เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 595: ปลดผนึก

บทที่ 595: ปลดผนึก

บทที่ 595: ปลดผนึก


ความเข้มข้นของไอหยินกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว

แม้แต่เฉินปี่ลี่ที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องหนึ่ง ก็ยังสัมผัสได้ชัดเจนว่าไอหยินเริ่มเบาบางลง

‘ดูท่าคนคนนั้นจะเก่งจริงๆ แฮะ ไม่รู้ว่าถ้าเทียบกับเขาแล้ว ใครจะเก่งกว่ากันนะ’

‘เขา’ ที่ว่า... แน่นอนว่าหมายถึงหลินโม่ ชายผู้พาตนมายังที่แห่งนี้

เฉินปี่ลี่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ

ทั้งตึกเงียบสงัดราวกับป่าช้า

เสียงคำรามโหยหวนของเหล่าวิญญาณร้ายก่อนหน้านี้เงียบหายไปจนหมดสิ้น ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นลบหายไปจากโลกใบนี้ในชั่วพริบตา

เขาฉวยโอกาสในช่วงเวลาสงบสุขที่หาได้ยากนี้ รีบดูดซับไอหยินที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศ

ทว่าไอหยินกลับยิ่งนานไปยิ่งเบาบางลง มันกำลังถูกสูบออกไปด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว สัมผัสได้เลยว่าอีกไม่นานที่นี่คงไม่ต่างอะไรจากตึกพักอาศัยธรรมดาทั่วไป

‘ฉันคงไม่ถูกปรมาจารย์ที่โผล่มาปุบปับนี่ซัดเปรี้ยงเดียวดับอนาถหรอกนะ’

มีความเป็นไปได้สูงมาก

เพราะตอนนี้เขาเป็นแค่สัมภเวสีข้างถนนตนหนึ่งเท่านั้น

เฉินปี่ลี่หดร่างเล็กลีบ พยายามทำตัวให้สะดุดตาน้อยที่สุด

ตัวตนระดับนั้นหากคิดจะฆ่าเขา ก็คงง่ายดายราวบี้มด

เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉินปี่ลี่ก็เลิกดิ้นรน ปล่อยให้ร่างวิญญาณผ่อนคลาย รอคอยการพิพากษาครั้งสุดท้ายอย่างเงียบงัน

หนึ่งนาที

ห้านาที

สิบนาที

จากที่เคยอัดแน่นไปด้วยไอหยินจนบัดนี้ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วอย่างเหลือเชื่อ

ทว่าการพังประตูเข้ามาอย่างอุกอาจที่คาดการณ์ไว้กลับไม่เกิดขึ้นเสียที

ประตูไม้บอบบางบานนั้นยังคงตั้งตระหง่านอยู่อย่างเงียบเชียบ

หรือว่าจะมีกฎห้ามพังประตู? รสนิยมแปลกประหลาดเหมือนกับเจ้ามนุษย์ค้างคาวนั่นหรือเปล่า

เมื่อก่อนเขาไม่เคยเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจพวกนี้เลย จนกระทั่งได้กลายมาเป็นพวกเดียวกัน

แต่เขาก็ไม่เชื่อในเทพเจ้า เพราะในตึกนี้มีวิญญาณร้ายและผีดิบมากมายก่ายกอง แต่กลับไม่เห็นจะมีท่านหัววัวหน้าม้าหรือยมทูตขาวดำมาคอยจัดระเบียบเลยสักนิด

ถ้าปล่อยให้พวกนี้หลุดออกไปหมด โลกมนุษย์จะมีสภาพเป็นยังไงกันนะ

แต่ตอนนี้ ความเชื่อเดิมๆ ของเขาก็ถูกโค่นล้มอีกครั้ง

ที่แท้มนุษย์ก็มีความสามารถที่จะปกป้องตัวเองได้

‘ถ้าตอนนั้นฉันมีความสามารถปกป้องพ่อกับแม่ได้ ก็คงจะดีสินะ’

ร่างวิญญาณของเขากะพริบไหวรุนแรงตามอารมณ์ที่ปั่นป่วน ความเจ็บใจและความรู้สึกผิดแทบจะฉีกกระชากเขาเป็นชิ้นๆ

“รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงช่วยนาย”

เสียงชายหนุ่มที่ราบเรียบดังขึ้นในห้องโดยไม่มีสัญญาณเตือน

เฉินปี่ลี่หันขวับไปทันที

เขาเห็นหลินโม่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาฝุ่นเขรอะอย่างสบายอารมณ์ ราวกับว่าเขาไม่ได้เพิ่งมา แต่สิงสถิตอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่ต้นแล้ว

เฉินปี่ลี่จ้องมองหลินโม่เขม็ง

“เป็นนาย?! ที่แท้ก็เป็นนายเองเหรอ?!”

“เปลี่ยนคำทักทายให้มันสร้างสรรค์กว่านี้หน่อยสิ” หลินโม่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง พลางปัดฝุ่นบนที่วางแขนโซฟาอย่างไม่ใส่ใจ

“เป็นนายจริงๆ ด้วย มีแค่นายที่เก่งกาจขนาดนี้เท่านั้นแหละถึงจะจัดการปัญหาที่นี่ได้” เฉินปี่ลี่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยต่อ

“หน่วยเหยียนหวงเจวี๋ยสิ่งกำลังจะเคลียร์พื้นที่และทำลายค่ายกลฮวงจุ้ยรวมหยินของที่นี่”

น้ำเสียงของหลินโม่ราวกับกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป “ฉันมารับนาย แล้วก็ถือโอกาสเก็บกวาดพวกสิ่งปฏิกูลที่นี่ไปด้วยเลย จะได้ไม่ต้องลำบากพวกนั้นตอนลงมือ เดี๋ยวไอหยินจะฟุ้งกระจายไปทั่ว จะยิ่งวุ่นวายเปล่าๆ”

หลินโม่ใช้จิตสัมผัสตรวจพบกองกำลังหลักของหน่วยเหยียนหวงเจวี๋ยสิ่งที่รอคำสั่งอยู่แถวนี้ตั้งนานแล้ว

เขาจึงไม่พูดพร่ำทำเพลง งัดธงจักรพรรดิออกมาจัดการทันที

ไอหยินที่สะสมอยู่ในตึกนี้ถือเป็นอาหารชั้นเลิศสำหรับธงจักรพรรดิ อีกอย่าง ถ้าปล่อยให้ไอหยินพวกนี้แพร่กระจายออกไป ก็คงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับคนธรรมดาแถวนี้แน่

ถือซะว่าเป็นการนำของเสียมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แถมยังได้ทำความดีไปในตัว

พอได้ยินเช่นนั้น เฉินปี่ลี่ถึงเพิ่งจะนึกถึงคำถามแรกของหลินโม่ขึ้นมาได้

นั่นสิ เขาเก่งกาจขนาดนี้ แค่กระดิกนิ้วก็กวาดล้างวิญญาณร้ายได้ทั้งตึก แล้วทำไมต้องถ่อมาช่วยวิญญาณเร่ร่อนไร้ที่พึ่งพิงอย่างเขาด้วย

แถมยังจะช่วยเขาแก้แค้นอีก?

เขาจึงเงยหน้าขึ้นถาม “ตกลงว่านายต้องการจะหลอกใช้ฉันทำอะไรกันแน่”

“คิดมากไปแล้ว”

ในที่สุดหลินโม่ก็เงยหน้ามองเขา แววตาเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น “สำหรับฉัน นายไม่ได้มีค่าพอให้หลอกใช้ขนาดนั้น”

เฉินปี่ลี่รู้สึกใจหายวาบ

“ก็แค่... บางครั้งคนเราก็มักจะเห็นอกเห็นใจคนที่มีชะตากรรมคล้ายๆ กับตัวเองบ้างก็เท่านั้น”

หลินโม่เว้นจังหวะครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริมขึ้นอีกประโยค

“อีกอย่าง นายเป็นคนดี ไม่ได้ทำอะไรผิด ก็แค่ดวงซวยไปหน่อยเท่านั้นเอง”

แม้เหตุผลจะฟังดูจริงใจ แต่มันก็เสียดแทงใจอยู่ไม่น้อย

เฉินปี่ลี่เองก็ไม่มีทางเลือกอื่น ตลอดหนึ่งเดือนมานี้ เขาก็หาไม่เจอเหมือนกันว่าตัวเองมีอะไรให้ฝ่ายตรงข้ามหลอกใช้ได้บ้าง

เขาจึงถอนหายใจออกมา

“แล้วต่อไปฉันต้องทำยังไง”

หลินโม่หยิบยันต์สีเหลืองออกมาแผ่นหนึ่ง “เข้าไปพักผ่อนข้างในก่อน ถึงเวลาแล้วฉันจะช่วยให้นายยึดร่างเจ้าค้างคาวน้อยนั่น ตอนนี้ฉันต้องเคลียร์ไอหยินที่นี่ให้เกลี้ยง ถ้านายยังอยู่ข้างนอก เดี๋ยวจะโดนลูกหลงไปด้วย”

