- หน้าแรก
- หลังจากป่วยหนัก คุณหนูตัวจริงก็กลับมาพร้อมระบบต่อชีวิต
- บทที่ 83 - เต็นท์โดนน้ำพัดไปแล้ว!
บทที่ 83 - เต็นท์โดนน้ำพัดไปแล้ว!
บทที่ 83 - เต็นท์โดนน้ำพัดไปแล้ว!
บทที่ 83 - เต็นท์โดนน้ำพัดไปแล้ว!
☆☆☆☆☆
ก่อนหน้านี้ตอนที่หนงฉุนยืนอยู่บนโขดหินสูงแล้วตะโกนเรียกจักรพรรดิหลิงกับฮั่วเมี่ยว เพราะมันอยู่ไกลเกินไป หลายคนถึงแม้จะไม่ได้ยินชัดว่าเขาตะโกนว่าอะไร แต่ก็ได้ยินเสียงของเขา
เจี่ยนเถียนเถียนในตอนนั้นก็พูดขึ้น "คนธรรมดาคนนั้นตะโกนว่าอะไรน่ะ?"
เธอรู้แค่ว่าหนงฉุนเป็นคนธรรมดา แต่จำชื่อของหนงฉุนไม่ได้
หลิงป๋อตั้งใจฟังอยู่ครู่หนึ่ง "ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ เหมือนจะเรียกให้พวกเราไปหา?"
หยวนเวยคาดเดาในแง่ร้าย "โขดหินนั่นสูงขนาดนั้น หรือว่าเจียงหนิงจะตกลงไป?"
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปทันที ก็... ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าให้เดาไปในทิศทางนั้น ถ้าพวกเขาไม่ไปช่วยเจียงหนิงมันก็จะดูใจดำเกินไป แต่ถ้าจะไปช่วย พวกเขาก็ไม่ใช่ทีมกู้ภัยมืออาชีพ... แถมในมือก็ไม่มีอุปกรณ์กู้ภัยด้วย
ฮั่วจื่อเหิงหลับตาลง อย่างหมดความอดทน "เธอไม่ตกลงไปหรอกน่า ขนาดหนงฉุนยังไม่ตก แล้วเธอจะไปตกได้ยังไง พวกแกไม่เคยเห็นตอนเธออัดคนนี่หว่า หุ่นเพรียวอย่างกับลิง แรงก็เยอะอย่างกับช้าง"
แขกรับเชิญคนอื่นๆ หันไปมองเขาทันที "???" นี่แกลองฟังสิ่งที่แกพูดดูหน่อยไหม?
แม้แต่มู่หมิงเซวียนก็ยังหันไปมองฮั่วจื่อเหิงสองสามที
กลับกันเป็นฮั่วเมี่ยวที่นั่งอยู่ข้างๆ ฮั่วจื่อเหิง ไม่รู้ว่าคิดอะไรขึ้นมาได้ เธอพูดขึ้น "นั่นสิคะ... เจียงหนิงเธอเก่งขนาดนั้น แถมยังโตมาจากบนเขาอีก เธอน่าจะคุ้นเคยกับสถานที่แบบนี้มากกว่าพวกเราด้วยซ้ำ"
"หา? โตมาจากบนเขาเหรอ?" เจี่ยนเถียนเถียนยกมือขึ้นเกาหัว "แสดงว่า ที่ในเน็ตเขาพูดกันว่าเมื่อก่อนเจียงหนิงเคยไปอาศัยอยู่บ้านเธอ ก็เป็นเรื่องจริงสิ?"
