- หน้าแรก
- หนึ่งดาบทะลุนภา พันปีบรรลุเทพ
- บทที่ 38: ดาบนี้ ข้าต้องฆ่าเจ้าให้ได้
บทที่ 38: ดาบนี้ ข้าต้องฆ่าเจ้าให้ได้
บทที่ 38: ดาบนี้ ข้าต้องฆ่าเจ้าให้ได้
ชายชราหารู้ไม่ว่าคำพูดและสีหน้าทั้งหมดของเขาล้วนอยู่ในสายตาและหูของเจียงหลี
เดิมทีเจียงหลีเพียงใช้ความสามารถทางพรสวรรค์เพื่อตรวจสอบว่ารอบข้างยังมีภัยคุกคามอื่นใดหลงเหลืออยู่หรือไม่ แต่เขากลับคาดไม่ถึงว่าชายชราที่เพิ่งพบกันครั้งแรกผู้นี้จะเอ่ยคำพูดเช่นนั้นออกมา
“อาชญากรหมายจับระดับ B หลู่ต้าจวิน!”
ในใจของเจียงหลีพลันหนักอึ้ง จมดิ่งสู่ภวังค์ความคิด
ดูท่าแล้ว น่าจะเป็นลั่วเหวินฮ่าวที่คิดจะแก้แค้นครอบครัวของเขา แต่กลับไปเจอเข้ากับหลู่ต้าจวินผู้นี้โดยบังเอิญ
ผลก็คือตระกูลของลั่วเหวินฮ่าวถูกสังหารล้างครัว ส่วนครอบครัวของเขากลับปลอดภัยดี
เจียงหลีเคยเห็นในละครโทรทัศน์มาก่อน อาชญากรที่โหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ย่อมมีรูปแบบการสังหารที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
การสังหารล้างครัว น่าจะเป็นหนึ่งในกฎเกณฑ์การลงมือของหลู่ต้าจวินผู้นี้ เหตุผลที่บิดาและน้องสาวของเขารอดชีวิตมาได้ก็เพราะเขาไม่อยู่
และวันนี้ เขากลับมาแล้ว ซึ่งก็ทำให้หลู่ต้าจวินผู้นี้เผยสัญชาตญาณกระหายเลือดออกมาเช่นกัน
หากคาดเดาตามนี้ ทุกอย่างก็ดูจะสมเหตุสมผล
เจียงหลีตัดสินใจทันที เขาใช้ความสามารถของธงบัญชาเพื่อล็อกเป้าหมายไปที่ชายชราผู้นี้อย่างแน่นหนา
เขายังไม่ลงมือในทันที เหตุผลหนึ่งคือรูปลักษณ์ของชายชราผู้นี้แตกต่างจากหลู่ต้าจวินในแฟ้มข้อมูลอย่างมาก
ในข้อมูลที่หยุนเฟยให้เขา หลู่ต้าจวินยังเป็นชายวัยกลางคนที่แข็งแรงบึกบึน อายุจริงสี่สิบปี แต่กลับดูเหมือนคนอายุเพียงสามสิบปีเท่านั้น
ส่วนชายชราที่อยู่ตรงหน้าทั้งแก่ชรา ร่างเล็ก แม้แต่การเดินยังสั่นเทา ดูไม่มีพิษมีภัย
ต่อให้เป็นวิชาแปลงโฉม แต่รูปร่างและโครงกระดูกนั้นยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้ อย่างน้อยจอมยุทธ์ระดับเจ็ดก็ทำไม่ได้
ดังนั้น เจียงหลีจึงคิดจะสังเกตการณ์ชายชราผู้นี้ไปก่อนสักพัก อย่างน้อยก็รอให้แน่ใจแล้วค่อยลงมือ
ถือโอกาสนี้ เขายังสามารถยืนยันความแข็งแกร่งของชายชราได้ด้วย
หากอีกฝ่ายอยู่ระดับเจ็ด เขาสามารถสู้ตัวต่อตัวได้
แต่หากเป็นระดับหก เขาจะไม่ลงมือเด็ดขาด แต่จะรีบติดต่อหลินจิ่นเวยทันที
ไม่นานนัก ภายใต้การสะกดรอยของเจียงหลี ชายชราเพียงแค่ไปซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆ ซื้อนมและผักบางอย่างแล้วก็กลับเข้าบ้าน
เจียงหลียืนอยู่ห่างออกไปสองร้อยเมตร มองดูชายชราทำอาหารและกับข้าว ดูข่าวสาร
เขาจึงตัดสินใจเก็บความสามารถกลับคืน
แม้ความสามารถทางพรสวรรค์ของเขาจะสามารถหยั่งรู้ทุกสิ่งในรัศมีสามร้อยเมตรได้ แต่ก็ต้องสิ้นเปลืองพลังกายและพลังใจอยู่ตลอดเวลา
หลังจากนั้น หลายวันติดต่อกัน เจียงหลีก็เฝ้าอยู่ชั้นล่างของอาคาร แต่ชายชราก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
จนกระทั่งวันที่ห้า ชายชราผู้นี้กลับเปลี่ยนเส้นทาง
“หืม?”
