- หน้าแรก
- เกิดมาพร้อมระบบเซียน
- บทที่ 204: เธอเป็นฝ่ายรุก
บทที่ 204: เธอเป็นฝ่ายรุก
บทที่ 204: เธอเป็นฝ่ายรุก
อันที่จริง ความรู้สึกของคนเรามันเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนมาก
อย่างเช่นการที่ฉู่หลินเถียนเข้ามาใกล้แบบกะทันหัน ในสภาพที่สวมแค่ชุดนอนกับกางเกงในตัวจิ๋ว แถมยังไม่ได้ใส่บราอีก นี่ถ้าไม่เรียกว่ายั่วยวนแล้วจะเรียกว่าอะไร?!
หลินโม่ไม่ต้องมองก็รู้ว่าบนหัวตัวเองมีคำว่า 'อันตราย' แปะอยู่ตัวเบ้อเริ่ม
ช่วยไม่ได้ ก็ใครใช้ให้เขาผ่านโลกมาเยอะล่ะ
สถานการณ์แบบนี้ มีแค่สองทางเลือกคือ ไม่บุกก็ถอย!
ดังนั้นหลินโม่จึงเลือกที่จะถอย!
ก็แหม พลังของท่านเซินเฮ่อนั้นน่ากลัวถึงเพียงนี้
แถมหลินโม่ยังใช้จิตสัมผัสเห็นอีกว่า หลังจากที่เขาลุกจากโซฟา ก็มีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองตามหลังเขามาตลอด
นี่ถ้าไม่ใช่ว่ากำลังหมายปองร่างกายอันน่าปรารถนาของเขาอยู่ แล้วมันคืออะไรกันล่ะ?!
หลินโม่นั่งลงบนเตียง พลางถอนหายใจออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เมื่อเอนตัวลงนอน จิตสัมผัสของเขาก็แผ่ออกไปด้านนอก
ฉู่หลินเถียนยังไม่ได้ลุกไปจากโซฟา เธอก็ถอนหายใจออกมาเงียบๆ เช่นกัน
“ทำแบบนี้มันดูไม่ดีจริงๆ ด้วยสินะ เขาคงจะรู้สึกได้แล้วแน่ๆ”
แม้จะพูดอย่างนั้น แต่ฉู่หลินเถียนก็ก้มลงมองอกสะบึมของตัวเอง แล้วก็มองไปที่เรียวขายาวของเธอ
พอนึกย้อนไปถึงตอนที่เรียนอยู่ต่างประเทศด้วยกัน มีพวกฝรั่งตาน้ำข้าวผมทองตั้งกี่คนที่อยากจะตามจีบเธอ แต่เธอก็ไม่เคยตอบตกลง
พวกฝรั่งเหล่านั้นแต่ละคนไม่ใช่คนดีอะไรเลย
พวกคนผิวสีก็ยิ่งแล้วใหญ่
เพียงแต่ว่าที่ที่เธอเรียนไม่ค่อยมีคนผิวสีเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่ค่อยเรียนหนังสือกันล่ะมั้ง
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ดูดีมากไม่ใช่เหรอ
บั้นท้ายดินระเบิด อกสะบึม ใบหน้าที่งดงาม ถึงแม้อายุจะใกล้เลขสามแล้ว แต่ใครบ้างจะไม่อยากลิ้มลองเธอดูสักครั้ง
พอคิดไปคิดมา ฉู่หลินเถียนก็อดที่จะหน้าแดงไม่ได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉู่หลินเถียนก็รู้สึกท้อแท้ขึ้นมาหน่อยๆ
ก่อนหน้านี้พี่ชายของเธอไม่ยอมให้เธอมีความรักมาตลอด พอเธอที่อยู่ต่างประเทศรู้ข่าวก็รีบกลับมาดูแลฉู่เหมียวเหมี่ยวทันที และปฏิเสธคำบอกรักไปมากมาย
ดังนั้นจนถึงตอนนี้ ฉู่หลินเถียนตัวจริงก็ยังโสดมาตั้งแต่เกิด
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉู่หลินเถียนก็อดไม่ได้ที่จะเดินไปที่ตู้เก็บไวน์ แล้วหยิบไวน์แดงออกมาสองสามขวด
เธอไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เอาแต่ดื่มมันเข้าไปคนเดียว
หลินโม่เห็นฉู่หลินเถียนหันไปดื่มเหล้า ก็รู้สึกผ่อนคลายลงมาก และเริ่มบ่มเพาะพลังของเขาต่อ
ช่วงนี้ไม่รู้ว่าระบบหายไปไหน ดูเหมือนจะยังคงวุ่นอยู่กับการสร้างธงจักรพรรดิให้เขา
ชักจะคิดถึงมันนิดๆ แล้วสิ
ในขั้นสร้างฐาน วังวนปราณในร่างกายค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น
