- หน้าแรก
- ฉันว่ามันก็สมเหตุสมผลดีออก
- บทที่ 20 ขอบคุณธรรมชาติสำหรับของขวัญ
บทที่ 20 ขอบคุณธรรมชาติสำหรับของขวัญ
บทที่ 20 ขอบคุณธรรมชาติสำหรับของขวัญ
บทที่ 20 ขอบคุณธรรมชาติสำหรับของขวัญ
"พวกนายว่า นักรบไทแรนโนซอรัส..."
ต้าจ้วงมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเทวรูปเทพารักษ์ที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมา แล้วอดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลาย
"ระวังปากด้วย!"
ไน่หวอเหอเอ่ยเตือนเสียงเข้ม "เรื่องที่ไม่ควรถามก็อย่าถาม!"
สถานการณ์เริ่มซับซ้อนขึ้นทุกที
บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
เซิงจิงซวีอ้าปากพูด น้ำเสียงแหบพร่า "แล้วเรา... ยังต้องเชิญท่านเทพกลับไปอีกไหม?"
เขาหมายถึงเชิญกลับไปที่ศาลเจ้าเทพารักษ์
"แน่นอนสิ!" เสียงของพาวพาวหูสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้
ฝางซินจ้งหัวฟ่านพึมพำ "ถ้าไม่เชิญท่านกลับไปแล้วจะทำยังไง? นายพูดถูก ศาลเจ้าเทพารักษ์พังไปแล้ว ท่านเทพยังต้องพึ่งพาพวกเราสร้างศาลขึ้นมาใหม่ ช่วงนี้ท่านคงไม่ทำอะไรพวกเราหรอก ขอแค่พวกเราระมัดระวัง เคารพนบนอบ ภายใต้การคุ้มครองของท่านเทพ เราน่าจะรอดชีวิตไปได้อีกหกวัน"
ในเวลานี้ นอกจากไน่หวอเหอกับพาวพาวหูแล้ว อีกสามคนที่เหลือเริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้างแล้ว
ตอนที่เพิ่งได้เป็นผู้เล่นและรู้กฎพื้นฐาน พวกเขาต่างตื่นเต้นดีใจ
ยุคนี้สมัยนี้ มีใครบ้างที่ไม่เคยอ่านนิยาย? มีใครบ้างที่ไม่เคยจินตนาการว่าตัวเองเป็นพระเอก?
ยิ่งไปกว่านั้น อย่างต้าจ้วงที่เคยเพ้อฝันว่า ต่อให้วันสิ้นโลกมาถึง เขาก็จะยังมีชีวิตที่ดี แต่ตอนนี้...
ทุกคนต่างเงียบกริบ
คนเป็นๆ ที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังกระโดดโลดเต้นอยู่ จู่ๆ ก็หายตัวไปดื้อๆ พร้อมกับการที่เทวรูปขยายขนาดใหญ่ขึ้น ความเชื่อมโยงนี้ต่อให้ไม่เห็นกับตา ก็พอจะเดาได้ไม่ยาก
ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้รุนแรงยิ่งกว่าตอนโดนฝูงซอมบี้ไล่ล่าเสียอีก หนังซอมบี้ทุกคนเคยดู แม้จะน่ากลัวแต่ก็พอรับได้
แต่นี่มัน...
ไน่หวอเหอถอนหายใจ "ลงมือเถอะ รีบเชิญเทวรูปกลับไปก่อนตะวันตกดิน แล้วค่อยอธิบายสถานการณ์ให้ท่านฟัง ส่วนจะโดนลงโทษหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของท่านเทพแล้วล่ะ"
จากนั้น ทุกคนต่างก้าวออกมาข้างหน้าอย่างเงียบเชียบ โค้งคำนับด้วยความเคารพ ก่อนจะช่วยกันยกเทวรูปขึ้นอย่างระมัดระวัง
"หนักชะมัด!"