เจียงหลีรับรู้ผ่านธงบัญชาว่าหลู่ต้าจวินเดินเข้าไปในตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่ง ดึงอิฐสีเขียวก้อนหนึ่งออกจากกำแพง แล้วหยิบชุดวอร์มสีดำออกมาจากข้างใน
หลังจากชายชราเปลี่ยนชุดอย่างคล่องแคล่ว ร่างที่เคยงองุ้มก็ยืดตรงขึ้น แม้จะยังไม่สูงนัก มีความสูงเพียงประมาณหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร แต่ก็ดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
หลังจากสวมหมวกเบสบอล ชายชราก็เดินไปตามถนนด้วยฝีเท้าเร่งรีบ
ในตอนนี้ เจียงหลีมั่นใจถึงแปดส่วนแล้วว่าคนผู้นี้คือหลู่ต้าจวิน
ขณะเดียวกัน เพื่อความไม่ประมาท เขาก็ส่งข้อความหาหยุนเฟย
เขาเดินตามหลังชายชราไป จนกระทั่งชายชราเข้าไปในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในเมืองเป่ยเหอ
ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ ล้วนเป็นที่อยู่อาศัยของผู้มีเงินและมีอิทธิพลในเมืองเป่ยเหอ
เจียงหลีก็ตามรอยชายชราไป เขากระโดดข้ามรั้วของหมู่บ้านได้อย่างง่ายดาย
ไม่นาน ชายชราก็เดินไปถึงหน้าประตูคฤหาสน์หลังหนึ่งแล้วกดกริ่ง
คนในคฤหาสน์ก็คาดไม่ถึงว่านอกประตูจะมีฆาตกรผู้เชี่ยวชาญการสังหารล้างครัวปรากฏตัวขึ้น
ไม่นาน ชายวัยกลางคนท่าทางเมามายก็เปิดประตูออกมา
หลู่ต้าจวินยกมือขึ้นบีบคอของชายวัยกลางคนผู้นั้น ออกแรงอย่างฉับพลัน บิดคอของชายวัยกลางคนจนหัก
จากนั้น เขาก็พุ่งเข้าไปราวกับลูกศรแล้วปิดประตู
“แย่แล้ว!”
เจียงหลีที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขารีบพุ่งออกจากสวนที่อยู่ห่างไปสองร้อยเมตรในทันที จากนั้นก็ก้าวเดียวไปปรากฏตัวอยู่หน้าหน้าต่างของคฤหาสน์หลังนี้
เมื่อเทียบกับประตูนิรภัยที่หนาหนัก หน้าต่างย่อมเป็นทางเข้าไปได้สะดวกกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เจียงหลียกมือขึ้นชกหนึ่งหมัด ทุบกระจกจนแตกละเอียดแล้วพังหน้าต่างเข้าไป
ภายในคฤหาสน์ในขณะนี้ ชายชราเปรียบดั่งพญาเหยี่ยวที่โฉบจับกระต่าย บรรยากาศที่เคยเฉลิมฉลองและเปี่ยมสุข ในชั่วพริบตากลับกลายเป็นนรกบนดิน
ชายคนที่ถูกชายชราบิดคอไปก่อนหน้านี้ บัดนี้ได้กลายเป็นศพแห้งเหี่ยว ราวกับว่าพลังปราณโลหิตทั้งหมดถูกดูดกลืนไปจนหมดสิ้น
เมื่อสัมผัสได้ว่าเจียงหลีพังหน้าต่างเข้ามา หลู่ต้าจวินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง บนใบหน้าไม่เพียงไม่แสดงความหวาดกลัว แต่กลับหันมามองเจียงหลี
“จิ๊ๆๆ ข้าว่าแล้วเชียวว่าช่วงนี้รู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งอยู่ข้างกายตลอดเวลา ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง”
“ความสามารถทางพรสวรรค์สินะ?”
