- หน้าแรก
- ยุคแห่งลอร์ด เริ่มต้นด้วยกองทัพแวมไพร์ระดับเทพ
- บทที่ 1 ยินดีต้อนรับสู่ยุคแห่งลอร์ด
บทที่ 1 ยินดีต้อนรับสู่ยุคแห่งลอร์ด
บทที่ 1 ยินดีต้อนรับสู่ยุคแห่งลอร์ด
“จากการคำนวณของเรา เจตจำนงแห่งโลกกำลังจะเริ่มคัดเลือกลอร์ดรุ่นที่สามเพื่อเข้าสู่สนามรบหมื่นเผ่าพันธุ์ ทุกคน ไปรวมพลที่ลานฝึกเพื่อทำพิธีปลุกพลัง”
ภายในห้องเรียนชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายที่มีนักเรียนกว่า 50 ชีวิต คุณครูยืนป่าวประกาศอยู่หน้าชั้นเรียน
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของนักเรียนทุกคนก็ฉายแววตื่นเต้นดีใจอย่างปิดไม่มิด
“ในที่สุดการคัดเลือกลอร์ดก็เริ่มขึ้นสักที! วันนี้แหละจะเป็นวันที่พวกเราได้ลืมตาอ้าปาก!”
“หวังว่าฉันจะได้รับเลือกนะ ไม่กล้าหวังถึงพรสวรรค์ระดับเทพหรอก ขอแค่ระดับแกรนด์ลอร์ดก็พอใจแล้ว”
“หวังเส้าหยาง ระดับแกรนด์ลอร์ดเนี่ยนะ? ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า ฉันว่าแค่ได้เป็นลอร์ดก็ดีถมไปแล้ว”
“โอกาสได้เป็นลอร์ดมันต่ำมากนะ ทั่วโลกมีคนอายุต่ำกว่า 30 ปีตั้ง 1.6 พันล้านคน อิงจากอัตราส่วนการปลุกพลังสองรอบแรก มีลอร์ดแค่ประมาณ 300 ล้านคนเอง”
“ช่างเถอะ จะคิดมากไปทำไม? ได้เป็นอาชีพสายต่อสู้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ”
ห้องเรียนเต็มไปด้วยเสียงเซ็งแซ่
ทุกคนต่างพากันพูดคุยถึงการคัดเลือกลอร์ดครั้งที่สาม โดยหวังว่าตัวเองจะได้กลายเป็นลอร์ด
ขณะเดียวกันที่แถวหลังริมหน้าต่าง เด็กหนุ่มวัย 18 ปีค่อยๆ ตื่นจากภวังค์
เด็กหนุ่มสวมเสื้อยืดสีขาว เรียบง่ายแต่ดูสะอาดตา บุคลิกดูสดใสและหล่อเหลา
เขาชื่อ 'มู่เฟิง' พ่อแม่เสียชีวิตไปหมดแล้ว ทิ้งไว้เพียงอพาร์ตเมนต์ห้องหนึ่ง ปกติเขาต้องทำงานพาร์ทไทม์ส่งเสียตัวเองเรียน
นี่มันพล็อตพระเอกชัดๆ มู่เฟิงเป็นคนมองโลกในแง่ดี แต่มักจะบ่นเรื่องที่ตัวเองมีชีวิตเหมือนพล็อตพระนิยาย
เมื่อเพื่อนร่วมชั้นรู้ว่าเขาไม่มีพ่อแม่ ทุกคนต่างก็เห็นใจและไม่มีใครรังเกียจหรือแบ่งแยกเขาเลย
เสียงอึกทึกในห้องปลุกมู่เฟิงให้ตื่น แม้จะไม่ได้ยินสิ่งที่ครูประจำชั้นพูดเมื่อครู่ แต่เขาก็พอจับใจความได้จากบทสนทนาของเพื่อนๆ
ทันใดนั้น เด็กหนุ่มโต๊ะข้างๆ ก็เห็นมู่เฟิงตื่นพอดี จึงรีบโน้มตัวเข้ามากระซิบ “นี่ มู่เฟิง การปลุกพลังลอร์ดรอบที่สามกำลังจะเริ่มแล้วนะ นายชอบบอกว่าตัวเองมีบทพระเอกไม่ใช่เหรอ? ไม่แน่คราวนี้นายอาจจะผงาดก็ได้นะ”