"ใช่" ฮั่วเมี่ยวพยักหน้า "เจียงหนิงสอบติดมหาวิทยาลัยที่ปักกิ่งได้แล้ว ถึงได้มาอยู่ที่บ้านฉัน แต่ว่า... เธอกับพวกเราเข้ากันไม่ค่อยได้เท่าไหร่ เมื่อไม่นานมานี้ก็เลยย้ายออกไปแล้ว"
ฟังเผินๆ ฮั่วเมี่ยวก็พูดความจริง แม้แต่ฮั่วจื่อเหิงกับมู่หมิงเซวียนก็ยังรู้สึกว่าฮั่วเมี่ยวพูดความจริง แต่จริงๆ แล้วเธอจงใจพูดคลุมเครือ เพื่อให้เจี่ยนเถียนเถียนตีความไปในทางที่ผิดเอง อย่างเช่น เรื่องสถานะคุณหนูตัวจริงตัวปลอมระหว่างเธอกับเจียงหนิง หรืออย่างเช่น ทำไมเจียงหนิงถึงอยู่ที่บ้านตระกูลฮั่วอย่างไม่มีความสุข หรืออย่างเช่น เจียงหนิงไม่ใช่พวกมาอาศัยบ้านคนอื่นอยู่ ตอนที่ออกจากบ้านตระกูลฮั่วไป เธอก็คืนบัตรธนาคารที่แม่ฮั่วมอบให้ก่อนหน้านี้กลับไปแบบที่ยังไม่ได้ใช้เลยสักนิด แถมยังให้เงินเพิ่มอีกสองแสนเป็นค่าที่พักกับค่าอาหารอีกด้วย ข้อมูลสำคัญๆ พวกนี้ฮั่วเมี่ยวไม่พูดถึงเลยสักคำ
ไม่เพียงแต่แขกรับเชิญคนอื่นๆ ในที่นั้นจะเข้าใจผิดว่าเจียงหนิงเป็นพวกเนรคุณไปอาศัยบ้านคนอื่นอยู่เหมือนที่ในเน็ตพูดกันจริงๆ แม้แต่ผู้ชมที่กำลังดูห้องไลฟ์นี้อยู่ พอได้ยินคำพูดสองสามประโยคนี้ของฮั่วเมี่ยว ก็ปักใจเชื่อไปแล้วว่าเจียงหนิงเป็นคนนิสัยแย่เหมือนที่ข่าวลือเขาว่ากัน
ทุกคนนั่งคุยกันอยู่ตรงนั้น ไม่มีใครลุกขึ้นเลย ไม่ต้องพูดถึงว่าจะไปหาเจียงหนิงกับหนงฉุน
[อ๊ากกกก ในที่สุดเมี่ยวเมี่ยวก็ยอมรับเรื่องที่ยัยกากเจียงทำแล้ว!]
[เมื่อก่อนทุกครั้งที่อยู่หน้ากล้อง เมี่ยวเมี่ยวของเราก็มัวแต่ห่วงความรู้สึกคนอื่น ไม่เพียงแต่จะบอกให้แฟนคลับอย่าไปยุ่งกับเจียงหนิง แต่ยังพูดจาดีๆ กับเจียงหนิงตั้งหลายครั้ง ตอนนี้พอไม่มีกล้อง เมี่ยวเมี่ยวของเราก็พูดความจริงออกมาแล้ว! ยัยเจียงหนิงคนหน้าด้าน!]
[จริงด้วย ข่าวในเน็ตเป็นเรื่องจริงทั้งหมด! เจียงหนิงคิดจะอ่อยคู่หมั้นของเมี่ยวเมี่ยว แถมยังตบตีเมี่ยวเมี่ยวกับครอบครัวของเธอด้วย เมื่อไม่นานมานี้ก็เลยโดนไล่ออกจากบ้านตระกูลฮั่วไปแล้ว!]
[เมี่ยวเมี่ยวใจดีจริงๆ เลยนะ ขนาดนี้แล้วก็ยังไม่พูดจาไม่ดีถึงเจียงหนิงสักคำ ถ้าเป็นฉันนะ ฉันคงทนไม่ไหวไปนานแล้ว เรื่องแย่ๆ ของเจียงหนิงฉันด่าได้เป็นกระบุงเลย]
[อ๊ากกกก โมโหจริงๆ! ดูสายตาของหยวนเบบี๋กับจักรพรรดิหลิงสิ เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขากำลังสงสารเมี่ยวเมี่ยว]
[ทุกคนโมโหฉันเข้าใจได้ แต่ว่า ฝนมันกำลังจะตกแล้วนะโว้ย! พวกเขาไม่คิดจะไปหลบฝนกันหน่อยเหรอ!]
[อ๊ากกกก หยุดคุยกันได้แล้วมั้ง! น้ำทะเลมันหนุนขึ้นมาตั้งเยอะแล้ว พวกเขายังไม่สังเกตเห็นอีกเหรอ!]
...
ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของผู้ชม ในที่สุดกลุ่มคนที่นั่งอยู่ริมฝั่งก็รู้ตัวสักทีว่า ฟ้าเริ่มมืดแล้ว และเรือยอชต์หรูหราลำนั้นก็ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าทุกคน กลับกันท้องฟ้ากลับมืดลงเรื่อยๆ ลมทะเลที่พัดมาก็เริ่มเย็นขึ้น
ฮั่วเมี่ยวอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาลูบแขน "ฟ้ามืดลงเรื่อยๆ แล้ว พวกเราจะทำยังไงกันดีคะ?"
เจี่ยนเถียนเถียนก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมากอดตัวเอง "ฉันรู้สึกหนาวนิดๆ แล้วอ่ะ ฝนจะไม่ตกจริงๆ ใช่ไหมคะ"
จริงๆ แล้วในตอนนี้ เมฆดำเริ่มลอยเข้ามาแล้ว แต่เพราะท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว ทุกคนก็เลยยังไม่ทันได้สังเกตเห็นในทันที
หลิงป๋อเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างจริงจัง จู่ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนไป เขามีลางสังหรณ์ว่า คืนนี้ดูเหมือนฝนจะตกจริงๆ
แต่เมื่อกี้คนที่บอกให้ทุกคนรออยู่ที่เดิมคือเขา ตอนนี้เขาจะมาบอกกับคนอื่นๆ ว่าคืนนี้ฝนอาจจะตกได้ยังไง หลิงป๋อละสายตากลับมา หยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมา สีหน้ายังคงปกติ "ทีมงานอาจจะติดธุระอยู่บนถนนก็ได้ พวกเรากางเต็นท์ของตัวเองกันก่อนเถอะ อย่างน้อยก็ผ่านคืนนี้ไปให้ได้ก่อน ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้เช้าทีมงานอาจจะมาแล้วก็ได้"
หยวนเวยกัดฟัน "ใช่ วันนี้ที่ไม่มาหาเรา อาจจะเป็นเพราะว่าทีมงานคนอื่นๆ ยังหาไม่เจอ ผู้กำกับก็เลยร้อนใจจนลืมพวกเราไปแล้วก็ได้ แต่พรุ่งนี้เช้า ยังไงพวกเขาก็น่าจะนึกถึงพวกเราได้แล้วล่ะ!"
ผู้กำกับยังไม่โผล่มาสักที ตาก็จะมืดแล้วด้วย พวกเขานอกจะจากจะฟังคำพูดของหลิงป๋อแล้วจะไปทำอะไรได้
ถ้าไม่กางเต็นท์ คืนนี้อาจจะไม่ได้นอนก็ได้
คนอื่นๆ ก็พยักหน้าเงียบๆ หยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองออกมาเหมือนกัน
พวกเขาไม่อยากไปหาเจียงหนิง แล้วก็ไม่คิดจะไปที่อื่นด้วย พอเห็นว่าพื้นที่ที่ตัวเองเพิ่งนั่งเมื่อกี้มันค่อนข้างเรียบ ดูแล้วเหมาะกับการกางเต็นท์ดี หลายคนก็เลยเริ่มแกะห่อกันตรงนั้นเลย
[อ๊ากก? เดี๋ยวนะ พวกแกจะกางเต็นท์กันบนหาดทรายเนี่ยนะ?]
[เชี่ย นี่มันหาดทรายนะ! มันนุ่มขนาดนั้น! พวกแกคิดว่านี่กำลังเล่นพ่อแม่ลูกกันอยู่เหรอ?!]
[ตรงนั้นไม่ได้นะ ตรงนั้นมันใกล้ทะเลเกินไป ฝนตกหนักน้ำทะเลจะหนุนสูง พัดเอาทั้งคนทั้งเต็นท์ลงทะเลไปด้วยพอดี!]
[ยังจะกล้าตอกสมอบกลงไปในหาดทรายอีก... พวกแกทำไมไม่ตอกลงไปในสมองตัวเองเลยล่ะโว้ย!]
[น่ากลัวจัง ดีนะที่เป็นโลกเสมือนจริง ไม่อย่างนั้นนี่มันอุบัติเหตุครั้งใหญ่เลยนะ! ไม่รักชีวิตตัวเองกันเลยหรือไง คืนแรกก็จะไม่รอดแล้วมั้ง]
[โว้ยๆๆ ทุกคนก็พูดจารุนแรงเกินไป!]
