- หน้าแรก
- ยอดวิชาของข้าใช้ได้แค่ในต่างโลก
- บทที่ 27: กึ่งจักรพรรดิชิงฮวา ไพ่ตายจากแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชู
บทที่ 27: กึ่งจักรพรรดิชิงฮวา ไพ่ตายจากแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชู
บทที่ 27: กึ่งจักรพรรดิชิงฮวา ไพ่ตายจากแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชู
บรรยากาศบนลานประหารพลันแปรปรวนอย่างถึงขีดสุด หลังจากกึ่งจักรพรรดิชิงฮวาจุติลงมา มิติโดยรอบก็บิดเบี้ยวอีกครั้ง พลังแห่งกฎเกณฑ์โลกอันเบาบางสายหนึ่งโคจรรอบกายของเขา
ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างตระหนกตกใจเมื่อพบว่าพลังบำเพ็ญของตนหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง
เพียงการปรากฏกายของกึ่งจักรพรรดิ ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนขวัญหนีดีฝ่อแล้ว
ซูเทียนเกอซึ่งอยู่เบื้องหลังสวี่ฉางชิงรู้สึกได้ว่าร่างกายของตนสั่นสะท้านอย่างมิอาจควบคุม ‘กึ่งจักรพรรดิจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ?’
“ดี! เทียนหยางจื่อรับศิษย์ได้ดียิ่งนัก พวกข้าบำเพ็ญเพียรมานับหมื่นปีกว่าจักบรรลุเป็นกึ่งจักรพรรดิได้”
“แต่เจ้าซึ่งเป็นคนรุ่นหลังกลับใช้เวลาเพียงสามร้อยปี สมกับคำกล่าวที่ว่าแต่ละยุคสมัยย่อมมีผู้เก่งกาจถือกำเนิดขึ้น!”
กึ่งจักรพรรดิชิงฮวามีสีหน้าเคร่งขรึมเย็นชา เขาและเทียนหยางจื่อผู้เป็นอาจารย์ของสวี่ฉางชิงคือยอดฝีมือในยุคสมัยเดียวกัน
แม้จะเทียบกับเทียนหยางจื่อไม่ได้ แต่ในยามนี้เขาก็คือยอดฝีมือไร้ผู้ต้านทานในระดับกึ่งจักรพรรดิขั้นสอง!
“ทว่า วันนี้เส้นทางของเจ้าจบสิ้นลงเพียงเท่านี้แล้ว”
“ครานี้ สิบแปดสำนักของพวกเรามุ่งมั่นที่จะทำลายแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูของพวกเจ้าให้สิ้นซาก มหาโลกหยวนชูคงถึงคราต้องเปลี่ยนชื่อแล้ว!”
จวบจนบัดนี้ เหล่ากึ่งจักรพรรดิของแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูก็ยังไม่ปรากฏกาย ดูท่าเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นภายในอเวจีสวรรค์คงจะเป็นเรื่องจริง แดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูของพวกมัน... ถึงคราวอวสานแล้ว!!
ในขณะเดียวกัน ณ รอยแยกมิติภายนอกนิกายมารไร้ขีดจำกัด ที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของตำหนักอันโอฬาร กฎระเบียบแห่งสัจธรรมนานัปการเรียงร้อยกันอย่างสับสนวุ่นวาย ในห้วงมิติว่างเปล่าอบอวลไปด้วยกลิ่นอายอันทรงพลังที่ถักทอประสานกัน สามารถมองเห็นร่างกว่ายี่สิบสายปรากฏให้เห็นอยู่รางๆ!
หากมียอดฝีมือระดับปราชญ์และมหาปราชญ์มาเห็นภาพนี้เข้า คงต้องตกใจจนขาอ่อนทรุดลงไปกับพื้นเป็นแน่
ร่างกว่ายี่สิบสาย ณ ที่แห่งนี้ กฎเกณฑ์แห่งมรรคาที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกเขานั้นบิดเบี้ยวอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎเกณฑ์เทวฐานะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของขอบเขตกึ่งจักรพรรดิ กลับกลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญอย่างยิ่ง
คนกว่ายี่สิบคนนี้... ล้วนเป็นกึ่งจักรพรรดิแห่งมหาโลกหยวนชูทั้งสิ้น!!
“ชิงฮวาเริ่มหยั่งเชิงแล้ว หากไม่มีผู้ใดมาช่วยสวี่ฉางชิง เช่นนั้นพวกเราก็มั่นใจได้เลยว่ายอดฝีมือระดับกึ่งจักรพรรดิของแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูล้วนติดอยู่ในสมรภูมิอเวจีสวรรค์แล้ว!”