ไน่หวอเหอสะดุ้ง
เทวรูปองค์นี้หนักราวๆ สองร้อยชั่ง (ประมาณ 100 กิโลกรัม) สัมผัสแข็งเย็นและมีน้ำหนักมหาศาล
แม้จะขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก แต่น้ำหนักไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้
เมื่อนึกถึง 'นักรบไทแรนโนซอรัส' ที่แบกน้ำหนักกว่าร้อยชั่งวิ่งมาไกลขนาดนั้นเพื่อช่วยพวกเขา ไน่หวอเหอก็รู้สึกเศร้าสลดใจ
ขนาดนักรบไทแรนโนซอรัสที่แข็งแกร่งปานนั้น...
ไม่สิ ถ้าเป็นอย่างนั้น น้ำหนักส่วนหนึ่งที่พวกเขาแบกอยู่นี้ ก็คือร่างของนักรบไทแรนโนซอรัสสินะ
"ทุกคนระวังด้วย ตั้งสติให้ดี อย่าได้มีความคิดล่วงเกินเด็ดขาด!"
ไน่หวอเหอเอ่ยเตือน
ทุกคนต่างเข้าใจความสำคัญของเรื่องนี้ดี หัวใจบีบรัดด้วยความเครียด ยิ่งเพิ่มความเคารพยำเกรง หรืออาจเรียกว่าหวาดกลัวต่อเทพารักษ์มากขึ้นไปอีก
และอาจเป็นเพราะเหตุนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเทวรูปจึงดูลึกซึ้งขึ้นเล็กน้อย
เหมือนจะเป็นการยอมรับ และในขณะเดียวกันก็เหมือนเป็นการเย้ยหยัน
ไป๋เนี่ยนมองดูแต้มต้นกำเนิดที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ บนแผงระบบด้วยความเบิกบานใจ
ใช่แล้ว เทวรูปองค์นี้คือร่างแปลงของเขานั่นเอง!
หลังจากแปลงร่างเป็นเทวรูป ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกผิดของพาวพาวหูและคนอื่นๆ ที่มีต่อ 'นักรบไทแรนโนซอรัส' หรือความเคารพยำเกรงที่มีต่อเทวรูป ทั้งหมดล้วนกลายเป็นแต้มต้นกำเนิดให้กับไป๋เนี่ยน!
แถมเขายังสามารถเคลื่อนไหวได้ในระดับหนึ่งด้วย!
'หน้ากากพันหน้า' นี่มันของดีจริงๆ นอกจากแปลงร่างเป็นสิ่งมีชีวิตไม่ได้แล้ว ขอแค่ไป๋เนี่ยนจินตนาการได้ละเอียดพอ เขาก็สามารถแปลงร่างเป็นสิ่งไม่มีชีวิตอะไรก็ได้ที่เขาเข้าใจโครงสร้าง!
หลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ เขาได้ลองแปลงร่างเป็นรถยนต์ เครื่องบิน และสิ่งของขนาดใกล้เคียงกับตัวเขาดูแล้ว
น่าเสียดายที่มันเป็นแค่เปลือกกลวงๆ เพราะไป๋เนี่ยนไม่เข้าใจโครงสร้างและหลักการทำงานที่ซับซ้อนของสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้น สิ่งที่เขาแปลงร่างออกมาจึงไม่ต่างอะไรกับโมเดลจำลอง
และต่อให้เขาเข้าใจโครงสร้าง สิ่งที่แปลงร่างออกมาก็ยังเป็นวัตถุไร้ชีวิต แม้จะใช้งานได้จริง แต่ก็เหมือนรถยนต์ที่ต้องมีคนขับถึงจะสตาร์ทเครื่องและวิ่งได้
ดังนั้น ก่อนหน้านี้ 'หน้ากากพันหน้า' จึงไม่ได้มีความสำคัญกับไป๋เนี่ยนมากนัก
แต่ตอนนี้มันต่างออกไป เขาได้รับวิชา 'กลไกเลี้ยงเทพ' มาแล้ว!
