เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่

บทที่ 7 การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่

บทที่ 7 การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่


บทที่ 7 การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่

“12 กระป๋อง”

ได้ยินคำพูดที่ออกมาจากปากของหลินเฟิงชายวัยกลางคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมีอาการช็อค

ในตอนแรกเขาคิดว่าเจ้าหนุ่มคนนี้จะมีอาหารกระป๋องซัก 3 กระป๋องก็ถือว่าดีมากแล้วเขาไม่คิดว่าจะมีจำนวนมากเช่นนี้

อาหารกระป๋องในโลกนี้มีค่ามากถ้าเขาสามารถขายได้ 12 กระป๋องแม้แต่คนโง่เง่าก็รู้ได้ทันทีว่าหลินเฟิร์นไม่ใช่คนธรรมดา

“ผมขอถามได้ไหมนายน้อยเอาอาหารกระป๋องจำนวนมากนี้มาจากไหน”

วิธีที่ชายกลางคนพูดเปลี่ยนไปอีกครั้งจากพี่ชายตอนนี้เป็นนายน้อย เนื่องจากเขารู้ถึงอิทธิพลของอาหารกระป๋อง เพียงแค่กระป๋องขนาดเล็กก็สามารถเปลี่ยนสถานะของบุคคลได้อย่างชัดเจนและเห็นได้ชัดว่ามันแทบไม่มีอยู่แล้วในโลกใบนี้

ใช่วัยกลางคนเลือกตามไปที่หลินฟงที่นั่งก้มหน้าอยู่และถามอย่างระมัดระวัง

 

ความสามารถในการครอบครองอาหารกระป๋องจำนวนมากนี้เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดามันเป็นเวลา 3 ปีแล้วตั้งแต่โลกถึงกาลอวสาน ซุปเปร์มาเก็ต ทั้งหมดที่ใกล้ฐานว่างเปล่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเว้นเสียแต่ว่าเป็นสถานที่ไกลจากฐานออกไป

อย่างไรก็ตามมันกลายเป็นอันตรายมากขึ้นยิ่งกว่าใกล้ฐาน ซอมบี้จำนวนมากอยู่นอกฐานมีซอมบี้คลาสสูงชนิดใดบ้างที่จะปรากฏตัวขึ้นไม่จำเป็นต้องพูดถึงคนธรรมดาแม้แต่นักล่าในฐานยังไม่กล้าเสี่ยงไปค้นหาในสถานที่ห่างไกลจากฐานสถานที่ที่ไม่รู้จักยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้น

 

ในสถานการณ์แบบนี้ยังสามารถนำอาหารกระป๋องออกมาขายได้หมายความว่า เขาไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

หลินเฟิงหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าแล้วขึ้นมาจุดสูบ

เมื่อเห็นยาสูบชายวัยกลางคนหยุดดื่มชา ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย ก่อนจะยืนยันความคิดก่อนหน้านี้

บุหรี่เป็นสินค้าที่หรูหราในตอนนี้มีเพียงพวกชนชั้นที่อยู่กลางฐานเท่านั้นที่สามารถสูบบุหรี่ได้ชายวัยกลางคนจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายเขาสูบบุหรี่เมื่อไหร่

เมื่อเห็นท่าทางของชายวัยกลางหลินเฟิงก็หยิบบุหรี่ออกมาจากกล่องส่งให้เขา

เขาไม่รอแม้กระทั่งวางมันลงบนโต๊ะเขาจุดบุหรี่ด้วยมือสั่นเทา เปลวไฟสว่างขึ้นจากนั้นเขาสูดมันเต็มปอดและหลับตาลงด้วยความพอใจ

 

“ผมจะไม่โกหกแล้วกัน เจ้าของร้านผมไม่ใช่คนในฐานนี้”หลินเฟิงส่งบุหรี่ให้ดงวูแต่ดงวูปฏิเสธว่าเขาไม่สูบบุหรี่ จากนั้นหลินเฟิงก็เปิดปากอีกครั้ง

