- หน้าแรก
- ช่วยไม่ได้ ก็โลกวิญญาณบีบให้ผมต้องเป็นเซียนเองนี่นา
- บทที่ 30: ห้ามออกกำลังกายหนัก
บทที่ 30: ห้ามออกกำลังกายหนัก
บทที่ 30: ห้ามออกกำลังกายหนัก
บทที่ 30: ห้ามออกกำลังกายหนัก
"มีแค่ที่เดียว?"
ทันทีที่ได้ยินข่าวร้ายนี้ อาจารย์ทั้งห้าคนในห้องพักครูต่างหน้ามืดตาลาย
เพราะโควตาเข้า 'สำนักใน' นั้นผูกโยงกับคุณสมบัติในการเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ชั้นนำ ซึ่งบางครั้งทางส่วนกลางจะจัดสรรโควตาตามสถานการณ์จริงในระดับประเทศ
ถ้าเป็นคำสั่งจากเบื้องบน พวกเขาก็จนปัญญา โรงเรียนเตรียมฯ เป็นเพียงหน่วยงานที่ทำหน้าที่ส่งต่อนักเรียนเข้าสู่สถาบัน อย่าว่าแต่ครูประจำชั้นเลย แม้แต่ครูใหญ่ก็ต้องก้มหน้ารับคำสั่ง
ปัง!
อาจารย์สวีจากห้อง 3 ตบโต๊ะฉาด
"นี่มันจะไม่รังแกกันเกินไปหน่อยเหรอ? ไอ้งั่งตัวไหนเป็นคนตัดสินใจ!"
คนอื่นๆ ต่างเข้าใจความรู้สึกของเขาดี เพราะปีนี้ห้อง 3 ทำผลงานได้ดีเยี่ยม มีนักเรียนเปิดจุดชีพจรกังได้แล้วหลายคน ถ้ายังได้โควตา 3 ที่นั่งเหมือนเดิม บางทีอาจจะมีเด็กห้องเขาติดถึง 2 คนด้วยซ้ำ
ตาเฒ่าอู๋ช่วยปลอบ "เอาเถอะๆ ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว เราก็ทำอะไรไม่ได้ ปล่อยไปตามเวรตามกรรมเถอะ"
ครั้งนี้เขาไม่หวังอะไรแล้ว ต่อให้เป็นเล่อหมิงรุ่ยในห้องเขา การจะคว้าอันดับหนึ่งในกลุ่มห้องเรียนธรรมดาให้ได้ ก็ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา นอกจากจะมีปาฏิหาริย์ แต่ชายวัยกลางคนที่ไฟมอดไปนานแล้วอย่างเขา เลิกหวังปาฏิหาริย์ไปนานแล้ว
เฉินม่อวิ่งรอบสนามไปสามรอบ รอบนี้เขาไม่ได้วิ่งตามตื๊อใคร แต่ดันไปกวนประสาทอัจฉริยะหัวร้อนจากห้อง 32 จนโดนไล่กวดมาถึงนี่
ประเด็นคือ หมอนั่นดันวิ่งตามเขาไม่ทัน
"ไม่ไหวแล้วเพื่อน ฉันยอมแพ้"
คนชื่อควงเยี่ยนเฟยหอบแฮก สองมือยันเข่า "วิ่งขนาดนี้นายไม่เหนื่อยเลยเหรอ? ฉันเปิดจุดชีพจรกังแล้วนะเว้ย"
เฉินม่อยิ้ม "งั้นนายก็แข็งแกร่งมากแล้วล่ะ"
"ก็พอมั่นใจอยู่หรอก แต่บ้าเอ๊ย! ฉันตามนายไม่ทันเลยเนี่ยนะ? นายอยู่ห้องไหน?"
"ห้อง 1"
"มิน่าล่ะถึงหน้าไม่คุ้น ที่แท้อยู่ตึกข้างๆ นี่เอง นายเป็นที่หนึ่งของห้องเหรอ?"
เฉินม่อส่ายหน้า "เปล่า ล่าสุดฉันได้ที่สิบ"
สีหน้าของควงเยี่ยนเฟยเปลี่ยนไปทันที
น่ากลัวฉิบหาย!
แกร่งขนาดนี้ได้แค่ที่สิบ?!
ขณะที่เขากำลังตะลึง เฉินม่อก็ฉวยโอกาสสะพายเป้หนีไปแล้ว วันนี้เขาเก็บค่าประสบการณ์ได้กว่าห้าสิบแต้ม อัดใส่ความคืบหน้าในการบำเพ็ญเพียรจนหมด อาการเจ็บปวดเหมือนเป็นประจำเดือนนั่นแทบจะหายไปจนหมดสิ้น
ทว่า เขายังเชื่อว่าหญิงสาวลึกลับผมยาวลากพื้นบนดาดฟ้าสำนักในคนนั้น อาจทำให้เกิดเรื่องประหลาดขึ้นอีกถ้าเขายังฝืนเปิดจุดชีพจรจุดต่อไป ดังนั้นเขาจึงทุ่มค่าประสบการณ์ทั้งหมดไปที่ระดับพลังลมปราณแทน
หลังเลิกเรียน เขาแวะคุยกับหวงชุ่ยสองสามคำแล้วก็เดินออกมา
สำหรับนักเรียนโรงเรียนเตรียมฯ ส่วนใหญ่ การไปโรงเรียนไม่น่าเบื่อ เหมือนไปเล่นเกมเก็บเลเวล
แต่สำหรับเฉินม่อ มันเหมือนไปตอกบัตรทำงานทุกวัน ต้องวางแผน ต้องแก่งแย่งชิงดีกับคนอื่น จนกระทั่งเลิกเรียนถึงจะได้ผ่อนคลาย
"เฮ้อ การบำเพ็ญเพียรนี่มันเหนื่อยชะมัด"
เขาถอนหายใจขณะเดินมาถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้าน แล้วก็เห็นรถที่คุ้นตาจอดอยู่ริมถนน
"เสี่ยวโม่! เอาของขึ้นไปบนห้องก่อนนะ ป้าจะไปจอดรถ"
หญิงวัยกลางคนที่ยังดูสวยสง่าโบกมือให้เขาอยู่หน้ากระโปรงท้ายรถที่เปิดอ้าซ่า
"คุณป้า"
เฉินม่อไม่แปลกใจที่เห็นเธอ เพราะลูกพี่ลูกน้องของเขาเพิ่งมาถึงเมื่อวานและนอนค้างในห้องหนังสือไปแล้วหนึ่งคืน เขาจึงได้รับแจ้งล่วงหน้าแล้ว
เขาวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหา "ของอะไรเหรอครับ?"
คุณป้าขยับตัวหลีกทาง เผยให้เห็นกองของขวัญหลากสีสันเต็มท้ายรถ
"หือ? เยอะขนาดนี้เลยเหรอครับ?"
"ลุงเขาซื้อมาน่ะ บอกให้ซื้อมานิดหน่อย แต่ตาลุงขี้เกียจเลือก ก็เลยเหมามาหมดเลย"
"ลุงไม่มาเหรอครับ?"
เฉินม่อถามพลางกวาดของทั้งหมดใส่อ้อมแขน
"ยุ่งน่ะ" ป้าตอบ
"ยุ่ง ยุ่งกันทุกคน ยุ่งก็ดีแล้วครับ" ตอนนี้แขนของเฉินม่อเต็มไปด้วยถุงพะรุงพะรังเหมือนมนุษย์หิน
"ไม่ต้องมาทำปากดี หนักมั้ย? ขนสองรอบดีมั้ยลูก?"
"ไม่เป็นไรครับ ป้าไปจอดรถเถอะ เดี๋ยวผมขนขึ้นไปเอง"
เฉินม่อเดินเซไปเซมาเข้าประตูหมู่บ้าน ทิ้งให้ รปภ. ยืนอ้าปากค้าง
คุณป้ามองตามหลังหลานชาย อดบ่นพึมพำไม่ได้ "ทะลวงขั้นได้แล้วนี่มันต่างกันจริงๆ"
โครม!
เฉินม่อทุ่มกองของขวัญลงบนโซฟา มีทั้งของกินของใช้ ส่วนใหญ่ราคาแพงหูฉี่ เพราะลุงของเขาเป็นเศรษฐี
ของพวกนี้ต้องจัดแยกประเภท แต่เฉินม่อไม่ถนัดเรื่องนี้ เขาจึงยืดคอใช้สกิลอัญเชิญ: "แม่——"
แม่เฉินเดินออกมาจากห้องนอน เห็นของกองพะเนินบนโซฟาก็เข้าใจทันที "ป้ามาถึงแล้วเหรอ?"