“นี่เป็นโอกาสอันดีของสำนักพวกเรา เมื่อมหาโลกหยวนชูไร้ซึ่งแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูแล้ว ชื่อนี้ก็สมควรต้องเปลี่ยน!”
“เฮอะ! นิกายมารเซินหลัวของข้ารู้เรื่องการล่มสลายของเหล่ากึ่งจักรพรรดิในแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูก่อนใคร ต่อไปมหาโลกนี้สมควรเปลี่ยนชื่อเป็นมหาโลกเซินหลัว!”
“เหอะๆ สำนักเซียนลั่วเจียของข้าแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสิบแปดสำนัก ผู้เฒ่าว่าเปลี่ยนชื่อเป็นมหาโลกลั่วเจียจะดีที่สุด!”
“สำนักกระบี่หลัวเทียนของข้าขอเขตดาราหนึ่งร้อยแห่งทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชู...”
“ว่ากันว่าแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูมีศาสตราวุธจักรพรรดิขั้นสุดยอดอยู่สิบกว่าชิ้น นิกายมารเซียนเทียนของข้าขอจองหนึ่งชิ้น...”
เหล่ากึ่งจักรพรรดิที่ปรากฏตัว ณ ที่นี้ ล้วนเป็นยอดฝีมือเร้นกายจากสิบแปดสำนักแห่งมหาโลกหยวนชู
ในอดีตสำนักเซียนและนิกายมารเป็นดั่งน้ำกับไฟ มิอาจอยู่ร่วมกันได้ ต่างฝ่ายต่างรุกรานซึ่งกันและกัน
ทว่าในวันนี้ พวกเขากลับร่วมมือกัน
จุดประสงค์มีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการโค่นล้มแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูที่กำลังประสบปัญหาใหญ่หลวง!!
ส่วนตำหนักที่พวกเขาอยู่คือศาสตราวุธจักรพรรดิชิ้นหนึ่งนามว่าตำหนักอวิ๋นเหยียน ซึ่งมาจากสำนักเซียนลั่วเจียที่แข็งแกร่งที่สุด
“เอาล่ะ เรื่องเปลี่ยนชื่อค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้มาคุยเรื่องแดนอเวจีสวรรค์กันก่อน”
“ว่ากันว่าการล่มสลายของยอดฝีมือจากแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชู เกี่ยวข้องกับการปรากฏตัวของมหาจักรพรรดิในเผ่าพันธุ์อเวจีสวรรค์...”
เหล่ากึ่งจักรพรรดิทั้งหมดเงียบงันไปในทันที
ในอดีตที่ผ่านมา ล้วนเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูที่คอยต้านทานอยู่แนวหน้า ส่วนสิบแปดสำนักของพวกเขาก็ได้แต่คอยพัฒนาอย่างเงียบๆ อยู่เบื้องหลัง
แม้ว่าเมื่อสองแสนปีก่อนแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูจะประสบกับมหันตภัยครั้งใหญ่ แต่ถึงอูฐจะผอมตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า ต่อให้สิบแปดสำนักของพวกเขารวมพลังกัน ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูอยู่ดี
ภายในแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชู ในบรรดายอดฝีมือระดับสูงสุดนั้น มีผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิขั้นเก้าอยู่ตลอดมา และในรุ่นนี้ก็มีบรรพชนระดับกึ่งจักรพรรดิขั้นเก้าถึงสองท่านด้วยกัน
ทว่าในบรรดาสิบแปดสำนักของพวกเขา สำนักที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างสำนักเซียนลั่วเจีย สำนักกระบี่หลัวเทียน และนิกายมารเซียนเทียน ก็มีเพียงยอดฝีมือระดับกึ่งจักรพรรดิขั้นแปดอยู่สามท่านเท่านั้น
ในขณะนี้ ทั้งสามท่านกำลังนั่งอยู่บนที่นั่งสูงสุดของตำหนักอวิ๋นเหยียน จิตเทวะของพวกเขาแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งมหาโลกหยวนชู
สิ่งเดียวที่นับว่าโชคดีคือ บรรพชนทั้งสองของแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูนั้นอายุขัยใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
อีกทั้งตลอดระยะเวลาสองแสนปีอันยาวนานที่ต้องสูญเสียกำลังพลไป การต่อสู้ระหว่างแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูกับเผ่าพันธุ์อเวจีสวรรค์ก็ดุเดือดถึงขีดสุด ทำให้ยอดฝีมือของแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูล้มตายไปอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งบัดนี้ ก็ถึงคราวที่ต้องตกตายสิ้นทั้งหมด
หากแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูล่มสลายลง แล้วเผ่าพันธุ์อเวจีสวรรค์บุกรุกเข้ามา พวกเขาจะเอาอะไรไปต้านทาน?
