- หน้าแรก
- มัจจุราชใบสั่งเลือด
- บทที่ 90 - "เนตรสวรรค์"
บทที่ 90 - "เนตรสวรรค์"
บทที่ 90 - "เนตรสวรรค์"
บทที่ 90 - "เนตรสวรรค์"
พอกลับถึงฐานที่มั่น มิลตันกลับไม่ได้ดีใจที่ยึดพื้นที่ใหม่ได้ เขานั่งครุ่นคิดอยู่บนเก้าอี้เงียบๆ
แบรนดอนไสรถเข็นเข้ามาถาม "ลูกพี่ เป็นไงบ้าง รอบนี้เก็บไปกี่ศพ?"
"ไม่รู้สิ สามสี่ศพมั้ง" มิลตันส่ายหน้า "แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น"
"แล้วประเด็นคืออะไร?" แบรนดอนยิ่งสงสัย "ลูกพี่ ผมรับประกันเลยว่าพอเรื่องวันนี้แพร่ออกไป ฉากที่ลูกพี่เคยบอกผมว่าทุกคนจะคุกเข่าขอร้องให้ลูกพี่เก็บภาษีน่ะ จะต้องเป็นจริงแน่ๆ! ผมเข้าใจความหมายของลูกพี่ตอนนั้นแล้ว"
"ถึงปฏิบัติการครั้งนี้จะดูไม่ได้กำไรอะไร แต่ก็ได้สร้างบารมี ต่อไปถ้าไม่ใช่พวกไม่กลัวตาย ใครจะกล้ามาปล้นร้านค้าในถนนสายเก่าอีก? การออกปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ใช้เงินไปไม่น้อย แต่ช่วยประหยัดการต้องออกปฏิบัติหน้าที่ในอนาคตได้อีกหลายครั้ง มองการณ์ไกลแล้ว กำไรเห็นๆ"
"แล้วก็เรื่องต้นทุนการเก็บภาษีที่ลูกพี่เคยบอก... หลังเหตุการณ์นี้ เราคงไม่ต้องส่งคนไปเดินเคาะประตูเก็บภาษีทีละบ้าน ไม่ต้องคอยระแวงว่าจะมีใครเอาปืนมาขัดขืนการจ่ายภาษีแล้ว"
"ค่าคุ้มครองที่พวกแก๊งเก็บอาจจะดูเยอะกว่าภาษีของเรา แต่จริงๆ แล้วเงินที่พวกมันได้มามีต้นทุนสูงมาก ไม่ใช่แค่เปลืองแรงคน บางทีต้องเปลืองกระสุน หรือถึงขั้นแลกด้วยชีวิต"
"แต่เราเก็บภาษี ต้นทุนเป็นศูนย์ เพราะพวกเขาจะเต็มใจเอามาให้เราเอง ถ้าใครไม่จ่าย ก็จะกลายเป็นเป้าให้พวกมาเฟียปล้น แถมแจ้งความก็ไม่มีประโยชน์"
"พอมีสภาพแวดล้อมที่มั่นคงปลอดภัย ธุรกิจของพวกเขาก็จะดีขึ้น สุดท้ายก็วินวินกันทั้งสองฝ่าย!"
ดูท่าทางกระตือรือร้นของแบรนดอนแล้ว คงคันปากอยากออกไปปล่อยข่าวใส่สีตีไข่เต็มแก่...
แต่มิลตันก็ต้องการให้เรื่องนี้เป็นกระแส เพื่อโปรโมทข้อดีของการจ่ายภาษีอยู่แล้ว เลยไม่คิดจะห้าม
มิลตันมองเขาอย่างระอา "นั่นมันเรื่องที่ฉันพูดไปตั้งนานแล้ว นายเพิ่งจะมาเข้าใจตอนนี้เหรอ? แล้วนายจะนั่งรถเข็นทำไม ฉันเห็นนายหายดีเกือบปกติแล้วนี่?"
"เฮ้อ เวลาพักร้อนเหลือน้อยลงทุกทีสินะ... ว่าแต่ลูกพี่ เมื่อกี้คิดอะไรอยู่?"