"ครับ ไปจอดรถอยู่"
"โอเคๆ ลูกไปเล่นกับพี่เขาเถอะ อย่ามาเกะกะตรงนี้"
เฉินม่อดีใจที่ได้อู้งาน รีบเปลี่ยนรองเท้าแตะแล้วเดินไปที่ห้องหนังสือ
แกร๊ก
พอผลักประตูเข้าไป ก็เห็นลูกพี่ลูกน้องผมเกรียนนั่งอยู่หน้าโต๊ะ คอมพิวเตอร์เปิดอยู่ เมาส์ถูกคลิกขวารัวๆ เพื่อรีเฟรชหน้าจอ
"หูหมิงเซวียน"
เฉินม่อยิ้มเจ้าเล่ห์ ปิดประตูลงกลอนแล้วพูดว่า "ได้ข่าวว่าออกกำลังกายหนักก่อนปลุกพลัง พรสวรรค์จะลดลงนะ"
ลูกพี่ลูกน้องหันขวับมา สีหน้าเรียบเฉย "พูดบ้าอะไรของพี่? ผมไม่เห็นเข้าใจ"
"ไม่เป็นไร คนที่เข้าใจย่อมเข้าใจ"
เฉินม่อนั่งยิ้มแฉ่งบนเตียงพับ คิดในใจว่าเจ้าเด็กนี่หน้าไม่แดงใจไม่เต้น จิตใจเข้มแข็งใช้ได้
ทั้งสองคนไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ แต่ก็นับว่าเป็นพี่น้องที่สนิทกันมาก เพราะตอนเด็กๆ พ่อแม่ของหูหมิงเซวียนยุ่งกับการก่อร่างสร้างตัว จึงส่งหูหมิงเซวียนมาอยู่กับบ้านตระกูลเฉินหลายปี จนเกือบขึ้น ม.ต้น ถึงได้รับกลับไป ตอนนั้นธุรกิจที่บ้านก็รุ่งเรืองจนจ้างพี่เลี้ยงได้แล้ว
ส่วนเรื่องการปลุกพลัง หมายถึงกระบวนการที่เฉินม่อเคยผ่านมาแล้วหลังสอบเอนทรานซ์
ถ้าสามารถเปิด 'ทะเลปราณ' ได้ระหว่างการปลุกพลัง ก็เท่ากับมีศักยภาพที่จะเป็นผู้เหนือมนุษย์ จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะเข้าโรงเรียนเตรียมฯ หรือไม่
แน่นอนว่าน้อยคนนักที่จะยอมแพ้โดยไม่ลองพยายาม
สาเหตุที่หูหมิงเซวียนมาที่นี่ ก็เพราะพรุ่งนี้เขาต้องไปเข้าพิธีปลุกพลัง ซึ่งสถานที่จัดงานอยู่ใกล้กับเมืองนี้
"เฮีย อย่าเพิ่งพูดเรื่องนั้นเลย ถ้าผมปลุกพลังสำเร็จ บางทีอาจจะได้ไปเรียนกับเฮียนะ"
เฉินม่อตอบ "อื้ม ก็ดีนะ"
แม้แม่เฉินกับป้าจะอายุห่างกันห้าปี แต่พี่น้องคู่นี้ห่างกันแค่ปีเดียว เลยเรียนห่างกันแค่ชั้นเดียว
หูหมิงเซวียนพูดต่อ "แม่บอกว่าเฮียทะลวงขั้นได้แล้ว ตอนนี้มีลุ้นเข้าโรงเรียนศิลปะการต่อสู้มั้ย?"
เดิมทีเรื่องนี้เป็นเรื่องต้องห้าม ไม่มีใครในบ้านกล้าเอ่ยถึง แต่ตอนนี้ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยเฉินม่อก็มีความคืบหน้าในการฝึกฝน จึงพอจะคุยกันได้
"โรงเรียนศิลปะการต่อสู้เหรอ? ติดชัวร์" อยู่ต่อหน้าคนในครอบครัว เฉินม่อไม่เคยสร้างภาพ คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น
หูหมิงเซวียนยิ้ม "ดีๆ ต่อไปเราสองคนจะเป็นยอดฝีมือผู้โด่งดัง เป็นตระกูลผู้ฝึกตน"
"ฝันกลางวันไปเถอะ การปลุกพลังยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นด้วยซ้ำ หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ถึงเวลาแกจะรู้เอง" เฉินม่อนอนเล่นมือถือบนเตียงลูกพี่ลูกน้อง
หูหมิงเซวียนขยับเข้ามาใกล้ ทำท่าประจบประแจง "เฮีย เล่าให้ฟังหน่อยสิ"
เฉินม่อพูดมาทั้งวันจนไม่อยากจะขยับปากแล้ว ได้แต่โบกมือ "ขี้เกียจอธิบาย ไปหาอ่านในเน็ตเอาเอง"
พอดีเสียงป้าดังมาจากข้างนอก เขาเลยเตรียมตัวออกไปทักทาย
ก่อนออกไป หูหมิงเซวียนคว้าแขนเขาไว้ ถามอย่างตะกุกตะกัก "เฮีย ที่บอกว่าออกกำลังกายหนักเมื่อกี้ ล้อเล่นใช่มั้ย? มือผมไม่ได้ขยับนะ แค่... แค่สายตามันขยับไปนิดหน่อยเอง"
เฉินม่อหัวเราะ "ฉันอำเล่นน่า"
พูดจบก็เดินออกจากประตู แต่แล้วก็โผล่หน้ากลับมาทางช่องประตูทันที "เก็บไฟล์การเรียนการสอนไว้ให้ดี เดี๋ยวว่างๆ ฉันจะช่วยประเมินให้"