- หน้าแรก
- หลังจากป่วยหนัก คุณหนูตัวจริงก็กลับมาพร้อมระบบต่อชีวิต
- บทที่ 09 - พระเอกผู้แสนบริสุทธิ์
บทที่ 09 - พระเอกผู้แสนบริสุทธิ์
บทที่ 09 - พระเอกผู้แสนบริสุทธิ์
บทที่ 09 - พระเอกผู้แสนบริสุทธิ์
☆☆☆☆☆
แท็กซี่สีฟ้าอ่อนจอดเทียบหน้าโรงแรม
เจียงหนิงจ่ายเงินเสร็จ ก็ลากกระเป๋าเดินทางลงมาจากรถ
ก่อนที่จะถูกตระกูลฮั่วรับกลับไป ตอนเปิดเทอมเจียงหนิงก็จะพักอยู่หอ พอปิดเทอมก็จะออกไปหางานพิเศษทำเลี้ยงตัวเอง
เธอไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่งในเมืองหลวงปักกิ่ง ดังนั้นเจียงหนิงจึงวางแผนว่า ก่อนจะหาที่อยู่ใหม่ได้ ก็จะพักอยู่ที่โรงแรมไปก่อนชั่วคราว
จัดการเรื่องเช็กอินเสร็จ เจียงหนิงก็ถือคีย์การ์ดเดินเข้าลิฟต์ไป
คนที่เดินตามเธอเข้ามาในลิฟต์ด้วย เป็นชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง
เจียงหนิงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก กดชั้นที่ตัวเองจะไปเสร็จ ก็ถอยไปยืนด้านหลัง
ห้องของเธออยู่ชั้นห้า ส่วนเขากดชั้นเก้า
ตอนที่เขายื่นมือไปกดลิฟต์ เจียงหนิงก็สังเกตเห็นว่า มือคู่นั้น นิ้วเรียวยาวสะอาดสะอ้าน นิ้วที่กดลิฟต์มีข้อกระดูกที่ชัดเจน ฝ่ามือใหญ่ และโครงกระดูกก็ดูสวยมาก
เจียงหนิงอดไม่ได้ที่จะแอบมองเพิ่มอีกสองสามที
ประตูลิฟต์ค่อยๆ ปิดลง
ลิฟต์ค่อยๆ เลื่อนขึ้น พอขึ้นมาถึงชั้นสี่ จู่ๆ ลิฟต์ก็สั่นไหวสองสามครั้ง ร่างของเจียงหนิงโงนเงน ในใจพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา
ไม่จริงมั้ง
ไม่ซวยขนาดนั้นหรอกมั้ง
เจียงหนิงเงยหน้าขึ้น
แกร็ก
ไฟในลิฟต์ดับลง
นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงหนิงเจอลิฟต์เสีย
เธอมือหนึ่งจับราวข้างๆ ไว้แน่น อีกมือก็ล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋า
อาศัยแสงสว่างจากหน้าจอมือถือ เจียงหนิงขยับตัวไปกดปุ่มเปิดลิฟต์ ลิฟต์ไม่ตอบสนอง นิ้วของเธอเลยเลื่อนไปกดปุ่มฉุกเฉินข้างๆ ทันที
ไม่รู้ว่าลิฟต์จะร่วงหรือเกิดอะไรผิดปกติอย่างอื่นรึเปล่า เจียงหนิงเฝ้าระวังตัว มือที่จับราวจับไว้ก็ไม่ปล่อยเลย
เธอหยิบมือถือขึ้นมาโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน แจ้งตำแหน่งที่แน่นอนของตัวเองอย่างชัดเจน จากนั้นก็วางสาย แล้วรอความช่วยเหลืออย่างใจเย็น
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นลิฟต์ของโรงแรม หลังจากที่มันเสีย ก็จะต้องมีคนรู้แน่ๆ
แต่ถ้าออกไปจากที่นี่ได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เผื่อว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันอย่างอื่นขึ้นมา
