- หน้าแรก
- หลังจากป่วยหนัก คุณหนูตัวจริงก็กลับมาพร้อมระบบต่อชีวิต
- บทที่ 260 - พ่อแม่ตัวเองยังจำไม่ได้งั้นเหรอ?
บทที่ 260 - พ่อแม่ตัวเองยังจำไม่ได้งั้นเหรอ?
บทที่ 260 - พ่อแม่ตัวเองยังจำไม่ได้งั้นเหรอ?
บทที่ 260 - พ่อแม่ตัวเองยังจำไม่ได้งั้นเหรอ?
☆☆☆☆☆
กระเป๋าสะพายข้างที่เจียงหนิงสะพายอยู่ คือใบโปรดที่เธอสะพายไปเมือง Q กับชีซิงโจวคราวก่อน
กระเป๋าใบนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ของข้างในก็มีเพียงแค่อย่างเดียว นั่นก็คือกระทะก้นแบนจากโรงงานระบบ
ถึงเจียงหนิงจะเก็บกระทะไว้ในกระเป๋าระบบได้ แล้วค่อยเอาออกมาตอนจำเป็น
แต่ทว่าถ้าต้องหยิบกระทะออกมาในที่คนพลุกพล่านหรือมีกล้องวงจรปิด เธอคงอธิบายยากว่าจู่ ๆ มีกระทะโผล่ออกมาในมือได้ยังไง
สู้สะพายกระเป๋าไว้กับตัวเลยสะดวกกว่า แถมยังประหยัดแรงอีกต่างหาก!
คุณภาพของจากระบบนั้นหายห่วง
—ปั้ง!
คนรอบข้างที่ได้ยินเสียงกระเป๋าฟาดหน้า ถึงกับรู้สึกเสียวฟันแทน
ส่วนชายวัยกลางคนที่โดนฟาดร้องเสียงหลงออกมาทันที
เขาปล่อยมือจากหลี่หลิง ยกมือขึ้นกุมใบหน้าซีกที่โดนตบ
“นี่ นี่มันเรื่องอะไรกัน!”
“ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงมาทำร้ายคนอื่นแบบนี้!”
หญิงวัยกลางคนตีหน้ายักษ์ ตวาดใส่เจียงหนิงด้วยความโกรธ
แต่ถึงจะอยู่ในสถานการณ์นี้ เธอก็ยังไม่ลืมที่จะจับข้อมือของหลี่หลิงเอาไว้แน่น
เจียงหนิงตาไวมองเห็นเด็กสาวร้องไห้ไม่หยุด เธอพุ่งเข้าไปกระชากผมหญิงวัยกลางคนแล้วดึงลงมาอย่างแรง พร้อมกับแทงเข่าเข้าที่ท้องของอีกฝ่ายอย่างจัง
ซูรุ่ยฉินยังไม่ทันตั้งตัวก็เจ็บจี๊ดที่หนังศีรษะ เธอร้องโอดโอยออกมา ตัวงอลงตามแรงดึง
ทันใดนั้นหน้าท้องก็ถูกกระแทกด้วยเข่าอย่างหนัก จนหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เธอยกมือขึ้นกุมท้องโดยสัญชาตญาณ มือที่จับหลี่หลิงไว้จึงคลายออก
เจียงหนิงปล่อยมือจากผมของอีกฝ่ายอย่างนึกรังเกียจ อาศัยจังหวะนั้นดึงตัวเด็กสาวที่ยืนตัวสั่นงันงกมาหลบข้างหลัง
ชีซิงโจวตามมาถึงช้ากว่าก้าวหนึ่ง พอเห็นเจียงหนิงลงมือ เขาก็รีบมายืนขวางหน้าปกป้องเธอทันที สายตาจ้องมองชายหญิงคู่กรณีเขม็ง
“แกมัน...!!!” ชายวัยกลางคนคำรามลั่น เงยหน้าขวับขึ้นมา
พวกไทยมุงที่ไม่รีบร้อนเดินทางและหยุดดูเหตุการณ์ ต่างกลั้นขำไม่อยู่ หลุดหัวเราะ “พรืด” ออกมา
