เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มารดาปีศาจ ตอนที่ 23 เลื่อนระดับ

มารดาปีศาจ ตอนที่ 23 เลื่อนระดับ

มารดาปีศาจ ตอนที่ 23 เลื่อนระดับ


ตอนที่ 23 เลื่อนระดับ

 

กู้พ่านพ่านทะยานไปตรงหน้าจ้าวฉิงในจังหวะเดียว แล้วคว้าจับไปที่ดอกไม้กินคน โดยใช้มือซ้ายดึงที่ก้านดอก ส่วนมือขวาเกาะกุมอยู่ที่โคนดอก เธอพยายามจะใช้แรงฉีกกระชากมันให้ขาดออกเป็นสองส่วน จากมุมมองของจ้าวฉิง กู้พ่านพ่านนั้นทุ่มเทกำลังอย่างดุเดือดจนมองดูคล้ายหนูตัวเล็กๆ ที่กำลังเบ่งกล้าม

 

เป็นเพราะว่ากู้พ่านพ่านออกแรงอย่างเฉียบพลันและใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดในการคว้าจับ เธอจึงไม่ทันได้มองว่าตำแหน่งที่มือซ้ายของเธอวางลงไปนั้นมีหนามแหลมคมอยู่ หนามนั้นทิ่มแทงเข้าไปที่ฝ่ามือของเธอทันที เลือดไหลออกมาตามฝ่ามือจนหยาดหยดลงกับพื้น

 

คล้ายจะกระสากลิ่นไอโลหิตในอากาศได้ การเคลื่อนไหวของดอกไม้กินคนยิ่งทวีความรุนแรงดุดันขึ้นไปอีก มันดิ้นรนต่อสู้ไม่หยุดหย่อน จนเหงื่อเริ่มผุดซึมทั่วศีรษะของกู้พ่านพ่าน

 

“หนามมัน... มีพิษ.... อัมพาต ฉันจับไว้ไม่ไหวแล้ว เร็วเข้า!”

 

อาถูและกู้ชวนพยายามกำจัดดอกไม้กินคนอย่างเร่งรีบที่สุดเท่าที่จะทำได้ คนหนึ่งพยายามจะใช้ประโยชน์จากดินในการควบคุมดอกไม้กินคน ขณะที่อีกคนหนึ่งพยายามจะใช้น้ำแข็งลดความเร็วของดอกไม้ให้เชื่องช้าลง อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่กลับล้มเหลว ชั่วขณะนั้นดอกไม้กินคนพลันขยับเคลื่อนดิ้นรนอย่างกะทันหัน ตุ๊กตาบาร์บี้จอมพลังอย่างกู้พ่านพ่านก็ถูกเหวี่ยงสะบัดออกมาเช่นนั้นเอง โชคดีที่กู้ชวนรับร่างเธอไว้ได้ทัน

 

เมื่อไม่มีใครคอยเหนี่ยวรั้งช่อดอกของมันไว้ ดอกไม้กินคนก็พุ่งทะยานวูบเดียว ตรงไปยังจ้าวฉิง พยายามจะกัดเคี้ยวเธอเข้าไปให้ได้ ดอกไม้กินคนดอกนี้แสดงออกคล้ายกับว่ามันต้องการจะกลืนกินจ้าวฉิงเข้าไปทั้งเป็น แล้วค่อยๆ ย่อยสลายดูดซึมเธออย่างช้าๆ

 

จ้าวฉิงกัดฟันแน่น หญิงสาวกุมมีดสั้นไว้ในมือ แล้วจู่โจมเข้าไปที่ตรงส่วนปากของดอกไม้กินคนเต็มแรงในคราเดียว กดกลีบดอกของมันเข้าไป น่าเสียดายที่พยายามกระทำได้เพียงวินาทีเดียวเท่านั้น มีดสั้นก็ถูกกัดจนแตกหัก

 

ผนังด้านในกลีบดอกส่วนปากของดอกไม้กินคนนั้นหลั่งสารละลายที่คล้ายกับกรดซัลฟิวริคออกมา สิ่งใดก็ตามที่เข้าไปในปากของมันต้องถูกกัดกร่อนไปทั้งหมด

 

กู้ชวนซึ่งล้มกลิ้งลงไปกับพื้นพร้อมกับกู้พ่านพ่าน เมื่อได้เห็นจ้าวฉิงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็รีบตะโกนบอกเธออย่างกระวนกระวาย “จ้าวฉิง! คุณลองคิดหาวิธีการกำราบให้มันยอมจำนนดูสิ!”