หลู่ต้าจวินไม่สนใจการหลบหนีของคนอื่นๆ เขาหันกลับมามองเจียงหลี
“ข้าก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่าอาชญากรผู้สังหารล้างครัวอย่างหลู่ต้าจวิน จะมีรูปลักษณ์เช่นนี้”
เจียงหลีจ้องมองหลู่ต้าจวินอย่างไม่กล้าประมาท
หลู่ต้าจวินแสยะยิ้ม “เจ้าหนู เดิมทีข้าว่าจะรออีกสักสองสามวันค่อยจัดการพวกเจ้าสามคนพ่อลูก ดูท่าจะต้องลงมือเร็วขึ้นแล้ว”
“เจ้าช่างไม่ฉลาดเอาเสียเลย ถึงเจ้าจะเป็นจอมยุทธ์ระดับแปด แต่ต่อหน้าข้าก็ไม่ต่างอะไรกับแมลงตัวหนึ่ง”
“อาจารย์ที่โรงเรียนของเจ้าไม่ได้บอกหรือว่าช่องว่างระหว่างจอมยุทธ์นั้นเป็นอย่างไร?”
สายตาของเขาเย็นเยียบ เผยกลิ่นอายกระหายเลือด ขณะที่พูดก็พยายามใช้คำพูดล่อลวงเจียงหลี
สิ้นเสียงพูด หลู่ต้าจวินก็พลันพุ่งเข้าโจมตีอย่างรุนแรง
ในสายตาของเขา เด็กนักเรียนตัวเล็กๆ ต่อให้เป็นจอมยุทธ์ระดับแปด เขาก็สามารถสังหารได้ในกระบวนท่าเดียว
แต่ขณะที่ฝ่ามือของเขากำลังจะฟาดลงบนคอของเจียงหลี ความรู้สึกถึงอันตรายที่ไม่เคยสัมผัสมานานก็พลันบังเกิดขึ้น ทำให้เขาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ปัง!
พื้นกระเบื้องแตกละเอียด หลู่ต้าจวินใช้พลังปราณโลหิตอันมหาศาลหยุดร่างของตนเองอย่างกะทันหันแล้วถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว
ประกายดาบสายหนึ่งพาดผ่านไป เพียงเส้นยาแดงผ่าแปดก็จะตัดมือของเขาขาดสะบั้น
รูม่านตาของหลู่ต้าจวินหดเล็กลง แต่ในชั่วพริบตาต่อมา ดาบอูเหิงในมือของเจียงหลีก็จู่โจมเข้ามาอีกครั้ง
ดาบหนึ่งฟาดฟันราวกับอสนีบาต พุ่งเข้าหาลำคอของเขา ความเฉียบขาดในการลงมือไม่ด้อยไปกว่าจอมยุทธ์ผู้ช่ำชองเลยแม้แต่น้อย
ที่สำคัญที่สุดคือ ความเร็วและพละกำลังของเจียงหลีนั้นเหนือกว่าจอมยุทธ์ระดับแปดอย่างเห็นได้ชัด
ในตอนนั้นเอง สองมือของหลู่ต้าจวินพลันประสานเข้าด้วยกัน หนีบดาบอูเหิงไว้ระหว่างฝ่ามือทั้งสองได้อย่างน่าทึ่ง
เจียงหลีประหลาดใจเล็กน้อย เขามองไปยังหลู่ต้าจวิน ในตอนนี้สีผิวของหลู่ต้าจวินได้เปลี่ยนเป็นสีทองจางๆ
“ความสามารถทางพรสวรรค์?”
“เจ้าหนู ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีความสามารถเช่นนี้ อายุยังน้อย ค่าพลังปราณโลหิตคงทะลวงถึงระดับแปดขั้นสูงสุดแล้วกระมัง?” หลู่ต้าจวินหัวเราะลั่น “น่าสนใจจริงๆ เมืองเป่ยเหอเล็กๆ แห่งนี้ ไม่เพียงมีคนที่มีความสามารถทางพรสวรรค์ระดับ A กายาเทพสายฟ้า แต่ยังมีเจ้าที่เป็นจอมยุทธ์ระดับเจ็ดในวัยสิบแปดปีอีกคน?”
