- หน้าแรก
- เข้าผิดห้องชีวิตเปลี่ยน ดาวโรงเรียนจอมเย็นชาแอบขโมยจูบผมทุกคืน
- บทที่ 22: ก็แค่นวดเฉยๆ ไม่ใช่เหรอ?
บทที่ 22: ก็แค่นวดเฉยๆ ไม่ใช่เหรอ?
บทที่ 22: ก็แค่นวดเฉยๆ ไม่ใช่เหรอ?
บทที่ 22: ก็แค่นวดเฉยๆ ไม่ใช่เหรอ?
เรื่องเข้าใจผิดเหรอ?
เขาตกอยู่ในห้วงความคิดขณะมองดูข้อความที่ นักรบทีเร็กซ์ ส่งมา
นอกจากตอนที่รุ่นพี่ละเมอ เขากับรุ่นพี่ก็แทบไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์อะไรกันมากนัก ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องอะไรให้เข้าใจผิดกันได้จริงๆ นั่นแหละ
เขาลองตรองดู บางทีในใจของรุ่นพี่ เขาอาจจะเป็นแค่เพื่อนบ้านธรรมดาๆ ที่ยังไม่สนิทถึงขั้นจะให้แอดกรีนบับเบิ้ลก็ได้
คิดได้แบบนี้ เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที
การได้แอดหรือไม่ได้แอดกรีนบับเบิ้ลมันวัดอะไรได้ที่ไหนกัน?
ยังไงซะ เขากับรุ่นพี่ก็คงไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันจริงๆ จังๆ อยู่แล้ว
ทันใดนั้น ความรู้สึกห่อเหี่ยวก่อนหน้านี้ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น เขาพิมพ์ตอบกลับทีเร็กซ์ไปว่า: ช่างมันเถอะ
ช่างมันเถอะ?
เจียงชิงหน่วนที่เอาแต่จ้องโทรศัพท์ไม่วางตา รู้สึกสับสนปนเปไปหมดเมื่อเห็นข้อความนั้น
ช่างมันเถอะ หมายความว่ายังไง?
เขาผิดหวังในตัวเธอ เพียงเพราะเธอไม่ให้กรีนบับเบิ้ลเขางั้นเหรอ?
หัวใจของเจียงชิงหน่วนบีบรัดตัวแน่นขึ้นมาทันที
เธอไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้ยังไง มันว่างเปล่าและอึดอัดมาก
และฉากนี้ก็ตกอยู่ในสายตาของสงเจียงอีเข้าพอดี
ราวกับค้นพบเรื่องเหลือเชื่อ เธอมองเจียงชิงหน่วนด้วยความตกตะลึง
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ดาวโรงเรียนผู้เย็นชาของพวกเธอมีสีหน้าแบบนี้?
เสียใจ? น้อยใจ?
เพราะอะไรกัน?
ต่อมเผือกที่ลุกโชนทำให้เธอลืมความเจ็บปวดจากการอกหักไปชั่วขณะ
“หนวนหนวน! แกคุยกับใครอยู่น่ะ?!”
คำถามนั้นดึงสติเจียงชิงหน่วนกลับมาสู่โลกความจริงทันที เธอรีบกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ด้วยท่าทีสงบนิ่ง หยิบขารสารขึ้นมาถือ แล้วพูดเสียงเรียบ “คุยอะไร? เปล่านี่”
“ยังจะมาทำเนียนอีก! ฉันเห็นนะ! เมื่อกี้แกจ้องหน้าจอด้วยสายตาละห้อยอย่างกับคนเป็นโรคคลั่งรัก อย่ามาหลอกฉันให้ยาก ฉันจับตาดูแกมาหลายวันแล้วนะ!”
เธอจำได้ว่าคราวที่แล้วที่โรงอาหาร ยัยเพื่อนตัวดีคนนี้ก็ไม่ยอมรับ ไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟังเลย
คราวนี้แหละจับได้คาหนังคาเขา!
“ฉันไม่รู้ว่าแกพูดเรื่องอะไร”
เจียงชิงหน่วนตีหน้านิ่ง วางนิตยสารลง แล้วหยิบหนังสืออีกเล่มขึ้นมาเปิดผ่านๆ ไปหลายหน้าอย่างรวดเร็ว
เวลาคนเราทำตัวมีพิรุธ มักจะสร้างภาพหลอกตาได้สามสิบแบบในหนึ่งวินาที
สงเจียงอีหรี่ตามอง ทำหน้าเหมือนรู้ทันทุกอย่างแต่ไม่พูด
เหอะ!
ยังจะมาแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง!
