- หน้าแรก
- หลังจากป่วยหนัก คุณหนูตัวจริงก็กลับมาพร้อมระบบต่อชีวิต
- บทที่ 81 - ฮั่วเมี่ยวซุกซ่อนขนม
บทที่ 81 - ฮั่วเมี่ยวซุกซ่อนขนม
บทที่ 81 - ฮั่วเมี่ยวซุกซ่อนขนม
บทที่ 81 - ฮั่วเมี่ยวซุกซ่อนขนม
☆☆☆☆☆
อีก 2 ชั่วโมง ฝนจะตกหนัก
ตัวอักษรนี้เห็นได้ชัดว่าทีมงานจงใจขึ้นหน้าจอให้ผู้ชมดูพยากรณ์อากาศ พอผู้ชมรู้ตัวเท่านั้นแหละ คอมเมนต์กระสุนก็พุ่งพรวด ส่วนใหญ่ก็เข้ามาสมน้ำหน้า:
[เพิ่งจะพูดไปแหม็บๆ ว่าทีมงานไม่เป็นคน มันก็เริ่มหาเรื่องอีกแล้ว]
[แขกรับเชิญพวกนี้มาถึงยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย เดี๋ยวอีกสักพักคงไม่เปียกเป็นลูกหมากันหมดเหรอ]
[แค่ปกติไม่ฝนตก คลื่นลมในทะเลก็แรงน่ากลัวแล้ว นี่ฝนตกหนัก? ไม่อยากจะคิด]
[ดูแขกรับเชิญพวกนั้นยังไม่รู้ตัวอะไรเลย คืนนี้ได้ลำบากแน่]
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ชอบดูอะไรแบบนี้แหละ ชอบดูทีมงานทรมานแขกรับเชิญพวกนี้ให้ตายไปข้าง เหมือนรายการอื่นที่เอาแต่ประคบประหงมดาราพวกนี้ ให้ใช้ชีวิตหรูหราทุกวันมันจะไปสนุกอะไร? ไม่มีความเป็นวาไรตี้เลยสักนิด ทีมงาน ขอให้พายุฝนมันโหมกระหน่ำเข้ามาอีก!]
[เอ๊ะ? เจียงหนิงลืมตาแล้ว เธอจะทำอะไร?]
[เหอะ มาถึงก็นอนไปสองชั่วโมง ไม่คิดจะร่วมวงสนทนากับใครเลย ไม่มีความกระตือรือร้น ไม่มีทีมเวิร์ก หวังว่าพอทุกคนรู้ตัวว่าทีมงานจะไม่กลับมาแล้ว จะช่วยกันเตะเธอออกไปนะ]
เจียงหนิงลืมตาขึ้น ในแววตาดูสดใส สองชั่วโมงที่ผ่านมาเธอแค่หลับตาพักผ่อนเฉยๆ ไม่ได้หลับจริงๆ
เจียงหนิงลุกขึ้นยืน สายตานิ่งสงบจ้องมองไปไกลๆ ผิวน้ำทะเลปั่นป่วน คลื่นที่ม้วนตัวซัดเข้าหาฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า กระทบโขดหินริมฝั่งซ้ำๆ
"คุณตื่นแล้วเหรอครับ?" หนงฉุนค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้เจียงหนิง พูดเสียงเบา "ทีมงานไม่รู้ว่าเป็นอะไรยังไม่มาเลยครับ ทุกคนก็เลยตกลงว่าจะรอกันต่อไป"
"อื้ม" เจียงหนิงพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไร
แต่การกระทำของทั้งคู่ก็ดึงดูดความสนใจของฮั่วเมี่ยวจนได้ ฮั่วเมี่ยวหันมามองเจียงหนิง แกล้งทำเป็นดีใจ พูดเสียงใส "เจียงหนิง เธอตื่นแล้วเหรอ? นี่ก็ผ่านมาสองชั่วโมงแล้ว ทีมงานยังไม่มาเลย พวกเรากำลังปรึกษากันอยู่ว่าจะทำยังไงดี เธอมีความคิดเห็นดีๆ บ้างไหม?"