ก็เพราะบนหน้าของชายคนนี้มีรอยประทับจากกระเป๋าของเจียงหนิงแดงเถือก ตอนแรกเลือดกำเดายังไม่ไหลหรอก แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมาแรง ๆ เลือดสีสดก็ไหลย้อยลงมาจากรูจมูกให้เห็นกันจะจะ
ทุกคนต่างมองกระเป๋าใบเล็กในมือเจียงหนิงด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าข้างในใส่อะไรไว้ ถึงได้ฟาดคนเลือดตกยางออกได้ขนาดนี้
ซูรุ่ยฉินที่ยังจุกไม่หาย แสดงสีหน้าเจ็บปวด ชี้ไปที่ชายคนนั้นแล้วร้องบอก “ตาเฒ่าเฉิน เลือด เลือดออกแล้ว”
เฉินว่านเหลียงไม่พูดอะไร ยกมือปาดเลือด พอเห็นสีแดงฉานบนปลายนิ้ว เขาก็มองเจียงหนิงด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย
โดนเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ หยามหน้าท่ามกลางสายตาคนนับร้อย
คนอย่างเฉินว่านเหลียงไม่เคยขายหน้าขนาดนี้มาก่อน!
ซูรุ่ยฉินเหมือนรู้ว่าสามีกำลังจะทำอะไร รีบเข้าไปห้ามไม่ให้เขาลุกขึ้นมาอาละวาด พร้อมกับร้องห่มร้องไห้ฟ้องเจียงหนิง “แม่หนู ทำไมต้องทำร้ายพวกเราด้วย! คนแก่ปานนี้แล้วจะไปทนมือทนเท้าพวกวัยรุ่นอย่างเธอได้ยังไง!”
พูดจบเหมือนยังดราม่าไม่พอ เธาทรุดลงไปนั่งแปะกับพื้น ร้องไห้คร่ำครวญเสียงดัง “ฟ้าดินเป็นพยาน เราก็แค่อยากพาอีลูกไม่รักดีที่หนีออกจากบ้านกลับไปสั่งสอน ที่เราประหยัดอดออมทุกอย่างก็เพื่อมันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ!”
“มะ ไม่ใช่นะ พวกคุณไม่ใช่พ่อแม่หนู” หลี่หลิงหลบอยู่หลังเจียงหนิง เถียงเสียงสั่น
กลัวเจียงหนิงจะไม่เชื่อ เธอกระตุกแขนเสื้อเจียงหนิงแล้วย้ำ “พี่สาว หนูไม่รู้จักพวกเขาจริง ๆ นะคะ”
คนมุงเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ซูรุ่ยฉินเริ่มร้อนใจปนหวาดหวั่น
คราวก่อนที่เธอกับเฉินว่านเหลียงลากเด็กขึ้นรถกลางถนนแบบนี้ ไม่เห็นมีใครยื่นมือเข้ามาสอดสักคน!
ถ้าไม่ใช่เพราะนังเด็กนี่โผล่มาขัดจังหวะ ป่านนี้เธอกับเฉินว่านเหลียงคงลากเหยื่อขึ้นรถไปได้ตั้งนานแล้ว!
แต่เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ร้อนใจไปก็เท่านั้น
ซูรุ่ยฉินแหกปากร้องไห้โฮ “เวรกรรมจริง ๆ แค่โดนตบสั่งสอนไปทีเดียว ถึงกับไม่ยอมรับพ่อรับแม่ แถมยังรวมหัวคนนอกมารังแกบุพการีอีก!”
“เนรคุณแท้ ๆ พ่อแม่ตัวเองยังจำไม่ได้งั้นเหรอ?” ชาวบ้านร้านตลาดที่มุงดูเริ่มหันมาต่อว่าหลี่หลิง
[จบแล้ว]