[หยวนเบบี๋กับจักรพรรดิหลิงเขาเป็นดารานะ ปกติไปไหนมาไหนก็มีผู้จัดการกับผู้ช่วยตลอด แม้แต่จะหิวน้ำก็ยังมีผู้ช่วยส่งน้ำให้ถึงที่ ไม่จำเป็นต้องลงมือทำอะไรเองเลย พวกเขาไม่รู้เรื่องพวกนี้มันก็ปกติไม่ใช่เหรอ]
[ใช่เลย เมี่ยวเมี่ยวของเราก็เป็นคุณหนูไฮโซมาตั้งแต่เด็ก วันที่น่าเบื่อและลำบากที่สุดในชีวิตของเธอ ก็คงจะเป็นวันนี้แหละ]
หน้าจอเถียงกันวุ่นวาย แต่ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับการกระทำของแขกรับเชิญในจอเลย
หลินฉีกางเต็นท์อยู่ข้างๆ หยวนเวย ตอนที่เขาตอกสมอบกลงไปในทรายนุ่มๆ เขาก็ลังเลนิดหน่อย "ทรายมันนุ่มขนาดนี้ เต็นท์มันจะยึดอยู่เหรอ?"
"ไม่เป็นไรมั้ง" หยวนเวยเหลือบมองแวบหนึ่ง ไม่ได้ใส่ใจ "เราก็นอนอยู่ในเต็นท์นี่นา ด้วยน้ำหนักร้อยกว่ากิโลของเรา จะกดเต็นท์ไว้ไม่อยู่หรือไง?"
ผู้ชมที่กำลังดูไลฟ์สดอยู่: ...
มู่หมิงเซวียนก็พูดขึ้น "มันก็นุ่มจริงๆ แหละ เหมือนจะยึดไม่ค่อยอยู่เลย ทุกคนพยายามกางเต็นท์ให้ชิดขอบป่าหน่อยก็แล้วกัน ป่ามันเป็นดินแข็ง" แต่ในป่ามันมีหญ้าขึ้นเยอะเกินไป แถมต้นไม้ก็หนาทึบ ป่าแถวๆ นี้มันไม่เหมาะกับการกางเต็นท์เลย
"อื้ม" หลิงป๋อพยักหน้า ย้ายเต็นท์ไปอยู่ริมสุด "วันนี้ก็ทนๆ ไปก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้พวกเราค่อยย้ายที่ใหม่"
[นี่มันจริงๆ เลยนะ ไม่รู้ว่าสมองพวกเขาทำด้วยอะไร]
[ยอมเลย ปัญหาก็เห็นๆ กันอยู่ แต่ไม่มีใครคิดได้เลย เฮ้อ]
[ไม่กลัวศัตรูที่ฉลาด แต่กลัวเพื่อนร่วมทีมที่โง่]
[ฮ่าฮ่าฮ่า มีแค่ฉันเหรอที่อยากเห็นสภาพตอนพวกเขาโดนน้ำพัดไปทั้งคนทั้งเต็นท์?]
[เพื่อน! ฉัน... ฉันด้วย... แต่กลัวโดนแฟนคลับเขารุมด่า ก็เลยไม่กล้าพูด ฮ่าฮ่า]
ในที่สุดแขกรับเชิญก็กางเต็นท์กันเสร็จก่อนที่ความมืดจะมาเยือน ฮั่วเมี่ยวกับเจี่ยนเถียนเถียนกางเต็นท์ไม่เป็น ก็เลยต้องให้ผู้ชายคนอื่นๆ มาช่วย
ทุกคนบอกราตรีสวัสดิ์กัน แล้วก็แยกย้ายกันคลานเข้าเต็นท์ของตัวเอง
กล้องแพนขึ้นสูง เต็นท์เล็กๆ เจ็ดหลังบนชายหาด ภายใต้คลื่นยักษ์ที่โหมกระหน่ำจากทะเลสีดำที่อยู่ไม่ไกล ดูช่างเล็กกระจิริดและน่าสงสารเหลือเกิน กลับกัน เต็นท์สองหลังบนเนินเขาที่ยึดครองพื้นที่สูง แถมยังดูแข็งแรงเป็นพิเศษ กลับให้ความรู้สึกปลอดภัยมากกว่าเยอะ
หลังจากที่ทีมงานประกาศว่าฝนจะตก สองชั่วโมงต่อมา ท้องฟ้าก็เริ่มมีฝนโปรยปรายลงมาจริงๆ
[ฮ่าฮ่าฮ่า มาแล้วๆ สิ่งที่รอคอยมาถึงแล้ว]
[เช็กชื่อๆ! มารอเหยียบซ้ำ! ฉันยังมาไม่สายใช่ไหม!]