“ในระหว่างการล่าซอมบี้ครอบครัวของผมถูกแยกออกจากกัน ตอนนั้นพวกเขากำลังเร่งรีบและไม่มีผลึกสีขาวมากนัก พวกเขาจึงต้องการมัน”

 

หายใจเป่าควันออกมาอย่างอ้อยอิง หลินเฟิงเอนกายลงบนเก้าอี้ขณะที่เขากำลังพูด

ควันกระจายในอากาศรอบๆ

เป็นไปตามคาดหลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลินเฟิงชายกลางคนพึมพำกับตัวเองเล็กน้อย

จากประมาณอาหารกระป๋องนี้ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน หลินเฟิงไม่ได้ปิดบังเรื่องที่มาของอาหารกระป๋องเท่านั้นเขายังคงบอกว่ายังมีครอบครัวที่หนุนหลังเขาอยู่

 

หลินเฟิงได้ผลึกขาวมาใส่ในนาฬิกาของเขาถึง 360 เม็ด หลินเฟิงมองไปที่ผลึกขาวพวกนี้ และหัวเราะอย่างมีความสุข

อาหารกระป๋อง 12 กระป๋องเขาสามารถแลกผลึกขาวได้ 30 เม็ดต่อ 1 กระป๋อง แม้ว่าจะเป็นการให้ราคาที่สูงชายวัยกลางคนก็เต็มใจอย่างยิ่ง

ชายวัยกลางคนคาดหวังว่า ถ้าพวกเขามีอาหารกระป๋องอีกพวกเขาต้องกลับมาที่นี้แน่นอนแต่หลินเฟิงไม่คิดแบบนั้น

หลินเฟิงให้ผลึกขาว ดงวู 5 เม็ด ตามที่ตกลงกันไว้ เขาปฏิเสธในตอนแรกแต่ก็ต้องยอมรับมันในท้ายสุด

“พี่ชายหลินไม่ว่าทีั่ไหนผมก็พร้อมจะไปกับพี่”

เมื่อกลับมาดงวูเอาแต่พูดแบบนี้ด้วยความซื่อสัตย์

แม้จะรู้จักหลินเฟิงเป็นเวลาแค่ 1 วัน ดงวูก็เห็นความใจกว้างของหลินเฟิงซึ่งให้อาหารกระป๋องแก่เขาแม้มันจะมีค่ามากเท่า 30 ผลึกขาวที่เพียงพอแก่คนปกติไปตลอด 3 เดือน แต่หลินเฟิงสามารถมอบมันให้เขาได้ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก

ดงวูคิดว่าเขาจะได้เพียงผลึกขาวแค่ 1 เม็ด ตามที่ตกลงกับหลินเฟิงไว้ แต่หลินเฟิงกับให้เขามากกว่านั้นนอกจากนี้การทำทางมายังร้านขายของชำนี้เป็นใครก็สามารถทำได้แต่เขาเลือกดงวู

 

ในโลกใบนี้แม้จะบอกว่าชีวิตมนุษย์ไร้ค่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความไว้วางใจและความภักดีถ้าไม่มีสองอย่างนี้มันยากมากที่จะมีชีวิตรอดในโลกใบนี้

คนอาจมีอำนาจแต่พวกเขาไม่สามารถเผชิญกับอันตรายได้เพียงคนเดียวแต่ถ้ามีเพื่อนที่เชื่อถือได้ ไม่ต้องบอกว่าจะมีประโยชน์มากขึ้นเท่าไหร่

ดงงูไม่ได้คิดถึงว่าหลินเฟิงจะมีปัญหาอะไรมาหรือไม่เพียงแค่หลินเฟิงใจดีกับเขาเขาก็เต็มไปด้วยความจริงใจ

“กลับไปเก็บของกันแล้วหาที่อยู่ใหม่.”