"ฉันกำลังคิดว่า คนในเขตของเราหลายคนยังปรับทัศนคติไม่ทัน ถึงจะมีเรื่องวันนี้มาช่วยโปรโมท ให้คนเริ่มมีความตื่นตัวขึ้นมาบ้าง แต่ในด้านฮาร์ดแวร์ เรายังมีจุดอ่อนใหญ่อยู่" มิลตันอธิบาย "สมมติ สมมตินะว่าวันนี้โจรสองคนนั้นปล้นเสร็จแล้วเลือกฆ่าปิดปาก เราจะทำยังไง?"
แบรนดอนชะงัก
เขาไม่เคยคิดถึงปัญหานี้มาก่อนจริงๆ
มิลตันพูดต่อ "ข้อแรก คนอื่นอาจจะกลัวแก๊งฟานคังแก้แค้น ไม่กล้าแจ้งความทันที ข้อสอง ต่อให้มีคนแจ้งความ เบาะแสที่เราจะได้ก็น้อยลงไปเยอะ สู้ข้อมูลจากปากผู้เสียหายโดยตรงไม่ได้แน่นอน"
"ถ้าเจอเหตุการณ์สะเทือนขวัญ วันนี้ฉันอาจจะเสียหน้าครั้งใหญ่ ต้องบอกว่าโชคดีที่โจรแก๊งฟานคังไม่เลือกฆ่าปิดปาก"
"ในถิ่นของตัวเองแท้ๆ แต่ช่องทางการรับข้อมูลกลับไม่รวดเร็วแม่นยำ นี่แหละคือภัยแฝง"
ตอนนี้ถิ่นของมิลตันยังค่อนข้างเล็ก ผลกระทบจากภัยแฝงนี้ยังไม่ชัดเจน แต่ต่อไปพอขยายอิทธิพลมากขึ้น คุมพื้นที่เกินกว่าถนนสองสายนี้ การสื่อสารข้อมูลที่ไม่ลื่นไหลจะต้องกลายเป็นปัญหาใหญ่แน่
แบรนดอนถึงเพิ่งรู้ตัวว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ จึงพยักหน้า "แล้วลูกพี่จะทำยังไง?"
"กล้อง! กล้องวงจรปิด!" มิลตันคิดแป๊บเดียวก็ตัดสินใจใช้วิธีแก้ปัญหาแบบบ้านเกิดในชาติก่อน "ฉันจะวางดวงตาของฉันให้ทั่วถนนสายเก่า เว้นแต่จะมีใครมุดลงท่อระบายน้ำ ไม่สิ... เว้นแต่จะหนีลงนรก ไม่งั้นทุกฝีก้าวของมันจะไม่มีทางรอดพ้นสายตาฉันไปได้"
กล้องวงจรปิด...
แบรนดอนตกใจ "ของพรรค์นั้น แพงน่าดูเลยไม่ใช่เหรอ?"
"ใช่ แต่มันเป็นรายจ่ายที่จำเป็น" มิลตันพยักหน้า "อย่างแรก ถนนสายเก่าต้องกลับมามีไฟฟ้าใช้เต็มรูปแบบ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้บวกเพิ่มเข้าไปในภาษีได้ ให้ทุกคนช่วยกันแบกรับ"
"จากนั้นเราต้องใช้กล้องเยอะมาก ต้องซื้อม้วนเทปเยอะมาก แล้วยังต้องจ้างคนมาคอยตรวจสอบทุกวัน"
ไม่เหมือนอีก 30 ปีข้างหน้า ที่กล้องวงจรปิดความคมชัดสูงจากแดนมังกรราคาถูกจนแทบแจกฟรี ยุคนี้อุปกรณ์บันทึกวิดีโอรวมถึงม้วนเทปราคาไม่ใช่เล่นๆ
แถมเพื่อป้องกันไม่ให้พวกมาเฟียมาทำลาย กล้องบางส่วนต้องซ่อนไว้ตามเสาไฟ ป้ายประกาศ หรือเสาไฟฟ้า การจะทำเรื่องพวกนี้ต้องจ้างทีมช่างมาติดตั้ง
เงินทั้งนั้น...