มิน่าล่ะเมื่อกี้ถึงได้หงุดหงิดใส่เธอ ที่แท้ความสนใจทั้งหมดก็ถูกนักศึกษาชายบางคนขโมยไปนี่เอง
ตอนนี้เธอช็อกมาก นักศึกษาชายคนไหนกันนะที่มีอิทธิพลต่อเทพธิดาน้ำแข็งได้ขนาดนี้?
แถมไม่ใช่เทพธิดาน้ำแข็งธรรมดา แต่เป็นเทพธิดาที่มีอาการโหยหาการสัมผัสด้วยนะ!
เดิมทีเธอคิดว่าเพื่อนรักคนนี้คงต้องครองตัวเป็นโสดไปจนตายแน่ๆ
เพราะอย่าว่าแต่คนเลย แม้แต่แมลงวันสักตัวยังบินเข้าใกล้เจียงชิงหน่วนไม่ได้
มองดูแผ่นหลังที่แสร้งทำเป็นสงบนิ่งของเจียงชิงหน่วน สงเจียงอีก็หมายมั่นปั้นมือเงียบๆ
หึๆ ยัยตัวแสบ
สักวันฉันจะต้องขุดคุ้ยให้ได้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร!
และนับตั้งแต่เกิดเรื่องนี้ขึ้น ฟางเหยียนโจวก็ไม่ได้กลับไปที่ห้องเช่าอีกเลยหลายวัน
ชีวิตที่ปราศจากรุ่นพี่โผล่หน้ามาให้เห็น มันช่างน่าเบื่อหน่ายสิ้นดี
ถ้าไม่ไปเรียน ก็อยู่ระหว่างเดินทางไปเรียน
ปีหนึ่งกับปีสองเป็นช่วงที่วิชาเรียนเยอะที่สุด เยอะจนเรียนเสร็จทีไร ทุกคนรู้สึกเหมือนโดนสูบวิญญาณออกจากร่าง
แม้แต่เพลย์บอยอย่างฉินอวี้จือ ช่วงนี้ก็ดูจะสงบเสงี่ยมเจียมตัวขึ้นเยอะ
“พรุ่งนี้วันเสาร์ พวกเราไปหาความสำราญกันหน่อยไหมพี่น้อง!”
ฉินอวี้จือเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
ฟางเหยียนโจวกับอีกสองคนมองหน้ากัน แล้วก็เป็นอันจั๋วที่พูดขึ้นด้วยท่าทางขึงขัง:
“เหล่าฉิน ถึงแม้ฉัน เหล่าจู (หมูเฒ่า) จะหน้าตาหื่นกามและชอบดูหนังโป๊ แต่ฉันก็มีขอบเขตของฉันนะเว้ย!”
อีกสองคนรีบเสริม “ถูกต้อง!”
ฉินอวี้จือรู้ทันทีว่าไอ้พวกนี้กำลังเข้าใจผิด
เขากลอกตามองบน “พวกแกมองฉันเป็นคนยังไงฮะ? ฉันเป็นคนแบบนั้นเหรอ?”
ทั้งสามคนพยักหน้าพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ไม่ใช่ว่าพวกเขามีอคติ แต่ภาพลักษณ์เพลย์บอยของฉินอวี้จือมันฝังลึกเข้าไปในจิตใจพวกเขาแล้วจริงๆ
หลังจากเหตุการณ์เลิกราครั้งล่าสุด คนทั้งมหาวิทยาลัยต่างก็รู้กันทั่วว่าปีหนึ่งคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์มีลูกเศรษฐีเพลย์บอยหน้าตาหล่อเหลาอยู่คนหนึ่ง
เดิมทีพวกเขาคิดว่าดวงความรักของเหล่าฉินคงจะดับวูบไปแล้ว
แต่ที่ไหนได้ จำนวนสาวๆ ที่อยากจะคบกับเขากลับเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า
ตามที่มีคนโพสต์ในเพจสารภาพรักของมหาวิทยาลัย:
ผู้ชายที่ทั้งหล่อ หุ่นดี แถมยังเปย์หนัก ต่อให้ไม่กลับบ้านทุกคืน ก็ยังพอจะหลับตาข้างหนึ่งให้อภัยได้!
หลังจากเห็นคอมเมนต์พวกนี้ ฟางเหยียนโจวก็รู้สึกว่าโลกใบนี้มันเปลี่ยนไปจนเขาตามไม่ทันแล้ว
เงินมันซื้อความรู้สึกคนได้จริงๆ เหรอ?
เขาเคารพความคิดเห็นนะ แต่ไม่เข้าใจ
“เออๆ ช่างเถอะ ตามฉันมา! เดี๋ยวพาไปเปิดหูเปิดตา!”