ฮั่วเมี่ยวโยนคำถามไปให้เจียงหนิงทันที ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่มีกล้อง แต่เธอก็ไม่จำเป็นต้องแกล้งทำดีกับเจียงหนิงต่อหน้าแขกรับเชิญคนอื่นๆ อยู่แล้ว จากการที่ลองชวนเจียงหนิงคุยสองสามครั้งในวันนี้ เจียงหนิงก็ทำท่าทางไม่สนใจเธอ มันทำให้ฮั่วเมี่ยวรู้ตัวแล้วว่า หลังจากที่เจียงหนิงนิสัยเปลี่ยนไป ไม่เพียงแต่จะกลายเป็นคนใช้ความรุนแรง แต่ยังกลายเป็นคนหัวทื่ออีกด้วย
สำหรับคนนิสัยตรงไปตรงมาไม่รู้จักเสแสร้งแบบเจียงหนิง มันจัดการได้ง่ายกว่าที่คิด
ยิ่งฮั่วเมี่ยวทำดีกับเจียงหนิงมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งขับเน้นให้เห็นว่าเจียงหนิงมีท่าทีเย็นชาและไม่รู้จักกาละเทศะ แขกรับเชิญทุกคนก็เป็นคน พอเห็นท่าทีการคุยกันของพวกเธอแบบนี้ ถ้าจะให้พวกเขารู้สึกดีกับเจียงหนิงก็แปลกแล้ว!
เดี๋ยวพอผู้กำกับเสิ่นกลับมาถ่ายทำต่อ แขกรับเชิญที่ไม่มีใครอยากยุ่งด้วย รับรองว่าจะต้องโดนผู้ชมเกลียดแน่ๆ!
ฮั่วเมี่ยวไม่คิดเลยว่าเจียงหนิงจะตอบคำถามเธอดีๆ แต่ไม่นึกเลยว่า พอได้ยินคำพูดของเธอ เจียงหนิงกลับพูดขึ้นมาเรียบๆ "เราจะรออยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว"
"อ้าว? ทำไมล่ะ?" ฮั่วเมี่ยวแกล้งทำเป็นประหลาดใจ แต่ในใจกลับแอบดีใจ แอบด่าเจียงหนิงในใจว่าโง่ หลิงป๋อเพิ่งจะแนะนำให้ทุกคนรออยู่ที่เดิม เจียงหนิงกลับมาบอกว่ารออยู่ที่นี่ไม่ได้ นี่มันจงใจหักหน้าจักรพรรดิหลิงชัดๆ
[เจียงหนิงเป็นอะไรของเธอ? เพิ่งตื่นก็บอกจะไปแล้ว?]
[หืม? ยังไม่ไปอีกเหรอ หรือจะรอให้เปียกเป็นลูกหมาก่อน?]
[ฮั่วเมี่ยวดูแปลกๆ นะ พยายามชวนเจียงหนิงคุยตั้งหลายครั้ง เจียงหนิงก็ดูเย็นชากับเธอชัดๆ เธอก็ยังจะพยายามเอาหน้าไปให้เขารังเกียจอยู่ได้ ตอนที่ทุกคนคุยกันแล้วเจียงหนิงหลับ ฮั่วเมี่ยวก็แอบมองเจียงหนิงไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง พอเขาลืมตาปุ๊บ เธอก็รีบชวนคุยทันที แปลกมาก]
[อี๋ย คนข้างบนนี่กินอุจจาระมาหรือไงพูดจาน่าเกลียด? อะไรที่เรียกว่าเมี่ยวเมี่ยวของเราเอาหน้าไปให้เขารังเกียจ ยัยนั่นมีปัญญาเหรอ!]
เจียงหนิงเงยหน้าขึ้นแล้วชี้ไปด้านบน "ถ้ายังไม่ไปอีก ท่าทางฝนจะตกแล้วล่ะ ตอนนี้เราอยู่ต่ำเกินไป น้ำทะเลจะขึ้นสูง มันไม่ปลอดภัย"
[หา???]
[เจียงหนิงรู้ได้ยังไงว่าฝนจะตก!]
[ดูท้องฟ้าในจอสิ มันก็ยังสว่างเหมือนเดิมเลยนี่นา ยังมีแดดอ่อนๆ อยู่เลย ถ้าทีมงานไม่บอก ใครมันจะไปดูออกว่าฝนจะตก? เจียงหนิงโกงป่ะเนี่ย?]
ไม่เพียงแต่ผู้ชมหน้าจอจะงง แม้แต่แขกรับเชิญหลายคนพอได้ยินคำพูดของเจียงหนิง ก็ดูไม่ค่อยเชื่อ
หยวนเวยชี้ไปที่แสงแดดที่ส่องทะลุเมฆออกมา แล้วหัวเราะเยาะ "แดดเปรี้ยงขนาดนี้ เธอบอกว่าฝนจะตก?"