หลินเฟิงมองไปที่ดงวูแต่เขาก็ยังไม่ตอบในทันที

ปัญหาแรกที่ต้องจัดการคือเรื่องสภาพแวดล้อมในชุมชนแออัดนั้นน่ากลัวทุกๆ 2 หรือ 3 วันจะมีคนที่หิวโหยตายหรือไม่ก็เจ็บป่วย หลินเฟิง คิดบางทีเขายังไม่ทันตายจากน้ำมือซอมบี้แต่อาจตายด้วยโรคติดต่อจากการเจ็บป่วย

ระหว่างทางลิงเฟืงได้ถามดงวูต่อ และได้เรียนรู้ว่าภายในฐานก็มีหลายอาชีพยกตัวอย่างเช่นหมอที่รักษาคนป่วยในทุกเดือนฐานจะส่งกองทัพและนักล่าเพื่อค้นหาเสบียงมีอยู่หลายครั้งที่พวกเขาค้นพบยาและเครื่องมือแพทย์ในช่วงก่อนวันโลกแตก

 

หลังจากนั้นสิ่งเหล่านั้นจะถูกนำกลับมาเก็บไว้ที่โรงพยาบาลขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในฐานเนื่องจากโรงพยาบาลถูกควบคุมโดยผู้นำคนปกติต้องเสียค่าธรรมเนียมในการแพทย์ สินค้าทางการแพทย์ถูกค้นพบโดยฐานในระหว่างค้นหาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจึงเป็นที่เข้าใจอย่างไรก็ตามคนที่ไม่มีเงินก็ไม่สามารถรักษาได้ ฐานไม่ได้เป็นองค์กรการกุศลดังนั้นจึงไม่มีการรักษาฟรี

 

แต่ถึงอย่างไรโรงพยาบาลก็มีความจำเป็นคนที่เคยเป็นหมอจะได้รับคัดเลือกเข้าโรงพยาบาลและได้รับเงินเดือนทุกเดือน

ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลเท่านั้นยังมีบริการอื่นในฐาน บริการทั้งหมดเหล่านี้จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนพวกเขาจะได้รับเงินเดือนตอบแทนในการทำหน้าที่

 

ด้วยวิธีนี้ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนเกิดขึ้น คนที่มีงานทำและคนที่มีความสามารถตามธรรมชาติจะมีค่าครองชีพสูงไม่ต้องพูดถึงพวกนักล่าเนื่องจากพวกเขาอยู่ในฐานะสูงอยู่แล้ว ผู้ที่ไม่มีพลังและผู้ที่ไม่มีทักษะด้านเทคโนโลยีทำได้เพียงเป็นชนชั้นล่างและอยู่ในชุมชนแออัดเท่านั้น

ทั้งสองมาถึงบริเวณด้านนอกของชุมชนแออัด ในตอนนี้พวกเขาต้องการย้ายที่อยู่และต้องเก็บของไปบางอย่าง ถึงแม้ว่าดงวูจะไม่มีอะไรที่จะเก็บก็ตาม

 

หลินเฟิงเองก็ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่ เขาเพิ่งเข้ามายังโลกที่แตกสลายนี้และยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับมันมากนัก ซึ่งดงวูเองค่อนข้างเป็นคนซื่อสัตว์ อย่างน้อยตอนที่เขาได้รับผลึกขาวจากค่าอาหารกระป๋องก็ไม่เห็นความโลภในดวงตาของเขา แม้ว่้าหลินเฟิงจะให้ผลึกขาวมากกว่าที่ตกลงกันไว้ แต่ดงวูก็พยายามปฏิเสธและต้องการเพียงเท่าที่ตกลงกันไว้อย่างไม่เสแสร้ง

 

“ได้โปรด..ฉันขอร้องละ ปล่อยลูกของฉันเถอะ..”

จบบทที่ บทที่ 7 การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว