- หน้าแรก
- ระบบสปีดรัน เริ่มต้นที่นายพราน
- บทที่ 310 - เหล็กแสงโลหิต (ฟรี)
บทที่ 310 - เหล็กแสงโลหิต (ฟรี)
บทที่ 310 - เหล็กแสงโลหิต (ฟรี)
บทที่ 310 - เหล็กแสงโลหิต
◉◉◉◉◉
แสงจันทร์เย็นเยียบสาดส่องลงมาบนร่างของวานรเฒ่า ทำให้มันดูมีความขลังและศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาหลายส่วน
หากฉากนี้ถูกคนธรรมดามาเห็นเข้า คงต้องนึกว่าเป็นเทพารักษ์หรือเจ้าป่าเจ้าเขาเป็นแน่
ตำนานเจ้าป่าเจ้าเขาในโลกนี้ส่วนใหญ่ก็คือปีศาจที่บำเพ็ญเพียรจนกลายร่างนั่นแหละ
ปีศาจที่มีนิสัยอ่อนโยนก็จะกลายเป็นเทพที่ดีได้รับการกราบไหว้จากชาวบ้าน ส่วนปีศาจที่ดุร้ายป่าเถื่อนก็จะกลายเป็นปีศาจร้ายในคำบอกเล่า
ไป๋ยวนรู้สึกประหลาดใจ
วานรเฒ่าตัวนี้มีความสามารถไม่เบา
ปีศาจที่ตายด้วยน้ำมือเขามีเป็นหมื่นเป็นพัน แต่ปีศาจที่ฝึกเคล็ดวิชาของลัทธิเต๋าได้อย่างวานรเฒ่าตัวนี้ เขาเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
ระบบการฝึกฝนของปีศาจแตกต่างจากมนุษย์อย่างสิ้นเชิง เคล็ดวิชาของลัทธิเต๋าไม่น่าจะใช้ร่วมกันได้
ทว่าท่วงท่าของวานรเฒ่านั้นกลมกลืนเป็นธรรมชาติ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าฝึกฝนมาหลายปีดีดักแล้ว
หลิวเจิ้งเหวินที่อยู่ข้าง ๆ ก็สังเกตเห็นอย่างละเอียดเช่นกัน
"วานรเฒ่าตัวนี้น่าจะได้รับการชี้แนะจากยอดคน ถึงได้เป็นเช่นนี้"
"การชี้แนะ?"
หลิวเจิ้งเหวินพยักหน้า
"ปีศาจระดับเจ็ดมีสติปัญญาเทียบเท่าหรือสูงกว่ามนุษย์ทั่วไปเสียอีก ได้ยินมาว่าขอเพียงคลุกคลีอยู่กับมนุษย์เป็นเวลานาน ก็สามารถลองฝึกฝนเคล็ดวิชาของมนุษย์ได้ สถานการณ์เช่นนี้แม้จะพบได้น้อย แต่ก็เคยปรากฏขึ้นมาแล้ว"
"เล่าลือกันว่าเมื่อร้อยปีก่อนมีปีศาจแมวตนหนึ่งฝึกวิชามารโลหิต ก่อความวุ่นวายไปทั่วเจียงหนาน หากไม่ได้ราชครูแห่งสำนักมังกรพยัคฆ์ลงมือปราบปราม เกรงว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมนองเลือดครั้งใหญ่"
หม่าหงมองหลิวเจิ้งเหวินด้วยความประหลาดใจ
ตอนแรกเขาไม่ได้ใส่ใจสองคนที่อ้างว่าเป็นเหมินเค่อของท่านจอมทัพเท่าไหร่นัก นึกไม่ถึงว่าจะมีภูมิความรู้ไม่เบา ความยำเกรงที่มีต่อไป๋ยวนจึงเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
มีเพียงผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงเท่านั้นที่จะรวบรวมเหล่าผู้มีพรสวรรค์ไว้รอบกายได้
หลิวเจิ้งเหวินไม่ว่าจะดูจากบุคลิกหรือการเจรจาพาที ล้วนบ่งบอกว่าไม่ใช่คนธรรมดา
ไป๋ยวนขมวดคิ้ว "แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดี"
หลิวเจิ้งเหวินแอบชำเลืองมองศิลาชิงหมิงในแขนเสื้อ มันไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ขอเพียงเมล็ดพันธุ์มารปรากฏตัวในรัศมีหนึ่งลี้ ศิลาชิงหมิงจะต้องเปลี่ยนสี
ในเมื่อตอนนี้ศิลาชิงหมิงไม่มีปฏิกิริยา ก็แสดงว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเมล็ดพันธุ์มาร
หลิวเจิ้งเหวินกล่าว "ขอให้ท่านไป๋เป็นผู้ตัดสินใจเถิด"
ไป๋ยวนเข้าใจทันที เรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์มารจริง ๆ
การปรากฏตัวของหลิวเจิ้งเหวินและฟางหย่งเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้น
ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปาก หม่าหงที่อยู่ข้าง ๆ ก็อุทานเบา ๆ "ดูนั่น!"
ไป๋ยวนและหลิวเจิ้งเหวินมองตามไปพร้อมกัน
เห็นเพียงใจกลางของก้อนหินยักษ์ที่วานรเฒ่านั่งทับอยู่ ภายใต้แสงจันทร์ มันกลับเปล่งแสงสีแดงโลหิตดูประหลาดตายิ่งนัก
เมื่อเห็นดังนั้น ดวงตาของหลิวเจิ้งเหวินก็เป็นประกาย "เหล็กแสงโลหิต!"
หม่าหงได้ยินคำว่าเหล็กแสงโลหิต ใบหน้าก็แดงก่ำด้วยความตื่นเต้นทันที
เมื่อเห็นไป๋ยวนทำสีหน้าสงสัย หม่าหงจึงรีบกระซิบอธิบาย "ท่านไป๋ เหมืองแร่จิ่งหยางอุดมไปด้วยแร่ธาตุ ปกติจะมีแต่เหล็กทมิฬทั่วไป แต่บางครั้งก็ขุดพบแร่หายากบ้าง เหล็กแสงโลหิตนี้ข้าน้อยก็เคยเห็นแต่ในบันทึกท้องถิ่น เจ้าเมืองเมื่อร้อยปีก่อนเคยขุดพบเหล็กแสงโลหิต แล้วส่งเข้าวังเป็นเครื่องบรรณาการ ได้ยินว่าฮ่องเต้ในรัชสมัยนั้นทรงพอพระทัยมาก ถึงกับพระราชทานคำขวัญว่า 'นิมิตมงคลจากสวรรค์' ให้เลยทีเดียว"
ไป๋ยวนเลิกคิ้ว
ฮ่องเต้เสวียนหยางเคยเห็นสมบัติล้ำค่ามาสารพัด การที่เหล็กแสงโลหิตได้รับคำชมเชยสูงส่งเพียงนี้ แสดงว่าต้องไม่ธรรมดาแน่
หลิวเจิ้งเหวินวิเคราะห์ "ดูท่าทางวานรเฒ่าตัวนี้คงถูกดึงดูดมาด้วยเหล็กแสงโลหิต เหล็กแสงโลหิตมีพลังเลือดลมมหาศาล เป็นที่ชื่นชอบของพวกปีศาจที่สุด"
ไป๋ยวนพยักหน้า
ตอนนี้สถานการณ์ของเหมืองแร่จิ่งหยางถือว่ากระจ่างแจ้งแล้ว
หม่าหงกล่าว "ท่านไป๋ เช่นนั้นข้าน้อยจะลงเขาไปเรียกคนมาล้อมปราบปีศาจพวกนี้เดี๋ยวนี้เลย"
ในเมื่อรู้ตื้นลึกหนาบางแล้ว เขาแทบอยากจะนำกำลังมากวาดล้างพวกหนามยอกอกนี้ให้สิ้นซากเสียเดี๋ยวนี้
ปีศาจพวกนี้ยึดครองเหมืองแร่เพิ่มขึ้นหนึ่งวัน เขาต้องสูญเสียเงินทองไปไม่รู้เท่าไหร่
ไป๋ยวนยกมือห้ามหม่าหง แล้วส่ายหน้า
หม่าหงงุนงง "ท่านไป๋ยังจะรออีกหรือขอรับ"
ไป๋ยวนส่ายหน้าอีกครั้ง "ไม่ พวกเราสามคนก็พอแล้ว"
"..."
หม่าหงพูดไม่ออก
ในหัวของเขาพลันผุดเรื่องเล่าลือเกี่ยวกับท่านจอมทัพแห่งแคว้นหลิงผู้นี้ ที่ว่ากันว่าชื่นชอบการลงมือฆ่าฟันด้วยตนเองเป็นที่สุด
พอนึกถึงตรงนี้ หม่าหงก็อดขนลุกไม่ได้
ไป๋ยวนกล่าว "ไปกลับรอบหนึ่งเสียเวลาอีกครึ่งชั่วยาม ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้น รอข้าสักครู่ เดี๋ยวข้ามา"
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของหลิวเจิ้งเหวินและหม่าหง ไป๋ยวนมุดหายเข้าไปในป่าทึบข้างทาง
หนึ่งก้านธูปผ่านไป ไป๋ยวนก็กลับมาปรากฏตัวต่อหน้าทั้งสองคนอีกครั้ง
แม้หลิวเจิ้งเหวินและหม่าหงจะอยากรู้ว่าไป๋ยวนไปทำอะไรมา แต่เพราะกลัวจะละลาบละล้วงความลับของไป๋ยวน ทั้งสองจึงพร้อมใจกันสงบปากสงบคำ
"ลงมือเถอะ"
ไป๋ยวนพูดเสียงต่ำ มุมปากยกยิ้ม
ภาพนี้ในสายตาของหม่าหง ดูอย่างไรก็โรคจิตชัด ๆ
บนกองหินแร่ระเกะระกะ วานรเฒ่านั่งขัดสมาธิอยู่บนหินยักษ์
ปีศาจตัวอื่น ๆ กระจายอยู่รอบตัว ล้อมมันไว้ตรงกลาง บ้างนั่ง บ้างเดิน...
