เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19

ตอนที่ 19

ตอนที่ 19


ตอนที่ 19

มีข้อสงสัยมากมาย ภายในของเจ้าหน้าที่

แต่ไม่นานเขาก็ส่ายหัวแล้วไล่ความคิดพวกนั้นทิ้งไป

<>

หรือว่าซูฮยอนจะปลอมแปลงเวทย์ของตัวเอง

แล้วถ่ายเทพลังเวทย์เข้าไปในเครื่องทดสอบที่ละเล็กที่ละน้อย

ถ้าเขาทำแบบนั้นได้จริงๆ

มันก็เป็นเรื่องที่หน้าเหลือเชื่อเป็นอย่างยากมาก

แต่ถ้าเขามีปัจจัยเวทย์และระดับเวทย์สูงมากพอ โอกาสที่จะทำได้ก็ง่ายๆเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

แต่เจ้าหน้าทีไม่เชื่อว่าซูฮยอนจะทำแบบนั้นได้

เพราะผู้ที่ทำแบบนั้นได้ สามารถนับได้ด้วยปลายนิ้ว

ที่สำคัญแต่ละคนก็เป็น 'ผู้ตื่นขึ้น' ชั้นแนวหน้าแทบทั้งสิ้น

<>

อีกอย่างทำไมซูฮยอนถึงต้องซ่อนความสามารถของเขาด้วย?

เจ้าหน้าทีเริ่มจัดการเอกสารต่างๆ

และทำการเชิญ 'ผู้ตื่นขึ้น' ทุกคนกลับบ้านไปพักผ่อนได้

เมื่อฮักจุนเดินออกมาจากสำนักงาน

เขาก็พบว่ามีรถยนต์สีดำสุดหรูของต่างประเทศจอดรออยู่

ถึงแม้รถยนต์คันนี้จะมีราคาแพง

แต่สำหรับ 'ผู้ตื่นขึ้น' ชั้นแนวหน้า พวกมันก็เป็นแค่เศษเงิน

ปรึ้น

หน้าต่างด้านหลังของรถยนต์ถูกเลื่อนลง

ผู้ที่นั่งเบาะหลังอยู่คือ จองดงย็อง หัวหน้าของกิลด์เทพสงคราม

“เสร็จเรียบร้อยแล้ว?”

“อืม เรียบร้อยแล้ว”

คลิ๊ก

ฮักจูนเปิดประตูด้านหลังแล้วลงไปหน้าข้างๆหัวหน้ากิลด์

จองดงย็อง ส่งสัญญาณให้คนขับออกรถได้

“เป็นไงบ้างล่ะ”

“ผมได้แรงค์ B”

“โห..ทำได้ดีมาก”

แรงค์ B งั้นเหรอ…

มันถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ออกมาดีพอสมควร สำหรับ 'ผู้ตื่นขึ้น' ที่ปีนป่ายหอคอยแต่หนึ่งปีเท่านั้น ซึ่งมันหาได้ยากอย่างมาก

และที่สำคัญแรงค์ B ยังเป็นกำลังสำรองของกิลด์ ที่ทุกกิลด์ต้องการอีกด้วย

“หัวหน้ากิลด์ แล้ว แรงค์ A ล่ะ มาตรฐานของมันคืออะไร”

ฮักจุนถามเรื่องมาตรฐานของแรงค์ A

เพื่อเป็นแรงกระตุ้นในการไปให้ถึงแรงค์ A ในอนาคต

จองดงย็อง หัวเราะเบาๆแล้วตอบกลับไป

“ระดับเวทย์ 6 หรือสูงกว่า ปัจจัยเวทย์ 55 หรือสูงกว่า ถึงจะได้แรงค์ A”

“ผมต้องมีทั้งสองอย่างเลยใช่ไหมครับหัวหน้า”

“ใช่แล้ว. เมื่อนายไปถึงแรงค์ A ได้ ทางสำนักงานรัฐบาลจะจับตามองนายเป็นพิเศษ เพราะแรงค์ A เป็นตัวตนที่ทรงพลัง แต่ถ้านายเลื่อนแรงค์ได้มากว่าแรงค์ A ล่ะก็ แม้แต่รัฐบาลยังต้องเกรงใจนายเลย”

“ทำไมผมถึง รู้สึกว่าหัวหน้ากำลังชมตังเองอยู่ล่ะเนี่ย”

จองดงย็อง  เป็นหนึ่งใน 'ผู้ตื่นขึ้น' แรงค์ A ที่มีความสามารถมากๆคนหนึ่งในประเทศเกาหลี

