- หน้าแรก
- ทั้งโลกต่างตะลึงกับความคมของพี่
- ตอนที่ 24 ชนะ?
ตอนที่ 24 ชนะ?
ตอนที่ 24 ชนะ?
ตอนที่ 24 ชนะ?
เห็นทีมตัวเองเป็นรองขนาดนี้ ฟลอเรสในซุ้มโค้ชก็นั่งไม่ติดแล้ว
เริ่มตะโกนสั่งลูกทีมในสนามให้ระวังเกมรับ
แต่สถานการณ์ในสนามดูจะไม่เปลี่ยน
แอตเลติโก มาดริด ยังคงโดนโอซาซูนากดอยู่ และบอลแทบจะข้ามแดนไม่ได้พักใหญ่
เห็นทีมเหย้าเป็นรองขนาดนี้ แฟนบอลรอบสนามก็เริ่มส่งเสียงเชียร์
และตะโกนให้กำลังใจทีมเจ้าบ้านดังลั่น
ในสถานการณ์นี้ เวลาล่วงเลยมาถึงนาทีที่ 90
ผู้ตัดสินที่สี่ชูป้ายทดเวลา 2 นาที
นั่นหมายความว่า ถ้าไม่มีประตูเกิดขึ้นใน 2 นาทีนี้ เกมจะจบลงด้วยการเสมอ 2-2
นักเตะทั้งสองฝ่ายดูเหมือนจะหมดแรงและยอมรับผลนี้
เริ่มเล่นกันแบบประคองตัว
ตอนนี้นักเตะโอซาซูนายังคงกดดันอยู่ในแดนของแอตเลติโก แต่พลังโจมตีลดลงไปมาก
ท้ายที่สุด คนไม่ใช่เครื่องจักร จะให้วิ่งใส่เต็มร้อยตลอดเวลาก็คงไม่ได้
ผ่านไปหนึ่งนาทีในช่วงทดเวลา
บรอนโต กองหลังแอตเลติโก มาดริด ได้บอลนอกเขตโทษ
และกำลังจะเตะสาดออกข้างไป
ในกรณีนี้ เกมคงจะจบลงพอดีตอนที่โอซาซูนาทุ่มบอล
ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงเรียกชื่อเขามาจากข้างหน้า
"บรอนโต ทางนี้! ส่งบอลมา!"
บรอนโตเงยหน้าขึ้น เห็นว่าเป็นหลินหราน เจ้าหนูจีนที่เหมาสองประตูวันนี้
หลินหรานตะโกนเรียกพร้อมยกมือขอบอล
ตอนนั้นกองหลังโอซาซูนาไม่ได้ประกบเขาติด
เห็นดังนั้น บรอนโตไม่ลังเล วางบอลยาวไปให้หลินหราน
ทันทีที่บอลลอยออกจากเท้า หลินหรานก็ออกตัว
รองเท้าสตั๊ดจิกพื้นหญ้า ร่างพุ่งออกไปเหมือนลูกธนู
เขาวิ่งตามทิศทางบอล ทันบอลในไม่กี่ก้าว
แล้วใช้จังหวะนั้นแตะบอลหนีกองหลังโอซาซูนาที่วิ่งเข้ามาสกัด
พอผ่านกองหลังมาได้ พื้นที่ข้างหน้าหลินหรานก็เปิดโล่ง
เพราะนักเตะโอซาซูนาทุกคน ยกเว้นผู้รักษาประตู ดันขึ้นมาบุกกันหมด
นี่เปิดโอกาสให้หลินหรานได้หลุดเดี่ยว
เขาเลี้ยงหนีกองหลังโอซาซูนาที่ตามมาไม่ทัน และเริ่มเร่งความเร็ว
ข้อได้เปรียบเรื่องความเร็วของเขาแสดงออกมาในตอนนี้
แค่แตะบอลยาวๆ แล้ววิ่งแข่งไปเอาก็พอ
กองหลังโอซาซูนาพยายามไล่กวดหลินหรานสุดชีวิต
แต่ที่น่ากลัวคือ อีกฝ่ายยิ่งวิ่งยิ่งห่าง ไม่ว่าจะเร่งแค่ไหนก็ตามไม่ทัน
ตอนนี้ หลินหรานมาถึงหน้าเขตโทษแล้ว
เผชิญหน้ากับผู้รักษาประตูที่ออกมาปิดมุม หลินหรานไม่เลือกยิงในจังหวะแรก
แม้เขาจะมีทักษะการยิงระดับเพอร์เฟกต์ ซึ่งการยิงแบบนี้เข้าแน่นอน
แต่เขาคิดว่ามันน่าเบื่อเกินไป
เขาจึงเลือกที่จะเลี้ยงหลบผู้รักษาประตู
หลินหรานเลี้ยงบอลชะลอความเร็วลง
จากนั้นขยับเท้าขวาก่อน เหยียบลงทางด้านขวาของลูกบอล