“ยอดอัจฉริยะระดับมณฑล ก็คงได้เท่านี้กระมัง”
เช่นเดียวกัน ขณะที่พูด หลู่ต้าจวินก็จู่โจมเข้าใส่เจียงหลีอีกครั้ง
ครานี้ สองฝ่ามือเปลี่ยนเป็นกรงเล็บ ปกคลุมด้วยแสงสีแดง จากนั้นกรงเล็บทั้งสองก็สอดประสานกัน เกิดเป็นภาพมายานับไม่ถ้วน พุ่งเข้าสังหารจุดตายต่างๆ ของเจียงหลีโดยตรง
เคล็ดวิชาระดับเจ็ด ฝ่ามือโลหิตอัคคีชาด
หากถูกสัมผัสเข้า พลังปราณโลหิตจะถูกดูดกลืน หากรุนแรง ร่างกายก็จะได้รับบาดเจ็บอย่างถาวร
ในบรรดาเคล็ดวิชาระดับเจ็ด วิชาแขนงนี้ถือเป็นวิชาระดับสูง เพียงแต่เนื่องจากมันโหดเหี้ยมเกินไปสำหรับจอมยุทธ์คนอื่นๆ จึงถูกจัดให้เป็นวิชาต้องห้าม
แม้เจียงหลีจะไม่รู้ถึงความร้ายกาจของฝ่ามือโลหิตอัคคีชาด แต่เขาก็ได้เห็นศพที่แห้งเหี่ยวเหล่านั้น จึงรู้ว่าวิชาฝีมือนี้ไม่ธรรมดา
ร่างของเขาวาบหายไป ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งห่างออกไปสิบกว่าเมตร
“หืม? วิชาตัวเบาระดับแปดขั้นบรรลุ?”
หลู่ต้าจวินเผยสีหน้าประหลาดใจอีกครั้ง เขาเงยหน้าขึ้นมอง “คาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเจ้าหนูที่คนพวกนั้นบอกว่าเป็นตัวซวย จะเป็นยอดอัจฉริยะด้านการต่อสู้อันดับหนึ่งของเมืองเป่ยเหอ”
เขารู้ดีว่าการฝึกฝนเคล็ดวิชาจนถึงขั้นบรรลุนั้นต้องอาศัยความเข้าใจและการฝึกฝนอย่างหนักหนาสาหัสเพียงใด
“แต่ว่า อัจฉริยะเช่นนี้ ฆ่าแล้วถึงจะรู้สึกสะใจ”
“เจียงหลี รอข้าฆ่าเจ้าเสร็จ ข้าจะไปฆ่าเจียงอวี่หรงกับนังหนูเจียงฉีนั่นให้หมด ให้เจ้าจะได้ไม่เหงาบนเส้นทางสู่ปรโลก”
บึ้ม!
ในตอนนี้ พลังปราณโลหิตอันมหาศาลของหลู่ต้าจวินก็พลันก่อเกิดเป็นลมพายุพัดกระหน่ำรอบกาย
พลังปราณโลหิตของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับเจ็ดแล้ว มันทะลุเกิน 100 ขึ้นไป จนถึงระดับของจอมยุทธ์ระดับหก
เช่นเดียวกับเจียงหลี ค่าพลังปราณโลหิตของเขาก็ทะลวงขีดจำกัดของระดับขั้นไปแล้ว
ในตอนนี้ สีหน้าของเจียงหลีกลับเย็นชาถึงขีดสุด ในแววตามีประกายสังหารอันเย็นเยียบพาดผ่าน
“เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว”
น้ำเสียงของเจียงหลีเย็นเยียบ “อีกอย่าง เจ้าฆ่าใครไม่ได้ทั้งนั้น”
สิ้นเสียง ร่างของเจียงหลีก็เปิดใช้เคล็ดวิชาเทียนเหอโลหิตชาดจนสุดกำลัง ขณะเดียวกัน วิญญาณยุทธ์ไร้ศีรษะก็ปรากฏขึ้นด้านหลัง แบกธงรบสองคันไว้บนบ่า
เคล็ดลมหายใจวิญญาณอัคคีระดับสี่ พลันปรากฏเป็นเงาร่างของดวงตะวัน ราวกับอรุณรุ่งยามเช้า
เจียงหลียืนยันได้แล้วว่าหลู่ต้าจวินเป็นเพียงจอมยุทธ์ระดับเจ็ด แม้ค่าพลังปราณโลหิตจะสูงถึงระดับหก แต่ก็ไม่น่าจะเกินสองร้อยจุด
ดังนั้น... บนดาบอูเหิงในมือของเจียงหลี ราวกับมีสายลมแห่งซวิ่นพัดวนอยู่รอบๆ อ่อนโยนและสงบนิ่ง
ในชั่วพริบตา เจียงหลีก็เคลื่อนไหว ดาบของเขารวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด
“ดาบนี้ ข้าต้องฆ่าเจ้าให้ได้!”
เจ็ดอักษร ดุจเสียงคำรามของมังกรและพยัคฆ์