ถึงแม้คำพูดของเขาจะดูโอ้อวด แต่สิ่งที่เขาพูดมาก็เป็นความจริง

ตามจริงหัวหน้ากิลด์ทั้งหมดของเกาหลี เป็นคนที่มีชื่อเสียงแทบทุกคน

“จริงสิ ได้ยินมาว่าในหมู่ผู้มาประเมิน มีคนที่ชื่อ คิมซูฮยอน มาด้วยใช่ไหม”

“ใช่ครับ”

“ฉันได้ยินมาว่าแรงค์ของเขาออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นายคิดว่าเป็นแค่คนชื่อเหมือนกันไหม” ถึงแม้ผลลัพธ์ของคิมซูฮยอนจะดูน่าผิดหวัง

แต่แทบทุกกิลด์ ก็กระตือรือร้นเป็นอย่างมาก เพื่อชักชวนคิมซูฮยอนมาเข้ารวมกิลด์

“ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”

“หืม..นายคิดว่ามีโอกาสไหมที่เขาต้องการปกปิดพลังเวทย์ของตัวเอง?”

“โถ่หัวหน้า คุณก็รู้ว่ามันยากขนาดไหนถึงจะควบคุมพลังเวทย์ได้ตามใจนึก ขนาดผมยังทำไม่ได้เลย” ฮักจุนตอบ

แม้แต่ตัวของ จองดงย็อง ยังควบคุมเวทย์ของเขายังไม่ค่อยเสถียรเลย

แต่ซูฮยอนพึ่งเขาหอคอยได้แค่ปีเดียว เขาทำได้ขนาดนั้นเลยเหรอ

ถึงเขาจะขึ้นชื่อว่าเป็นอัจฉริยะ

แต่เขาก็ไม่น่าควบคุมเวทย์ได้ตามใจนึกได้แน่ๆ

จองดงย็อง ลูปริมฝีปากของตัวเองแล้วขบคิด

ถ้าเทียบระหว่าง ฮักจุน กับ คิมซูฮยอน เขาพนันได้เลยว่า ไม่ว่ายังไง คิมซูฮยอนก็เก่งกว่า ฮันจุน

เหตุผลเป็นเพราะซูฮยอนทำลายสถิติทุกครั้ง ในชั้นที่เขาอยู่

<>

ซูฮยอนหยิบบัตร ‘ผู้ตื่นขึ้น’ ออกมาจากในกระเป๋า ตัวอักษร C ที่ดูโดดเด่น ถูกพิมพ์ลงบนบัตร

เมื่อมีเจ้าสิ่งนี้ เขาก็สามารถเข้าสู่ดันเจี้ยนสาธารณะได้แล้ว

<>

ถึงแม้ซูฮยอนจะผิดหวังที่ระดับแรงค์ของเขาน้อยเกินไป

แต่มันก็มีข้อดีเหมือนกัน เขายังไม่อยากเปิดเปิดเผยความสามารถทั้งหมดของเขาตอนนี้

เพราะมันจะนำเรื่องปวดหัวมาสู่ตัวเองซะเปล่าๆ

แล้วที่สำคัญตอนนี้ทางสำนักงานก็กำลังจับตาดูซูฮยอนเป็นอีกด้วยพิเศษ

<>

ซูฮยอนในตอนนี้ยังไม่พร้อมสำหรับการเป็น 'ผู้ตื่นขึ้น' ที่เก่งกาจ

ฉะนั้นเขาจึงต้องซ่อนความลับของเขาเอาไว้

<>

ซูฮยอนเชื่อว่า ในหมู่ 'ผู้ตื่นขึ้น' เกือบทุกคน

ไม่มีใครคนไหนเลย ที่จะสามารถควบคุมเวทย์ได้ตามใจนึกเหมือนซูฮยอน

เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างมาก

แม้แต่คนที่แข็งแกร่งที่สุดยังทำแทบไม่ได้

ไม่สิ ต่อให้ในอนาคต ก็ไม่เคยมีใครควบคุมเวทย์แบบซูฮยอนได้เลยสักคน

ถ้าพูดถึงเรื่องเวทย์ ซูฮยอน นี้แหละที่เชี่ยวชาญที่สุด

<>

เมื่อซูฮยอนกลับมาถึงบ้าน เขาก็โยนกระเป๋าทิ้งแล้วทำการเปิดคอมพิวเตอร์ก่อนเป็นอันดับแรก

