- หน้าแรก
- หลังจากป่วยหนัก คุณหนูตัวจริงก็กลับมาพร้อมระบบต่อชีวิต
- บทที่ 155 - ออกจากรายการ
บทที่ 155 - ออกจากรายการ
บทที่ 155 - ออกจากรายการ
บทที่ 155 - ออกจากรายการ
พ็อดสารอาหาร = แคปซูลบำรุงร่างกาย
☆☆☆☆☆
ในฐานะโปรดิวเซอร์ของรายการ เฉินเหยียนได้พบกับทุกคนไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่เริ่มถ่ายทำ
โทรศัพท์มือถือของแขกรับเชิญทุกคนก็ถูกเก็บไว้ที่เขาเช่นกัน
หลังจากที่เสิ่นจ๋าและทีมงานคนอื่นๆ เข้าไปในเกมแล้ว เฉินเหยียนก็เตรียมพร้อมรออยู่ก่อน เขานำตู้เซฟนิรภัยมาตั้งไว้ แล้วนั่งรออยู่ด้านนอกห้องพักของเหล่าแขกรับเชิญ
มู่หมิงเซวียนเป็นคนแรกที่ออกจากรายการ และก็เป็นคนแรกที่เดินออกมาจากห้อง
สีหน้าของเขาแสดงความมืดมนและไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด แต่เฉินเหยียนกลับทำราวกับมองไม่เห็นความขุ่นเคืองของเขา เขาทักทายมู่หมิงเซวียนด้วยรอยยิ้มประหนึ่งเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน "คุณชายน้อยมู่ ร่างกายเป็นยังไงบ้างครับ? รู้สึกไม่สบายตัวตรงไหนหรือเปล่า?"
คำพูดของเฉินเหยียนเป็นเพียงการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบด้วยความห่วงใยเท่านั้น
เพราะยังไงเสีย แขกรับเชิญกลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มแรกที่ได้ใช้อุปกรณ์โฮโลแกรม แถมยังไม่ได้กินอะไรมาเป็นเวลานาน ต้องนอนอยู่ในพ็อดสารอาหารตลอด เฉินเหยียนเลยแค่อยากรู้ว่าความรู้สึกหลังจากที่พวกเขาตื่นขึ้นมาเป็นอย่างไร
แต่พอมู่หมิงเซวียนได้ยินคำพูดของเฉินเหยียน เขากลับรู้สึกเหมือนโดนดูถูก
ชีวิตบนเกาะร้างของเขามันทุลักทุเลแสนสาหัส แถมยังโดนเจียงหนิงอัดไปหลายรอบ แม้กระทั่งก่อนจะออฟไลน์ก็ยังโดนเจียงหนิงมัดด้วยเชือกป่าน
แต่โชคดีที่ในรายการทุกคนไม่ได้ใช้ร่างกายของตัวเอง พอได้กลับมาสู่โลกความจริง ร่องรอยบาดแผลที่เคยโดนเจียงหนิงซ้อมไว้ก็หายไปจนหมดสิ้น แม้แต่แขนที่เคยหลุดและยังไม่หายดีของเขาก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม
มู่หมิงเซวียนในตอนนี้สวมชุดสูทที่ดูดีมีระดับ รัศมีความเป็นผู้ดีแผ่ซ่าน กลับกลายเป็นคุณชายน้อยตระกูลมู่ผู้สูงส่งคนเดิมแล้ว
เขาไม่ตอบคำถามของเฉินเหยียน แต่เดินตรงเข้าไปหยิบมือถือของตัวเอง แล้วพูดจาข่มขู่เฉินเหยียนด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ทีมงานพวกคุณแน่มาก ผมจำไว้แล้ว!"
ฟังจากน้ำเสียงแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจจะเป็นศัตรูกับทีมงานรายการถึงที่สุด
เฉินเหยียนไม่แสดงอาการตื่นกลัวเลยสักนิด เขายังคงยิ้ม "ยินดีต้อนรับคุณชายน้อยมู่ให้กลับมาเล่นอีกในครั้งหน้านะครับ จากตรงนี้ออกไป พอลงจากเรือยอชต์แล้ว จะมีคนขับรถรออยู่ที่ริมถนน บริการส่งฟรีถึงสนามบินหรือโรงแรมเลยครับ"
หน้าตาของเฉินเหยียนนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่ามู่หมิงเซวียนเลย เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ รูปร่างสูงโปร่งสง่างาม ท่วงท่าสบายๆ เป็นกันเอง โครงหน้าที่คมคายชัดเจนนั้นไม่แพ้ดาราในวงการบันเทิงเลยแม้แต่น้อย มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม
ประตูห้องอีกห้องก็เปิดออกอย่างรวดเร็ว ฮั่วเมี่ยวเดินออกมาจากข้างในด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
ทันทีที่เห็นร่างของมู่หมิงเซวียน ฮั่วเมี่ยวก็ดีใจเหมือนคนจมน้ำเจอขอนไม้ เธอไม่คิดอะไรอีก รีบวิ่งเข้ามา แล้วหยิบมือถือของตัวเองเดินจากไปพร้อมกับมู่หมิงเซวียนทันที
หลังจากมู่หมิงเซวียนและฮั่วเมี่ยวออกไป แขกรับเชิญคนอื่นๆ ก็ทยอยกันออกมาจากห้องพักของตัวเอง
ทุกคนมารับมือถือคืนจากเฉินเหยียน แล้วก็รีบเผ่นออกจากที่นี่อย่างไม่คิดชีวิต ราวกับว่าทีมงานรายการเป็นโรคระบาด เห็นได้ชัดว่าโดนแกล้งจนเข็ดหลาบไปตามๆ กัน
เจียงหนิงเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกมา เฉินเหยียนเป็นคนยื่นมือถือส่งให้เธอด้วยตัวเอง พร้อมกับเอ่ยถามอย่างเป็นมิตร "หลังจากนี้มีแผนจะทำอะไรต่อหรือเปล่าครับ?"
เจียงหนิงรับมือถือของตัวเองมา เธอรู้สึกแปลกใจกับคำถามของเฉินเหยียน
เธอเหลือบมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ในขณะเดียวกัน เฉินเหยียนเองก็กำลังพิจารณาเจียงหนิงอยู่เช่นกัน
เขามองเธออย่างจริงจัง สายตาที่ใช้มองก็เปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่ได้ทำให้คนรู้สึกอึดอัด
เฉินเหยียนคิดไม่ตกว่า เจียงหนิงที่ดูตัวเล็กนิดเดียว ไม่ได้แตกต่างจากผู้หญิงทั่วไปเท่าไหร่ ทำไมถึงได้มีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งระเบิดออกมาได้ขนาดนั้น
เขาเอ่ยปากชวนเจียงหนิงด้วยความสนใจ "คืออย่างนี้นะครับ ผมมีรายการวาไรตี้อีกรายการหนึ่งที่กำลังถ่ายทำอยู่ ถ้าคุณสนใจ ผมอยากจะเชิญคุณไปเป็นแขกรับเชิญพิเศษ ค่าตัวไม่มีปัญหาเลย..."
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา เจียงหนิงก็ถึงกับเส้นเลือดกระตุกที่หน้าผาก
เหตุผลที่เธอมาเข้าร่วมรายการนี้ ก็เป็นเพราะเฉินเหยียนคนตรงหน้านี่แหละที่โทรไปหาเธอ จงใจใช้เรื่องที่มู่หมิงเซวียนกับฮั่วเมี่ยวก็เข้าร่วมรายการนี้มาเป็นเหยื่อล่อ สุดท้ายเธอก็โดนทีมงานรายการต้มจนเปื่อย!
เจียงหนิงนึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่เธอได้เจอมาตลอดช่วงเวลาที่อยู่บนเกาะร้าง ทั้งปีนต้นไม้ โหนเถาวัลย์ ล่าสัตว์ ฆ่าไก่ ถลกหนังกระต่าย นี่มันแค่เรื่องพื้นๆ
ที่หนักกว่านั้นคือ เธอไปอัดคนอื่นเขา แถมไม่ได้อัดแค่คนเดียว...
มู่หมิงเซวียน ก็โดนเธออัด
ฮั่วจื่อเหิง ก็โดนเธออัดเหมือนกัน
นี่ยังมีพวกขวัญใจมหาชนอย่าง ฮั่วเมี่ยว หลิงป๋อ หยวนเวย หลินฉี... ทุกคนโดนเธอซัดหนักกันถ้วนหน้า สภาพดูไม่จืดเลยสักคน
ก่อนหน้านี้เธอโดนแค่แฟนคลับของฮั่วเมี่ยวเกลียด แต่ตอนนี้สงสัยคงได้โดนแฟนคลับของคนพวกนี้ทั้งหมดรวมหัวกันมารุมกระทืบแน่
เฉินเหยียนยังคิดจะมาหลอกเธออีกเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
เจียงหนิงปฏิเสธทันควัน "ช่วงนี้คงไม่ว่างค่ะ"
เฉินเหยียน "..." หนุ่มหล่อถึงกับหงอย เขายังไม่ได้บอกเลยว่ารายการถ่ายทำเมื่อไหร่ เจียงหนิงก็ปฏิเสธซะแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่อยากไป
"รายการนั้นของผมดังมากเลยนะ เนื้อหารายการก็ส่งเสริมให้คุณได้โชว์ความสามารถได้ง่ายๆ ด้วย เป็นรายการแนวชนบท ชื่อรายการ 'อีกฟากของเมือง' ถ้าคุณเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็ติดต่อผมมาได้ทุกเมื่อเลยนะครับ"
เจียงหนิงฟังคำพูดของเฉินเหยียน เธอพยักหน้ารับ ทำนองว่าเธอจำไว้แล้ว จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป
เฉินเหยียนยังคงตะโกนไล่หลังเธอมาว่า ถ้าจะกลับเลยตอนนี้ พอลงจากเรือยอชต์ไปก็จะมีคนขับรถที่ทีมงานจัดเตรียมไว้รออยู่ที่ริมถนน บริการรับส่งฟรี...
เจียงหนิงไม่ได้หันกลับไปมอง เธอยกมือขึ้นโบกให้เขา
เฉินเหยียนที่ยืนอยู่ที่เดิมมองแผ่นหลังสุดคูลของเจียงหนิง แล้วก็หลุดหัวเราะออกมา
ไม่นานนัก เสิ่นจ๋าและทีมงานคนอื่นๆ ก็เดินออกมาจากห้องอีกห้อง
รายการ 'เอาชีวิตรอด 30 วัน' ซีซั่นที่ 8 ถือว่าปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
เจียงหนิงเดินออกมาที่ดาดฟ้าเรือ ก็เห็นเรือยอชต์หรูอีกลำจอดเทียบอยู่ข้างๆ จริงด้วย ดูเหมือนว่าที่นี่จะค่อนข้างเปลี่ยว นอกจากทีมงานของรายการแล้ว ก็มองไม่เห็นบ้านเรือนหรือผู้คนอื่นๆ เลย
บนถนนลาดยางที่สะอาดตาซึ่งอยู่ข้างๆ มีรถที่ทีมงานจัดเตรียมไว้สำหรับรับส่งจอดรออยู่หลายคัน เจียงหนิงไม่เห็นแขกรับเชิญคนอื่นๆ แล้ว คาดว่าน่าจะขึ้นรถกลับกันไปหมดแล้ว
เจียงหนิงยังจำคำพูดที่เธอบอกกับชีซิงโจวก่อนจะออฟไลน์ได้ เธอรับกระเป๋าสัมภาระของตัวเองมาจากทีมงาน แล้วเดินไปยังเรือยอชต์อีกลำเพื่อตามหาชีซิงโจว
ในจังหวะที่เธอก้าวเท้าเหยียบลงบนเรือยอชต์ลำนั้น ชีซิงโจวก็ก้าวฉับๆ ออกมาจากข้างในเรือพอดี เขาสวมเสื้อยืดสีขาวธรรมดากับกางเกงสีดำ บนศีรษะสวมหมวกแก๊ปสีดำ รูปร่างที่สูงโปร่งสมส่วนของเขาดูราวกับไม้แขวนเสื้อชั้นเลิศ
ปีกหมวกสีดำบดบังหน้าผากของเขา แต่ก็ไม่อาจซ่อนสันจมูกโด่งและคิ้วตาสวยงามคู่นั้นได้ ผิวของชีซิงโจวขาวจนแทบจะเรืองแสง ลำคอระหง เมื่อรวมกับการแต่งกายในตอนนี้ ลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงเล็กน้อยก็เผยให้เห็นเสน่ห์เย้ายวนบางอย่างออกมา ทั้งที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย
เขากำลังเม้มริมฝีปากบาง เดินออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ แสงแดดอันร้อนแรงสาดส่องลงบนดาดฟ้าเรือ อาบไล้ไปทั่วร่างของเขาจนเกิดเป็นประกายสีทอง
ขนาดเจียงหนิงที่ไม่เคยรู้สึกอะไรกับคนหล่อๆ มาก่อน ในตอนนี้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเผลอมองชีซิงโจวซ้ำไปซ้ำมา
ในตอนที่เจียงหนิงเห็นชีซิงโจว ชีซิงโจวเองก็เห็นเจียงหนิงเช่นกัน ดวงตาสีนิลที่เคยเย็นชาและว่างเปล่าคู่นั้นพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที บรรยากาศรอบตัวที่เคยเฉยชาจนเหมือนไม่มีอะไรอยู่เลยก็เปลี่ยนไปในบัดดล กลายเป็นความสดใสร่าเริง
ชีซิงโจวสาวเท้าเดินตรงมาทางเจียงหนิงทันที
เขาทั้งสูงและขายาว เพียงไม่กี่ก้าวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเจียงหนิงแล้ว
เมื่อเห็นเจียงหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อยอยู่ท่ามกลางแดดจ้า ชีซิงโจวก็ไม่คิดอะไรเลย เขายื่นมือไปถอดหมวกบนศีรษะของตัวเอง แล้วสวมลงบนหัวของเจียงหนิงทันที
เขาสูงใหญ่กว่าเจียงหนิง หมวกของผู้ชายก็ย่อมใหญ่กว่าหมวกของผู้หญิงอยู่หนึ่งเบอร์
หมวกที่ชีซิงโจวสวมได้พอดี พอนำมาสวมบนหัวของเจียงหนิง มันก็เลยใหญ่ไปหนึ่งเบอร์ ดูแล้วตลกพิลึก
แต่ทว่าในวินาทีที่หมวกถูกสวมลงมา มันก็ช่วยบดบังแสงแดดที่แผดเผาให้เธอได้จริงๆ
ชีซิงโจวยื่นมือออกมา เขาก้มตัวลงเล็กน้อย ค่อยๆ ปรับขนาดหมวกอย่างตั้งใจเพื่อให้พอดีกับศีรษะของเจียงหนิง
เจียงหนิงก้มหน้ามองพื้น คำพูดที่ตั้งใจจะปฏิเสธไม่รับหมวกก็ถูกกลืนหายไปกับการกระทำของชีซิงโจว
เธอจ้องมองชีซิงโจวที่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูกนิ่ง ในแววตาเต็มไปด้วยความครุ่นคิดอย่างจริงจัง
หลังจากสวมหมวกเสร็จ ทั้งสองคนก็เดินลงจากเรือยอชต์ ขึ้นรถที่ทีมงานจัดเตรียมไว้ให้
คนขับรถรัดเข็มขัดนิรภัยไปพลาง ถามอย่างอารมณ์ดีไปพลาง "ทั้งสองท่านจะไปที่ไหนครับ?"
"ไปสนามบินค่ะ" เจียงหนิงเป็นคนตอบ
ในขณะเดียวกัน บนรถอีกคัน มู่หมิงเซวียนและฮั่วเมี่ยวก็กำลังสั่งให้คนขับรถมุ่งหน้าไปสนามบินเช่นกัน พวกเขาต้องรีบกลับปักกิ่งให้เร็วที่สุด!
[จบแล้ว]