 

ตามที่ทราบกัน ผู้ใช้พลังธาตุไม้นั้นสามารถที่จะลดความดุร้ายของพืชกลายพันธุ์ เพื่อนำมันไปใช้ประโยชน์ได้ด้วยวิธีการต่างๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้พลังพิเศษส่วนใหญ่นั้นสามารถจะกำราบให้พวกมันยอมจำนนได้ ซึ่งการกำราบให้จำนนนี้เหมาะสมที่จะใช้กับพืชกลายพันธุ์ประเภทที่มีความอ่อนโยนมากกว่า ยกตัวอย่างเช่นพืชกลายพันธุ์ที่เป็นสมุนไพร ซึ่งผู้ใช้ธาตุไม้ล้วนชมชอบเป็นที่สุด เพราะว่าพวกมันสามารถนำไปใช้ในการเยียวยารักษาได้

 

หากผู้ใช้ธาตุไม้คนหนึ่งสามารถกำราบพืชที่มีคุณสมบัติในการปลดปล่อยกลิ่นหอมซึ่งให้ผลกระทบคล้ายคลึงกับยาบำรุงกำลังให้ยอมจำนนได้ ในระหว่างที่สู้รบ มันก็จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของฝ่ายพวกเขาได้ ช่วยให้ทุกคนในกลุ่มลืมความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บไปได้ชั่วขณะ

 

แต่ผู้ที่มีความเก่งกล้าสามารถเพียงพอจะกำราบดอกไม้กินคนที่กลายพันธุ์เช่นนี้ เกรงว่าจะมีอยู่ไม่มากนัก

 

ในแต่ละระดับขั้น ผู้ใช้พลังธาตุไม้คนหนึ่งจะกำราบพืชได้เพียงชนิดเดียว ถ้ามากเกินกว่านั้นจะเกินขีดความสามารถในการควบคุมใช้งานพวกมัน และพวกเขาอาจถูกกลืนกินเข้าไปแทน ถือเป็นโชคดีที่บังเอิญว่าจ้าวฉิงก็ยังไม่เคยกำราบพืชพันธุ์ชนิดใดๆ มากก่อนเลย

 

ดังนั้นกู้ชวนจึงอยากให้เธอทดลองดู

 

ด้วยสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ วิธีการดังกล่าวถือเป็นทางออกสุดท้ายของพวกเขา พลังพิเศษของพวกเขาล้วนไม่ส่งผลใดๆ ต่อดอกไม้กินคนต้นนี้เลย กู้พ่านพ่านยังถูกโจมตีด้วยพิษอัมพาต ถ้าหากพวกเขาไม่ยอมเสี่ยงสักหน่อย พวกเขาก็จะโดนบังคับให้ต้องเดินทางอย่างยาวนาน

 

จ้าวฉิงสูดลมหายใจเข้าลึก หลบหลีกไปด้านข้างอย่างเยือกเย็น ขณะที่พยายามวิเคราะห์ศึกษาหาจุดอ่อนของดอกไม้กินคน เธอจดจ้องมองอย่างละเอียด และพบว่ายามที่ดอกไม้กินคนนี้ทำการโจมตี มันจะคอยปกป้องก้านที่บางเฉียบของมันไว้ตามสัญชาตญาณ

 

ก้านของมันเป็นสีเขียวอ่อน ดูจะเปราะบางยิ่งกว่ากลีบดอกของมันเสียอีก พิจารณาดูแล้วน่าจะคล้ายคลึงกับส่วนลำคอของมนุษย์ ส่วนนั้นย่อมถือเป็นจุดสำคัญ

 

ตีลังกาไปข้างหน้า จ้าวฉิงหลบการจู่โจมของดอกไม้กินคนที่พุ่งเข้ามางับเธออย่างกะทันหันได้ ทันใดปลายเล็บของหญิงสาวก็งอกพรวดออกมา เล็บสีดำซีดเย็นเยียบสะท้อนแสงดูเป็นสีดำมันวาว ทั้งรวดเร็วและแม่นยำ จ้าวฉิงทิ่มแทงลงไปที่ส่วนก้านของดอกไม้กินคน ทำให้ของเหลวสีเขียวไหลทะลักออกมา

 

ของเหลวสีเขียวนั้นไหลหยดลงบนพื้น และเริ่มกัดกร่อนพื้นดินจนเป็นสีดำโดยทันที ด้วยความสามารถในการกัดกร่อนถึงระดับนี้ ไม่ต้องเอ่ยถึงพื้นดิน แม้แต่มือของจ้าวฉิงก็ถูกหลอมละลายจนไม่มีผิวหนังชั้นนอกเหลือให้เห็น มีเพียงเนื้อสีแดงเข้มชั้นในเท่านั้นที่ปรากฎออกมา

 