ก่อนจะมาเข้าร่วมรายการเขาก็ไปส่องข่าวในเน็ตมาแล้ว เขารู้ว่าเจียงหนิงไม่เพียงแต่จะไปอาศัยอยู่บ้านคนอื่น แต่ยังเป็นพวกเนรคุณอีกด้วย หยวนเวยดูถูกเจียงหนิงมาก เพียงแต่เมื่อกี้มีทีมงานอยู่ แถมยังมีกล้องถ่ายอยู่ หยวนเวยก็เลยไม่ได้แสดงความดูถูกในใจออกมา ตอนนี้ไม่มีกล้องอยู่แล้ว หยวนเวยก็เลยไม่เกรงใจ
[สีหน้าของหยวนเวยนั่น...? ทำไมท่าทีที่เขามีต่อเจียงหนิงถึงเปลี่ยนไปกะทันหันแบบนี้?]
[อะไรที่เรียกว่าเปลี่ยนไปกะทันหัน หยวนเบบี๋ของเรากับยัยกากเจียงไม่เคยยุ่งเกี่ยวกันเลยสักนิด โอเค?]
[อั้นมานานครึ่งวันแล้ว หยวนเบบี๋คนพูดตรงของเราคงจะทนไม่ไหวแล้วล่ะ ก็จริง คนเนรคุณไม่มีหัวใจ ใครเห็นก็ต้องบอกว่าน่าขยะแขยง]
เจียงหนิงหลับตาลง สัมผัสได้ถึงความเย็นและความชื้นที่แฝงมาในลมทะเล "พวกนายไม่เชื่อก็ตามใจ"
ยังไงซะที่ควรพูดก็พูดไปแล้ว พวกเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อมันก็เรื่องของพวกเขา เจียงหนิงไม่ใช่คนที่มีน้ำใจอะไรขนาดนั้น อันที่จริง นิสัยของเธอห่างไกลจากคำว่ามีน้ำใจไปเยอะ
ในฐานะเพื่อนมนุษย์ เธอจะเตือนสักหน่อยก็ได้ แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่เชื่อ เธอก็ไม่บังคับ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือก
เธอคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพาย แล้วหันหลังเดินไปอีกทางหนึ่ง
เมื่อเห็นว่าเจียงหนิงเดินจากไปดื้อๆ แบบนั้น ทุกคนก็พากันอึ้งไปเลย
"เดี๋ยวนะ? เธอไปแบบนี้เลยเหรอ?" ฮั่วจื่อเหิงทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ เขาตะโกนไล่หลังเจียงหนิงไป "เจียงหนิง! เธอกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบเจียงหนิง แต่ยังไงซะในตัวเจียงหนิงก็ยังมีเลือดของตระกูลฮั่วไหลเวียนอยู่บ้าง เกาะร้างที่ไร้ผู้คนแบบนี้ ยังไม่รู้เลยว่ามีอันตรายอะไรซ่อนอยู่บ้าง
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ถ้าเดี๋ยวทีมงานกลับมา แล้วพบว่ามีคนหายไป ทีมงานต้องไม่ทิ้งเจียงหนิงไว้แน่ๆ เจียงหนิงไม่ได้พกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องมือสื่อสารอะไรติดตัวเลย ถึงตอนนั้นก็ต้องมาลำบากพวกเขาให้ช่วยกันตามหาอีก!
เมื่อได้ยินเสียงของฮั่วจื่อเหิง เจียงหนิงก็ไม่ได้หันกลับมา เธอแค่ยกมือขึ้นโบกไปมาส่งๆ เป็นเชิงบอกลา ยิ่งทำให้ฮั่วจื่อเหิงโมโหมากขึ้นไปอีก
[เอ๊ะ? อะไรเนี่ย? เจียงหนิงจะไป แล้วคนแรกที่ห้ามเธอไว้ดันเป็นฮั่วจื่อเหิง?]
[สีหน้าของฮั่วจื่อเหิงดูเคร่งขรึมโมโหมากเลย น่ากลัว]
[ดูจากท่าทีที่ฮั่วจื่อเหิงคุยกับเจียงหนิงเมื่อกี้ เหมือนจะรู้จักกันมาก่อนนะ?]