เมื่อโดนเพื่อนแซว มู่เฟิงก็ไม่ได้โกรธเคือง กลับยิ้มและตอบว่า “การจะได้ดิบได้ดีในฐานะลอร์ดน่ะ โอกาสมันน้อยพอๆ กับถูกรางวัลที่หนึ่งนั่นแหละ”
ที่มู่เฟิงพูดมาก็ถูกเผง เพราะการจะโดดเด่นท่ามกลางลอร์ดมากมาย อย่างน้อยต้องมีพรสวรรค์ ‘ระดับราชัน’
ระดับพรสวรรค์ของลอร์ดแบ่งออกง่ายๆ คือ
ลอร์ด, แกรนด์ลอร์ด, ระดับราชัน, ระดับเทพ
แม้ระดับจะดูน้อย แต่ความห่างชั้นของแต่ละระดับนั้นมหาศาล
เรียกได้ว่าห่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว
เพื่อนคนนั้นฟังคำตอบของมู่เฟิงแล้วถอนหายใจ “ขนาดคนมองโลกในแง่ดีอย่างนาย ยังไม่มั่นใจเรื่องการเป็นลอร์ดเลยเหรอเนี่ย”
“ใครบอกว่าฉันไม่มั่นใจ? คราวก่อนฉันถูกหวยตั้ง 5,000 หยวนเชียวนะ”
มุมปากของเด็กหนุ่มกระตุกด้วยความเอือมระอา
“ฉันไม่อยากจะคุยเรื่องนั้นกับนายเลยจริงๆ เรื่องมันผ่านมาเป็นปีแล้ว นายยังจะขุดขึ้นมาพูดอีก”
เขาย้อนนึกถึงเมื่อปีก่อน หลังจากมู่เฟิงเลิกงานพาร์ทไทม์ เขาไปรับเพื่อนไปกินข้าว
ตอนเดินผ่านร้านขายลอตเตอรี่ พวกเขานึกสนุกเลยซื้อบัตรขูดมาเล่น
มู่เฟิงดวงเฮงสุดๆ ขูดใบเดียวได้มา 5,000 หยวน
พอเห็นมู่เฟิงถูกรางวัล เขาก็เริ่มหน้ามืดตาม
แต่ทว่า หลังจากขูดไปกว่า 20 ใบ เขาได้เงินคืนมาแค่ 10 หยวน แถมยังโดนมู่เฟิงล้อมาจนถึงทุกวันนี้... คุณครูเห็นนักเรียนกระซิบกระซาบกันก็ไม่ได้ห้ามปราม
เพราะในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ เป็นเรื่องปกติที่วัยรุ่นจะเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
ครูลูบศีรษะที่เริ่มล้านเลี่ยน เปิดกระติกน้ำร้อนจิบชา พลางปล่อยความคิดให้ล่องลอยกลับไปในอดีต
เมื่อ 20 ปีก่อน โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
[เชื่อมต่อกับเจตจำนงแห่งโลก แจ้งเตือน: โลกนี้ถูกเลือกให้เป็นสถานที่คัดเลือกลอร์ดหน้าใหม่ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อายุต่ำกว่า 30 ปี จะเข้าสู่กระบวนการปลุกพลังลอร์ด]
เมื่อเสียงนี้ดังก้องในหัวของทุกคน ความเปลี่ยนแปลงก็เริ่มปรากฏ
อัญมณีจำนวนมหาศาลตกลงมาจากฟากฟ้า เมื่อคนอายุต่ำกว่า 30 ปีวางมือบนอัญมณี หากมีแสงสว่างวาบขึ้นมา แสดงว่าการปลุกพลังสำเร็จ
แสงที่เปล่งออกมาจะแบ่งระดับตามความเข้มข้นได้ 5 ระดับ
สาเหตุที่มี 5 ระดับ ก็เพราะพรสวรรค์ของลอร์ดมี 4 ระดับ ส่วนอีกระดับคือ ‘อาชีพสายต่อสู้’
พวกเขาจะถูกส่งไปยังต่างโลกเช่นกัน แต่จะไม่มีดินแดนและไม่สามารถอัญเชิญกองกำลังได้