กล้องวงจรปิดกับม้วนเทปถือเป็นสินค้าพลเรือน ใช้แต้มธรรมดาแลกจากแผงควบคุมได้ ไม่ต้องใช้แต้มสีแดง
แต่ค่าแรงช่าง ค่าฟื้นฟูระบบไฟฟ้า 24 ชั่วโมงในย่านนี้ ต้องควักเงินในกระเป๋าจ่ายเองจริงๆ
"เอ่อ รออีกสักพัก รอเรามีเงินกว่านี้ค่อยทำดีไหม?" แบรนดอนคิดแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไรขนาดนั้น
"ไม่ได้ ต้องทำเดี๋ยวนี้ เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี" มิลตันส่ายหน้า เขารู้ซึ้งดีว่าระบบ "เนตรสวรรค์" มีประโยชน์มหาศาลขนาดไหน "อย่างน้อยทางเข้าออกเขตถนนสายเก่า ต้องติดกล้องก่อน และต้องเป็นกล้องเรียลไทม์ที่มีคนเฝ้าหน้าจอ"
"เกิดมีใครจะบุกเรา หรือวางแผนเล่นงานเราโดยที่เราไม่รู้ตัว กล้องพวกนี้จะเป็นปราการด่านแรก อย่างน้อยก็ช่วยซื้อเวลาเตรียมตัวให้เราได้ไม่กี่นาที"
"เวลาไม่กี่นาที มากพอจะเรียกรวมพลทีมรบหลัก มากพอให้เราใส่เกราะหนัก มากพอให้เราเตรียมอาวุธตอบโต้"
"นี่คือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตาย"
เห็นมิลตันพูดจริงจังขนาดนี้ แบรนดอนก็เริ่มเครียดตาม "ก็ได้... งั้น เดี๋ยวผมไปหาช่างไฟ แล้วก็ไปซื้อเครื่องปั่นไฟมาก่อน?"
"ไปเถอะ ก่อนหน้านี้ผู้กำกับเปโดรด่าฉันไปสองสามประโยค แต่ฝั่งด่านตรวจกลับเงียบจนน่ากลัว... ฉันไม่คิดว่าพวกมันจะยอมรามือหรอก" มิลตันพูด "กำลังหลักของวัลตายังอยู่ครบ มันไม่นั่งรอความตายแน่ และยิ่งไม่มีทางยอมกลืนเลือดสงบศึกแน่นอน"
"วัลตาไม่ใช่คนโง่เง่าอย่างเปโดร มันต้องกำลังหาทางสวนกลับแน่ๆ"
"ป้องกันไว้หน่อย โอกาสชนะเราก็เพิ่มขึ้นอีกนิด เรื่องนี้นายลุยได้เต็มที่ งบประมาณในใจฉันอยู่ที่ 1 แสนดอลลาร์... เงินขนาดนี้ น่าจะพอติดตั้งระบบ 'เนตรสวรรค์' ในย่านถนนสายเก่าได้เหลือเฟือ"
"ผมก็นึกว่าการป้องกันของลูกพี่คือการฝังระเบิดเพิ่มรอบๆ ถนนซะอีก" แบรนดอนแซว
"การใช้กฎอัยการศึกระยะยาวคือการฆ่าตัวตาย ไม่มีใครระวังโจรได้ตลอดพันวันหรอก" มิลตันหันไปสั่งคนอื่น "คนอื่นๆ จัดเวรยามเฝ้าทางเข้าถนนสายเก่าทุกจุด รับสมัครคนที่มีแววมาเข้าทีมเพิ่ม"
"พรุ่งนี้เราจะไปรับมอบบาร์นั่น ดัดแปลงให้เป็นป้อมปราการง่ายๆ ปักหมุดไว้ในถิ่นของเปโดร ใครจะไปกับฉันบ้าง?"
ฟลอราที่ชอบอู้งานมาตลอด ไม่รู้ทำไมคราวนี้ถึงกระตือรือร้นนัก ยกมือตะโกนว่า "ฉัน! ลูกพี่ ฉันไปกับนายเอง!"
มิลตันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงคึกนัก แต่ก็พยักหน้า "ได้... ทีมพวกเธอมีความเป็นมืออาชีพ จะดัดแปลงบาร์เป็นป้อมปราการยังไงพวกเธอก็ช่วยแนะนำได้"
ฟลอรารับคำอย่างไว "ไม่มีปัญหา! ก่อนไปเรียกฉันได้เลย!"
แต่ที่น่าแปลกคือ "พอยซั่น" กับ "แอนวิล" ลูกทีมของฟลอรากลับทำหน้าแปลกๆ
พวกเขามองหน้ากัน แล้วพูดว่า "เอ่อ คือว่า คืนนี้พวกเราต้องเข้าเวรเฝ้ายามที่ถนนสายเก่า พรุ่งนี้คงไม่ไปนะครับ 'บอทเทิล' 'ท่านสรรพากร' พวกคุณหาคนอื่นไปแทนเถอะ"
มิลตันไม่ก้าวก่ายการจัดตารางงานภายในทีมของพวกเขา จึงพยักหน้า "โอเค งั้นพรุ่งนี้มีฉัน 'บอทเทิล' แบรนดอน แล้วก็ลูซไปที่บาร์ แล้วพาตำรวจไปเฝ้าระวังวงนอกอีกสองนาย"
"เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อนได้"
พูดจบ มิลตันก็ลุกเดินออกจากห้องเป็นคนแรก แบรนดอนรีบเข็นรถตามไปติดๆ
คนอื่นพักได้ แต่มิลตันกะว่าจะไปหาพ่อค้าตลาดมืดสักสองสามราย สอบถามราคาอุปกรณ์ที่ต้องการ ถ้าเหมาะสมก็รีบจองเลย
ของที่ใช้เงินสดซื้อไม่ได้ค่อยใช้แต้มระบบโปะ
มิลตันมีแต้มสีแดง 2.7 ล้าน กับแต้มธรรมดา 4.1 ล้าน ดูเหมือนเยอะ แต่จริงๆ ไม่เลย
ตอนนี้แผงควบคุมอัปเกรดแล้ว อาวุธยุทโธปกรณ์ที่แลกได้มีเยอะขึ้นมาก โดยเฉพาะในหมวดยานพาหนะ ไม่ใช่แค่รถลำเลียงพลหุ้มเกราะล้อยาง (APC) แม้แต่รถรบทหารราบ (IFV) รุ่นเก่าๆ ก็ยังมีให้แลก
แต่ราคา IFV คันนึง อย่างถูกสุดก็ปาเข้าไป 4 ล้านแต้มสีแดง มิลตันซื้อไม่ไหว
แต้มธรรมดาถึงจะมีเยอะ แต่เอาไว้แลกกระสุน กระสุนดูเหมือนราคาไม่แพง แต่พอเปิดฉากสงครามที มันจะไหลออกเหมือนน้ำป่า
ต่อให้มีเงินดอลลาร์มากแค่ไหน ก็ยากจะนำเข้ารถรบทหารราบได้สักคัน ดังนั้นกลยุทธ์ของมิลตันคือ อะไรใช้เงินแก้ปัญหาได้ให้ใช้เงิน อันไหนใช้ไม่ได้ หรือเร่งด่วนจริงๆ ค่อยใช้แต้ม
"ยังไงก็ต้องเก็บภาษีสินะ!" มิลตันถอนหายใจ "ขอยึดด่านตรวจได้เมื่อไหร่ ปัญหาทุกอย่างก็จบ"
ตอนนี้ธุรกิจสีเทาในเมืองมาราแคนถ้าไม่ถูกมิลตันกวาดล้างไปเกือบหมด ก็ซ่อนตัวเงียบกริบ อยากให้รายได้แต้มทันรายจ่าย ก็ต้องไปยึดแหล่งภาษีที่ใหญ่ที่สุดมาให้ได้
แบรนดอนตามหลังมิลตันมา ถามว่า "ลูกพี่ เราจะไปไหนกัน?"
"ไปหาเจ้าของร้านปืน" มิลตันตอบ "ถึงเขาจะขายอาวุธ แต่ต้องมีเส้นสายเยอะแน่ ลองถามดูว่าหาซื้อเครื่องปั่นไฟได้ที่ไหน... ถือโอกาสดูด้วยว่าที่ร้านมีของอะไรใหม่ๆ เข้ามาบ้าง"
"ได้ครับ!"
ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงหน้าร้านปืน
ยามเฝ้าประตูพอเห็นว่าเป็นสองคนนี้ ก็รีบหลบทางให้อย่างรู้งาน
ถ้าบอกว่าคราวที่แล้วยามคนนี้ยังประจบแบบไว้เชิง คราวนี้สีหน้าเขาเรียกได้ว่าพินอบพิเทาขั้นสุด
"โอ้โห ท่านทั้งสอง! เชิญครับเชิญ... ไม่ต้องๆ! ไม่ต้องฝากปืนครับ เชิญครับเชิญ!"
เจ้าของร้านปืน "โกสต์วูล์ฟ" ได้ยินว่าทั้งสองมา ก็รีบลุกจากที่นั่ง "คุณมิลตัน มาทำไมไม่บอกกล่าวล่วงหน้าครับ? ผมแจ้งภาษีไปแล้วนะครับ ผมรับประกันว่าเงินทุกแดงที่หาได้ผมแจ้งภาษีครบถ้วน!"
มิลตันโบกมือ "ไม่ใช่เรื่องภาษี... ฉันต้องการซื้อของหน่อย"
"โกสต์วูล์ฟ" ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มขื่น "ช่องทางนำเข้าปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลังทางสวีเดนมีปัญหานิดหน่อยครับ ช่วงสั้นๆ นี้ของคงไม่เข้า... แต่มีกระบอกอื่นอยู่นะครับ สนใจดูไหม?"
เขารู้ว่ามิลตันอยากได้ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลังรุ่นคาร์ล กุสตาฟ แต่ใครจะรู้ว่าแหล่งของดันมีปัญหา
มิลตันหาที่นั่งลง "ฉันหาซื้อได้แล้ว วันนี้ไม่ได้มาเรื่องนั้น ฉันอยากซื้ออย่างอื่น ดูว่าทางนายพอจะมีช่องทางไหม"
"ซื้อได้แล้ว?" "โกสต์วูล์ฟ" ตะลึง "คุณ... หาช่องทางจากไหน? แนะนำได้... ช่างเถอะ ถือว่าผมไม่ได้ถาม เชิญว่ามาเลยครับ!"
"ฉันอยากซื้อเครื่องปั่นไฟ กล้องวงจรปิด แล้วก็ม้วนเทป"
"โกสต์วูล์ฟ" เข้าใจทันที "เพื่อความปลอดภัยสินะ... สุดยอดเลยท่าน 'สรรพากรจากนรก' ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นใครคิดจะบริหารจัดการที่นี่จริงๆ จังๆ มาก่อนเลย ผมเข้าใจแล้ว มิน่าใครๆ ถึงยอมติดตามคุณ"
"ได้ยินมาว่าคุณขับรถหุ้มเกราะไปจับโจรเหรอครับ? ตอนแรกผมยังไม่เชื่อเลยนะ..."
มิลตันตัดบท "อย่าพูดมาก มีช่องทางไหม ฉันรีบ"
"กล้าพูดต่อหน้าพ่อค้าว่า 'รีบ' นี่คือความมั่นใจว่าไม่กลัวโดนฟันราคาใช่ไหมเนี่ย" "โกสต์วูล์ฟ" เปรยออกมา "กล้องวงจรปิด... ผมต้องถามเอเย่นต์ดูก่อน แต่น่าจะเป็นเกรดทหาร คุณอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ของดีขนาดนั้น ส่วนเครื่องปั่นไฟ เดี๋ยวผมแนะนำช่องทางทางรัสเซียให้ คุณไปคุยเองได้เลย เครื่องปั่นไฟที่ร้านผมก็ซื้อจากเจ้านั้น คุณภาพใช้ได้"
"แต่ช่วงนี้ ราคาน้ำมันเบนซินแถวนี้จู่ๆ ก็ขึ้นราคาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เพื่อประหยัดต้นทุน ผมแนะนำให้คุณซื้อเครื่องปั่นไฟดีเซลดีกว่า"
มิลตันขมวดคิ้ว
ราคาน้ำมันเบนซินขึ้นราคาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย?
[จบแล้ว]