“เหอะๆ ทุกท่านไม่ต้องกังวล สำนักเซียนลั่วเจียของข้าประสบความสำเร็จในการติดต่อกับมหาโลกเสวียนกวงแล้ว พวกเขาจะช่วยพวกเราจัดการกับเผ่าพันธุ์อเวจีสวรรค์เอง...”
มหาโลกเสวียนกวง?
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงความทรงจำอันเก่าแก่ในหัว
เมื่อสองแสนปีก่อน มหาโลกหยวนชูและมหาโลกเสวียนกวงเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ทำสงครามรุกรานกันและกันมานานนับล้านปี
มหันตภัยเมื่อสองแสนปีก่อน ก็เกิดจากที่มหาโลกเสวียนกวงร่วมมือกับอีกสองมหาโลก จึงทำให้ความแข็งแกร่งของแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูอ่อนแอลงอย่างมาก
จนกระทั่งการก่อตัวขึ้นอย่างไม่คาดฝันของอเวจีสวรรค์ ได้ปิดตายมหาโลกหยวนชูทั้งใบโดยสมบูรณ์
แต่บัดนี้ สำนักเซียนลั่วเจียกลับติดต่อกับมหาโลกเสวียนกวงได้สำเร็จ?
“ทุกท่าน กฎเกณฑ์โลกของมหาโลกเสวียนกวงนั้นสมบูรณ์อย่างยิ่ง การบรรลุขอบเขตมหาจักรพรรดิที่นั่นไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร หากพวกเราได้รับการช่วยเหลือจากมหาโลกเสวียนกวง การบรรลุเป็นจักรพรรดิก็ไม่ใช่ความฝันลมๆ แล้งๆ อีกต่อไป!”
เนื่องจากการก่อตัวของอเวจีสวรรค์ ทำให้พลังแห่งกฎเกณฑ์โลกส่วนหนึ่งของมหาโลกหยวนชูถูกอเวจีสวรรค์กัดกร่อน
ภายในมหาโลกหยวนชู ยอดฝีมือที่สามารถบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับกึ่งจักรพรรดิขั้นเจ็ดและขั้นแปดนั้นหายากยิ่งนัก
ส่วนระดับกึ่งจักรพรรดิขั้นเก้า ในสิบแปดสำนักของพวกเขานั้นไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว
การบรรลุเป็นจักรพรรดิยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“เงื่อนไขคือ พวกเราต้องโค่นล้มแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชู เพื่อมอบให้แก่นิกายเที่ยงแท้เสวียนกวงเป็นของกำนัลแรกพบ!”
นิกายเที่ยงแท้เสวียนกวงคือมหาอำนาจแห่งมหาโลกเสวียนกวง เคยต่อกรกับแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูมาเป็นเวลายาวนาน
แม้จะผ่านไปถึงสองแสนปี แต่ความเกลียดชังระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่จางหาย
เดิมทีคนอื่นๆ ยังกังวลว่าหลังจากที่มหาโลกเสวียนกวงเข้ามาในมหาโลกหยวนชูแล้ว สำนักของพวกเขาจะเป็นอย่างไร?
แต่เมื่อได้ยินถึงความหวังที่จะได้บรรลุเป็นจักรพรรดิ ทุกคนก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
นั่นคือการบรรลุเป็นจักรพรรดิเชียวนะ!!
ต่อให้มีความหวังเพียงน้อยนิด คนส่วนใหญ่ก็ยอมที่จะเป็นดั่งแมงเม่าบินเข้ากองไฟ
“เอาล่ะ พวกเรามาดูกันก่อนว่าชิงฮวาจะสังหารเจ้าเด็กสวี่ฉางชิงนั่นได้หรือไม่!”
“กึ่งจักรพรรดิอายุสามร้อยปี ช่างทำให้พวกเราอิจฉานัก น่าเสียดายที่มันเป็นเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชู!!”
