เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 380 - คำขอร้องของชิวหย่งเฟย

บทที่ 380 - คำขอร้องของชิวหย่งเฟย

บทที่ 380 - คำขอร้องของชิวหย่งเฟย


บทที่ 380 - คำขอร้องของชิวหย่งเฟย

☆☆☆☆☆

หลังจากตระเวนดูในโต่วอินและเหมิงป๋อจนทั่ว เจียงหนิงก็พอจะเดาทางออก

เธอรู้แล้วว่าฮั่วลี่ต้องการจะทำอะไร

เหมือนที่เจียงหนิงคาดการณ์ไว้เป๊ะ เพราะเรื่องชาติกำเนิดของเธอกับฮั่วเมี่ยวถูกเปิดเผย บวกกับพฤติกรรมแย่ๆ ที่คนบ้านฮั่วทำกับเธอตลอดสองปีที่ผ่านมา ทำให้ชาวเน็ตเหม็นขี้หน้าฮั่วกรุ๊ปขั้นสุด พากันแบนสินค้าจนยอดขายตกต่ำ ขาดทุนยับเยินตลอดสองเดือนมานี้

ในยุคอินเทอร์เน็ตครองเมืองแบบนี้ เมื่อแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งภาพลักษณ์พังทลายในใจผู้บริโภค ก็เท่ากับนับถอยหลังรอวันเจ๊งได้เลย

ต่อให้สองพ่อลูกตระกูลฮั่วจะพยายามกอบกู้สถานการณ์แค่ไหน ก็ต้านทานกระแสความเกลียดชังของชาวเน็ตไม่อยู่

สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้ในชีวิตประจำวันของฮั่วกรุ๊ปไม่ใช่สิ่งที่ขาดไม่ได้ ในตลาดยังมีคู่แข่งอีกเพียบที่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน การแข่งขันดุเดือดเลือดพล่าน

ส่วนแบ่งการตลาดที่ฮั่วกรุ๊ปเสียไปในวินาทีนี้ วินาทีถัดไปก็จะถูกคู่แข่งรุมทึ้งเอาไปทันที

ฮั่วลี่รู้ดีว่า คนผูกก็ต้องเป็นคนแก้ ถ้าอยากจะเรียกความเชื่อมั่นและความนิยมจากชาวเน็ตกลับคืนมา กุญแจสำคัญอยู่ที่ตัวเจียงหนิง

ในเมื่อชาวเน็ตแบนฮั่วกรุ๊ปเพราะสงสารและอยากทวงความยุติธรรมให้เจียงหนิง เขาก็แค่ดึงเจียงหนิงมาเป็นพวกเดียวกันซะก็สิ้นเรื่อง

ใช้ไม้แข็งไม่ได้ผล ก็ใช้ไม้ตาย 'พลังแห่งเงินตรา' เข้าสู้

ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน เขาต้องผูกมัดเจียงหนิงไว้กับฮั่วกรุ๊ปให้ได้

ในเมื่อเจ้าตัวเขายังให้อภัยฮั่วกรุ๊ปแล้ว พวกแฟนคลับจะเอายังไง จะตามต่อหรือพอแค่นี้?

เขาใช้วิธีล่อให้สื่อปล่อยข่าว พร้อมกับแอบจ้างหน้าม้ามาปั่นกระแส เพื่อหวังจะเปลี่ยนทัศนคติของชาวเน็ตที่มีต่อฮั่วกรุ๊ป

ฐานแฟนคลับของเจียงหนิงใหญ่มาก ต่อให้พวกเขาจะไม่สนับสนุนสินค้าฮั่วกรุ๊ปเพราะเจียงหนิง แต่อย่างน้อยก็ต้องไว้หน้าเจียงหนิงบ้างแหละน่า

ต้องยอมรับเลยว่า หมากตานี้ฮั่วลี่เดินเกมได้ฉลาดจริงๆ

เจียงหนิงกลับมาที่หน้าแชทวีแชต ไล่ตอบข้อความจางหล่างตามลำดับ

ขิงหนึ่งต้น: ไม่ได้กลับบ้านตระกูลฮั่ว

จางหล่างคงกำลังเล่นมือถืออยู่ ตอบกลับมาแทบจะทันที: อ้าว? ฉันเห็นเธอขึ้นเทรนด์ด้วยนี่นา

ขิงหนึ่งต้น: อื้ม มาทำงานที่ฮั่วกรุ๊ปไม่กี่วัน เดี๋ยวก็ไป

จางหล่างไม่ได้โง่ พอเห็นข้อความนี้ก็รู้ทันทีว่าเรื่องราวมันคงไม่ได้เป็นอย่างที่ชาวเน็ตลือกัน

จางหล่าง: ที่แท้ก็เป็นงี้นี่เอง นึกว่าเธอกลับไปแล้วซะอีก มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยนะ!