แต่ว่า... ทำไมในลิฟต์มันเงียบขนาดนี้
ไอ้คนที่เข้ามาในลิฟต์พร้อมกับเธอเมื่อกี้ไปไหนแล้ว
ทำไมไม่ส่งเสียงอะไรเลย
เจียงหนิงเปิดไฟฉายในมือถือ หันไปมองข้างๆ แต่กลับไม่เห็นคน
ตัวก็สูงใหญ่ขนาดนั้น หายไปได้ยังไง
เจียงหนิงสีหน้าเปลี่ยนไป
หางตาเหลือบไปมองด้านล่าง ในที่สุดก็เห็นเงาคนขดตัวอยู่ที่มุมห้อง
"เฮ้ คุณเป็นอะไรรึเปล่า" เจียงหนิงเอ่ยปากถาม
อีกฝ่ายขดตัวเป็นก้อน แม้แต่หัวก็ยังซุกอยู่ระหว่างเข่าทั้งสองข้าง ไม่ได้ยินคำถามของเจียงหนิงเลยแม้แต่น้อย
ถ้ามองดีๆ จะเห็นว่าร่างกายของเขากำลังสั่นเทาเบาๆ
เจียงหนิงขมวดคิ้ว ในหัวของเธอปรากฏคำว่า "โรคกลัวที่แคบ" ขึ้นมาทันที
[เอ๋ โฮสต์คะ นี่คุณอยู่ที่ไหนเหรอ]
เสียงที่ยังฟังดูงัวเงียของระบบดังขึ้นในหัวของเจียงหนิง
มันสแกนรอบๆ ตัวเจียงหนิงตามสัญชาตญาณ แล้วเสียงก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นทันที
[ว้าว คนที่ขดตัวอยู่ตรงมุมนั้นเป็นใครเหรอคะ เพื่อนของโฮสต์เหรอ โฮสต์ไปรู้จักคนแบบนี้มาจากที่ไหน จิตใจถึงได้บริสุทธิ์ขนาดนี้ ค่าความดีความชั่วถึงกับเป็น 0]
"ไม่รู้จัก แค่เจอตอนขึ้นลิฟต์" เจียงหนิงตอบสั้นๆ "ค่าความดีความชั่วคืออะไร"
[ค่าความดีความชั่วเป็นข้อมูลที่ใช้วัดพฤติกรรมของคนๆ นั้นได้โดยตรงที่สุดค่ะ]
[ยิ่งค่าความดีความชั่วสูง ก็ยิ่งหมายความว่าคนคนนั้นมีโอกาสก่ออาชญากรรมสูง]
[คนปกติทั่วไปค่าความดีความชั่วจะอยู่ที่ประมาณสองถึงห้าแต้ม หมายถึงมีอารมณ์โกรธบ้างเป็นครั้งคราว พวกที่ลักเล็กขโมยน้อยทั่วไปจะอยู่ที่สิบกว่าแต้ม ส่วนพวกฆาตกรค่าความดีความชั่วจะอยู่ที่แปดสิบขึ้นไป ถือเป็นขั้นเลวร้ายแล้วค่ะ]
เจียงหนิง "อ้อ" คำหนึ่ง แสดงว่าเธอเข้าใจแล้ว
ระบบมองดูข้อมูลของผู้ชายในลิฟต์ พลางพูดอย่างทึ่งๆ
[วันนี้โฮสต์ใช้ความรุนแรงไปหน่อย ถือเป็นประเภทมีแค้นต้องชำระทันที เพราะงั้นค่าความดีความชั่วเลยอยู่ที่สามแต้ม แต่คนคนนี้ ค่าความดีความชั่วกลับเป็น 0 นี่เป็นผู้ชายคนแรกที่ระบบนี้เจอตั้งแต่ผลิตออกมา ที่มีค่าความดีความชั่วเป็น 0]
ถ้ามันมีร่างกายล่ะก็ ดูจากความอยากรู้อยากเห็นที่มันมีต่อผู้ชายคนนี้แล้ว มันคงจะต้องเดินวนรอบผู้ชายคนนี้ดูสักสองสามรอบแน่ๆ
เดิมทีเจียงหนิงก็ไม่ได้สนใจผู้ชายคนนี้เท่าไหร่ แต่พอได้ยินเสียงตื่นเต้นโวยวายของระบบ จู่ๆ เธอก็เกิดความอยากรู้เกี่ยวกับเขาขึ้นมาบ้าง
ค่าความดีความชั่วเป็น 0
หมายความว่า คนคนนี้ไม่มีอารมณ์โกรธเลยแม้แต่นิดเดียวงั้นเหรอ
เจียงหนิงมองไปที่ปุ่มลิฟต์ที่ไร้การตอบสนอง ขยับตัวเข้าไป แล้วยกมือขึ้นจิ้มๆ เขา "คุณเป็นอะไรรึเปล่า"
[จบแล้ว]