ผิวเนื้อชั้นในของจ้าวฉิงเป็นสีแดงคล้ำ เป็นเฉดสีที่เข้มกว่าคนปกติธรรมดาขั้นหนึ่ง ที่พิเศษเฉพาะอย่างยิ่งก็คือเนื่องเพราะอัตราการไหลเวียนโลหิตที่เชื่องช้าของเธอ เมื่อมันไหลออกมา มันก็จะแข็งตัวอย่างรวดเร็ว

 

ด้วยการทุ่มเทพละกำลังทั้งหมด จ้าวฉิงพยายามจะจิกเข้าไปที่ดอกไม้ ไม่ใส่ใจแม้ว่ามือทั้งคู่ของเธอจะถูกกัดกร่อนจนดูน่าสังเวชถึงเพียงไหนในยามนี้ ทั้งส่วนดอกของดอกไม้กินคนคล้ายงูพิษเจ็ดนิ้วตัวหนึ่งที่ถูกคว้าจับขึ้นมา มันบิดตัวดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตำแหน่งที่จ้าวฉิงเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้ มันไม่อาจจะกัดเธอได้

 

จ้าวฉิงเองก็แสดงออกถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของเธอเช่นกัน ด้วยการใช้นิ้วทั้งสิบปักตรึงลึกเข้าไปในก้านดอกไม้โดยสมบูรณ์ ของเหลวสีเขียวยิ่งพรั่งพรูออกมามากขึ้น และส่วนหัวของดอกไม้ก็ยิ่งต่อสู้ดิ้นรนอย่างดุร้ายขึ้นไปอีก สุดท้ายจึงมีเสียงฟึ่บดังออกมาครั้งหนึ่ง แล้วมันก็ร่วงหล่นลงกับพื้น บิดกระตุกเป็นครั้งสุดท้าย ส่วนหัวของดอกปิดงับเข้าไปเล็กน้อย

 

เมื่อเห็นเช่นนี้ จ้าวฉิงที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็กัดข้อมือของเธอ ทำให้เลือดสีแดงคล้ำหยาดหยดออกมา และเข้าไปตรงปากแผลที่ส่วนก้านของดอกไม้กินคน

 

มองด้วยตาเปล่าจะเห็นได้ชัดเจนว่า ก้านดอกสีเขียวสดนั้นเริ่มค่อยๆ ถูกหลอมกลืนอย่างช้าๆ ด้วยของเหลวสีแดงคล้ำเข้มนั้น ขณะที่จ้าวฉิงหลั่งเลือดของเธอเข้าไป หญิงสาวก็พยายามจะใช้พลังธาตุไม้ของเธอเข้าควบคุมเจ้าดอกไม้กินคนด้วย

 

หลังจากผ่านไปประมาณสิบนาที หน้าผากของจ้าวฉิงก็ปกคลุมไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ ดอกไม้กินคนที่สั่นกระตุกอยู่ก็พลันเคลื่อนไหวเล็กน้อย มันแตกกระจายเป็นลำแสง พุ่งตรงเข้าไปในร่างกายของจ้าวฉิง

 

ภาพตรงหน้ากลับกลายเป็นดำมืด จ้าวฉิงหมดสติไป สิ่งสุดท้ายที่เธอจดจำได้ก่อนจะสูญสิ้นความรู้สึกนึกคิดคือท่าทางตื่นตระหนกที่เหยียนฮ่านชิงแสดงออกมา ขณะที่เขาโอบรัดเธอไว้ในอ้อมแขน

 

ไม่ทราบว่าหญิงสาวนอนหลับไปนานแค่ไหน จ้าวฉิงเพียงรู้สึกว่าพลังในร่างกายของเธอปะทุดื้อรั้นขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง เธอรู้สึกกระหายในความแข็งแกร่ง กระหายในเลือดเนื้อสดๆ สัญชาตญาณบอกเธอว่าอาการที่เป็นอยู่ในยามนี้แสดงถึงการวิวัฒนาการเพื่อเลื่อนระดับ

 

สัญชาตญาณบอกเธอว่า เธอสามารถดูดซับพลังจากในเลือดเนื้อสดๆ ออกมาได้

 

ที่ข้างกายของเธอดูเหมือนจะเป็นเลือดเนื้อสดใหม่ ซึ่งส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจอย่างถึงที่สุดออกมาท้าทายความอดทนของเธอไม่หยุดหย่อน จ้าวฉิงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อยอย่างเชื่องช้า ไม่อาจต้านทานความต้องการที่จะขบกัดคอหอยของคนที่อยู่ข้างๆ นี้ได้

 