เฉินปี่ลี่สะดุ้งโหยง ไม่กล้าลังเลแม้แต่วินาทีเดียว

เมื่อเทียบกับการที่วิญญาณต้องแตกสลายแล้ว การเข้าไปอยู่ในกระดาษยันต์ที่ดูบอบบางนั่น ก็ดูจะเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ไม่ยากนัก

เขากลายร่างเป็นควันสีเขียวสายหนึ่ง แล้วค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปในยันต์สีเหลือง

หลินโม่เดาะยันต์ในมือเล่น มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย

ทำไมถึงไม่ให้เฉินปี่ลี่เข้าไปในธงจักรพรรดิน่ะเหรอ

หากเข้าไปในนั้นแล้ว จะยังได้เป็นเฉินปี่ลี่อยู่อีกหรือ

มีหวังได้กลายเป็น ‘สมาชิกครอบครัว’ ไปถาวรแน่ๆ

หลังจากเก็บยันต์อย่างดีแล้ว หลินโม่ก็สูดหายใจเข้าลึก บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนไปในบัดดล

วินาทีต่อมา ร่างของเขาก็หายวับไปจากจุดเดิม และไปปรากฏตัวขึ้นกลางลานของชุมชน

ไอหยินรอบกายข้นคลั่กราวกับน้ำหมึกที่ไม่สามารถเจือจางได้ หนาวเหน็บไปถึงกระดูก ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นนับไม่ถ้วนกำลังจ้องมองมาจากความมืด เสียงกระซิบกระซาบอันน่าขนลุกดังขึ้นในหัวโดยตรง

หลินโม่ทำราวกับไม่รับรู้ถึงสิ่งเหล่านั้น เขาชูธงจักรพรรดิขึ้นด้วยมือเพียงข้างเดียว

เขากระแอมไอเล็กน้อย จัดท่าทางที่คิดว่าเท่ที่สุด แล้วตะโกนร่ายคาถาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมสุดขีดแต่ก็แฝงความจูนิเบียวอยู่นิดๆ

“กุญแจที่ซุกซ่อนพลังแห่งจักรพรรดิเอาไว้เอ๋ย จงแสดงร่างที่แท้จริงออกมาต่อหน้าข้า ณ บัดนี้ ข้าในนามของหลินโม่ผู้เป็นนายขอสั่งเจ้า... ปลดผนึก!”

สิ้นเสียงคำราม เขาก็สะบัดแขนอย่างแรง ขว้างธงจักรพรรดิขึ้นสู่ท้องฟ้าอันมืดมิด!

ชั่วพริบตา ธงจักรพรรดิก็ขยายใหญ่ขึ้น ผืนธงสะบัดพริ้วไหว ปิดคลุมทั่วผืนฟ้า

วังวนสีดำอันลึกล้ำไร้ที่สิ้นสุดก่อตัวขึ้นใจกลางผืนธง ปลดปล่อยแรงดูดมหาศาลอันน่าสะพรึงกลัวออกมา

เสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงคร่ำครวญอย่างสิ้นหวังดังกึกก้องไปทั่วทั้งชุมชน

เหล่าสัมภเวสีและภูตผีที่สิงสถิต ณ ที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะซ่อนตัวอยู่ตามมุมกำแพง ใต้ดิน หรือเกาะแกะอยู่ตามตึกรามบ้านช่อง ล้วนถูกกระชากออกมาอย่างมิอาจขัดขืน

ร่างวิญญาณบิดเบี้ยวนับหมื่นนับแสนรวมตัวกันเป็นกระแสธารสีเทาดำ พุ่งทะยานมาจากทุกสารทิศประดุจแม่น้ำร้อยสายไหลรวมสู่มหาสมุทร ก่อนจะถูกดูดกลืนเข้าไปในวังวนสีดำบนฟากฟ้าอย่างสิ้นไร้หนทางต่อต้าน

แม้แต่ไอหยินที่หนาแน่นจนแทบจับต้องได้ ก็ยังถูกดูดกลับเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง ไม่ต่างจากควันน้ำมันที่ถูกเครื่องดูดควันกำลังสูงสูบเข้าไปจนเหือดแห้ง

ไอหยินทั่วทั้งชุมชนถูกกวาดล้างจนหมดจดสิ้นเชิง

จบบทที่ บทที่ 595: ปลดผนึก

คัดลอกลิงก์แล้ว