจะหางานทำแถวบ้านเกิดเหรอ?” หวังเย้าถาม

 

“เฮ้! เพื่อน!” ในตอนนั้นเอง ก็มีคนตะโกนขึ้นมา หวังเย้าจึงมองไปและเห็นว่าหยางหมิงกำลังกอดชายร่างกำยำคนหนึ่งเอาไว้

 

“เหอห่าย” หลี่ชูกางพูด

 

เหอห่ายเป็นหนึ่งในท็อปของโรงเรียน นอกจากจะเรียนเก่งแล้วเขายังเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆคนด้วย ในตอนที่เรียนอยู่เขานั้นมีเพื่อนอยู่มากมาย เขายังทำคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ดี จนติดโรงเรียนทหารระดับท็อปของประเทศได้ ดังนั้นเขาจึงมีอนาคตและหน้าที่การงานที่มั่นคง

 

“เขาเข้ารับตำแหน่งทหารระดับล่างหลังจากเรียนจบอยู่สามปี ก่อนที่เขาจะกลายมาเป็นทหารระดับสูงตอนนี้” หลี่ชูกางพูด

 

“อนาคตของเขาดูสดใสมาก!” หวังเย้าพูด

 

“ใช่”

 

“เอ๋? แล้วทำไมเขาถึงกลับมาช่วงนี้ล่ะ?” หวังเย้าถามด้วยความสงสัย เพราะค่ายทหารนั้นมักจะเข้มงวดเรื่องการเข้าออกของทหารมาก

 

“ไม่รู้สิ”

 

หยางหมิงลากเหอห่ายมาที่โต๊ะของพวกเขา เหอห่ายจึงได้ทักทายหวังเย้าและคนอื่นๆ

 

หลังจากห้าโมงเย็น โต๊ะทั้งสองก็เต็มไปด้วยคนเกือบ 20 คนด้วยกัน พวกเขาต่างก็เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยคนละที่กัน และส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่มหาวิทยาลัยในช่วงวันหยุดฤดูหนาวและฤดูร้อน จึงไม่มีใครกลับมาเหลียนชานในช่วงเวลานั้นเลย แต่หลังจากที่พวกเขาเรียนจบ บางคนก็กลับมาที่เหลียนชานเพราะค่าครองชีพและการแข่งขันที่สูงในเมืองใหญ่ และบ้านแต่ละหลังในเมืองใหญ่ก็มีราคาที่สูงมาก แม้ว่าพวกเขาจะทำงานเก็บเงินสิบปีหรือยี่สิบปีก็ยังไม่มากพอที่จะซื้อได้

 

บางครั้ง ผู้คนก็ไม่อาจจะกำหนดโชคชะตาของตัวเองได้ แม้ว่าพวกเขาจะมีความทะเยอทะยานมากแค่ไหนก็ตาม

 

ในช่วงเวลาเพื่อนร่วมชั้นต่างกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น อยู่ๆประตูห้องจัดเลี้ยงก็ถูกเปิดออก

 

หญิงสาวหน้าตางดงามได้เดินเข้ามาจากด้านนอก เธอสวมเสื้อแจ็คเก็ตโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกาย เธอแต่งแต้มใบหน้าและมีผมดำเงาสาวสยายประบ่าของเธอ

 

ภายในห้องก็ดูสว่างไสวขึ้นมาทันทีที่เธอเข้ามา

 

“ถงเว่ย!” หยางหมิงลุกขึ้นยืนด้วยรอยยิ้ม

 

“เราเห็นเธอมานานหลายปีแล้ว แต่เธอก็ยังสวยขึ้นเรื่อยๆ” หลี่ชูกางพูดช้าๆ

 

“ใช่” หวังเย้าหยิบถ้วยชาขึ้นมาดื่ม

 

ชานี้รสชาติแย่จริงๆ

 

“หยางหมิงดูเหมือนจะตามจีบเธออยู่ใช่ไหม?”

 

“อาจจะ?” หวังเย้าพูด

 

ผู้หญิงสวยมักจะได้รับความสนใจจากผู้ชายหลายๆคน

จบบทที่ 64 สาวงามราวดอกไม้ ทำให้คนใจสั่นไหว

คัดลอกลิงก์แล้ว