ก้มศีรษะมองลงไป เธอจึงเห็นว่าเป็นเหยียนฮ่านชิงที่เอนกายอยู่ข้างเตียงนอนของเธอ ชายหนุ่มรูปร่างงดงามขดตัวกลมเป็นลูกบอล บิดงอร่างกายอยู่บนม้านั่งต่ำๆ เขามีถุงใต้ตาขนาดใหญ่และดำคล้ำ

 

แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้นอนหลับพักผ่อนมาสักพักแล้ว

 

ขณะที่เสี่ยวเปาจื่อนอนหลับสนิทอยู่อีกข้างของจ้าวฉิง กอดต้นขาของเธอไว้ เขาขยับปากจุ๊บจั๊บเข้าหากันไม่หยุด คล้ายกับกำลังลิ้มรสบางสิ่งบางอย่าง

 

จ้าวฉิงตื่นเต็มตาขึ้นมาทันที และหยิบเอาเศษผลึกจำนวนหนึ่งออกมาจากมิติส่วนตัวของเธอทันที รวมถึงผลึกที่ได้จากซอมบี้หญิงและซอมบี้กลายพันธุ์ตัวนั้นด้วย

 

หญิงสาวต้องการพลังงานเพื่อวิวัฒนาการเลื่อนระดับ มิฉะนั้นเธอจะต้องล้มเหลวอย่างแน่นอน หลังจากดูดซับผลึกไปหลายก้อน ก็รู้สึกได้ถึงพละกำลังที่เต็มเปี่ยมอยู่ในร่างกายของเธอ หญิงสาวสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอัตราพลังงานในร่างกายกำลังแผ่ขยายขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

 

เมื่อมาถึงขั้นตอนสุดท้าย มันให้ความรู้สึกคล้ายกับว่าเธอกำลังแหวกผ่านผิวหนังชั้นหนึ่ง พลังระลอกหนึ่งระเบิดออกมาอย่างกะทันหัน จ้าวฉิงรู้สึกราวกับได้ยินแม้แต่เสียงข้อต่อของเธอเองที่กำลังลั่นเปรี๊ยะ

 

หญิงสาวตระหนักดีว่าเธอเลื่อนระดับขั้นเรียบร้อยแล้ว ทว่า มันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่พลังธาตุไม้ของเธอเท่านั้น แม้แต่ร่างกายของเธอเองก็เลื่อนขึ้นไปอีกระดับเช่นกัน เพียงแค่มองดูความแข็งแกร่งและความรวดเร็วของเธอ ผู้ใช้พลังพิเศษธรรมดาๆ ย่อมไม่สามารถต่อสู้กับเธอได้เลย

 

กำมือเป็นกำปั้นและเหยียดแบออก จ้าวฉิงผ่อนลมหายใจยาวออกมา ด้วยความแข็งแกร่งที่มากขึ้นนี้ เธอจะสามารถปกป้องลูกน้อยได้ดีขึ้นแน่นอน

 

การเคลื่อนไหวของเธอปลุกให้เหยียนฮ่านชิงที่คอยเฝ้าอยู่ใกล้ๆ ให้ตื่นขึ้นมา เหยียนฮ่านชิงลืมตาขึ้นอย่างตื่นตัวทันที เมื่อพบว่าเป็นจ้าวฉิง เขาจึงได้ผ่อนคลายลง และเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ในที่สุดคุณก็รู้จักตื่นขึ้นมาได้เสียที”

 

“ฉันหลับไปนานมากหรือ” จ้าวฉิงขยับตัวเล็กน้อย ชั่วขณะนั้นเหยียนฮ่านชิงก็เอื้อมมือมาคว้าจับที่ฝ่ามือเธอ กุมไว้ที่ผ้าพันแผลบนมือนั้นอย่างตั้งใจ “อุณหภูมิร่างกายของคุณสูงมาก กู้ชวนบอกว่านี่เป็นเพราะว่าคุณกำลังจะเลื่อนระดับขั้นขึ้นไป และร่างกายของคุณก็กำลังมีการเปลี่ยนแปลง หลังจากหลับไปประมาณสิบแปดชั่วโมงแล้ว อุณหภูมิร่างกายของคุณก็จะค่อยๆ เริ่มลดต่ำลง”

 

จ้าวฉิงจ้องมองที่ใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังของชายหนุ่ม และอดยื่นมือออกไปลูบไล้ใบหน้าของเขาไม่ได้ พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงล้อเลียน “คุณช่างรอบคอบและใจดีจริงๆ คุณควรจะแต่งงานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นะ คุณว่าฉันเป็นยังไงบ้าง?”

จบบทที่ มารดาปีศาจ ตอนที่ 23 เลื่อนระดับ

คัดลอกลิงก์แล้ว