ตามคำบอกเล่าของไน่หวอเหอและคนอื่นๆ วิชากลไกนี้คือรางวัลลับที่ซ่อนอยู่ในดันเจี้ยนแห่งนี้
มันถือเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสู่การเป็นผู้เหนือมนุษย์ แม้เส้นทางนี้จะไม่ได้เน้นการเพิ่มพลังความแข็งแกร่งให้ตัวเองโดยตรง แต่ความสามารถหลักคือการสร้างกลไกต่างๆ
ขอเรียกอาชีพนี้ชั่วคราวว่า 'ช่างกลไก' ก็แล้วกัน แต่ 'นักเชิดหุ่น' ฟังดูเท่กว่าเยอะเลยว่าไหม?
เอาเถอะ ความแตกต่างมันไม่ได้มากมายอะไร ไป๋เนี่ยนเพิ่งได้ทักษะพื้นฐานมา จะชื่ออะไรก็ช่างมันเถอะ
ตามความเข้าใจของไป๋เนี่ยน พลังการต่อสู้ของช่างกลไกขึ้นอยู่กับกลไกที่สร้างขึ้นเป็นหลัก จากข้อมูลที่ทักษะนี้มอบให้ ดูเหมือนจะเป็นอาชีพที่ผลาญเงินน่าดู
การซื้อวัสดุ การแปรรูปและประกอบชิ้นส่วน หรือแม้แต่การสลักรูน ขั้นตอนเหล่านี้ล้วนต้องใช้วัสดุสิ้นเปลืองจำนวนมาก
เวลา แรงกาย เงินทอง แม้จะมีทักษะติดตัว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเสกขึ้นมาได้ง่ายๆ ด้วยการทุบค้อนเพียงครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับไป๋เนี่ยน เพราะเขาไม่ได้ใช้วิธีปกติในการสร้างหุ่นเชิดกลไก แต่เขาใช้วิธีแปลงร่างตัวเองให้กลายเป็น 'หุ่นเชิดกลไก' ต่างหาก
ตรงนี้ต้องขอย้ำอีกครั้งว่า 'หน้ากากพันหน้า' นี่มันของดีจริงๆ!
การแปลงร่างไม่มีคูลดาวน์ เพียงแต่ระหว่างที่อยู่ในร่างแปลงจะไม่สามารถยกเลิกได้
ในระหว่างกระบวนการแปลงร่าง ไป๋เนี่ยนสามารถปรับแต่งรายละเอียดของตัวเองผ่านจินตนาการได้อย่างต่อเนื่อง—ช่วงเวลาหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้เขาหมดไปกับการทดลองทำสิ่งนี้นี่แหละ
วิชา 'กลไกเลี้ยงเทพ' ไม่ใช่วิชาระดับสูง หุ่นเชิดที่ทรงพลังที่สุดที่สร้างได้ก็อยู่แค่ระดับเดียวกับเทวรูปเทพารักษ์เท่านั้น
แต่มันมีความสามารถในการเติบโต แม้ขีดจำกัดสูงสุดจะไม่สูงมากนักก็ตาม
ตรงนี้ต้องพูดถึงคำว่า 'เลี้ยงเทพ' ในชื่อวิชา
ในทางทฤษฎี การคาดเดาของไน่หวอเหอและคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ถือว่าถูกต้อง 'เทพารักษ์' ต้องการ 'เครื่องเซ่นไหว้' จากพวกเขาจริงๆ
ความแตกต่างระหว่างวิชา 'กลไกเลี้ยงเทพ' กับวิชากลไกทั่วไปอยู่ที่ ทักษะนี้สามารถสลักรูนง่ายๆ ลงไปในตัวหุ่นเชิดกลไกได้
รูนนี้มีชื่อว่า 'เลี้ยงเทพ' ไม่ใช่ของวิเศษเลิศเลออะไร มีฟังก์ชันพื้นฐานแค่สองอย่าง
อย่างแรกคือความสามารถในการขับเคลื่อนทั่วไปของรูนหุ่นเชิดกลไก
เข้าใจง่ายๆ ก็คือโปรแกรมที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า เพื่อให้หุ่นเชิดกลไกสามารถทำท่าทางง่ายๆ บางอย่างได้โดยไม่ต้องมีคนควบคุม
