- หน้าแรก
- เกิดมาพร้อมระบบเซียน
- บทที่ 555: ปางตายขนาดนี้ต้องลาสช็อตซะหน่อย
บทที่ 555: ปางตายขนาดนี้ต้องลาสช็อตซะหน่อย
บทที่ 555: ปางตายขนาดนี้ต้องลาสช็อตซะหน่อย
โอสถทิพย์เก้าสวรรค์ลอยตัวอยู่กลางอากาศอีกครั้ง
ส่วนจางกงเหลียนที่กระแทกเข้ากับเสาจนร่วงลงไปกองกับพื้น กลับดีดตัวลุกขึ้นยืนได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่เพียงแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่กลับรู้สึกว่าภายในร่างกายเปี่ยมไปด้วยพลังมหาศาลที่พร้อมจะระเบิดออกมา
ทุกอณูเนื้อและเส้นชีพจร อัดแน่นไปด้วยพลังปราณอันแข็งแกร่งในระดับสูงสุด!
ตัวตนที่แท้จริงของเขากลับมาแล้ว
ทว่าเขายังไม่ทันได้ดื่มด่ำกับความปิติที่ได้พลังคืนมา ก็ต้องรีบเงยหน้ามองไปเบื้องหน้าทันที
“ท่านอาจารย์ นี่มันเรื่องอะไรกันครับ!”
กลุ่มไอโอสถนั้นก่อตัวขึ้นใหม่กลางอากาศ ทว่าความเร็วกลับเชื่องช้าลงกว่าก่อนหน้านี้มาก แสงสว่างก็ดูหม่นหมองและเบาบางลง ร่างเงาของปรมาจารย์สวรรค์ผู้เฒ่าที่ก่อตัวขึ้นนั้นดูเลือนราง ราวกับจะปลิวหายไปได้ทุกเมื่อหากต้องลม
เห็นได้ชัดว่าการปะทะเมื่อครู่นี้ ทำให้ท่านต้องสูญสิ้นพลังไปมหาศาล
“กงเหลียน ฟังอาจารย์”
น้ำเสียงของปรมาจารย์สวรรค์ผู้เฒ่าแม้จะอ่อนแรงแต่ก็แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาด “อย่าไปแตะต้องโอสถทิพย์เม็ดนั้นอีก มันไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะควบคุมได้ รีบใช้วิชาผนึกสี่ลักษณ์ที่อาจารย์สอนเจ้า ผนึกมันไว้ให้สิ้นซากเดี๋ยวนี้!”
จางกงเหลียนมองตามสายตาของอาจารย์ไป
โอสถทิพย์เก้าสวรรค์ตกลงบนพื้นไม่ไกลนัก มันกำลังแผ่รัศมีเย้ายวนใจ ราวกับดวงดาราที่มีชีวิตและส่องประกาย
ขณะเดียวกันที่อีกด้านหนึ่ง ท่ามกลางซากปรักหักพังที่ไหม้เกรียม ร่างกายอันบอบช้ำของเจ้าหน้ากากพระพุทธ... นิ้วมือของมันดูเหมือนจะขยับเล็กน้อย
สภาพของปรมาจารย์สวรรค์ผู้เฒ่าดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด
จางกงเหลียนมองดูร่างเงาของอาจารย์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ แล้วโพล่งถาม “ท่านอาจารย์! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ?! ท่านลงเขาไปธุดงค์แล้วไม่ใช่หรือครับ”
ร่างเงาของอาจารย์ตรงหน้าวูบวาบไม่มั่นคง ราวกับเปลวเทียนต้องลมที่พร้อมจะดับลงได้ทุกเมื่อ
“เรื่องธุดงค์น่ะเอาไว้หลอกคนนอก”
น้ำเสียงของปรมาจารย์สวรรค์ผู้เฒ่าแฝงความอ่อนล้าที่ดูเลื่อนลอย “อายุขัยของอาจารย์หมดแล้ว วาระสุดท้ายกำลังจะมาถึง นี่คือเรื่องจริง กงเหลียน พรสวรรค์ของเจ้านั้นล้ำเลิศ แม้ไม่มีของวิเศษภายนอก อาศัยเพียงการบำเพ็ญเพียรของตนเองก็สามารถครองตำแหน่งปรมาจารย์สวรรค์ได้อย่างมั่นคง ดังนั้นโอสถทิพย์เก้าสวรรค์... เจ้าอย่าได้แตะต้องมัน”
ทั้งคำพูดและท่าทีของปรมาจารย์สวรรค์ผู้เฒ่า ล้วนแสดงออกถึงการต่อต้านโอสถทิพย์เก้าสวรรค์อย่างรุนแรง
สิ่งนี้ทำให้ในหัวของจางกงเหลียนยิ่งสับสนวุ่นวาย
ตั้งแต่เล็กจนโต โอสถทิพย์เม็ดนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นสมบัติล้ำค่าของภูเขาหลงหู่ เป็นของวิเศษคู่กายผู้สืบทอดตำแหน่งปรมาจารย์สวรรค์
ไฉนพอออกจากปากท่านอาจารย์ กลับกลายเป็นภัยพิบัติที่ต้องหลีกหนีให้ไกลเช่นนี้?