พร้อมกันนั้น ร่างกายท่อนบนก็โยกไปทางขวา ทำท่าจะแหวกไปทางขวา
ผู้รักษาประตูโอซาซูนาหลงกล ทิ้งตัวไปทางซ้ายของตัวเอง
จังหวะนั้น เท้าซ้ายของหลินหรานก็เหยียบลงทางด้านซ้ายของลูกบอลทันที
พร้อมกันนั้น ร่างกายท่อนบนก็โยกกลับมาทางซ้าย ทำท่าจะแหวกไปทางซ้าย
วินาทีนั้น ร่างของผู้รักษาประตูที่กำลังพุ่งไปทางซ้ายถึงกับชะงัก
ด้วยสัญชาตญาณ เขาพยายามพุ่งกลับมาทางขวา
แต่เขาลืมไปว่าขาตายไปแล้ว
ขาหลักยังอยู่ทางซ้าย แต่ตัวหมุนมาทางขวา
ทำให้ด้านขวาไม่มีขาค้ำยัน
ร่างของเขาจึงล้มตึงลงไป
ตอนนี้ ถ้าหลินหรานจะแหวกไปทางซ้ายต่อ ก็ไม่มีปัญหา แม้ผู้รักษาประตูจะล้ม เขาก็ยังยืดตัวสกัดบอลได้
แต่หลินหรานไม่ได้หยุดแค่นั้น
เขายกเท้าขวาขึ้นอีกครั้ง ใช้ข้างเท้าด้านนอกดันบอลไปทางซ้าย
แตะบอลผ่านด้านซ้ายของผู้รักษาประตูที่นอนกองอยู่
ผู้รักษาประตูผู้น่าสงสารทำได้แค่มองหลินหรานเลี้ยงบอลผ่านหน้าไป
หลังจากหลบผู้รักษาประตู เผชิญหน้ากับประตูโล่งๆ
หลินหรานไม่เล่นท่าอะไรอีก แปบอลเบาๆ ด้วยเท้าขวาเข้าประตูไป
"ปรี๊ด!"
เสียงนกหวีดดังขึ้น!
กรรมการชี้ไปที่วงกลมกลางสนาม สัญญาณว่าได้ประตู!
ทั้งสนามเดือดพล่าน!
หลินหรานกางแขนวิ่งดีใจกลับมาแดนตัวเอง
เพื่อนร่วมทีมวิ่งสวนขึ้นมาหาอย่างบ้าคลั่ง
ทั้งสองฝ่ายปะทะกัน กลุ่มเพื่อนร่วมทีมรุมทับหลินหรานทันที
ภาพกลุ่มชายฉกรรจ์กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันช่างงดงาม
ฟลอเรสและโมยาในซุ้มโค้ชกอดกันกลมอีกครั้ง
ต่างคนต่างตบหลังกันแรงๆ เพื่อระบายความตื่นเต้น
เสียงอุทานและเสียงสูดปากดังระงมไปทั่วอัฒจันทร์
"พระเจ้าช่วย! ฉันเห็นอะไรเนี่ย? นั่นมันท่าสับขาหลอกของโรนัลโด้ไม่ใช่เหรอ? เด็กจีนคนนั้นใช้ท่านี้ได้ เหลือเชื่อจริงๆ!"
"นายดูไม่ผิดหรอก! นั่นมันท่าไม้ตายของมนุษย์ต่างดาว ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นเทคนิคสุดยอดแบบนี้จากนักเตะเยาวชน คุ้มค่าจริงๆ ที่มาวันนี้!"
"ดูผู้รักษาประตูโอซาซูนาที่โดนหลอกสิ หัวทิ่มหัวตำเลย ฉันรักไอ้หนูจีนคนนี้ชะมัด!"
"ไม่นึกเลยว่าเราจะแซงชนะในนาทีสุดท้าย เหมือนฝันเลย เด็กจีนคนนี้จะเป็นไอดอลของฉันตั้งแต่นี้ไป เดี๋ยวฉันจะไปขอลายเซ็นเขา"
ฟังคำชื่นชมจากคนรอบข้าง หลินเจี้ยนจวินรู้สึกสดชื่นเหมือนได้ดื่มเบียร์เย็นเจี๊ยบในฤดูร้อน
เขาตะโกนบอกแฟนบอลข้างๆ เสียงดัง: "นั่นหลานฉัน! เห็นไหม? นั่นหลานฉัน! ฉันเป็นอาเขา"
ได้ยินเสียงเขาตะโกน แฟนบอลรอบๆ หันมามอง
เห็นหลินเจี้ยนจวินหน้าตาเอเชีย ก็เริ่มเชื่อ
แฟนบอลหลายคนรีบเข้ามาถามอย่างตื่นเต้น
"คุณบอกว่าเด็กจีนคนนั้นเป็นหลานคุณเหรอ?"