ลมหายใจของวานรเฒ่ายาวนานสม่ำเสมอ ท่วงท่าของมันดูได้มาตรฐานยิ่งกว่านักพรตส่วนใหญ่ในโลกหล้าเสียอีก
ขณะที่วานรเฒ่ากำลังเข้าฌาน ฝูงปีศาจก็เกิดความวุ่นวายขึ้น
วานรเฒ่าลืมตาโพลง
จากนั้นก็เห็นมนุษย์สองคนปรากฏตัวขึ้นไม่ไกล กำลังต่อสู้พัวพันอยู่กับลูกน้องปีศาจของมัน
หนึ่งในนั้นคือคนที่เคยพ่ายแพ้มันจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปคราวก่อน
ครั้งนี้กลับมาพร้อมผู้ช่วย
วานรเฒ่าแค่นเสียงเย็น มันชำเลืองมองปีศาจเสือดาวรูปร่างกำยำข้างกายแวบหนึ่ง
ปีศาจเสือดาวแยกเขี้ยวคำราม กระโจนเข้าใส่ศัตรูทันที
ขณะที่วานรเฒ่าเตรียมจะเข้าร่วมวงต่อสู้ มันก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกจากด้านหลัง สัญชาตญาณการต่อสู้อันแข็งแกร่งทำให้มันไม่ทันได้หันกลับไปมอง แต่รีบกลิ้งตัวหลบไปด้านข้างทันที
"มีฝีมืออยู่บ้างนี่"
เสียงมนุษย์ดังขึ้น
วานรเฒ่ากลิ้งตกจากหินยักษ์ลงไปที่พื้น เงยหน้าขึ้นมองเห็นใบหน้ามนุษย์แปลกหน้าคนหนึ่ง
ไป๋ยวนมองวานรเฒ่าอย่างสนใจ
วานรเฒ่าตัวนี้แข็งแกร่งมาก ฝีมือไม่ด้อยไปกว่าหยางจิ่วเหยียนอารองของหยางฟางอวี่เลย ปีศาจที่แข็งแกร่งระดับนี้หาได้ยากในแคว้นหลิง
มิน่าเล่าหม่าหงถึงไม่ใช่คู่มือของมัน
ไป๋ยวนเคลื่อนกายดุจใบไม้ร่วง ลอยลงมาจากหินยักษ์ มือขวาทำท่าสันดาบฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมของวานรเฒ่า
วานรเฒ่ามองดูฝ่ามือนั้นด้วยความตื่นตระหนก
มือขวาของมนุษย์ผู้นี้ดูเหมือนมือธรรมดา แต่ในสายตาของมันกลับดูเหมือนศาสตราวุธคมกริบ!
รับตรง ๆ ไม่ได้เด็ดขาด!
วานรเฒ่าเลือกที่จะไม่ปะทะซึ่งหน้าอย่างหาได้ยาก มันเบี่ยงตัวหลบ
ขณะที่มันเพิ่งจะหลบฝ่ามือของไป๋ยวนพ้น รอบด้านก็มีเสียงโหยหวนดังระงมขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วานรเฒ่าเหลือบไปเห็นลูกน้องรอบกายล้มลงทีละตัว สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เพียงชั่วพริบตาก็ละลายกลายเป็นกองเลือด
เห็นภาพนี้ วานรเฒ่าตาแทบถลนออกจากเบ้า
"เจ้ามนุษย์สารเลว เจ้าวางยาพิษ!"
มันพูดภาษามนุษย์ออกมา
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายที่สุดในโลกจริง ๆ!
แต่วานรเฒ่าตกใจกับวิธีการวางยาของไป๋ยวนยิ่งกว่า แม้แต่ตัวมันเองยังไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด
วิธีการนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!
ไป๋ยวนยิ้มบาง ๆ คราวนี้เขาลงมือด้วยสองมือพร้อมกัน
วิชาดาบและวิชาพิษแยกซ้ายขวา แต่กลับผสมผสานกันอย่างลงตัว
วานรเฒ่ารู้สึกเหมือนกำลังต่อสู้กับคนสองคนในเวลาเดียวกัน จนรับมือไม่ถูก
เพียงแค่สิบกระบวนท่า วานรเฒ่าก็ถูกฝ่ามือพิษของไป๋ยวนซัดจนกลายเป็นกองเลือด
ไป๋ยวนจัดการวานรเฒ่าเสร็จ
ก็หันไปเข้าร่วมวงต่อสู้ของหลิวเจิ้งเหวินทั้งสองกับปีศาจเสือดาว
สามอึดใจต่อมา บนกองหินแร่ก็ไม่เหลือปีศาจที่มีลมหายใจแม้แต่ตัวเดียว!
[จบแล้ว]