[เมื่อก่อนเจียงหนิงเคยไปอาศัยอยู่บ้านตระกูลฮั่วพักหนึ่ง ก็ต้องรู้จักกันอยู่แล้วสิ ดูจากท่าทีที่ฮั่วจื่อเหิงมีต่อเธอก็รู้แล้วว่าเจียงหนิงมันน่ารังเกียจแค่ไหน]
หนงฉุนมองแผ่นหลังของเจียงหนิงที่เดินจากไปคนเดียว ก็แอบกังวล "เธอไปแบบนั้นจะไม่เป็นอะไรเหรอครับ? กลัวจะเกิดเรื่องจัง"
ฮั่วจื่อเหิงสวนกลับอย่างโมโห "เกิดเรื่องก็ช่วยไม่ได้! เรียกให้กลับมาก็ไม่ฟังเอง!"
หนงฉุนก้มหน้าไม่พูดอะไร แต่ดูจากสีหน้าของเขาแล้ว เหมือนกำลังลังเลอะไรบางอย่าง
เจี่ยนเถียนเถียนยืนอยู่ข้างๆ หลิงป๋อ ทำปากจู๋ "ดีๆ อยู่ฝนจะตกได้ยังไงล่ะคะ? แดดก็ยังออกอยู่เลย อีกอย่าง ทีมงานคงไม่เลือกวันที่ฝนตกให้พวกเรามาถ่ายรายการหรอกมั้ง? ถ้าพวกเราป่วยขึ้นมา ทีมงานจะรับผิดชอบไหวเหรอ?"
[ฮ่าฮ่าฮ่า เถียนเถียน เธอนึกไม่ถึงล่ะสิว่าฝนห่านี่ก็คือฝีมือทีมงานนั่นแหละ]
[ไอ้คนที่บอกว่าแดดออกแล้วฝนไม่ตกเนี่ย แกไม่เคยได้ยินคำว่าฝนตกแดดออกหรือไง?]
"ผมจะไปกับเธอครับ เธอเป็นผู้หญิงคนเดียว มันอันตรายเกินไป" หนงฉุนจู่ๆ ก็พูดขึ้น เขาหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาสะพาย แล้วก็รีบวิ่งตามหลังเจียงหนิงไป
เมื่อมองแผ่นหลังของหนงฉุนที่เดินจากไปอีกคน คนที่เหลืออยู่ก็อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันไปมา
"ผมไม่ไปนะ ผมจะรอทีมงานอยู่ที่นี่" หยวนเวยรีบพูดขึ้นก่อน ปกติเขาก็ไม่ชอบเจียงหนิงอยู่แล้ว จะให้เขาวิ่งตามเจียงหนิงไป ตายซะดีกว่า!
ส่วนเรื่องที่เจียงหนิงกับหนงฉุนแยกตัวออกไปแล้วจะเจออันตรายอะไรหรือเปล่า นั่นมันยิ่งไม่อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของหยวนเวยเลย ถ้าเจียงหนิงบังเอิญเจออุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ เข้า ไม่แน่เขาอาจจะแอบพูดในใจว่า: สวรรค์มีตา!
หลินฉีอยู่กับหยวนเวยมาตลอด พอหยวนเวยไม่ไป เขาก็ไม่ไปเหมือนกัน
ส่วนหลิงป๋อ เขาเพิ่งจะบอกกับทุกคนไปหยกๆ ว่าการรออยู่ที่เดิมเพื่อรอทีมงานกลับมาเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่เจียงหนิงกลับมาหักหน้าเขา เขาก็แอบไม่พอใจการกระทำของเจียงหนิงเมื่อกี้เหมือนกัน ตอนนี้ได้แต่มองร่างของสองคนที่เดินจากไปอย่างเย็นชา ไม่ได้พูดอะไร
"โอ๊ย พวกเขาไปกันสองคนแบบนั้นอันตรายจังเลยค่ะ" ฮั่วเมี่ยวยืนมองร่างของเจียงหนิงกับหนงฉุน กระทืบเท้าเหมือนเป็นห่วง "ถ้าเกิดเจออันตรายขึ้นมาจะทำยังไงล่ะคะ?"