"ใช่ ดูหน้าเราสิ เหมือนกันไหมล่ะ" หลินเจี้ยนจวินพูดอย่างภูมิใจ
ความจริงแล้ว ถึงจะเป็นอาหลานกัน แต่หน้าตาก็ไม่ได้เหมือนกันขนาดนั้น
แต่ฝรั่งดูไม่ออก
ในสายตาพวกเขา คนเอเชียหน้าตาเหมือนกันหมด
พอได้ยินหลินเจี้ยนจวินพูด ก็เริ่มรู้สึกว่า เออ เหมือนกันจริงๆ แฮะ เลยยิ่งเชื่อสนิทใจ
หลินเจี้ยนจวินกลายเป็นจุดสนใจของแฟนบอลโซนนั้นทันที ทุกคนพยายามเข้ามาตีสนิท
"เฮ้! เพื่อน เดี๋ยวจบเกมไปดื่มกัน ฉันเลี้ยงเอง แนะนำหลินให้รู้จักหน่อยสิ"
"ช่วยขอลายเซ็นหลินให้หน่อยได้ไหม? ฉันเป็นแฟนคลับเขาแล้ว"
"เดี๋ยวพาไปเที่ยวผับ สาวๆ เพียบ แค่ช่วยคุยกับหลินให้ฉันหน่อย ขอถ่ายรูปด้วย"
ได้ยินแบบนั้น หลินเจี้ยนจวินหันไปมองฉินเจียเจียด้วยความรู้สึกผิด
เห็นเธอมองตาขวาง เขาเลยรีบโบกมือปฏิเสธ
"ฉันเป็นคนดี ไม่เที่ยวผับ"
"จริงเหรอ? ฉันชอบคนดี ฮ่าฮ่า! เดี๋ยวแนะนำน้องสาวให้รู้จัก"
ไอ้หมอนี่ตื๊อไม่เลิก
หลินเจี้ยนจวินเหงื่อตก
หลังจากวุ่นวายกันพักใหญ่ ทุกคนตกลงจะไปดื่มกันที่บาร์หลังจบเกม
จากนั้นหลินเจี้ยนจวินก็เริ่มแจกนามบัตร ถือโอกาสโปรโมทร้านอาหารตัวเอง
หมอนี่ไม่เคยลืมหาลูกค้าเลยจริงๆ
ส่วน แองจี้ ดอยล์ ชายฝรั่งร่างยักษ์ กำลังเชียร์อย่างบ้าคลั่งในจังหวะที่หลินหรานยิงเข้า
หลินเจี้ยนจวินไม่ได้หยุดจนกระทั่งถูกฝูงชนรุมล้อม
เมื่อหลินเจี้ยนจวินเสร็จธุระและหันมามองเขา
เขาเกาหัวอย่างเขินอายและพูดว่า
"ฉันจะไปขอโทษหลิน และขอลายเซ็นเขา"
หลินเจี้ยนจวินรู้สึกขำที่เห็นท่าทางหงอๆ ของหมอนั่น
เขาไม่ติดใจคำพูดหยาบคายตอนแรกของหมอนั่นแล้ว เลยแจกนามบัตรให้ไปใบหนึ่ง
แองจี้ ดอยล์ เก็บนาบัมตรไว้อย่างดี เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไปกินข้าวที่ร้านหลินเจี้ยนจวินบ่อยๆ เผื่อจะได้เจอเด็กจีนคนนั้นอีก
เคซีย์ทางฝั่งโน้นตื่นเต้นจนตัวสั่น ดึงดูดสายตาหนุ่มๆ รอบข้างไม่ให้ละสายตา
เธอรู้สึกโชคดีมากในวันนี้ เกมดิวิชั่น 3 ธรรมดาๆ กลับทำให้เธอเจอข่าวใหญ่ขนาดนี้
แถมยังเจอเพชรเม็ดงามอย่างหลินหราน
เธอจะพยายามหาทางสัมภาษณ์เขาให้ได้ เพื่อขุดคุ้ยเรื่องราวของเขา เธอรู้สึกว่าข่าวของเธอจะได้ขึ้นหน้าหนึ่งมาร์ก้าพรุ่งนี้แน่นอน