คอมพิวเตอร์ที่สเปคกากๆ กำลังบู๊ตขึ้น

ซูฮยอนหยิบบัตรแสดงตน 'ผู้ตื่นขึ้น' มาดูอีกครั้ง เพื่อรอคอมพิวเตอร์

<>

หลังจากคอมพิวเตอร์เข้าสูหน้าวินโดวส์

สิ่งแรกที่ซูฮยอนทำคือ เขาเข้าเว็บไซต์ อเวจีออนไลน์ แล้วค้นหากระทู้เกี่ยวกับ กิลด์ เทพสงคราม

มีกระทู้เกี่ยวกับกิลด์เทพสงครามน้อยกว่าที่ซููฮยอนคิดไว้

ดูท่าทางกิลด์เทพสงครามจะไม่ค่อยดังเท่าไหร่

<>

กิลด์เทพสงคราม ไม่ได้ดังเพราะจำนวนสมาชิก แต่ดังเพราะหัวหน้ากิลด์ต่างหาก

“หัวกิลด์ จองดงย็อง อดีตสมาชิกแก๊งค์ ของ ฟิตไฟเตอร์ ที่เคยก่อความวุ่นวายในจังหวัด คย็องกี ตอนนี้กำลังอยู่ที่ โซล”

จองดงย็อง ได้สร้างผลงานในฐานะ 'ผู้ตื่นขึ้น' มากมายนับไม่ถ้วน

แต่ผลงานที่เลวร้ายของเขาก็มีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การปล่อยเงินกู้ การค้ามนุษย์ และอื่นๆ

เรื่องราวทั้งหมดมันถูกเปิดเผยออกมาจากกิลด์อื่นๆ

ถึงแม้ตอนนี้เขาจะวางมือจากเรื่องชั่วร้ายเหล่านั้นแล้ว

แต่บางคนก็เชื่อว่า จองดงย็อง ยังคงอยู่ในมุมมืดของสังคมใต้ดินต่อไป

<>

ไม่สำคัญว่า จองดงย็อง จะเคยเป็นนักเลงก่อนหรือป่าว

เพราะเขาได้พิสูจน์แล้วว่าเขาคือ 'ผู้ตื่นขึ้น' ที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของเกาหลี

เพราะ 'ผู้ตื่นขึ้น' ที่แข็งแกร่งกว่า แรงค์ A ไม่ได้มีจำนวนมากมายขนาดนั้น

“หืม”

สุดท้าย กิลด์เทพสงคราม ที่ ฮักจุนเข้า

แม้จะไม่ค่อยมีเรื่องอื้อฉาวสักเท่าไหร่

แต่มันก็ไม่สามารถลบภาพหัวหน้ากิลด์ที่เคยทำอาชีพใต้ดินและเรื่องเลวร้ายอีกมากมายที่เขาเคยก่อเอาไว้ได้

<>

ซูฮยอนเปลี่ยนกระทู้แล้วหาอ่านบทความยอดนิยมบน อเวจีออนไลน์

<>

กระทู้ในเว็บไซต์ส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่องของ กิลด์ และ ผู้ตื่นขึ้น ซะมากกว่า

แต่ก็มีเรื่องการเมืองและกฏหมายมาแจมบ้างประปราย

ซูฮยอนเลื่อนอ่านผ่านๆแล้วก็ไปกระทู้ถัดไป

กระทู้พวกนี้ส่วนใหญ่มันจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างไร้ประโยชน์

มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ซูฮยอนต้องเสียเวลาอ่านมัน

สิ่งที่ซูฮยอนต้องการคือเรื่องที่น่าเป็นห่วงในอนาคตซะมากกว่า

[วันที่ 1 มกราคม เรากำลังหากำลังคน ระหว่าง แรงค์ C หรือมากกว่า เพื่อเคลียร์ดันเจี้ยนที่จัดหวัดคย็องกี มันเป็นดันเจี้ยนระดับส้ม ถ้าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม..]