เจียงหนิงไม่เกรงใจ ส่งสติ๊กเกอร์ OK กลับไป

หน่วยงานของจางหล่างอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ถึงเวลา... ไม่แน่ว่าเธออาจจะต้องพึ่งพาจางหล่างจริงๆ ก็ได้

ออกจากแชทของจางหล่าง เจียงหนิงก็ไปตอบข้อความของจี้ซวง

ถึงจี้ซวงจะไม่ได้พูดอะไรมาก แต่เจียงหนิงก็รู้ว่าเธอน่าจะเห็นข่าวในเน็ตเลยทักมาถามไถ่

ขิงหนึ่งต้น: น้าจี้~ อรุณสวัสดิ์ค่ะ~

ขิงหนึ่งต้น: ช่วงนี้กำลังตบเกรียนอยู่ค่ะ ได้คุกกี้มาเติมพลังก็ดีเหมือนกัน~

จี้ซวงเป็นคนฉลาด พอเห็นข้อความเจียงหนิงก็เข้าใจทันที

จี้ซวง: ฮ่าๆ งั้นน้าจะทำไปให้เยอะๆ เลย หนูชอบรสอะไรจ๊ะ? มีรสนม รสดั้งเดิม รสสตรอว์เบอร์รี รสถั่ว แล้วก็งา

ถ้าเป็นคนอื่น เจียงหนิงคงปฏิเสธไปตามมารยาทตั้งแต่แรกแล้ว เพราะนิสัยส่วนตัวเธอชอบรักษาระยะห่างกับคนอื่น

แต่กับจี้ซวง เจียงหนิงรู้สึกดีด้วยตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ยิ่งได้ไปมาหาสู่กันหลายครั้ง สำหรับเจียงหนิงแล้ว จี้ซวงถือเป็นคนกันเอง

จี้ซวงเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีและอบอุ่น มีรังสีความเป็นแม่อยู่เต็มเปี่ยม อยู่ด้วยแล้วสบายใจ

ขิงหนึ่งต้น: หนูชอบรสนมกับรสดั้งเดิมค่ะ

จี้ซวง: ได้จ้ะ! เดี๋ยวจัดสองรสนี้ไปให้จุกๆ เลย

จี้ซวง: ตบเกรียนกินแค่คุกกี้จะพอเหรอ? ต้องการกำลังเสริมอย่างอื่นไหม?

พรืดดด

เห็นประโยคสุดท้ายของจี้ซวง เจียงหนิงแทบจะพ่นน้ำชาออกมา

ไม่นึกว่าจี้ซวงจะมีมุมตลกกับเขาด้วย

ขิงหนึ่งต้น: ไม่ต้องหรอกค่ะ คุกกี้มาถึงก็เกินพอแล้ว

จี้ซวงส่งสติ๊กเกอร์ 'โชคดีมีชัย' รูปดอกบัวกลับมาให้

เจียงหนิงไล่ดูข้อความอื่นต่อ

เพื่อนในวีแชตของเจียงหนิงมีหลักร้อย แต่คนที่คุยกันบ่อยๆ มีไม่ถึงสิบคน แต่ช่วงนี้พอดังขึ้นมา คนทักมาก็เยอะขึ้น

ส่วนใหญ่ทักมาเลียบๆ เคียงๆ อยากรู้อยากเห็น เจียงหนิงไม่สนใจ ไม่ตอบกลับ

แต่ครั้งนี้ เธอสะดุดตากับข้อความของชิวหย่งเฟย

หลังจากชิวหย่งเฟยขอวีแชตเธอที่โรงพยาบาลวันนั้น เจียงหนิงก็นึกว่าเขาจะรีบติดต่อมา แต่ผ่านไปหลายวันก็ยังเงียบกริบ

เจียงหนิงนึกว่าเขาเปลี่ยนใจไม่ให้เธอช่วยแล้วซะอีก

เจียงหนิงกดเข้าไปดูแชทของชิวหย่งเฟย

ชิวหย่งเฟย: พี่เจียงหนิงครับ ผมขอรบกวนอะไรหน่อยได้ไหมครับ คือว่าผมชื่อชิวหย่งเฟย อายุ 20 ปี เกิดที่หมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองเหิงชวน มณฑลซานเหอ เมื่อก่อนผมมีน้องสาวคนหนึ่ง...