สิ่งที่เรียกว่าการก่อแก่นปราณก็คือการบีบอัดวังวนปราณในร่างกายให้กลายเป็นแก่น
ดูเหมือนจะง่าย แต่การลงมือทำจริงๆ นั้นไม่ง่ายเลย
ถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว ก็อาจจะทำให้ตันเถียนระเบิดได้เลย
(ระบบบ่มเพาะเซียนเรื่องนี้ไม่มีลูกเล่นยิบย่อยอย่างการสร้างฐานสวรรค์หรือแก่นทองคำสวรรค์อะไรพวกนั้นนะ)
การบ่มเพาะพลังนั้นเป็นเรื่องที่ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตา
ถ้าไม่มีเสียงไขกุญแจเปิดประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง หลินโม่คงจะบ่มเพาะพลังไปจนถึงเช้า
ประตูถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาแล้วล็อกประตูทันที
กลิ่นเหล้าที่เข้มข้นลอยฟุ้งไปในอากาศ
ส่วนหลินโม่ก็นอนอยู่บนเตียง หันหลังให้กับผู้มาเยือน
แน่นอนว่าหลินโม่ไม่ได้หลับ เขาแค่ใช้จิตสัมผัสสแกนดูอยู่
ผู้หญิงคนนี้ ตอนดื่มไวน์แดงขวดเดียวก่อนหน้านี้คือแกล้งเมา แต่วันนี้ซัดไปสามขวด ผลคือเมาจริง
เมาก็เมาไปสิ แต่เมาแล้วมาเปิดประตูห้องคนอื่นนี่คิดจะทำอะไร?
ยืมเหล้าก่อเรื่องรึไง?!
ทว่าฉู่หลินเถียนกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องหนังสือ แล้วหันมามองหลินโม่
ทั้งๆ ที่ไม่ได้เปิดไฟแม้แต่ดวงเดียว เธอก็เอาแต่จ้องมองหลินโม่อยู่อย่างนั้น
กลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปทั่ว
ส่งกลิ่นที่ผสมผสานระหว่างแอลกอฮอล์กับความหอมหวานของไวน์แดง
ในที่สุด หลินโม่ก็พลิกตัวกลับมา สบตากับฉู่หลินเถียนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้
แต่ฉู่หลินเถียนก็ยังไม่พูดอะไร แค่สบตากับหลินโม่เงียบๆ
ครู่ต่อมา น้ำตาใสๆ สายหนึ่งก็ไหลลงมาจากหางตาของฉู่หลินเถียน
จากนั้นเธอก็โน้มตัวลงมาทันที ดวงตาคู่นั้นฉายแววอ่อนโยนและเปี่ยมเสน่ห์ แม้จะดูเมามาย แต่ก็เหมือนกำลังพยายามตั้งสมาธิมองมาที่หลินโม่อย่างสุดความสามารถ
จากนั้น เธอก็ใช้ทั้งมือทั้งเท้า ค่อยๆ คลานจากเก้าอี้ขึ้นไปบนเตียงเหมือนกับแมวสามสีตัวหนึ่ง
ท่าทางแบบนี้บวกกับรูปร่างแบบนี้ พูดได้เลยว่าสามารถพิชิตใจชายได้เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉู่หลินเถียนในตอนนี้ที่ใบหน้าแดงก่ำ ดูแล้วทั้งน่ารักและมีเสน่ห์อย่างเต็มเปี่ยม
หลินโม่ที่เป็นถึงผู้บ่มเพาะขั้นสร้างฐานที่ผ่านโลกมาเยอะก็อดที่จะใจเต้นแรงขึ้นมาไม่ได้
เมื่อคลานมาถึงตรงหน้าหลินโม่ ฉู่หลินเถียนก็ยิ้มหวาน
“ที่แท้นายก็ประหม่าเป็นเหมือนกันเหรอ”
หลินโม่แข็งแล้ว... ร่างกายของเขาแข็งทื่อไปหมด
ฉู่หลินเถียนเข้ามาใกล้จนแทบจะชิด แม้ว่าทั้งสองจะยังไม่ได้สัมผัสกัน
แต่ไออุ่นนั้นมันชัดเจนเกินไปแล้ว
หลินโม่ไม่รู้จะทำยังไงดี ด่วนจี๋! รอคำตอบออนไลน์!
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไร ฉู่หลินเถียนก็วางศีรษะลงบนไหล่ของหลินโม่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนสุดๆ ว่า
“จริงๆ แล้ว ตอนที่นายช่วยฉันครั้งแรก ฉันก็อยากจะให้นายแล้ว ฉันยังไม่เคยเลยนะ”
เดี๋ยวก่อน! ช็อตโตะมัตเตะ!
ฉันยังไม่พร้อม!
เอ๊ะ! ช่วยเธอครั้งแรก เหมือนจะ...เป็นตอนที่ถูกจูลี่กังวางยาครั้งนั้นสินะ
เสียงอันนุ่มนวลของฉู่หลินเถียนยังคงดังต่อ
“วันนั้นที่นายช่วยฉันไว้ในห้องทำงานของเจียงเป่ยเหอ ฉันเตรียมพร้อมที่จะมอบกายถวายชีวิตให้นายแล้ว ใครจะไปรู้ว่านายดันแก้พิษได้ซะงั้น”
อกสะบึมแนบชิดกับหลินโม่ ฉู่หลินเถียนใช้สองแขนโอบกอดหลินโม่ไว้
เอื๊อก
เสียงกลืนน้ำลายที่ดังลั่นราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงไปในบ่อน้ำลึก
เสียงนั้นดังก้องอยู่ในหัวของหลินโม่ไม่หยุด
ไอ้บ้าเอ๊ย ใครมันจะไปทนไหววะ
หลินโม่ทนไม่ไหวจนต้องหันหน้าไปอีกทาง
ผลก็คือหญิงขี้เมาทำในสิ่งที่ไร้เหตุผล เธอจับหัวของหลินโม่ให้หันกลับมา
“นายจะหลบทำไม หรือว่าฉันไม่น่าดึงดูดเหรอ”
พูดจบ ฉู่หลินเถียนก็ยื่นลิ้นออกมาเลียที่หูของหลินโม่หนึ่งที
แบบนี้จะทนได้เหรอ?!
หลินโม่คว้าหมับเข้าที่ต้นคอด้านหลังของหญิงสาว ส่วนมืออีกข้างก็ดันแผ่นหลังของเธอไว้ ก่อนจะกดร่างนั้นลงบนเตียงอย่างมั่นคง
ฝ่ายรุกกับฝ่ายรับสลับตำแหน่งกันแล้ว
เพียงแต่ว่าเตียงข้างใต้เป็นที่นอนซิมมอนส์อย่างดี นุ่มและยืดหยุ่น ฉู่หลินเถียนจึงไม่รู้สึกไม่สบายตัวเลยแม้แต่น้อย
เธอยังหรี่ตาลงเล็กน้อย ใบหน้าที่งดงามภายใต้ความแดงก่ำนั้นดูงดงามเย้ายวนอย่างที่สุด
“ไม่ชอบผู้หญิงแก่ๆ แบบฉันเหรอ”
เธอดูเหมือนจะน้อยใจ แต่ก็แฝงไปด้วยความมั่นใจ
เมื่อเห็นว่าหลินโม่แข็งอีกรอบ ในที่สุดฉู่หลินเถียนก็เป็นฝ่ายเปิดฉากบุก
เธอเป็นฝ่ายรุกเข้าใส่
ริมฝีปากของเธอทาบทับลงมา
หลินโม่คิดจะต่อต้าน เลยใช้ลิ้นดันอีกฝ่ายกลับไป
แต่คาดไม่ถึงว่าฉู่หลินเถียนจะส่งเสียงครางอื้ออึงออกมา เหมือนกับลูกแมวกำลังออดอ้อนอย่างน่าสงสาร
ริมฝีปากผละออกจากกัน
“ฉันไม่เคยอยากจะมอบตัวเองให้ใครเท่านี้มาก่อนเลย”
พอได้ยินประโยคนี้ หลินโม่ก็แข็งเป็นรอบที่สาม
แล้วเขาก็สะบัดหลุดจากอ้อมกอดอันแสนหวาน ปล่อยฉู่หลินเถียนเป็นอิสระ
“หุ่นฉันดีใช่ไหมล่ะ หน้าตาก็สวยด้วยใช่ไหม”
เธอทำปากจู๋ มองหลินโม่เหมือนเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ
เธออกตัวแรงขนาดนี้แล้ว ทำไมกันนะ
หลินโม่คิดในใจ หุ่นเธอมันดีเกินไปแล้ว หน้าตาก็สวยมากด้วย
แต่...ฉัน...
ถ้าลงมือกับฉู่หลินเถียน หลินโม่ก็คือเดรัจฉาน
แต่ถ้าไม่ลงมือ ก็เลวยิ่งกว่าเดรัจฉาน
“เฮ้อ งั้นฉันยอมเป็นพวกเลวยิ่งกว่าเดรัจฉานดีกว่า”
หลินโม่โน้มตัวลงไป แตะริมฝีปากของเขาลงบนริมฝีปากของฉู่หลินเถียนเบาๆ
วินาทีต่อมา ฉู่หลินเถียนก็ผล็อยหลับไป
เมื่อมองดูผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียง หลินโม่ก็ส่ายหัว แล้วมองไปยังห้องของฉู่เหมียวเหมี่ยว
ยาก ยากเกินไปแล้ว
ท่านอุ้ยเสี่ยวป้อ! บอกข้าทีว่าท่านทำได้ยังไง!