“ถึงเจ้าเด็กนั่นจะอัจฉริยะเพียงใด แต่ก็เพิ่งทะลวงสู่กึ่งจักรพรรดิขั้นหนึ่ง การต่อกรกับชิงฮวาไม่มีทางชนะได้เลยแม้แต่น้อย”
เหล่ากึ่งจักรพรรดิทั้งหมดมองผ่านม่านมิติไปยังดาวประธานของนิกายมารไร้ขีดจำกัด
“นั่นมันทวนสังหารเทพ? ดูท่าชิงฮวาจะไม่คิดออมมือเลยสินะ?”
ดาวประธานของนิกายมารไร้ขีดจำกัด
กึ่งจักรพรรดิชิงฮวายกมือขึ้น พลันปรากฏทวนยาวเล่มหนึ่งในมือของเขา
ทวนยาวเล่มนี้เต็มไปด้วยคราบสนิม ราวกับผ่านกาลเวลาอันเก่าแก่มานับไม่ถ้วน ในวินาทีที่มันปรากฏขึ้น เบื้องหน้าของชิงฮวาก็ราวกับมีเงามายาของทวนยาวนับร้อยล้านปรากฏขึ้นท่ามกลางกระแสอวกาศปั่นป่วน
ผู้คนนับไม่ถ้วนเบิกตากว้าง ก่อนจะสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าไปเฮือกใหญ่
“นั่นคือสมบัติประจำนิกายมารไร้ขีดจำกัด ศาสตราวุธจักรพรรดิขั้นสุดยอดทวนสังหารเทพ?”
“ตำนานเล่าว่าเป็นศาสตราวุธจักรพรรดิประจำกายของเจ้าสำนักนิกายมารไร้ขีดจำกัดเมื่อหลายแสนปีก่อนนามว่ามหาจักรพรรดิอู๋จี๋ มีพลังที่สามารถสังหารได้ถึงแก่นแท้!”
ชิงฮวามีสีหน้าเรียบเฉย จ้องมองร่างแยกเงามายาของสวี่ฉางชิงอย่างเย็นชา
“แค่ร่างแยกเงามายาร่างหนึ่ง ผู้เฒ่าไม่สนใจจะสังหารหรอก”
“แต่ทวนสังหารเทพของผู้เฒ่า ไม่ว่าร่างจริงของเจ้าจะอยู่ที่ใด ก็สามารถสังหารร่างจริงของเจ้าได้!!”
ร่างแยกเงามายาของสวี่ฉางชิงพลันมีสีหน้าประหลาด ‘สังหารร่างจริงของข้างั้นรึ? แค่กึ่งจักรพรรดิขั้นสองเช่นเจ้า กำลังฝันกลางวันอะไรอยู่กันแน่?’
ทว่าในยามนี้ ซูเทียนเกอสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของชิงฮวา ในใจก็บังเกิดความหวาดหวั่นอย่างยิ่ง
‘พลังเช่นนี้ ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าท่านอาจารย์เสียอีก?’
“เป็นเพราะข้าทั้งหมด หากข้าฆ่าตัวตาย นิกายมารไร้ขีดจำกัดจะยอมปล่อยท่านอาจารย์ไปหรือไม่?”
ในขณะนั้นเอง มิติทั้งหมดก็ฉีกขาดออก กลิ่นอายอันทรงพลังหลายสายจุติลงมายังดาวประธานของนิกายมารไร้ขีดจำกัดอีกครั้ง
“ชิงฮวา แดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูของข้ามิอาจถูกหยามได้ ต่อให้เจ้าเป็นกึ่งจักรพรรดิก็ไม่มีข้อยกเว้น!”
ท่ามกลางรอยพับของมิติ มหาผู้อาวุโสหลายท่านจากแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชูซึ่งอยู่ในระดับมหาปราชญ์ขั้นสูงสุดได้ปรากฏตัวขึ้น และในชั่วพริบตาที่พวกเขาปรากฏกาย มหาผู้อาวุโสหลายท่านก็ได้ร่วมกันอัญเชิญธงรบผืนหนึ่งออกมา
ในชั่วพริบตาที่ธงรบปรากฏขึ้น ท้องฟ้าทั้งผืนก็พลันมืดครึ้มไร้แสง แรงกดดันมหาศาลที่เกิดจากทวนสังหารเทพพลันสลายไปจนไร้ร่องรอย!
“นั่นคือ... ศาสตราวุธจักรพรรดิขั้นสุดยอดของแดนศักดิ์สิทธิ์หยวนชู ธงวิญญาณรบ?”