ชิวหย่งเฟยพิมพ์ข้อความมายาวเหยียด เจียงหนิงอ่านจบก็พบว่าเรื่องที่เขาขอร้องก็เหมือนกับที่หลี่จื้อฉุนเคยเล่าให้ฟังที่โรงพยาบาล ชิวหย่งเฟยอยากให้เธอช่วยกระจายข่าวตามหาน้องสาว

ระหว่างที่เจียงหนิงกำลังอ่าน ชิวหย่งเฟยก็ส่งข้อความใหม่มาอีกรัวๆ

ชิวหย่งเฟย: เพื่อตามหาน้องสาว ผมเลยค่อยๆ เข้ามาอยู่ในวงการอาสาสมัครปราบค้ามนุษย์ ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยสองปีมานี้ ผมไปตามหาน้องสาวมาหลายที่ แต่ก็ไม่มีข่าวคราวเลย ได้เบาะแสมาหลายครั้ง แต่พอไปเช็กดูก็ไม่ใช่

ชิวหย่งเฟย: วันนั้นที่แอดวีแชตพี่ที่โรงพยาบาล ผมกะว่าจะบอกเรื่องนี้เลย แต่ระหว่างทางไปสถานีตำรวจ จู่ๆ พวกเราก็ได้รับเบาะแสใหม่มาอีก อีกฝ่ายส่งรูปถ่ายมาให้ด้วย หน้าตาคล้ายน้องสาวผมตอนเด็กๆ มาก ผมเลยรีบบึ่งไปทันที จนกระทั่งวันนี้ ผลตรวจเลือดออกมาแล้วว่า... เธอไม่ใช่น้องสาวผม

ชิวหย่งเฟย: พี่ช่วยผมหน่อยนะครับ (อีโมจิร้องไห้) (อีโมจิร้องไห้) (อีโมจิร้องไห้)

ชิวหย่งเฟยที่อยู่อีกฟากของโทรศัพท์ พิมพ์ไปก็น้ำตาไหลพรากไป

เขานั่งอยู่ข้างถนนดินลูกรังที่มีฝุ่นตลบ แดดร้อนเปรี้ยง ริมฝีปากแห้งแตกจนเลือดซิบ สีหน้าย่ำแย่เพราะการเดินทางไกล

ชิวหย่งเฟยรู้สึกว่าเขาจะทนไม่ไหวแล้ว

วันที่ได้รับเบาะแสจากอาสาสมัครคนอื่น เขาเห็นรูปเด็กผู้หญิงคนนั้นแล้วรู้สึกว่าคล้ายน้องสาวที่หายไปถึงแปดส่วน ผิดกันแค่อายุที่น้อยกว่าน้องสาวเขาหนึ่งปี

แต่เรื่องเปลี่ยนอายุนี่เป็นเรื่องปกติในวงการค้าเด็ก ดังนั้นต่อให้ต้องเดินทางไกลเกือบสองพันกิโลเมตร ชิวหย่งเฟยก็ยังดั้นด้นมาคนเดียว

เพื่อประหยัดเงิน เขาทำเหมือนทุกครั้งที่ออกตามหาน้องสาว คือตีตั๋วรถไฟชั้นประหยัดที่นั่งแข็งโป๊ก กินขนมปังกับน้ำเปล่าประทังชีวิต

เขานั่งรถไฟนานหลายสิบชั่วโมงด้วยความหวังเต็มเปี่ยม คิดว่าครั้งนี้ผลลัพธ์จะต่างออกไป แต่สุดท้ายก็เหมือนเดิม... ผลตรวจยืนยันว่าไม่ใช่

การเดินทางไกลมันเหนื่อย นั่งรถไฟชั้นประหยัดมันทรมาน สิ่งเหล่านี้ชิวหย่งเฟยทนได้

แต่การที่ต้องแบกความหวังมาเต็มอก แล้วกลับไปพร้อมกับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่างหาก ที่กัดกินหัวใจเขาจนแทบรับไม่ไหว

ความหวังที่พังทลายลงครั้งแล้วครั้งเล่า เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปหลายปีแล้ว

ชิวหย่งเฟยกำมือถือแน่น น้ำตาไหลลงมาเป็นสาย

น้องจ๋า น้องอยู่ที่ไหนกันแน่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 380 - คำขอร้องของชิวหย่งเฟย

คัดลอกลิงก์แล้ว