[เอ๋ น่าเสียดายจัง พอแขกรับเชิญพวกนี้เข้าเต็นท์ไปแล้ว ฟังก์ชันกล้องก็เหมือนจะหายไปด้วย ไม่อย่างนั้นนะ ฉันอยากจะเห็นสีหน้าตอนพวกเขาพบว่าตัวเองกับเต็นท์โดนน้ำพัดไปจริงๆ เลย]
[ฮ่าฮ่าฮ่า ใจร้าย]
ฮั่วเมี่ยวขดตัวอยู่ในเต็นท์ของตัวเอง พอเข้ามาเธอก็พบว่า ในเต็นท์มีแต่ยุงกับแมลงเล็กๆ ไม่รู้ตัวอะไรเต็มไปหมด มันกัดเธอจนคันไปทั้งตัว
ฮั่วเมี่ยวร้องไห้ออกมาทันที
สุดท้ายก็ต้องไปขอยืมสเปรย์กันยุงมาจากเจี่ยนเถียนเถียน ฮั่วเมี่ยวก็ยังรู้สึกไม่สบายตัวอยู่ดี
สภาพแวดล้อมที่นี่มันแย่ขนาดนี้ ท้องก็หิว แถมยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอาง ไม่ได้อาบน้ำอีก ฮั่วเมี่ยวกำผ้าห่มในมือแน่น กัดฟัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าทีมงานมาเมื่อไหร่ เธอจะถอนตัวออกจากรายการนี้ทันที!
เธอจะกลับบ้าน เธอไม่ถ่ายมันแล้ว!
ที่นี่มันไม่ใช่ที่ที่คนจะอยู่ได้!
ไม่รู้ว่าป่านนี้เจียงหนิงจะเป็นยังไงบ้าง หรือว่าจะตกลงไปใต้โขดหินใหญ่ตายไปแล้วจริงๆ
ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถ้าเธอตายจริงๆ คนธรรมดาที่อยู่กับเธอก็ต้องวิ่งมาบอกข่าวแล้ว
ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ ในความมืด สีหน้าของฮั่วเมี่ยวก็ไม่ได้เสแสร้งอีกต่อไป มันเปลี่ยนไปมา ดวงตาคู่สวยฉายแววแค้นเคืองและมืดมน
กว่าจะหลับลงได้ ฮั่วเมี่ยวก็รู้สึกว่าร่างกายมันเย็นๆ เธอยังฝันด้วย ฝันว่าตัวเองกำลังอาบน้ำ แต่น้ำที่อาบมันเย็นไปหน่อย...
เต็นท์ถูกกระชากอย่างแรงจากด้านนอก เสียงเร่งรีบของฮั่วจื่อเหิงดึงฮั่วเมี่ยวออกมาจากความฝัน "เมี่ยวเมี่ยว! เมี่ยวเมี่ยวออกมา! เต็นท์จะโดนพัดไปแล้ว!"
ในความมืด ฮั่วเมี่ยวเบิกตากว้าง เธอรู้สึกว่าข้างใต้ตัวเธอมันเย็นๆ เหมือนนอนอยู่ในน้ำ ในที่สุดฮั่วเมี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะกรีดร้องออกมา
กว่าจะตั้งสติและออกมาจากเต็นท์ได้ด้วยการปลอบของฮั่วจื่อเหิง ฮั่วเมี่ยวก็เห็นว่า แขกรับเชิญคนอื่นๆ ออกมาจากเต็นท์กันหมดแล้ว
ฝนตกหนักราวกับฟ้ารั่ว ทุกคนเปียกปอนไปทั้งตัว ดูน่าสังเวชกันสุดๆ พวกเขายืนอยู่ในแอ่งน้ำ เต็นท์กับของอย่างอื่นก็ลอยอยู่บนผิวน้ำ
เจี่ยนเถียนเถียนยืนร้องไห้จ้าอยู่ข้างๆ ด้วยความกลัว
ในยามค่ำคืน สถานการณ์ช่างวุ่นวายเหลือเกิน
[จบแล้ว]