แน่นอนว่าต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
อย่างที่สองคือการได้รับพลังงานขับเคลื่อน
รูน 'เลี้ยงเทพ' แตกต่างจากรูนกลไกอื่นๆ ตรงที่มันสามารถดูดซับความศรัทธาของสิ่งมีชีวิตได้ คล้ายกับการที่เทพเจ้าได้รับเครื่องเซ่นไหว้
ใช้วิญญาณของสิ่งมีชีวิตมาหล่อเลี้ยงตัวเอง
ความศรัทธาที่รวบรวมได้จะถูกนำมาใช้บำรุงรักษาตัวหุ่นเชิดกลไก เมื่อถึงระดับหนึ่ง ก็จะสามารถให้กำเนิดจิตสำนึกขั้นพื้นฐานที่สุดขึ้นมาได้
แต่เนื่องจากมันพื้นฐานเกินไป ต่อให้มีจิตสำนึก ก็ไม่อาจนับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตได้ เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ขั้นต้นน่าจะเหมาะสมกว่า
ระดับความฉลาดคงประมาณ AI ปัญญาอ่อนนั่นแหละ
ในสถานการณ์ปกติ มันคงไร้ประโยชน์สิ้นดี
แต่เมื่อมารวมกับวิชากลไก มันก็ต่างออกไป
เมื่อเกิดปัญญาประดิษฐ์ขึ้น หุ่นเชิดกลไกก็จะสามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง โปรแกรมพฤติกรรมง่ายๆ ที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้าจะกลายเป็นสัญชาตญาณของหุ่นเชิด พวกมันจะ 'ทำงาน' ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพังยับเยิน หรือถูกเปลี่ยนแกนกลางคำสั่ง หรือจนกว่าปัญญาประดิษฐ์จะสลายไป
ฟังดูอาจซับซ้อน แต่สำหรับไป๋เนี่ยน มันง่ายนิดเดียว
สรุปสั้นๆ ผลของวิชา 'กลไกเลี้ยงเทพ' ที่มีต่อไป๋เนี่ยนคือ: มันช่วยให้เขาแปลงร่างเป็น 'หุ่นเชิดกลไก' ที่ไม่มีวันเหนื่อย เคลื่อนไหวได้อิสระ และไม่รู้สึกเจ็บปวด หรือได้รับผลกระทบทางกายภาพด้านลบอื่นๆ!
แม้ตรรกะพฤติกรรมของหุ่นเชิดกลไกจะค่อนข้างเรียบง่าย แต่การแปลงร่างของไป๋เนี่ยนไม่มีคูลดาวน์!
ถ้ารูนชุดคำสั่งพฤติกรรมชุดหนึ่งใช้ไม่ได้ผล ไป๋เนี่ยนที่คุ้นเคยกับกระบวนการแล้ว ก็แค่เปลี่ยนไปใช้ชุดคำสั่งใหม่ได้ทันทีเพียงแค่คิด!
ไม่เพียงแค่นั้น ตามคำอธิบายของทักษะ เทวรูปเทพารักษ์ที่ไป๋เนี่ยนแปลงร่างอยู่ในขณะนี้ สามารถทำพลังการต่อสู้ได้ถึงระดับ E ขั้นสูง!
หากวัสดุตัวเครื่องและรูนที่สลักได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น การจะไปถึงระดับ D หรือระดับ C ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้!
คิดได้ดังนั้น ไป๋เนี่ยนก็เหลือบมองแต้มต้นกำเนิดที่เพิ่มขึ้นไม่หยุดบนแผงระบบอีกครั้ง แล้วคิดอย่างมีความสุขว่า "ขอบคุณธรรมชาติสำหรับของขวัญล้ำค่า"
พอกลับไป คราวนี้ในไซต์งานก่อสร้าง ใครจะแบกอิฐได้เก่งกว่าเขาอีก?!