พอถึงวันเสาร์
ทั้งแก๊งก็นั่งรถโรลส์-รอยซ์ของฉินอวี้จือออกไปทำกิจกรรมกระชับมิตร
“เชรดดด! โคตรเท่! ชาติหน้าฉันขอเกิดเป็นคนรวยบ้างว้อย!”
รถสปอร์ตแล่นฉิวไปตามท้องถนน ดึงดูดสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมา
อันจั๋วนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ ชะโงกหน้าออกไปรับลม ลมตีจนผมหน้าม้าเปิดเปิง
“ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพระเอกซีรีส์เลยว่ะ! มีใครเข้าใจฟีลนี้ป่ะ?!”
ฟางเหยียนโจวกับลวี่หยวนเฉิงนั่งอยู่เบาะหลัง กลั้นขำกันแทบตาย
“เสิ่นเจียอี๋~ เธออยู่ไหน~ ฉันจะไปขอเธอแต่งงาน!”
ตลอดทาง อันจั๋วไม่ยอมหยุดแหกปากเลยสักนาที
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา รถก็มาจอดที่หน้าคลับแห่งหนึ่งที่ดูหรูหราไฮโซมาก
ตอนลงจากรถ ฟางเหยียนโจวรู้สึกเหมือนร่างจะแหลก
ที่บ้านเขาก็มีรถสปอร์ตอยู่สองสามคันเหมือนกัน แต่เขาไม่เคยขับเลย ตอนนี้จอดฝุ่นเกาะอยู่ที่โรงรถใต้ดิน
ตอนที่พ่อเขาแอบซื้อมาใหม่ๆ โดนสหายอวี๋หยาด่าเปิง
พ่อเขาพูดแค่ประโยคเดียว: “ลูกผู้ชายคือวัยรุ่นไปจนวันตาย! พ่อกำลังเติมเต็มความฝันวัยเด็ก!”
ผลคือโดนแม่ถีบกระเด็น แล้วพ่อก็สงบปากสงบคำทันที
ตอนแรกฟางเหยียนโจวก็เห่อของใหม่ พอได้ใบขับขี่ปุ๊บก็เลือกรถออกไปซิ่งปั๊บ แต่ขับไปได้สิบนาที เขาก็ลงมาอ้วกแตก
หลังจากนั้นเขาก็กลับมาขี่จักรยานไฟฟ้าคันเก่งเหมือนเดิม
“ฉันถามจริงนะเหล่าฉิน พาพวกเรามาที่นี่ทำไมวะ?!”
อันจั๋วถามด้วยความตื่นเต้นปิดไม่มิด
“ไม่ต้องห่วง ที่นี่ ใสสะอาดและดีต่อสุขภาพ แน่นอน”
ทั้งกลุ่มเดินตามเขาเข้าไป แล้วมองดูเขาเปิดห้องส่วนตัวอย่างชำนาญ
พอเปิดประตูเข้าไป ก็เจอเตียงเรียงกันอยู่สี่เตียง
ฟางเหยียนโจวสังหรณ์ใจไม่ดีทันที
ทั้งสามคนมองหน้ากัน ต่างเห็นความหวาดกลัวในแววตาของเพื่อน
ไม่สิ อีกสองคนดูเหมือนจะแอบมีความคาดหวังลึกๆ ปนอยู่ด้วย
“นี่มัน...”
ฟางเหยียนโจวกำลังจะอ้าปากถาม สาวสวยสี่คนก็เดินเรียงแถวเข้ามา
พวกเธอสวมชุดกี่เพ้าแบบฟอร์มเดียวกัน แต่ผ่าข้างสูงปรี๊ดขึ้นมาเกือบถึงต้นขา
ไม่เพียงเท่านั้น ทุกคนยังใส่รองเท้าส้นสูงและถุงน่องสีดำ พร้อมรอยยิ้มแบบมืออาชีพบนใบหน้า
หน้าของลวี่หยวนเฉิงแดงก่ำ เขารีบดึงฉินอวี้จือมาถามกระซิบ “เฮ้ย อะไรวะ ไหนบอกว่าใสสะอาดและดีต่อสุขภาพไง?”
พวกเขายังเป็นแค่นักศึกษาใสซื่อนะเว้ย ถึงจะชอบเล่นมุกทะลึ่งตึงตังบ้าง แต่ให้เอาจริงไม่กล้าหรอก
แถมยังเป็นในสถานที่แบบนี้อีก!
มองดูสีหน้าตื่นตระหนกของเพื่อนทั้งสาม ฉินอวี้จือทำหน้างง “เป็นไรกันวะ? ก็แค่นวดเฉยๆ ไม่ใช่เหรอ?”
จบบท