“ท่านอาจารย์ โอสถทิพย์เก้าสวรรค์นี้มีอะไรไม่ดีตรงไหนหรือครับ?!”
จางกงเหลียนรีบถามต่อ “การดูดซับไอโอสถของมัน จะมีผลข้างเคียงหรือครับ”
ชั่วพริบตา ภาพร่างของคนผู้หนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวเขา
หมอนั่นยืนดูอยู่ข้างๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีความสนใจในโอสถทิพย์ที่ใครๆ ต่างก็แย่งชิงกันเลยแม้แต่น้อย
สัญชาตญาณของจางกงเหลียนบอกว่าหลินโม่ต้องรู้อะไรบางอย่างแน่ๆ
ปรมาจารย์สวรรค์ผู้เฒ่าถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความรันทดและสำนึกผิด “มันเป็นของดี แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ผู้บำเพ็ญเพียรอย่างเรา เมื่อถึงระดับเจ้ากับข้า ใครบ้างจะไม่อายุยืนยาวดุจฟ้าดิน? แต่เจ้าลองดูปรมาจารย์สวรรค์รุ่นก่อนๆ ของภูเขาหลงหู่สิ มีกี่คนกันที่ได้เสวยสุขจนแก่เฒ่า?”
พอได้ยินดังนั้น จางกงเหลียนก็เหมือนจะเดาอะไรบางอย่างได้
ประโยคเดียว เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเขา!
รูม่านตาของเขาหดเกร็ง ความคิดที่ไม่อยากจะเชื่อผุดขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
“การรับการชำระล้างจากโอสถทิพย์เก้าสวรรค์ พลังฝีมือจะก้าวหน้าพันลี้ในวันเดียวก็จริง แต่สิ่งที่ต้องแลกมา คือการเผาผลาญอายุขัยของตนเอง”
เสียงของปรมาจารย์สวรรค์ผู้เฒ่ายิ่งแผ่วเบาลง “และ... พลังนี้ ท้ายที่สุดก็ต้องคืนกลับไป นี่แหละคือความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโอสถทิพย์เก้าสวรรค์”
ความลับของโอสถทิพย์เก้าสวรรค์มีเพียงเท่านี้จริงหรือ?
จางกงเหลียนเงยหน้าขึ้น จ้องเขม็งไปที่โอสถทิพย์ซึ่งตกอยู่บนพื้นและกำลังเปล่งประกายเย้ายวน
“งั้นถ้าผมใช้วิชาผนึกสี่ลักษณ์ผนึกมันไว้จนสิ้นซาก ท่านอาจารย์ ท่าน...”
“อาจารย์น้ำมันหมดตะเกียงมอดไปนานแล้ว ไม่เป็นไรหรอก”
ร่างเงาของปรมาจารย์สวรรค์ผู้เฒ่าสั่นไหวรุนแรงยิ่งขึ้น “แต่กงเหลียน เจ้าจงจำไว้ ห้ามยอมรับ...”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็พลันบังเกิด!
โอสถทิพย์เก้าสวรรค์ที่ตกอยู่นิ่งๆ บนพื้น จู่ๆ ก็ขยับโดยไม่มีสัญญาณเตือน!
มันกลายเป็นลำแสงสีทอง พุ่งทะยานราวกับลูกกระสุนที่ถูกยิงออกไปอย่างแรง โดยมีเป้าหมายชัดเจน
“ปัง!”
เสียงกระแทกทึบๆ ที่แฝงความตลกขบขันดังขึ้น
โอสถทิพย์เก้าสวรรค์พุ่งเข้าใส่ไตอันแข็งแกร่งของเจ้าหน้ากากพระพุทธที่นอนสลบเหมือดอยู่บนพื้นอย่างแม่นยำ
ร่างของเจ้าหน้ากากพระพุทธสะดุ้งเฮือก ราวกับแมวที่ถูกเหยียบหาง
วินาทีที่ทั้งสองปะทะกัน โอสถทิพย์เก้าสวรรค์ก็เปล่งแสงสีทองเจิดจ้า ไอโอสถที่เข้มข้นจนกลายเป็นสสารทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับเขื่อนแตก
และไอโอสถเหล่านี้ กลับถูกร่างกายของเจ้าหน้ากากพระพุทธกลืนกินเข้าไปจนหมดสิ้น!
“กงเหลียน! ขัดขว...”
ร่างเงาของปรมาจารย์สวรรค์ผู้เฒ่าสลายไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางแสงสีทอง เสียงสุดท้ายเต็มไปด้วยความร้อนรนและสิ้นหวัง แต่ท้ายที่สุดก็ขาดหายไปและกลายเป็นความว่างเปล่า
ในขณะเดียวกัน บาดแผลบนร่างของเจ้าหน้ากากพระพุทธก็กำลังสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เนื้อหนังที่ถูกสายฟ้าฟาดจนไหม้เกรียมพลันงอกขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว เนื้อเยื่อสีชมพูสดถักทอประสานกัน เพียงไม่กี่ลมหายใจ ร่างกายที่เคยพังยับเยินก็กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม
เจ้าหน้ากากพระพุทธดีดตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างคล่องแคล่ว บิดขี้เกียจจนกระดูกทั่วร่างส่งเสียงดังกรอบแกรบ
“ฮ่า! ฮ่าฮ่า! เห็นไหมล่ะเจ้าศิษย์หลานตัวน้อย! แม้แต่โอสถทิพย์เก้าสวรรค์ยังเลือกข้า!”
“ข้าต่างหาก คือปรมาจารย์สวรรค์แห่งภูเขาหลงหู่ที่สวรรค์ลิขิต!”
เจ้าหน้ากากพระพุทธคว้าโอสถทิพย์ที่ยังคงคลอเคลียอยู่ตรงเอวของเขา แววตาเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และโหดเหี้ยม โดยไม่แม้แต่จะมอง มันอัดโอสถเข้าไปที่จุดตันเถียนของตัวเองอย่างแรง!
“ฉึก!”
เสียงเนื้อหนังถูกเจาะทะลุชวนให้เสียวฟัน
โอสถทิพย์เก้าสวรรค์เม็ดนั้น เจาะทะลุผิวหนังของเขาเข้าไป ราวกับสิ่งมีชีวิตที่ฝังตัวเข้าไปในหน้าท้องน้อย
ไอโอสถที่หลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่องไร้สิ่งกีดขวาง ชะล้างไปทั่วแขนขาและกระดูกทุกส่วนของเขาอย่างบ้าคลั่ง
โอสถทิพย์สีทองค่อยๆ หดเล็กลงภายในร่างกาย แสงสว่างค่อยๆ หุบลง ราวกับกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเลือดเนื้อและเส้นชีพจรของเขาอย่างสมบูรณ์
กลิ่นอายของเจ้าหน้ากากพระพุทธพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เพียงชั่วพริบตาก็ทะลวงผ่านขีดจำกัดบางอย่าง ก้าวเข้าสู่ขอบเขตใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวจนน่าใจหาย!
มันเงยหน้าขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างกลายเป็นสีทองบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์โดยสิ้นเชิง
“จางกงเหลียน ขอบใจสำหรับของขวัญชิ้นใหญ่ที่อาจารย์เจ้าทิ้งไว้ให้นะ”
“เพื่อเป็นการตอบแทน ข้าตัดสินใจแล้วว่า... จะส่งเจ้าไปลงนรกก่อน!”
พูดจบ เจ้าหน้ากากพระพุทธก็ยกมือขึ้น วาดยันต์ออกมาอย่างลวกๆ แล้วซัดใส่จางกงเหลียน
จางกงเหลียนที่ฟื้นคืนสู่สภาพสูงสุดแล้วไม่ได้ถอยหนี แต่กลับพุ่งเข้าใส่ กางแขนทั้งสองข้างออก ระเบิดพลังตบะขั้นสร้างฐานออกมาเต็มพิกัด
“ฟ้าดินดำเหลือง! องค์เทพราชันช่วยข้า สำแดงฤทธิ์ดั่งประกาศิต!”
สิ้นเสียงร่ายคาถา พลังของเขาก็พุ่งสูงขึ้นอีกระดับ
ยันต์ของเจ้าหน้ากากพระพุทธกลายเป็นภูเขาลูกใหญ่กดทับลงมากลางอากาศ
“เคยเรียนไหม? นี่คือยันต์ย้ายภูเขา ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นปรมาจารย์สวรรค์ตัวน้อย ยังไงก็ต้องใช้วิชาของจวนปรมาจารย์สวรรค์มาฆ่าเจ้าให้สมเกียรติหน่อย!”
ภูเขานั้นดูเหมือนเป็นเงามายา แต่กลับแฝงไว้ด้วยน้ำหนักที่แท้จริง
เมื่อมันกดทับลงบนร่างของจางกงเหลียน นั่นคือน้ำหนักของภูเขาทั้งลูก
จางกงเหลียนใช้สองมือยันรับไว้ ใบหน้าพลันแดงก่ำทันที!
ง้าวมังกรจันทร์เสี้ยวเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นข้างกายเขา
“ย้าก! เทพเจ้ากวนอูเสด็จ! พวกเจ้าจงตายเสีย!”
จางกงเหลียนคำรามลั่น คว้าง้าวมังกรจันทร์เสี้ยว ชูขึ้นแล้วฟันลงมา
ยันต์ย้ายภูเขาแผ่นนั้นก็ถูกผ่าออกเป็นสองซีก