นี้ไง

นัตน์ตาของซูฮยอนสว่างขึ้นมาเล็กน้อย

“1 มกราคม 2020”

นี้แหละ คือประวัติศาสตร์ที่เขาต้องเปลี่ยนมันให้ได้

เส้นทางการเปลี่ยนแปลงมันมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

เมืองกวางจู จังหวัด คย็องกี

ในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา มีดันเจี้ยนปรากฏขึ้นมากมายแถวภูเขา ย่าชิ ซึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองสักเท่าไหร่

ระดับความยากของดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ค่อยยากเท่าไหร่

มันยากแค่ระดับปานกลางเท่านั้น

ลีจุนโฮ หัวหน้ากลุ่มโจมตีดันเจี้ยนในครั้งนี้ เขาคือ 'ผู้ตื่นขึ้น' แรงค์ B

เขานั้งลงบนเก้าอี้แล้วจิบกาแฟไปพลางๆ

“ทำไมยังไม่มีคนติดต่อมาอีก”

“ก็ใกล้ช่วงปีใหม่แล้วนี่ คนก็อยากพักผ่อนบางเป็นธรรมดา อีกอย่าง สถานการณ์ของดันเจี้ยนตอนนี้ ก็ดูแย่มาก เพราะดันเจี้ยนมันโผล่ขึ้นมาเต็มไปหมด คนอื่นก็ต้องกระจายกำลังกันออกไปจัดการกับมันอีก”

คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเขา คือ คิมบารึม เขาคือหัวหน้าทีมรวมกันกับ ลีจุนโฮ

พวกเขาทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ

ทั้งสองคนต้องการผู้ตื่นขึ้นทั้งหมด 7 คนในการเคลียร์ดันเจี้ยน

ตอนนี่ สมาชิกในทีมของพวกเขาขาดอีกแค่คนเดียวเท่านั้น

“เวณเอ้ย ฉันล่ะเกียจเจ้าดันเจี้ยนบ้าพวกนี้จริงๆ ไม่รู้จะโผล่มาอะไรเยอะแยะราคาหินอีเธอร์ร่วงเป็นน้ำเลย”

“ฮ่า ฮ่า เพื่อนนายกำลังเล่าเรื่องตลกให้ฉันฟังอยู่เหรอ ถึงราคามันจะตก แต่นายก็หาเงินได้ตั้ง 200-300 ร้อยล้านวอนภายในระยะอันรวดเร็วเนี่ยนะ”

คิมบารึมหัวเราะใส่ลีจุนโฮเหมือนคนบ้า

ลีจุนโฮยิ้มรับและจิบกาแฟ กาเฟอาเมริกาโนไปพลางๆ

“เพื่อนนายรู้ไหม นอกจากดันเจี้ยนจะมีจำนวนมากขึ้นแล้ว แม้แต่จำนวนการเสียชีวิตของ ‘ผู้ตื่นขึ้น’ ก็มากขึ้นเช่นกัน ฉันอยากรู้จริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

“ไม่มีอะไรมากหรอก ก็คงเป็นพวกมือใหม่ที่คึกคะนอง อยากลองของ จนสู่ท้ายก็ตกม้าตายซะเอง ฉันว่านายคิดมากไปเองแน่ๆ”

“จะเป็นอย่างงั้นแน่เหรอ”

“เป็นอย่างนั้นแหละ เมื่อมีคนหน้าเก่าตายไป เดียวคนหน้าใหม่ก็แทนที่เอง นายไม่ต้องกังวลไปหรอก”

ลีจุนโฮดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจคำพูดของ คิมบารึมมากนัก

<>

ลีจุนโฮ ผู้ตื่นขึ้นแรค์ B

เมื่อพลัง ‘ผู้ตื่นขึ้น’ ของเขาถูกปลุกขึ้น

เป้าหมายที่เขาตั้งไว้คือ แรงค์ B

ซึ่งเขาก็ทำสำเร็จจริงๆ

แม้ 'ผู้ตื่นขึ้นแรงค์ B จะได้รับรางวัลตอบตอนค่อนข้างน้อย จากการเคลียร์ดันเจี้ยน

แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แรงค์ B มันเป็นกำลังสำคัญที่ทุกกิลด์ต้องการตัว

ต้องขอบคุณความ พยายามของเขา ที่ทำให้ ลีจุนโฮมีวันนี้ได้

รายได้ปีที่ผ่านมาของลีจุนโฮ มันมากมายมหาศาลจนนับไม่ไหว

เขาใช้เงินเหมือนเศษกระดาษ เขาอยากได้อะไรเขาก็ต้องได้

ตอนนี้เขามีบ้านหรูและรถต่างประเทศราคาแพงอีกหลายคัน

<>

ลีจุนโฮคิดว่า เส้นทางในอนาคตของเขาจะต้องโปรยไปด้วยกลีบกุหลาบอย่างแน่นอน

ติ้ง

ทันใดนั้นเอง มือถือของ ลีจุนโฮ ก็ดังขึ้น

เขาหยิบมันขึ้นมาเพื่อตรวจสอบการแจ้งเตือน

จบบทที่ ตอนที่ 19

คัดลอกลิงก์แล้ว