แม้จะสามารถอัปเลเวลจากการล่ามอนสเตอร์ได้ แต่ก็นับว่าเสียเปรียบกว่าลอร์ดอย่างมหาศาล
เพราะลอร์ดมีกองทหารช่วยสู้ ในขณะที่อาชีพสายต่อสู้ต้องลุยเดี่ยวแบบหมาป่าเดียวดาย
บางทีอาชีพสายต่อสู้บางคนอาจโชคดีได้เข้าร่วมกับกองกำลังท้องถิ่น แต่ก็น่าเสียดายที่จนถึงทุกวันนี้ การพัฒนาของพวกเขายังตามหลังลอร์ดอยู่หลายขุม
อย่างไรก็ตาม อาชีพสายต่อสู้ก็มีข้อดี คือพวกเขาสามารถกลับมายังดาวบลูสตาร์ได้ง่ายกว่า
ทั้งสองกลุ่มสามารถกลับมายังโลกเดิมได้โดยการสะสมหลอดพลังงาน แต่หลอดพลังงานของลอร์ดนั้นต้องใช้มากกว่าอาชีพสายต่อสู้ถึง 100 เท่า
ราว 30 นาทีต่อมา ครูผู้หญิงคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง
“ครูหลี่คะ ให้นักเรียนไปรวมพลที่ลานฝึกได้แล้วค่ะ”
ครูหลี่ไม่รอช้า รีบลุกขึ้นและพูดผ่านไมโครโฟนพกพา
“เงียบ! ทุกคนไปรวมตัวที่ลานฝึกเดี๋ยวนี้ ที่นั่นมีจุดรวมพลจัดไว้ให้แล้ว ห้ามผลักกัน ห้ามก่อความวุ่นวาย”
มู่เฟิงลุกขึ้นและเดินไปยังลานฝึกพร้อมกับเพื่อนที่นั่งข้างๆ
เมื่อจัดแถวเสร็จ สายตาทุกคู่ในสนามก็จับจ้องไปที่เวทีชั่วคราว
บนเวทีมีโต๊ะ 3 ตัว แต่ละตัวมีอัญมณีวางอยู่ ทำให้สามารถปลุกพลังพร้อมกันได้ทีละ 3 คน
แม้ปกติมู่เฟิงจะเป็นคนจิตใจนิ่งสงบ แต่พอเห็นอัญมณี 3 เม็ดนั้น เขาก็อดตื่นเต้นไม่ได้
ถ้าได้เป็นลอร์ด ใครจะยังอยากทำงานพาร์ทไทม์งกๆ กันล่ะ?
เพื่อนร่วมชั้นกระทุ้งศอกใส่มู่เฟิง เรียกความสนใจจากเขาได้ทันที
เพื่อนพยักพเยิดหน้า บอกให้มู่เฟิงมองไปทางนั้น
มู่เฟิงมองตามไปแล้วก็ทำหน้าบอกบุญไม่รับ
“เธอก็สวยจริงๆ นั่นแหละ แต่นายต้องกล้าจีบหน่อยสิ! คราวก่อนฉันอุตส่าห์เอาดหมายรักไปส่งให้แทนนาย แต่เธอดันไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายเป็นใคร ทำเอาฉันไปไม่เป็นเลย”
(นี่เป็นประสบการณ์จริงของผมครับ: ผมเคยเอาจดหมายรักไปส่งให้รูมเมท แต่ผู้หญิงไม่รู้ว่าเขาคือใคร ผมเลยบอกเธอว่าเดี๋ยวหลังเลิกเรียนผมจะไปกอดคอเขาไว้ เธอจะได้รู้ว่าคนไหน ╮(. ❛ ᴗ ❛.)╭)
พอได้ยินคำบ่นของเพื่อน ใบหน้าของ 'ไห่หยาง' ก็แดงซ่านขึ้นมาทันที
“เงียบ! เอาล่ะ ชั้นปี 1 ห้อง 1 ออกมาทำการปลุกพลังตามลำดับแถว”
เสียงประกาศของอาจารย์ใหญ่ช่วยชีวิตไห่หยางไว้ได้พอดี เขาจึงรีบยืดตัวตรง ปั้นหน้าเคร่งขรึมทันที
แถวแรก คอลัมน์แรก ภายใต้การนำของครูประจำชั้น นักเรียนสามคนค่อยๆ เดินขึ้นไปบนเวที
ในขณะเดียวกัน ครูก็จัดให้อีกสามคนถัดไปมารอต่อคิวที่บันไดล่างเวที