"ช่างเธอเถอะ" มู่หมิงเซวียนยกมือขึ้นโอบฮั่วเมี่ยว บนใบหน้าฉายแววรังเกียจ "ต่อให้เจออันตรายก็เป็นเรื่องที่เธอหาเรื่องเอง ไม่เกี่ยวกับเรา"
"ใช่ เมื่อกี้ฉันก็เรียกเธอแล้ว เธอไม่ฟังเองจะให้ทำยังไงได้" ฮั่วจื่อเหิงพูดเสริม
[โอ้โห เมื่อกี้ที่บอกว่าเจียงหนิงอ่อยคู่หมั้นของฮั่วเมี่ยว ดูท่าจะเป็นเรื่องจริง! ไม่อย่างนั้นมู่หมิงเซวียนจะรังเกียจเจียงหนิงขนาดนั้นได้ยังไง]
ทุกคนไม่คิดจะไป เจี่ยนเถียนเถียนก็ยิ่งไม่ไปใหญ่ เธอเป็นศิลปินในวงการ ก็ต้องเลือกคบหากับพวกหลิงป๋อ หยวนเวย ฮั่วเมี่ยวอยู่แล้ว ความสัมพันธ์ของเจียงหนิงกับฮั่วเมี่ยว มันก็กำหนดชะตาแล้วว่าเธอไม่มีทางไปยุ่งกับเจียงหนิงมากเกินไปได้ ส่วนหนงฉุนที่ครึ่งวันไม่พูดสักคำ เป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่มีประโยชน์อะไรให้ใช้สอย ยิ่งไม่คุ้มค่าที่เธอจะชายตาแล
แขกรับเชิญเจ็ดคนที่เหลือไม่มีทีท่าว่าจะไปไหน ทุกคนกลับไปนั่งที่เดิม จ้องมองคลื่นทะเลตรงหน้า ในใจก็ภาวนาให้ทีมงานปรากฏตัวขึ้นมาสักที
ฮั่วเมี่ยวขมวดคิ้ว พูดเสียงเบา "ฉันชักจะคอแห้งแล้วสิ"
"ฉันมีน้ำเปล่าอยู่สองขวด เมี่ยวเมี่ยว เดี๋ยวฉันเอาให้" มู่หมิงเซวียนพูด แล้วก็รีบเปิดกระเป๋าเป้ของตัวเองทันที
"ฉันก็ชักจะหิวแล้วเหมือนกัน... มีใครมีอะไรกินบ้างไหมคะ?" เจี่ยนเถียนเถียนพูดอย่างอึดอัด ในกระเป๋าเป้ของเธอมีแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ แล้วก็เครื่องสำอางทั้งนั้น วินาทีนี้ เจี่ยนเถียนเถียนรู้สึกเสียใจขึ้นมา ที่ตอนนั้นต่อให้ไม่ยัดขนมปังกรอบอัดแท่งจนเต็มกระเป๋า แต่อย่างน้อยก็น่าจะหยิบติดมือมาสักชิ้นสองชิ้นก็ยังดี
"ผมมีครับ" หลิงป๋อที่อยู่ข้างๆ ตอบ
"ฉันมีขนมนิดหน่อย" หยวนเวยพูด
จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่เจี่ยนเถียนเถียน พวกเขาทุกคนก็เริ่มหิวกันแล้ว
มู่หมิงเซวียนพูด "เอาอย่างนี้ดีกว่า ทุกคนเอาของกินออกมา แล้วเรามาแบ่งกัน"
ทุกคนได้ยินคำพูดของมู่หมิงเซวียน ต่างก็ยื่นมือเข้าไปค้นของในกระเป๋าเป้ของตัวเอง
เจี่ยนเถียนเถียนไม่ได้พกของกินมา เธอก็เลยนั่งนิ่งๆ
ฮั่วเมี่ยวกำลังดื่มน้ำเปล่าที่มู่หมิงเซวียนส่งให้ เธอก็เลยนั่งนิ่งๆ เหมือนกัน
คนอื่นๆ เอาของกินที่พกติดตัวมาได้ออกมาวาง กองเสบียงมีดังนี้:
ขนมสองสามถุงกับโซดาหนึ่งขวด (หยวนเวย) น้ำเปล่าหนึ่งขวด ช็อกโกแลตสองสามแท่งกับขนมปังกรอบอัดแท่ง (มู่หมิงเซวียน) น้ำเปล่าสองขวดกับขนมปังห้าชิ้น (ฮั่วจื่อเหิง) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสามซองกับน้ำสามขวด (หลินฉี) ขนมปังกรอบอัดแท่งสิบชิ้นกับน้ำสามขวด (หลิงป๋อ)
หลิงป๋อถาม "หมดแล้วเหรอครับ?"
ทุกคนพยักหน้า
ฮั่วเมี่ยวก็พยักหน้าอย่างลังเล
[??? ...ฉันเหมือนจะจำได้ว่า เมื่อกี้ฮั่วเมี่ยวแอบหยิบขนมจากกระเป๋าเดินทางยัดใส่กระเป๋าเป้ของเธอ... ทำไมเธอไม่เอาออกมาล่ะ?]
[จบแล้ว]